Group Blog
 
All Blogs
 
วิธีการปลูกแคทลียา

การปลูกนั้นจะส่งผลต่อการเจริญเติบต่อของแคทลียา ควรที่จะทำความเข้าใจในความต้องการของกล้วยไม้ชนิดนั้นๆ หรือถึงแม้จะเป็นกล้วยไม้ประเภทเดียวกัน ก็ยังมีความต้องการไม่เหมือนกัน จึงต้องปรับแปลงวิธีการปลูกให้เหมาะสม

ภาชนะปลูก
ประเทศไทยเราที่เห็นนิยมมากๆ ก็จะมีอยู่ 2 อย่างคือ กระถางดินเผา กับกระถางพลาสติก ส่วนพวกขอนไม้ หรือเครื่องปลูกต่างๆ นั้นไม่ค่อยนิยมสำหรับแคทลียาซักเท่าไหร่

กระถางดินเผา - กระถางดินเผาก็มีหลายขนาดด้วยกัน แล้วแต่ขนาดของแคทลียาด้วย โดยมากนิยมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 นิ้ว ส่วนความสูง ไม่ควรสูงมากสำหรับแคทที่ใช้เครื่องปลูกด้วยถ่าน หรือวัสดุปลูกที่แห้งๆ กักความชื้นได้น้อย ขนาดที่เหมาะสมควรสูงราวๆ 2-4 นิ้วก็เพียงพอ

กระถางพลาสติก - อันนี้เป็นที่นิยมมาก ในกลุ่มของกล้วยไม้เศรษฐกิจ เพราะขนส่งง่าย ราคาไม่แพง และมีหลายขนาดให้เลือก แต่ก็เก็บความชื้นได้น้อย ควรหาเครื่องปลูกที่เหมาะสมด้วย ส่วนตัวแล้วคิดว่ากาบมะพร้าวเกมาะสมที่สุด



วัสดุปลูก
วัสดุที่ใส่ลงไปในภาชนะที่ใช้ปลูกกล้วยไม้ เป็นที่เก็บอาหาร เก็บความชื้น หรือปุ๋ยของกล้วยไม้ และเพื่อให้รากของกล้วยไม้เกาะ ลำต้นจะได้ตั้งอยู่ได้ เครื่องปลูกที่เหมาะสมกับลักษณะการเจริญเติบโตของรากกล้วยไม้จะทำให้กล้วยไม้เจริญเติบโตได้ดีและแข็งแรง เครื่องปลูกที่นิยมใช้มีดังนี้

ออสมันด้า - เป็นส่วนรากของเฟิร์นบางชนิด ลักษณะเป็นเส้นดำๆ ออสมันด้าสามารถกักความชื้นได้ดีปานกลาง เครื่องปลูกนี้เป็นที่นิยมมากในประเทศไต้หวัน และไทยก็เช่นกัน แต่ก็เริ่มลดความนิยมลงไปเรื่อยๆด้วย ข้อเสียคือ มักจะเป็นราได้ง่าย ก่อนใช้ให้นำไปแช่ยากันรา หรือต้มเสียก่อน

กาบมะพร้าว - เครื่องปลูกชนิดนี้เป็นที่นิยมในไทยมากๆ ราคาถูก เหมาะสำหรับการปลูกเพื่อการค้าขาย เพราะกาบมพะร้าวจะเสื่อมเร็ว กาบมะพร้าวสามารถกักความชื้นได้ดี แต่ถ้าไม่ระวังก็อาจจะเกิดราขึ้นได้ง่ายด้วย ต้องรดยากันเชื้อราตลอดระหว่างการปลูกเลี้ยง กาบมะพร้าวเหมาะมากที่จะใช้กับวัสดุปลูกอย่าง กระถางพลาสติก เพราะจะทำให้ระบายความชื้นได้ดีไปแฉะเกินไป ก่อนนำมาใช้ให้แช่น้ำไว้ 1 หรือ 2 วัน ให้น้ำซึมซับไปได้ทั่ว

ถ่าน - ในความเห็นส่วนตัว คิดว่าถ่านเป็นเครื่องปลูกที่เหมาะที่สุดในการปลูกเลี้ยงแคทลียา ในสภาพแวดล้อมของไทย เพราะมีอายุการใช้งานยาวนาน กักความชื้นได้พอสมควร ภาชนะปลูกที่เหมาะสม คงเป็นกระถางดินเผา ถ้าเป็นพลาสติกก็จะแห้งเกินไป ถ่านขนาดที่เหมาะสมควรจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 1 นิ้ว เพื่อจะให้รากกล้วยไม้เกาะได้ดี และกระจายไปได้ทั่วกระถาง (ไม่ควรใช้เศษๆถ่านที่เล็กกว่านี้ เพราะจะกระเด็นหล่นหมดเมื่อรดน้ำ และทำให้รักษาความชื้อได้ไม่ดีด้วย) ก่อนนำมาใช้ ให้นำไปแช่น้ำซัก 1 อาทิตย์ เพื่อขจัดเศษๆผงถ่าน และลดความเป็นด่างด้วย)

เศษอิฐ หรือเศษกระถางดินเผา - คุณสมบัติจะคล้ายๆกับถ่าน แต่จะกัก และระบายความชื้นได้ดีกว่าถ่าน ควรใช้กับกระถางดินเผา

สแฟกนั่มมอส - เป็นเฟิร์นชนิดนึงที่ตายแล้ว เป็นเส้นๆ ซึ่งผ่านการอบฆ่าเชื้อมาแล้ว เครื่องปลูกชนิดนี้กำลังเป็นที่นิยม เพราะสามารถกักความชื้อได้ดีมาก แคทลียาจะแตกรากเร็วมาก เหมาะสำหรับปลูกแคทลียาแบบในโรงเรือนปิด คือสามารถควบคุมน้ำได้ เพราะถ้าฝนตกจะทำให้แฉะเกิน และจะมีการเน่าตามมา แต่ผู้เขียนทดลองปลูกกับไม้ size นิ้วแล้วไม่มีปัญหา สามารถใช้ได้ ส่วนข้อเสียที่เด่นๆเลยก็คือ.... มันแพงอะ.. T_T


วิธีการปลูก
การออกขวดแคทลียา
เริ่มจากเตรียมถ่างน้ำตื้นๆ ใส่น้ำเอาไว้ จากนั้นดูว่ากล้วยไม้ในขวดเติมโตได้ขนาดเหมาะสม ถ้าใช้ได้ให้นำขวดมาทุบบริเวณส่วนของก้นขวด ก่อนทุบให้เขย่าๆ ให้กล้วยไม้ดันมาที่หัวขวด ซึ่งบริเวณที่จะทุบกล้วยไม้จะได้ไม่ช้ำ แล้วค่อยๆเทกล้วยไม้ออกมาใส่ในอ่างที่เตรียมไว้ แล้วค่อยๆแยกวุ้นออกจากรากกล้วยไม้ ควรระวังไม่ให้รากกล้วยไม้ช้ำ หรือหลุด จากนั้นก็อาจจะนำไปแช่ยากันราต่อ หรือใส่ยากันเชื้อราลงไปเลยในขั้นตอนแยกวุ้นออก

การปลูกกล้วยไม้ขนาดเล็ก
ภาชนะปลูกที่เหมาะสมกับขนาด คงเป็นกระถางดินเผาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิ้ว การปลูกโดยการนำวัสดุปลูกมาพันรอบๆ รากกล้วยไม้ให้อยู่ตรงกลาง ระวังอย่าให้ช้ำเกินไป และกะจำนวนวัสดุปลูกให้ใส่ลงไปในภาชนะปลูกได้พอดี โดยที่กล้วยไม้ไม่ขยับหลุดออกมาได้ จากนั้นก็ยัดลงไปในกระถางดินเผา

การปลูกกล้วยไม้ขนาดใหญ่
สำหรับกระถางที่ใช้วัสดุปลูกเป็นกาบมะพร้าว ให้ทำแบบเดียวกับวิถีของการปลูกกล้วยไม้ขนาดเล็ก เพียงแต่จะต้องแน่ใจว่า ลำกล้วยไม้ที่แยกขยายมามีรากติดมาด้วยเล็กน้อย เพื่อจะได้เอาไว้หนีบกับกาบมะพร้าว หรือจะไม่ต้องมีรากก็ได้ แต่ต้องมัดลำกล้วยไม้ติดกับลวดแขวนด้วย ส่วนตำแหน่งที่วาง ควรจะให้ลำหน้าสุดอยู่บริเวณตรงกลาง เพื่อจะได้ไม่แตกหน่อ ออกไปนอกกระถางเร็วถ้าเอาลำหน้าไว้ริมๆ และบริเวณส่วนโคนไม่ควรจมลงไปในกาบมะพร้าว ควรจะวางให้ห่างซักเล็กน้อย หรือวางทับลงไป
สำหรับกระถางดินเผาที่เหมาะใช้กับวัสดุปลูกเป็นพวกถ่าน เศษอิฐ หรือเครื่องปลูกผสมอื่นๆ นำกระถางมาเตรียมใส่ลวดแขวนให้เรียบร้อย จากนั้นให้เอากาบมะพร้าวสับรองก้นกระถางซัก 0.5-1 นิ้ว เพื่อเพิ่มความชื้น แต่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง หรือฝนตกบ่อย อย่างภาคเหนือ และใต้ ไม่จำเป็นต้องใช้กาบมะพร้าวสับก็ได้ จากนั้นก็นำถ่านขนาดพอเหมาะ(เส้นถ่านศูนย์กลาง 1 นิ้วขึ้นไป) ใส่ๆลงไปในกระถาง โดยเหลือพื้นที่ไว้ซัก 0.5 หรือ 1 นิ้วบริเวณขอบกระถาง จากนั้นก็วางตำแหน่งลำหน้าให้ดี คือให้อยู่บริเวณตรงกลางกระถาง และใช้ลวดยึดลำกล้วยไม้ไว้กับลวดแขวน ส่วนบริเวณโคนลำสามารถวางติดกับวัสดุปลูกได้เลย

ข้อแนะนำ
- กล้วยไม้ที่พึ่งผ่านำมาปลูก ไม่ต้องใจร้อนรีบนำมาปลูกลงกระถาง ให้ทำตามวิธีข้อควรระวังในหมวดการตัดแยกลำหน้า และหลัง



Create Date : 16 ตุลาคม 2548
Last Update : 18 ตุลาคม 2548 18:02:02 น. 8 comments
Counter : 2275 Pageviews.

 
เข้ามาอ่านแล้วได้รายละเอียดมากๆ ก็เข้าไปดูprofile ก็ขออวยพร happy birthday ย้อนหลังด้วยนะครับ


โดย: JR IP: 58.8.185.7 วันที่: 16 ตุลาคม 2548 เวลา:10:36:04 น.  

 
ขอบคุณครับสำหรับมื่อใหม่อย่างผม


โดย: ผู้หลงใหล_2529 IP: 202.44.8.98 วันที่: 16 ตุลาคม 2548 เวลา:11:15:37 น.  

 
ความรู้เพียบเลยยยยยยยย


โดย: ต้น/otonil IP: 202.5.82.82 วันที่: 6 มีนาคม 2549 เวลา:23:03:11 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้


โดย: pui IP: 58.147.72.218 วันที่: 17 เมษายน 2549 เวลา:1:03:00 น.  

 
ขอบคุณมากที่ให้ความรู้ละเอียดดีมาก แต่ยังงงที่คนเขาเรียกกันว่า ไม้ 2 หน้า ไม้ 3 หน้า เป็นอย่างไรคะ


โดย: น้อย สุวรรณมณี IP: 203.113.39.12 วันที่: 20 ตุลาคม 2550 เวลา:13:36:38 น.  

 
นี่เป็นการปลูกไม้แบ่งลำหรือเปล่าค
รับ?


โดย: คิลล์ IP: 202.91.18.206 วันที่: 7 กันยายน 2551 เวลา:21:36:48 น.  

 
ต้องผึ่งแคทลียาใว้นานแค่ใหนครั้บ


โดย: คิลล์ IP: 203.170.228.168 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:12:34:46 น.  

 
รบกวนขอความรู้หน่อยครั้บ


โดย: คิลล์ IP: 203.170.228.168 วันที่: 1 ตุลาคม 2551 เวลา:12:38:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Darth Zomo
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Darth Zomo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.