creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
แฟนพันธุ์แท้ ไอน์สไตน์



เป็นหนังสือที่เดี๋ยวนี้อาจจะหาในร้านหนังสือยากสักนิด ผมไม่ได้เห็นมาหลายปีแล้วครับนับแต่ที่ได้เห็นในช่วงปีแรก ๆ ของการพิมพ์ ผมได้หนังสือเล่มนี้โดยตรงจากผู้เขียน ดร.บัญชา ธนบุญสมมบัติ พี่แกบอกว่า "จับผิดให้หน่อย" โอ... ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ การอ่านงานที่ผู้เขียนเขียนจากความเข้าใจที่แท้จริง กับงานที่เขียนขึ้นมั่ว ๆ ตามอารมณ์ให้เห็นแพะ-แกะวิ่งวุ่นนั้นต่างกัน ในงานประเภทแรก ถ้าเราจะจับผิดต้อง "ตั้งใจจับผิด" ครับ ส่วนประเภทหลัง หลับตาสักข้าง หรืออ่านบรรทัดเว้นบรรทัดก็ยังมองเห็นที่ผิด ส่วนเนื้อหาวิชาการด้วยสติปัญญาที่ผมมีขอสารภาพว่าจับผิดอะไรไม่ได้เลย แต่ในส่วนของงานพิมพ์ ตกสระ ลืมวงเล็บ อะไรพวกนี้ถ้า "ตั้งใจกันจริง ๆ" ก็ต้องจับได้บ้าง (แทบทุกเล่ม) กับอีกส่วนซึ่งมันไม่ใช่จุดผิดอะไร แต่ถ้าเราจะยกขึ้นมาให้มีมันก็มี มีแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ แทบไม่ต้องใส่ใจ และมักพบบ่อยในงานวิชาการด้านนี้ที่เป็นภาษาไทย คือ "การออกเสียงชื่อ" ชาวต่างชาติครับ มีแอบทึ่งที่ ดร.บัญชา เรียกชื่อ David Hilbert ทั้งเสียงด้วยภาษาเยอรมัน คือ ดาฟิด ฮิลแบร์ท กับเรียกตามนิยมอังกฤษ-อเมริกัน เดวิด ฮิลเบิร์ต แต่ก็มีบางชื่อที่ออกเสียงยากจริง ๆ อย่าง Göttingen เมืองเกิตทิงเง่น หรือ Rügen (เกาะ) รือเก้น (เสียงสระที่มีอุมเล้าท์ในภาษาเยอรมันเป็นการห่อลิ้นดึงคางลงมาทำปากกลมแล้วเปร่งเสียงสระเดิม จาก โอ (o) กลายเป็น เออ (ö) หรือจาก อู (u) กลายเป็น อือ (ü) แม้แต่เออกับอือนี่ก็ไม่ถูก แต่เป็นสระที่ใกล้ที่สุดสำหรับภาษาไทยแล้วล่ะ) ซึ่งเข้าใจว่าสะกดตามอย่างเสียงภาษาอังกฤษหรือความนิยมในภาษาไทยไป (คนไทยหรือฝรั่งที่ไม่ใช้ภาษาเยอรมันเรียก เบอร์ลิน แต่คนเยอรมันเรียก แบร์ลีน, Berlin) - นี่แสดงให้เห็นว่าผมจับผิดอะไรไม่ได้เลยจนต้องมาตั้งแง่ทางภาษาแทน (ฮา :P )

เนื้อหาที่ ดร.บัญชา ลำดับผ่านการสนทนาใฝ่รู้ของเด็ก ๆ อย่างนิดกับหน่อย (ที่ทำให้ผู้ใหญ่บางคนซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้รู้ต้องหันกลับไปพิจารณาความรู้ของตัวเองกันใหม่) โดยมีพี่คนเก่งแสนดีคือพี่เอกคอยชี้นำ พาผู้อ่านสำรวจความคิดที่ยิ่งใหญ่ความคิดหนึ่ง เป็นความคิดพลิกโลกของไอน์สไตน์ ผมมั่นใจว่าเด็กไทยสมัยนี้ทุกคนรู้จักชื่อไอน์สไตน์ แต่มีที่รู้จริง ๆ ว่าไอน์สไตน์ทำอะไร คิดอะไร คิดอย่างไรนั้นน้อย ส่วนหนึ่งอาจเพราะเราไม่มีหนังสือดี ๆ ที่ถูกต้อง หนังสือเกี่ยวกับไอน์สไตน์ที่ว่าดีของคนไทยเขียนในสไตล์ popular science นี่ผมนับได้ 3 คน ดร.บัญชา (เล่มนี้แหละ) ดร.ไพรัช (หลุมดำ) กับ ดร.ชัยวัฒน์ (ไอน์สไตน์ ผู้พลิกจักรวาล) น่าเสียดายว่ากลายเป็นหนังสือหายากทั้งหมดเลยนะเนี่ย เล่มที่โดดเด่นที่สุดในแง่การนำเสนอคือ แฟนพันธุ์แท้ ไอน์สไตน์ ไม่ใช่เพียงการเล่าเรื่องนะครับ แต่ผมกล้าพูดว่าเป็นเล่มเดียวที่นำเสนอโดยยึดแก่นของสมการ!

ในความเป็นจริงคือแทบไม่มีหนังสือป๊อปไซน์เล่มไหนในบ้านเรา (แม้แต่ที่เลือกแปล ๆ ขาย ๆ กัน) พูดถึงไอน์สไตน์แล้วเอาสมการสนามของไอน์สไตน์มาแสดง (สมการเทนเซอร์) เอาผลเฉลยของชวาร์ทส์ชิลด์มาแสดง แล้ววิเคราะห์ผลเฉลย แค่ฟังชื่อก็ดูเหมือนสยอง แต่การอธิบายที่จับเฉพาะจุดใจความสำคัญและความหมายของสมการ นำไปสู่การตีความนั้นเป็นสิ่งที่เข้าใจกันได้ นิดกับหน่อยยังเข้าใจเลย โดยไม่ต้องอาศัยพื้นฐานคณิตศาสตร์มากนัก (เราไม่ได้มานั่งพิสูจน์กัน) จุดเด่นซึ่งถือเป็นข้อดีอย่างยิ่งคือ สมการ หรือ ภาษาคณิตศาสตร์ เป็นการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่รัดกุม ความรัดกุมนี้เองจะขจัดความคลุมเครือและผิดเพี้ยนที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้อ่าน ในขณะเดียวกัน สมการก็จะบอกข้อจำกัดต่าง ๆ ของตัวมันเองว่าสามารถอธิบายตีความได้มากน้อยแค่ไหน จุดนี้ผมชอบมากครับ และเชื่อว่าถ้ามีเด็ก ๆ คนไหนอ่าน และพยายามเป็นมิตรกับมัน (ต้องยอมรับว่ามีเด็ก ๆ ส่วนหนึ่งเห็นสมการคณิตศาสตร์ที่ยุ่งเหยิงแล้วกรี๊ดลั่นกว่าเห็นมาริโอจูบพิชญ์) จะพบความงามและความเข้าใจที่ไม่หลงทาง

จริง ๆ จะหยุดที่ย่อหน้าตะกี้แล้ว แต่ไหน ๆ ก็ขออีกนิด อันนี้เป็นเหตุการณ์วันแรกที่ได้รับหนังสือ ผมพลิกไปหน้าที่อธิบายมวลทันที (กะจะจับผิดเต็มที่) เพราะการตีความสัมพัทธภาพของมวลเป็นอะไรที่ชวนไขว้เขวที่สุด ใครที่เคยอ่านบทความ The Concept of Mass ของ Lev B. Okun ในฟิสิกส์ทูเดย์ มิถุนายน 1989 จะเห็นข้อโต้แย้งที่เผ็ดร้อนซึ่งเชียร์ให้นักฟิสิกส์เลิกใช้คำว่า "rest mass" แต่ให้ใช้ "mass" แทน เพราะ "relativistic mass" เป็น other mass concept ที่ไอน์สไตน์เองก็ออกมาบอกว่าไม่รู้มันคืออะไรกันแน่ (แต่ถ้าว่ากันจริง ๆ mass คืออะไรกันแน่ก็ยังไม่มีใครรู้ครับ เรารู้แค่สมบัติกับฤทธิ์ของมัน) บทความนั้นอ้างอิงจดหมายจาก Einstein ถึง Lincoln Barnett ปี 1948 พอได้อ่านตัวดำ ๆ เน้น ๆ ที่ ดร.บัญชา บอกว่า มวลก็คือมวล เป็นปริมาณที่ไม่แปรเปลี่ยน (ไม่เพิ่มไม่ลดตามอัตราเร็ว) ก็เชื่อมั่นแล้วว่าเล่มนี้ของพี่แกแน่จริง

เชียร์ให้พิมพ์ซ้ำ (รวมถึงเล่มของ อ.ไพรัช กับ อ.ชัยวัฒน์) หนังสือดี ๆ แบบนี้ไม่ควรสูญหายไปจากร้านหนังสือครับ

ผมให้


Create Date : 18 สิงหาคม 2551
Last Update : 13 กันยายน 2552 3:14:07 น. 8 comments
Counter : 978 Pageviews.

 
จำได้ว่าเพิ่งเคยเห็นในร้านเมื่อไม่เกินสองเดือนมานี้นะคะ แต่ไม่คิดจะหยิบมาดูเลย เพราะคำว่าแฟนพันธุ์แท้นี่แหละ รู้สึกต่อต้านไงไม่รุ

คุณศลอ่านหนังสือเด็กเล่มที่ลุงฮอว์กิ้งเขียนกับลูกสาวยังคะ เป็นไงมั่ง


โดย: ลูกสาวโมโจโจโจ้ (the grinning cheshire cat ) วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:19:43:49 น.  

 
ผมก็ต่อต้านคำว่า แฟนพันแท้ ครับ..
เพราะมันเป็นแค่ ธุรกิจล้วนๆ
ไม่ใช่ ผู้รู้ อย่างแท้จริง..


โดย: บัวงามดี วันที่: 18 สิงหาคม 2551 เวลา:19:57:39 น.  

 
ถ้าวิเคราะห์เฉพาะศัพท์คำว่า "แฟนพันธุ์แท้" อย่างที่คุณบัวงามดี ต่อต้าน
ผมก็ไม่เห็นประเด็นอะไรจะเกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือ
เพราะหนังสือเล่มนี้เขียนโดยผู้รู้
(ถ้าจะค้านว่าไม่ใช่ผู้รู้จริง คงต้องให้อ่านแล้วยกประเด็นมาถกกันเป็นเรื่อง ๆ ไป ^_^)

หรือในอีกมุมหนึ่ง

a rose by any other name would smell as sweet

อย่าไปสนใจชื่อให้มากกว่าเนื้อหา

ส่วนในแง่ที่จากรายการโทรศัพท์ "แฟนพันธุ์แท้"
ผมก็เห็นว่าชื่อรายการกับรูปแบบรายการ ตรงกันดี
เพราะกลุ่มแฟน ๆ เล่นเกมในเรื่องที่เขาเป็น "แฟน"
ในแง่นั้น ผู้เล่นแค่อ้างตัวว่าเป็นแฟนในเรื่องเฉพาะเรื่องหนึ่ง ๆ
เราอยากเป็นแฟนกับอะไร ขอแค่เริ่มต้นสนใจอันนั้น
อย่าเพิ่งพูดถึง "ภาวะผู้รู้ที่แท้จริง" อะไรนั่นเลยครับ



==============
คุณ ลูกสาวโมโจโจโจ้

ถ้าหมายถึง George's Secret Key to the Universe เคยอ่านนานมากแล้วครับ ก่อนจะเห็นฉบับที่แปลเป็นไทย ผมไม่ประทับใจเรื่องนี้ เพราะเป็นนิทานเด็กมากเกินไป ขายชื่อฮอว์คิงเสียมากกว่า เพราะส่วนที่ฮอว์คิงเขียนเป็นแค่กรอบสารคดีเล็ก ๆ แทรกอยู่ในเล่มเท่านั้นเองมั้งครับ




โดย: ศล วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:0:01:57 น.  

 
^
^
รายการโทรทัศน์ค่ะ ไม่ใช่รายการโทรศัพท์


น่าสนใจนะ เราอ่านอะไรอย่างนี้ได้หละ ถ้าเขียนให้อ่านไม่ยากเกินไป

แต่ถ้าหนังสือหายากนี่..แล้วจะไปหาที่ไหนมาอ่านหว่า ต้องรอพิมพ์ใหม่อย่างเดียวเลยกระมังนี่


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:8:17:37 น.  

 
555 + จริงด้วย


โดย: ศล วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:10:11:27 น.  

 
เห็นที่ซีเอ็ดค่ะ ตอนนี้ในเว็บก็ยังมีขายอยู่นะ สั่งทางเว็บแล้วให้ส่งมาที่ร้านใกล้บ้าน ลด 10% ไม่ต้องเสียค่าส่งด้วย (แล้วจะเสียเงินต่อบัตรสมาชิกทุกปีทำไมเนี่ย)


โดย: the grinning cheshire cat วันที่: 19 สิงหาคม 2551 เวลา:14:35:19 น.  

 
เห็นมานานแล้ว แต่ไม่คิดจะอ่าน

ในฐานะที่ร่ำเรียนฟิสิกส์บริสุทธิ์มา

ให้ตายเถอะ .. ผ้ม ยังไม่เคยเจอหนังสือเล่มไหน เขียน ควอนตัม หรือ สัมพัทธภาพ ให้คนทั่วไปอ่านง่ายๆ และที่สำคัญ อ่านสนุก ซักเล่ม

เล่มนี้ก็เหมือนกัน

แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ... ดีครับ สนับ สนุน


โดย: oscilated วันที่: 22 สิงหาคม 2551 เวลา:18:26:14 น.  

 
งง การให้เหตุผลนิดหน่อย

เห็นมานาน... ไม่คิดจะอ่าน... แต่สรุปว่า... เล่มนี้ก็เหมือนกัน!... แล้วก็สนับสนุน!!

อืมมม...


โดย: ศล วันที่: 22 สิงหาคม 2551 เวลา:23:01:36 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.