Once in A Life Time
Group Blog
 
All blogs
 

Generally, Anything (about me)Tag

พึ่งอ่านเรื่อง blog tag หรือ http://en.wikipedia.org/wiki/Memetag วันนี้ ก็โดน http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=the-sillyone&group=3 tag ซะงั้น

จะเขียนอะไรละเนี่ย คิดถึงชีวิตตัวเองแล้ว ก็มีอยู่หลายโรคที่น่ารัก(ษา)
1. เอาเรื่องน้ำตาลก่อนละกัน แต่เด็ก เป็นพวกชอบกินขนมหวานมาก ข้าวน้อยไม่เป็นไร มีป๊อกกี้ยังชีพเป็นพอ ซื้อแล้วเอาเสียบเอวไว้ใต้เสื้อนักเรียน เวลาเข้าบ้าน กลัวแม่เห็นประจำ แก่แล้วก็ยังเป็นๆ หายๆ บางพักก็กำเริบ น้ำตาลก้อนๆไว้ใส่กาแฟในโหลของแม่ก็เกลี้ยงเพราะเราประจำ น้ำตาลกรวดก็ของชอบ มีอยู่วันหนึ่ง (ก็ยังเด็กหกเจ็ดขวบอยู่) ก็ไปขโมยน้ำตาลกรวดน้าที่บ้านคนนึง จำไม่ได้ว่าไปเก็บมาจากไหน ก็เลียแผล่บ OMG จำไม่รู้ลืมเลย รสชาดแปร่งมากๆ คงเป็นผลกรรมลงโทษ เพราะมันต้องเป็นสารส้มที่น้าเค้าไว้ทาจั๊กกะแร้ แน่แท้ จากนั้น เด็กหญิงมูมิน ก็เลยทานน้ำตาลกรวด เหลือแต่น้ำตาลก้อนเท่านั้น

2. โรคนี้เป็นแต่เด็ก เพิ่งมาหายตอนมีแฟน ตอนเข้ามหาวิทยาลัย ไม่หายคงไม่ได้มีกะเค้าหรอก คือโรคกลัว(เกลียด)ผู้ชายแปลกหน้า อยู่ประถม ก็ไม่พูดกะผู้ชายที่นั่งข้างๆทั้ง ปอ สี่ ปอห้า (นอกนั้นได้นั่งกะเพื่อนผู้หญิง ซึ่งเราก็คุยจ้อเลย) จำชื่อได้แม่นเลย เราขออโหสิกรรมให้เราด้วยนะ ทั้ง บรรพต ทั้งสนธยาเลย ยิ่งตอนที่จะปิดเทอม เราเอาหนังสือเธอผิด ติดกลับบ้านมาด้วย เราก็ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคืน เอาไปทิ้งไว้หน้าห้องเรียนซะงั้น เราก็ตัดสินใจเข้าโรงเรียนหญิงล้วน ตอน มัธยมต้นซะ ก็ตัดปัญหาไปได้อีกสามปี มัธยมปลาย ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ก็ดีขึ้น ยังพูดน้อยอยู่ แต่จำได้ว่า รุ่นพี่รู้เรื่องได้ไงไม่รู้ว่าเราไม่คุยกะเพื่อนผู้ชายในห้อง ข่าวว่าเป็นเลสบ้าง ตอนรับน้อง ให้เราขานชื่อเพื่อนผู้ชายในห้อง ถ้าเราพูดไม่ได้ ให้เราตบหน้าเพื่อน หนึ่งที ซะงั้น เราก็กลัวเพื่อนเดือดร้อน หลังๆก็ดีขึ้น แต่ก็ไม่ดีมาก เข้าปีหนึ่ง มีเหตุการณ์เสียน้ำตา เพราะมีเพื่อนเข้ามาคุยด้วยบ่อยๆ (โรคจิตมั๊งเนี่ย)

3. โรคชอบผู้หญิงสวย ดาราสวยๆก็ชอบ เก็บไว้เป็นอัลบั้มเลย ขนาดตอนเรียนโท ปริ้นเตอร์นี่นอกจากไว้ใช้พิมพ์งาน แล้วก็นั่งพิมพ์รูปสาวสวยๆ ชอบ Alicia, Drew, Namie, Rie Miyazawa คนหลังนี้ลงทุนมากค่ะ สมุดภาพ (ไม่โป๊)เล่มละหลายพันที่ขายในโตเกียวโด ก็ไปซื้อมาเก็บ มีวีดีโอ มีซีดี (เพลงก็ไม่เพราะหรอก) เทปตอนนั้นซื้อก็ดูจากปก สมัยนั้นมี Mariah , Wilson Phillips ที่หน้าตาเข้าตา รูปพี่หมิวก็ตัดเก็บตามนิตยสารมีเพียบ วีรกรรมล่าสุด เปิดเข้าเวปในพันทิบกระทู้ประมาณว่ามีรูปนางแบบ อยากทราบว่าเป็นใคร เราเข้าไปดูแล้วก็ตะลึง กะภาพนางแบบไม่ใส่เสื้ออยู่นาน ปรากฎ คุณเพนกวินเกิด Access เข้ามาที่คอมพ์ที่เราใช้อยู่ที่บ้าน จากที่ออฟฟิศ เพื่อนๆท่านก็อยู่เป็นกำลังใจ เจอ ภาพสาวสวยหน้าอกสวยบนจอเราเข้าไป เกิดอาการอึ้งดิ เพนกวินได้คะแนนเห็นใจท่วมท้น อย่างนี้นี่เอง เราภาพพจน์ไม่เหลือแล้ว ฮือ

4. ด้อยสมรรถภาพทางกีฬาอย่างแรง อยากจะยึดคติ เรียนเด่น เล่นดี กีฬาเลิศ แต่ข้อหลังนี่ทำยากสุด กีฬานี่ ไม่สามารถ ชอบเล่นนะ เคยไปเรียนเทควันโด้ถึงสายเขียว สมัยนั้นมีแววอยู่ มีคนจะดัน แต่เราไม่ไหวเอง เข่าก็ไม่ค่อยดี แม่ไม่ปลื้มอีกต่างหาก หาว่าเราจะไปเตะก้านคอน้อง สมัยนั้นก็มีใช้น้องจูน มาเป็นคู่ซ้อม คิดแล้วก็น่าสงสาร โดนพี่กลั่นแกล้งแต่เล็กจนโต เล่นเทนนิส ก็ไม่เอาไหน สควอช นี่ต้องแอบไปเล่นคนเดียว อายเค้า ว่ายน้ำก็ตกน้ำ ต้องให้เพื่อนโดดลงมาช่วย กันอุ้ม สามคน จำได้ มีได้เหรียญทองเกียรติยศ วิ่งผลัดระยะสั้น ตอน ม สี่ มาเหรียญนึง เป็นความภาคภูมิใจเดียวอันน้อยนิด
ตอนนี้วิ่งไม่ไหว จะเล่นโยคะ ตัวแข็งมาก กดไม่ลงเลย แต่ก็ยังมีความคิดจะไปแข่งกีฬาผู้สูงอายุนะ แต่ไม่รู้จะเล่นอะไรดี

5 ข้อสุดท้าย ร้ายแรงสุด เป็นโรค Cute Mania (Fashion dolls) บ้าตุ๊กตามากๆ หลายปีแล้ว พักนี้ดีขึ้นเยอะ เหตุเกิดเพราะเคยมีตุ๊กตาเจนนี่ตัวนึง แล้วก็หายไปตอนย้ายบ้าน จากนั้น เห็นตุ๊กตาเป็นไม่ได้ ต้องซื้อมาเก็บ ตัวไหนน่ารักๆ นี่ถ้ามีปัญญาซื้อก็ซื้อมาเก็บ สมัยเรียนอังกฤษ กะตอนทำงานอยู่ญี่ปุ่นนี่ เฉลี่ย อาทิตย์ละตัว ตัวนึงก็เป็นพัน ถึงหลายพันบาท ตัวที่แพงที่สุดนี่หลายหมื่นอยู่ ค่ากับข้าว ใช้จ่ายอย่างอื่น นี่อาทิตย์นึงยังไม่พันเลย หมดไปกะตุ๊กตานี่แหละ ตอนนี้มีหลายร้อยตัวแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นตุ๊กตา Jenny, Licca มีบาร์บี้ Blythe ซินดี้ Momoko บ้าง ไม่มาก บางทีก็คิดนะ ว่าตุ๊กตาพลาสติกเนี่ย ทำไมมันแพงจัง แต่ก็คิดว่ามันมีคุณค่าทางจิตใจนะ ตอนนี้สำนึกว่าเรามีเยอะแล้ว เพิ่งมารู้สึกเพียงพอ แต่ไม่หายขาดนะ ซื้อเป็นพักๆ ปีนี้ว่าจะไม่ซื้อ ก็มีคนมาเสนอตัว ช่วยซื้อให้ เลยได้ Blythe มาอีก สองตัว สรุปก็เป็นพวกเพื่อนน้อย มีเพื่อนเป็นตุ๊กตา ตุ๊กตาใจดี ยิ้มให้เราตลอดเลย (สมัยก่อน เคยดูเรื่องตุ๊กตาจ๋ามั๊ย เราชอบนะ ชอบน้องแป้ง สมัยเด็กๆก็เคยมีตุ๊กตาแบบนั้น แต่โตมา ดันชอบพวกบาร์บี้มากกว่า) ชอบการที่ได้นั่งทำงานประดิษ ออกแบบ ตัดเสื้อผ้า ทำบ้านตุ๊กตาด้วยแหล่ะ จากคนที่ตัดเย็บไม่เป็น จนสามารถตัดเสื้อผ้าตุ๊กตาขายได้ มีลูกค้าหลายประเทศนะ (ญี่ปุ่น อเมริกา ออสเตรเลีย ส่วนใหญ่)

ตอนนี้ไม่มีเวลาทำงานสร้างสรรค์แล้ว มีแต่ต้องทำงานเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัวไปก่อน ไว้ภายหน้า คงได้กลับมาหางานเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับพวกนี้ทำอีก

เฮ้อ เขียนเสร็จ ก็ต้องหาเหยื่อรายต่อไป
เลขที่ออก
1 http://wanandonly.multiply.com

เอาไปคนเดียวก่อนละกัน เดี๋ยวจะมาเพิ่มนะ




 

Create Date : 13 มกราคม 2550    
Last Update : 13 มกราคม 2550 5:19:21 น.
Counter : 202 Pageviews.  

ปัดฝุ่น รับคริสต์มาส

จะหมดอีกปีแล้วไวจริงๆ
อยู่ลอนดอนได้ห้าปีกว่าแล้ว คาดว่าเวลาที่เหลืออยู่น่าจะน้อยเต็มทีแล้ว แต่ก็เอาอะไรแน่ไม่ได้ (เฮ้อ)

วันหยุดยาวๆ ไปถึงปีใหม่แบบนี้ กลับไม่ได้วางแผนจะทำอะไรดีๆซักที ปีนี้อย่างเริ่มต้นดีๆ บันทึกเรื่องดีๆเก็บเอาไว้

ก่อนหมดปี มานั่งสรุปเรื่องราวของปีนี้ดีกว่า
เดือนมกรา + เริ่มทำงานโปรเจคท์ที่ธนาคารแถวลอนดอนบริดจ์ ดีใจมาก เพื่อนร่วมงานดีมากๆ

เดือนกุมภา + เดือนเกิด แต่ไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอีก หนึ่ง

เดือนมีนา + ไปชิคาโก อเมริกา เป็นเวลาสองอาทิตย์ ได้ไปเรียนรู้ ไปเจอเพื่อนๆหลากหลายสัญชาติ เจอคนเป็นร้อย แต่ได้เพื่อนที่ได้ทำความรู้จักจริงๆหนึ่งคน ที่ยังเขียนจดหมายหากันอยู่

เดือนเมษา + จำไม่ได้แฮะ มีแต่งาน กับงาน
เดือนพฤษภา + ไปช่วยงาน London Charity Days เก็บกวาดโรงเรียน ปลูกต้นไม้ กับเพื่อนๆที่ทำงาน
เดือนมิถุนา + จบโปรเจคท์ ได้รางวัลดีเด่น Techie Superstar ก็ดีใจมีคนเห็นคุณค่าในผลงาน

เดือนกรกฎา + กลับเมืองไทยสามอาทิตย์ ได้ไปน้ำตกทีลอซู ได้นอนเต้นท์ ได้เดินยี่สิบสองกิโล ได้ล่องแก่ง ได้ไปน้ำตกเอราวัณ น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แต่ละที่ก็เป็นประสบการณ์ไม่รู้ลืม แล้วก็ไปเรียนคอมพ์ อาทิตย์นึง รู้สึกได้ใช้ชีวิตเป็นคนกรุงเทพอีกครั้ง

เดือนสิงหา + ไปญี่ปุ่น อีกสองอาทิตย์กว่า ไปหลายที่มาก ทั้งโตเกียว นิคโก้ โอซาก้า โกเบ ฮิโรชิมา ฮาคาตะ นางาซากิ ฟูกุโอกะ (ไปเจอไต้ฝุ่นเบอร์สิบ ที่คิวซู เที่ยวแบบเปียกๆ ที่สุดในชีวิต) ที่ปรึกษาเรื่องงานโทรมาบอกว่าเราก็เลื่อนขึ้นแล้ว เงินเดือนขึ้นอีก สิบสองเปอร์เซ้นต์

เดือนกันยา + ครึ่งเดือนแรก ว่างมากๆ วันๆก็เข้าไปออฟฟิศ ที่งานช่วยคนอื่นไปก่อน กลางเดือน น้องสาวย้ายประเทศมาอยู่ด้วย มาเรียนทำขนมที่นี่ ปลายเดือนเริ่มโปรเจคท์ใหม่ โชคดีได้ทำงานใกล้บ้าน เดินไปทำงานได้เลย ยี่สิบนาที

เดือนตุลา + น้องเปิดเรียนแล้ว กลับเมืองไทยหนึ่งอาทิตย์ กะทันหันมาก กลับบ้านไปจัดการเรื่องให้แม่ ไปหาหมอฟันเพราะฟันที่ครอบมาสิบกว่าปีมีปัญหา แต่ก็ยังไม่ได้ถอน อดทนได้อดทนไปก่อน แล้วก็ ขายคอนโดที่พระรามสาม ทำบัตรประชาชนใหม่

เดือนพฤศจิกา + ขนมอื้อซ่า กินแทนข้าว เช้า เย็น น้ำหนักขึ้นเป็นเรื่องธรรมชาติ สมัครซิติเซ่นช่วงกลางเดือน

เดือนธันวา + อากาศหนาวเย็น จิตใจเริ่มซึมเศร้า หดหู่ ทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน แต่ก็มีเรื่องดีๆเหมือนกัน น้องสาวเรียนจบคอร์สแรกแล้ว ได้คะแนนดี น่าชื่นชม ได้จดหมายตอบรับเรื่องซิติเซ่น ก็ไปทำพิธีรับสัญชาติ ตอนนี้ก็เป็นคนมีสองสัญชาติแล้ว เรื่องดีๆส่งท้ายปีอีกเรื่องคือได้ขึ้นเงินเดือนอีกรอบ อีกสิบเปอร์เซ็นต์ (เพราะคราวที่แล้วขึ้นน้อย)

สรุปครึ่งปีแรก แฮบปี้เรื่องงานมาก ครึ่งปีหลังงานไม่ค่อยดี แต่ดีเรื่องอื่นๆมากมาย

ส่วน ปีหน้าคงได้เดินทางบ่อยขึ้น เรื่องงาน ยังไม่มีวี่แววดีขึ้นเลย ทำไงดี

ลงท้าย ทำจิตใจให้สดชื่น เก็บกวาดบ้านส่งท้ายปีเก่า ดีกว่า




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2549    
Last Update : 24 ธันวาคม 2549 17:14:40 น.
Counter : 152 Pageviews.  

ชีวิตว่างงาน (อีกแล้ว)

กลับมาจากเมืองไทยได้สองทิตย์เต็มๆ ก็ไม่ได้ทำงานมาตลอดเลย แล้วก็คงว่างจนถึงสิ้นเดือนหน้า

ว่างงานมันเครียดอย่างนี้เอง

เดือนมกราคม ถึง มิถุนายน ทำงานจนจบโปรเจ็คท์ แล้วก็ไม่รู้ ชะตากรรม ว่าจะได้ไปทำงานที่ไหนอีก

ที่แรก ติดต่อมาให้ไปทำที่ แองโกล่า ซึ่งปรากฎว่าอยู่โน่น ห่างเป็นทวีป แถมยังมีสงครามอีก เลยไม่ไปอ่ะ

ที่สอง ติดต่อมาให้ไปทำที่ Knutfords อยู่ใกล้แมนเชสเตอร์ เค้าจะให้เป็น Test Lead ด้วย แต่สายงานไม่ตรงเท่าไหร่ แม้ตำแหน่งจะดูดีก็ตาม

ที่สาม ก็เป็นเทสติ้ง แต่ใกล้หน่อย อยู่ northampton

สรุป คุยไปมา หัวหน้าสายงานบอกว่ามีโปรเจคท์ที่ Warwick ซึ่งก็ไม่ใกล้นัก คงได้ใช้ชีวิตในโรงแรม มากกว่าบ้าน

ก็ยังดีที่มีงานรอรับ แต่ช่วงว่างๆ แล้วไม่สามารถบังคับตัวเองให้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์นี่สิ

คิดถึงบ้านอ่ะ




 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2549    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2549 17:26:19 น.
Counter : 143 Pageviews.  

ชีวิตที่ว่าง เป็น ฟุ้งซ่าน ไปสวิสดีกว่า

ว่างงานมา หลายอาทิตย์ จิตตก

อยากกลับเมืองไทย แต่คำนวณเงินในบัญชีแล้ว ก็
เปลี่ยนโปรแกรม ไปสวิสแทนดีกว่า
ตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทยตอนนี้แพงอ่ะ
ไว้รอมีตังค์ วางแผนดีๆ อีกสองสามเดือนค่อยกลับก็ได้

ว่างจัด อ่านเวปนู้น เวปนี้ไปเรื่อย เกิดอยากไปสวิส ไปดูหิมะแบบในเรื่องหัวใจช๊อคโกแลตบ้าง

วีซ่าก็ไม่มี แต่เคยได้ยินว่า ถ้ามี UK residency จะไม่ต้องขอวีซ่า ก็เลยลองหาข้อมูลดู

หาตั๋ว หาโรงแรม จนเกือบตีสอง ก็ยังวางแผนไม่สำเร็จ
เลยจองตั๋วก่อน สายการบินสวิส ค่าตั๋ว ไป สิบหก ปอนด์ กลับอีก สิบหกปอนด์ ค่าภาษีห้าสิบกว่าปอนด์ รวมแล้วก็แปดสิบกว่าปอนด์

หาโรงแรม ก็ตอนแรกว่าจะเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ แต่คิดสะระตะแล้วว่า คงนั่งรถไฟทุกวัน กะซื้อ Swiss Pass 4 Days เลยค้างโรงแรมที่เดียวเลยดีกว่า

จะเอาโรงแรม กี่ดาวดี งบก็น้อย แต่ก็อยากได้ที่ใกล้ๆสถานีรถไฟ ดูแผนที่ ดูงบแล้ว ก็มาได้ที่ Marriott Zurich ไปจองในเวปโรงแรมเลย ดูแล้ว ราคาก็พอๆกับผ่านเอเจนต์ มีอาหารเช้าให้ด้วยถ้าจองกับโรงแรม เลยตกลงปลงใจ ที่นี่แหละ สามคืนเลย

ก็เหลือแต่วางแผนเที่ยวแล้วล่ะ เย้




 

Create Date : 22 ธันวาคม 2548    
Last Update : 22 ธันวาคม 2548 3:06:06 น.
Counter : 182 Pageviews.  

1  2  3  

moomin
Location :
Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




create your own slideshow
Friends' blogs
[Add moomin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.