All Blog
ไปขับรถเที่ยวกัน เยอรมัน ออสเตรีย เชค - Day 5 Prague


วันที่ 5 

บรรยากาศเช้าวันนี้ของ Cesky Krumlov สดใสมากครับ ไม่มีเมฆฝนแต่ก็ต้องลุ้นเอาว่าระหว่างทางไป Prague จะเจอฝนมั๊ยแต่ถ้าเจอ
ระหว่างทางก็ยังดีกว่าไปเจอที่ปราก ตั้งแต่มานี่ก็เอาแน่เอานอนอะไรกับอากาศไม่ได้ครับ เดี๋ยวฟ้าใสเดี๋ยวฝนตก

ฟ้าสวยๆยามเช้าเหนือหอคอยของปราสาทเชสกี คลุมลอฟ ผมคว้ากล้องออกไปเดินซึมซับบรรยากาศยามเช้าก่อนที่จะกลับมากินอาหาร
เช้าและเดินทางต่อ

เมืองเชสกี คลุมลอฟยามเช้าสงบเงียบมากครับ บ้านเมืองสะอาดดีจริงๆ มาคิดถึงถนนบ้านเรายามผ่านค่ำคืนมามักเจอแต่ขยะรอการเก็บ
เต็มถนนไปหมด

ผมเดินกลับมาที่จุดชมวิวที่มาดูแสงเย็นเมื่อวาน จุดนี้ดูได้ทั้งแสงเช้าและแสงเย็นครับอยู่ไม่ไกลจากที่พักเดินไม่ถึง 5 นาทีก็มาถึงครับ
แสงเช้าก็สวยไม่แพ้แสงเย็นเลย

แดดยามเช้าเหนือเมืองเชสกี คลุมลอฟ 

บางมุมริมแม่น้ำวัลตาวา Vltava

มาเดินเล่นรอบๆเมืองกันบ้างครับ หนุ่มสาวชาวไทยกำลังถ่ายรูปเล่นกันอยู่ เมืองนี้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ช่วงเวลาที่ผมไปเป็นคนไทยครับ
ก็เป็นช่วงหยุดยาว มาเที่ยวช่วงนี้น่าจะสะดวกที่สุด

ตึกสีสันร้อนแรงดีจริงๆ

ผมชอบร้านค้าที่นี้แต่ละร้านทาสีสวยดีครับ

เขคเมืองเก่าของเชสกี คลุมลอฟไม่ใหญ่มากครับ เดินเวนไปวนมาแป๊บเดียวก็รอบเมืองกลับมาถึงจตุรัสกลางเมืองอีกครั้ง คงได้เวลากลับ
โรงแรมกินอาหารเช้าเก็บของและบอกลาเชสกี คลุมลอฟแล้วครับ หวังว่าสักวันจะได้กลับมาอีก

ระยะทางประมาณ 176 กม. จาก Ceskey Krumlov สู่ Prague เราใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ มาถึงปราก ในเมืองปรากต้องบอกว่า
ขับรถยากพอสมควรครับ เพราะเป็นเมืองใหญ่และรถเยอะมาก มีช่วงจังหวะนึงที่เลี้ยวขวาแล้วต้องชิดซ้ายเพื่อจะเลี้ยวซ้ายไปโรงแรม แต่
รถติดมากทำให้ชิดซ้ายไม่ได้ เลยต้องถูกบังคับเลี้ยวขวาไปวนมาอีกรอบ

ที่พักคืนนี้ของเราคือ  Hotel Royal Residence Ungelt เป็นห้อง Family Room ที่ใหญ่มาก มี 2 ห้องนอน มี Living Room และครัวให้
ห้องอาบน้ำและห้องสุขาแยกจากกัน ราคา 180 Euro ต่อคืนรวมอาหารเช้า และเป็นที่พักที่สะดวกมากอยู่ในย่าน Old Town หลังโบสถ์
Church of Our Lady before Tyn พิกัด 50.087939, 14.424228

เราเดินจากโรงแรมไม่กี่เมตรก็ออกมาถึง Old Town Square ก่อนอื่นก็ต้องไปแลกเงิน Koruna Czech ก่อนครับเพราะที่แลกไว้จากเชสกี
คลุมลอฟเหลือไม่พอแล้ว ร้านแรกเงินอยู่รอบๆจตุรัสนี่ครับมีหลายร้านเลย แลกเงินเสร็จก็ไปปราสาทปรากกันก่อนเลยครับ จริงๆเดินไปก็
ได้แต่เราอยากลองนั่งรถไฟใต้ดินปรากลอดแม่น้ำไป



เราเดินไปสถานี Staroměstská ประมาณ 400 เมตรจาก Old Town Square จริงๆแล้วก็ใช้เวลาไม่มากครับแต่เดินอ้อมดูนู่นดูนี่ไปเรื่อยๆ
จาก 400 เมตรก็รวมๆแล้วน่าจะกิโลกว่าแถทเดินไปเดินมาหลงทางอีกต่างหาก กว่าจะไปถูกทางก็เสียเวลาไปเยอะครับ แต่ก็เพลินดี


ขึ้นรถไฟใต้ดินไปแค่สถานีเดียวครับลอดใต้แม่น้ำ Vltava ไปฝั่งตะวันตกลงที่สถานี Malostranská ต้องขออภัยผมจำราคาค่าโดยสารไม่
ได้ว่าคนละเท่าไหร่ แต่ต้องเตรียมเหรียญไปหยอดซื้อที่ตู้ครับไม่มีพนักงานขายและตู้รับเหรียญเท่านั้น แต่ถ้าไม่มีเหรียญก็เข้าไปซื้อใน
ร้านสะดวกซื้อในสถานีเลยครับมีตั๋วขาย


ขึ้นจากสถานีรถไฟเดินผ่านสวนสาธารณะจะเจอทางขึ้นปราสาทปราก เดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆครับพอเหนื่อย ด้านบนมีจุดชมวิวเมืองปราก
และแม่น้ำวัลตาวา ปราก(Prague) อีกหนึ่งดินแดนแห่งการท่องเที่ยวที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งปราสาทร้อยยอด เมืองแห่ง
ทองคำ เมืองสุดยอดอารยธรรม รวมทั้งเป็นหัวใจแห่ง ยุโรป นอกจากนี้แล้ว กรุงปรากยังถือว่าเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก (Czech) 
และกลายเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวระยะสั้นที่ได้รับความนิยมที่สุดในยุโรป ปรากเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและมีแม่น้ำวัลตาวา 
(Vltava) ไหลผ่านกลางเมือง ตัวเมืองถูกยกให้เป็นมรดกโลก จาก UNESCO ด้วย

ปราสาทปราก (Prague Castle) งดงามดุจเจ้าหญิงผู้เลอโฉม ปราสาทเก่าแก่แห่งนี้คือสิ่งที่ทำให้ปราก ดูสวยอย่างมีมิติ เพราะใน
อาณาบริเวณของปราสาทยังมีความวิจิตรและแสนอลังการของมหาวิหารเซนต์วิตุส ศาสนสถานอายุ 600 กว่าปี ที่ว่ากันว่าคือสุดยอด
สถาปัตยกรรมแห่งปราก ที่ทั้งงดงามและศักดิ์สิทธิ์  


ปราสาทปราก (Prague Castle) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.885 เคยเป็นปราสาทของกษัตริย์แห่งเช็คในอดีต อีกทั้งเคยได้รับการรับรองจาก
กินเนสส์บุ๊ก ว่าเป็นปราสาทโบราณที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความยาวประมาณ 570 เมตร และความกว้างประมาณ 130 เมตร มีขนาด
เนื้อที่ใหญ่กว่าสนามฟุตบอล 7 สนามรวมกัน อาคารที่โดดเด่นที่สุดในบริเวณปราสาทคือ มหาวิหารเซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) 
เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นโบสถ์สำคัญคู่บ้านคู่เมืองมากว่าพันปี  

พระเจ้าชาลส์ที่ 4 โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1344 ในศิลปะแบบโกธิกเพื่อแทนโบสถ์หลังเดิม  ใช้เวลาก่อสร้างมากกว่า 500 ปีจึงเสร็จ
สมบูรณ์เมื่อต้นศตวรรษที่ 20 นี่เอง  เรียกได้ว่าเริ่มสร้างในยุคโกธิกและเสร็จในยุคนีโอโกธิก  ด้านหน้าทางเข้าหลักทางทิศตะวันตก
สร้างเสร็จเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 

ภายในมหาวิหารเซนต์วิตุส (St.Vitus Cathedral) เห็นโถงแบบโกธิก 


หน้าต่างประดับกระจกสี Stained-glass ภายในมหาวิหารเซนต์ วิตุส ยิ่งใหญ่อลังกานมาก

แต่ที่โดดเด่นกว่าบานอื่นก็คือบานนี้ เป็นผลงานของศิลปินอาร์ตนูโวที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลก Alfons Muchas ขณะที่งานเฉลิม
ฉลองครบรอบพันปีของวาตสลัฟที่ 1 ดุ๊กแห่งโบฮีเมีย (St. Wenceslas) ได้มีการให้ฟื้นฟูงานกอทิกของมหาวิหารเซนต์วิตัส (St. Vitas 
Cathedral) แห่งปรากจนเสร็จสิ้นในปี ค.ศ. 1929 โดยหน้าต่างประดับกระจกสีนี้ได้ถูกติดตั้งในปี ค.ศ. 1931 ซึ่งหน้าต่างจะมีภาพเซนต์
วาสลัฟในวัยเด็กกับคุณยายของเขาอยู่ใจกลางภาพแวดล้อมไปด้วยฉากเหตการณ์ของนักบุญซีริล (Saints Cyril) และเมโทดิอุส 
(Methodius) ที่เผยแพร่ศาสนาคริสต์อยู่ท่ามกลางชาวสลาฟ ทั้งหมดนี้จะอยู่ด้านล่างของเยซูคริสต์เสมอ และเป็นสัญลักษณ์ของธนาคาร
ชาวสลาฟที่ให้การสนับสนุนเงินทุนในการสร้างหน้าต่างประดับกระจกสีบานนี้

หน้าต่างกุหลาบ หรือ Rosetta หรือ Rose Window ออกแบบโดย Frantisek Kysela สร้างเสร็จในปี 1927

แท่นบูชาภายในมหาวิหารเซนต์ วิตุส มีหลายแท่น แต่ละแท่นมีรูปสลักที่สวยงามมากครับ


St. George's Basilica เป็นโบสถ์แรกที่ถูกสร้างขึ้นภายในปราสาทปราก ส่วนใหญ่ของตัวโบสถ์ถูกสร้างขึ้นช่วงกลางศตวรรษที่ 12 
ยกเว้นส่วนด้านหน้าศิลปะ Baroque ถูกสร้างขึ้นใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 17 เนื่องจากถูกไฟไหม้


เราย้อนกลับมาเดินเล่นย่าน Old town กันต่อครับ เขตเมืองเก่า (Old Town) เป็นจุดศูนย์กลางการค้าขายมาแต่ยุคกลาง  ในปัจจุบันยัง
คงมีตลาดนัดทุกวันเสาร์และหน้าเทศกาลต่าง ๆ  เช่นเทศกาลคริสต์มาสหรืออีสเตอร์ บริเวณโดยรอบจัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) 
ที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว  เต็มไปด้วยอาคารสวย ๆ มากมายจนเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งได้ทีเดียว 

ตรงกลางจัตุรัสมีอนุสาวรีย์ของนักปฏิรูปศาสนาชื่อยาน ฮุส (Jan Hus)  ท่านผู้นี้ต่อต้านความเหลวแหลกฟุ้งเฟ้อของศาสนาคริสต์นิกาย
แคธอลิกในยุคนั้นเมื่อกว่า 500 ปีก่อน เช่นการที่บาทหลวงชั้นผู้ใหญ่แอบมีภรรยาลับ  มีการขายบัตรไถ่บาปสร้างความร่ำรวยให้กับสำนัก
วาติกัน  จนเขาถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการเผาทั้งเป็น  เหตุการณ์นี้ทำให้มีการลุกฮือเพื่อต่อต้านอำนาจของพวกแคธอลิก  มีการจับ
บาทหลวงโยนลงมาจากหอคอย  จนเกิดเป็นสงครามฮุสไซต์ (Hussite Wars) ระหว่างฝ่ายที่ยึดมั่นต่อคริสตจักรกับฝ่ายที่ต่อต้าน  ยาน 
ฮุสจึงถือเป็นวีรบุรุษที่สำคัญคนหนึ่งของชาวเช็ค

โบสถ์โกธิกสูงใหญ่ มียอดแหลมราวกับเปลวเพลิงพุ่งสูงเสียดฟ้า  มีชื่อว่า Church of Our Lady before Tyn หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโบสถ์ทิน 
(Tyn Church)  เป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญอันดับสองรองจาก St.Vitus Cathedral

หอคอยสูง 60 เมตรที่เห็นเป็นส่วนหนึ่งของศาลาว่าการเมืองเดิม (Old City Hall) ใช้เป็นศาลาว่าการเมืองตั้งแต่สมัยยุคกลาง  จากบน
ยอดหอคอยสามารถชมวิวได้รอบทิศ

นาฬิกาดาราศาสตร์ปรากเก่าแก่ (Town Hall Clock) ที่ตั้งอยู่ตรงฐานของหอคอย  นอกเหนือจากตัวเรือนที่ดูสวยงามแล้ว นาฬิกาเรือนนี้
ยังเป็นนาฬิกาที่สามารถใช้งานได้จริงจวบจนปัจจุบัน ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนหนึ่งอาจจะเป็นกุสโลบายของคนในสมัยโบราณ ที่บอกว่าถ้านาฬิกา
เรือนนี้หยุดเดินเมื่อไหร่จะถือเป็นลางร้ายสำหรับบ้านเมือง เลยทำให้นาฬิกาเรือนนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด วงด้านนอกของ
นาฬิกานี้เป็นตัวเลขอารบิกสมัยยุคกลางบอกเวลาสมัยโบฮีเมียนที่มีการแบ่งเวลา 24 ชั่วโมง ในหนึ่งวันตามพระอาทิตย์ ส่วนวงในที่เป็น
เลขโรมันนั้นก็คือเวลาที่พวกเรารู้จักกันในปัจจุบัน สีฟ้าที่หน้าปัดสื่อถึงสีของท้องฟ้า ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 12 ส่วนตามสมัยบาบิโลนซึ่งสั้น
ยาวต่างกันตามฤดู

     หลังจากเดินเล่นรอบ Old Town Square แล้วเรากลับเข้าที่พักกันก่อนเพื่อนกินอาหารเย็นแล้วออกมาใหม่อีกครั้งตอนค่ำๆ เพื่อจะเดิน
ไปสะพานชาร์ล

เราออกมาอีกครั้งตอนหัวค่ำ เดินเลย Old Town Square ไปไม่ไกลนักก็ถึงสะพานชาร์ลซึ่งคลาคร่ำไปด้วยผู้คน จากริมฝั่งแม่น้ำด้านตะวัน
ออกมองข้ามฝั่งไปเห็นปราสาทปรากใหญ่โตมาก

สะพานชาลส์ (Charles Bridge) คือสัญลักษณ์สำคัญของปรากที่มีชื่อเสียงที่สุด  เป็นสะพานเก่าแก่ที่สุดในเมือง สร้างบนจุดที่น้ำตื้นที่สุด
ขนาดเดินลุยน้ำเพื่อข้ามฝั่งได้  พระเจ้าชาลส์ที่ 4 แห่งอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์โปรดให้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1357 เพื่อทดแทนสะพาน
แห่งเดิมที่พังทลายจากน้ำท่วม  สะพานชาลส์เชื่อมฝั่งปราสาทปรากทางตะวันตกเข้ากับเขตเมืองเก่าทางตะวันออก มีความยาว 516 
เมตร และกว้างถึง 10 เมตร  มีเสาค้ำยัน 16 ต้น

สองข้างสะพานประดับไปด้วยรูปปั้นของนักบุญในศาสนาคริสต์ทั้งหมด 30 รูป  ที่โดดเด่นที่สุดคือรูปปั้นของเซนต์จอห์น เนโปมุก 
(St.John Nepomuk)  ตามตำนานบอกว่าท่านถูกโยนลงแม่น้ำวัลตาวาโดยกษัตริย์พระองค์หนึ่ง เนื่องจากปฏิเสธที่จะเปิดเผยความลับว่า
พระราชินีของพระองค์มาสารภาพบาปว่าอะไร  ใต้รูปปั้นมีแผ่นทองเหลืองภาพนูนต่ำ  ว่ากันว่าถ้าใครได้มาลูบแผ่นทองเหลืองนี้จะได้กลับ
มาเยือนปรากอีก


เดินถ่ายรูปเล่นได้พักเดียวเท่านั้นฝนก็เริ่มมาแล้วครับ ต้องรีบเผ่นก่อนที่จะมาถึง เพราะเริ่มมีละอองฝนมาแล้วแถมสายฟ้าไกลๆนั้นก็น่า
กลัวไม่ใช่น้อย

ขนาดโดนฝนไล่มาก็ยังไม่ยอมที่จะเลิกถ่ายรูปกัน ขออีกสักรูป Church of Our Lady before Tyn เพราะที่พักเราอยู่หลังโบสถ์นี่เองครับ
แต่สุดท้ายก็วิ่งไปไม่ทันเพราะฝนลงหนักสะก่อน สะใจจริงๆทั้งหนาวทั้งเปียก

     พรุ่งนี้เราจะกลับเยอรมันกันแล้วครับเหรือรีวิว 2 ตอนสุดท้าย ที่ Rothenburg Ob DT กับมิวนิค 2 วันผมจะรวบไว้ตอนเดียวเลยครับ





Create Date : 02 สิงหาคม 2559
Last Update : 2 สิงหาคม 2559 11:39:53 น.
Counter : 431 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีค่ะ
แอนจะรบกวนสอบถาม อยากปรึกษา เกี่ยวกับรูปที่ทำเป็น MAP ด้านบนอะคะ ทำยังไงอะคะ คือแอนจะทำพรีเซ็นงาน เช็ค-ออสเตรีย เสนองานลูกค้า แต่ไม่ค่อยถนัดอะคะ ไม่แน่ใจว่า รับจ้างทำให้ได้ไหมคะ อีเมลล์แอนนะคะ jantana_s99@hotmail.com ขอบคุณนะคะ
โดย: แอน IP: 183.88.186.188 วันที่: 20 มกราคม 2560 เวลา:14:15:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นักบัญชีขี้บ่น
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]