creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
Tsume Puzzles for Japanese Chess



มีเหตุผลหลัก 2 ข้อที่ผมซื้อหนังสือเล่มนี้ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงสามารถพูดได้ไม่อายตัวว่า เล่นหมากรุกญี่ปุ่นไม่เป็น รู้ว่าเดินยังไงนะครับ รู้แค่กฎ เหตุผลแรกคือ ชอบ puzzle เหตุผลที่สองคือ ชอบหมากรุก ข้อนี้ ในความหมายที่เป็น concept รวมของเกมกลยุทธ์บนกระดานสำหรับผู้เล่นสองฝ่ายที่ฝ่ายหนึ่งมีจุดหมายจ้องเอาชนะอีกฝ่าย ถ้าเทียบกับหมากรุกฝรั่ง Tsume puzzle ก็เหมือน mate puzzle หรือ chess puzzle หรือหมากกลของหมากรุกไทย ภารกิจคือหาทางฆ่าคิงของฝ่ายตรงข้ามภายในจำนวนทีที่กำหนด (หรือภายในจำนวนทีที่น้อยที่สุด) มีข้อแตกต่างจากหมากรุกฝรั่ง/ไทยเด่น ๆ อยู่ 4-5 จุด (1) วิธีการบอกจำนวนที ถ้าเป็นฝรั่งจะบอก mate in x หรือไทยบอก x-1 ทีหนี x ทีไล่ ทั้งคู่เหมือนกันคือเราเดินได้ x ทีและทีที่ x จะต้องรุกจน ส่วน tsume shogi จะบอกจำนวนทีโดยนับรวมกันทั้งสองฝ่าย solution in x move(s) เมื่อ x เป็นจำนวนคี่จึงหมายถึง เราเดิน (x+1)/2 ที คู่ต่อสู้เดิน (x-1)/2 ที (2) คู่ต่อสู้จะเดินในแบบที่บังคับให้เราทิ้งตัวหมากในมือทั้งหมดเสมอ (3) ทุกครั้งที่เราเดิน ต้องรุก (4) คู่ต่อสู้จะไม่เดินตาป้องกันที่ไร้ประโยชน์ หมายถึง ตาป้องกันที่ทำหน้าทีได้เพียงแค่ยืดอายุของคิง แบบนี้ญี่ปุ่นมองว่าไร้ประโยชน์ แต่ฝรั่งกับไทยนับว่าเดินได้ (5) ไม่มีคิงของฝ่ายเราอยู่บนกระดาน และนอกจากคิงของเราแล้ว ถือว่าคู่ต่อสู้มีหมากที่เหลือนอกกระดานทั้งหมดอยู่ในมือ

โจทย์ในหนังสือมีประมาณ 200 ข้อ ตั้งแต่เดิน 1 ทีไปจนถึง 13 ที ตั้งแต่มองดูโจทย์ก็รู้คำตอบไปจนถึงต้องตั้งใจคิด สนุกดีครับ

ขอถือโอกาสนี้พูดประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับหมากรุกญี่ปุ่นสัก 2 เรื่อง (1) ถ้าคุณพอรู้กฎมาบ้าง คงรู้ว่าตัวหมากบนกระดานไม่มีการตายจริง หมากถูกคู่ต่อสู้กินแล้วจะแปรพักตร์เป็นของคู่ต่อสู้ ซึ่งสามารถจะกลับมาในสนามรบได้อีก หากคู่ต่อสู้เลือกที่จะวาง (parachuting) ทำให้ average number of possible moves (B) ของหมากรุกญี่ปุ่นสูงกว่าหมากรุกอื่น ๆ ในเลกเชอร์ของอิอิดะเซนเซ แกแสดงตัวอย่างว่า B ของหมากรุกฝรั่งกับหมากรุกจีนเท่ากับ 35 38 ตามลำดับ (หมากรุกไทย มีใครเคยคิดตัวเลขไว้บ้างไหม?) ขณะที่ B ของหมากรุกญี่ปุ่นเท่ากับ 80 แต่การที่มีทางเลือกมากอย่างเดียวไม่ใช่ปัจจัยที่ทำให้เกมสนุก มันอาจจะทำให้เกมยากมากขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น แต่ไม่สนุกก็เป็นได้ ใน game refinement theory ของอิอิดะเซนเซยังพูดถึงพารามิเตอร์ที่สำคัญอีกตัวหนึ่งคือ D หรือความยาวเฉลี่ยของเกม แกว่า D ของหมากรุกฝรั่งกับจีนเท่ากับ 80 85 ตามลำดับ ส่วน D ของญี่ปุ่นคือ 115 เรามีตัวเลขหนึ่งที่ชวนทึ่งเอาการเมื่อมองแวบแรกคือ [sqrt(B)]/D ถ้าคุณจิ้มเครื่องคิดเลขตาม จะได้ค่านี้ของฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น เท่ากับ 0.074 0.073 0.078 ตามลำดับ ดูเกมอื่นบ้าง ค่า [sqrt(B)]/D ของหมากล้อมประมาณ 0.076, หมากฮอสต่ำกว่า 0.05, โอเทโล่ประมาณ 0.05, โอ-เอ็กซ์กับโกโมกุมากกว่า 0.2 ทำให้อาจารย์แกเชื่อว่าเกมในกลุ่มกลยุทธ์บนกระดานกลุ่มนี้จะมีค่า [sqrt(B)]/D ประมาณ 0.075 ผมจำได้เคยอ่านเปเปอร์หนึ่งของแกที่วิเคราะห์เชสสมัยโบราณที่กติกาปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามลำดับเวลา ทฤษฎีของแกคือ กติกาจะปรับเปลี่ยนไปในแบบที่ทำให้ค่า [sqrt(B)]/D ของเกมเข้าสู่ 0.075, น่าสนใจมั้ยฮะ

(2) ความคิดเรื่อง fairness ของเกม อันนี้เมื่อคิดถึงในบริบทของความน่าจะเป็น เรานิยาม fair game คือเกมที่โอกาสแพ้เท่ากับโอกาสชนะ โดย common sense เกมกลยุทธ์ที่ผู้เล่นผลัดกันเดินจะเป็น fair game ก็ต่อเมื่อผลเฉลยของเกมคือเสมอ ในกรณีหมากรุกทุกสัญชาติเรายังไม่รู้ผลเฉลยของมัน (ตัวอย่าง เกมโกโมกุเรารู้ผลเฉลยของเกม ผู้เล่นคนแรกมีกลยุทธ์ที่จะเอาชนะผู้เล่นคนที่สองเสมอ, หมากฮอสก็เป็นเกมที่รู้ผลเฉลยแล้วเช่นกัน ถ้าผู้เล่นคือพระเจ้าทั้งสองฝ่าย เกมจะเสมอ) ผมนึกถึงหมากรุกไทยว่าเรามีวิธีทำให้เป็น fair game โดยกฎการนับปลายกระดาน เพราะกฎนี้เพิ่มโอกาสเสมอมากขึ้นโดยเฉลี่ย แต่ parachute ทำให้หมากรุกญี่ปุ่นมีโอกาสเสมอน้อยมากถึงแทบไม่มีเลย เพราะตัวหมากไม่ตายจริง คำถามที่น่าคิดคือ มันรักษา fairness ไว้ได้ยังไง

ป.ล. ต่อจากประโยคแรก ย่อหน้าแรก มีเหตุผลไม่หลักนัก 1 ข้อ ... ทดลองใช้บริการแอมะซอนเจแปน เล่มนี้เป็นหนังสือเล่มแรกที่สั่งจากแอมะซอนเจแปนฮะ :))

ผมให้


Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2557
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2557 19:40:18 น. 0 comments
Counter : 545 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.