creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
Wired for Intimacy



ผมตั้งความหวังกับหนังสือเล่มนี้ผิดทิศทางไปหน่อยครับ เพราะจากชื่อหนังสือ ชื่อรอง how pornography hijacks the male brain คำนิยม ซึ่งโปรยคำเน้นย้ำอย่าง scientifically, scientific foundation รวมถึงโปรไฟล์ของผู้เขียนที่บอกว่าตัวเองเป็นโปรเฟสเซอร์จิตวิทยา เป็นนักประสาทวิทยาศาสตร์ ปัจจัยเหล่านี้รวมกัน อ้อ ยังมีเรต 4 ดาวจากแอมะซอน.คอม ทำให้เราคาดหวังว่ามันจะเป็นหนังสือ pop science ที่อธิบายว่าทำไมคนเรา (หรือถ้าว่าตามปกหนังสือ ก็อย่างน้อย ผู้ชาย) ถึงได้กระหายใคร่เสพภาพโป๊ ภาพโป๊สามารถปล้นหรือเข้าควบคุมสมองของผู้ชายได้อย่างไรในเชิงวิทยาศาสตร์ นั่นว่ากันตามชื่อรองและคำนิยมนะ แต่ตรงกันข้ามฮะ นอกจากหนังสือจะเทศนาถึงอำนาจชั่วร้ายของภาพโป๊ต่าง ๆ นานา อาทิ ลดทอนความเป็นคน ทำลายความสัมพันธ์กับสิ่งดีงามรอบตัว ทำลายจุดประสงค์ที่พระเจ้าสร้างเราขึ้นมา ฯลฯ กับการให้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับฟังก์ชั่นของสมองและฮอร์โมนที่ส่งผลกระทบต่อเรื่องเพศ และสถานะทางเพศแล้ว มันไม่ได้ตอบคำถามที่มันสร้างความคาดหวังเริ่มแรกแก่ผู้อ่านเลย ข้อความโจมตีถึงความชั่วร้ายของภาพโป๊ก็ขาดหลักฐานรองรับ และข้อแก้ตัวของการขาดหลักฐานก็ฟังไม่ขึ้น ช่วงแรก ๆ บ่นถึงความยุ่งยากในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับภาพโป๊ เพราะส่วนใหญ่เราวัดได้แค่ correlation ของตัวแปร ไม่ได้บอกทิศทางของเหตุและผล โดยทั่วไป เราก็น่าจะใช้ข้อมูลอะไรบางอย่างนั้น หรือความสัมพันธ์อันนั้นเป็นตัวตั้งต้นของทฤษฎีได้ใช่มั้ยครับ แต่นี่สิ่งที่ถูกใช้ตั้งต้นคือข้อความจากพันธะสัญญา และหลักฐานสนับสนุนหรือส่วนต่อเติมที่ตามมา แกใช้ข้อความกล่าวอ้างของ นักเรียนหญิงบางคนในคลาส เพื่อนสมัยเด็กบางคน หรือคนที่เคยพูดคุยกัน ว่าภาพโป๊ทำให้เกิดอย่างโน้นอย่างนี้ เป็นต้น

โดยตรรกะแล้ว วิธีอ้างเหตุผลของหนังสือเล่มนี้เป็น fallacy เพราะใช้ตัวอย่างบางตัวอย่างในการพิสูจน์ทฤษฎี อยู่ในทำนองเดียวกับ กินข้าวไม่ดี! ทำไมไม่ดี เพราะเพื่อนของฉันบางคนกินข้าวมากจนอ้วน อ้วนแล้วเป็นโรคสารพัด หนึ่งในนั้นคือไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันสูง สุดท้ายเส้นเลือดแตกในสมองตาย เพราะฉะนั้น กินข้าวไม่ดี โครงสร้างคำอธิบายของหนังสือไม่ผิดไปจากตัวอย่างนี้ ดูภาพโป๊ไม่ดี ทำไมไม่ดี เพราะเพื่อนของฉันที่ชื่อแม็กซ์สมัยเด็กเคยซ่อนหนังสือโป๊ไว้ในบ้าน เขาติดมันมาก เขากระสับกระส่ายตลอดเวลา และเมื่อวันหนึ่งเขากลับมาแล้วพบว่าหนังสือโป๊ที่ซ่อนไว้หายไป แม่ต้องเห็นมันและเอามันไปทิ้งแน่ ๆ เขากลัวและสับสนสุดขีด ฉะนั้นการดูภาพโป๊กับความกลัวสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและส่งผลเชิงลบต่อบุคคลกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น พูดง่าย ๆ คือ ผู้เขียนไม่ยอมแยกระหว่าง "การบริโภค" กับ "การบริโภคมากเกินไป" แล้วใช้โวหารเอาข้อเสียของการบริโภคมากเกินไปไปยัดใส่เป็นข้อเสียของการบริโภค

หนังสือเล่มนี้ ถ้าคุณตั้งทิศทางว่าเป็นหนังสือคริสเตียน ไม่ใช่หนังสือวิทยาศาสตร์ คุณอาจจะชอบ ทุกประเด็นสัมพันธ์กับพระเจ้า "พระเจ้าเรียกร้องให้เราทุกคนมีความบริสุทธ์ในเรื่องเพศ แต่ถ้าจะมีความสัมพันธ์ทางเพศ พื้นที่เดียวที่ทรงอนุญาตคือในพื้นที่ของการแต่งงานระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง" (หน้า 167) และเป็นการแต่งงานภายใต้สายตาของพระองค์ด้วยนะ (หน้า 52) ผู้เขียนไม่พูดถึงเซ็กส์ของเพศเดียวกัน การดูภาพโป๊ของเพศเดียวเลย เซ็กส์กับคนที่ไม่มีชีวิต กับสัตว์ที่ไม่ใช่คน และกับสิ่งของที่ไม่ใช่สัตว์ ไม่อยู่ในโดเมนของหนังสือ ภาพโป๊ของแกจึงเป็นเซ็ตย่อยของภาพเปลือยหรือภาพแสดงการร่วมเพศของผู้หญิง "ภาพโป๊กับการชักว่าวเป็นเชื้อของบาปที่กระทำต่อตน" (หน้า 58) ถ้าการชักว่าวเป็นบาป เป็นการลบหลู่พระเจ้า (ขออภัย ผมไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจลบหลู่นะฮะ แต่ชักว่าวทุกครั้งนะ ตั้งใจ :P) และขณะเดียวกัน แกก็ยอมรับถึงการปลดปล่อยทางเพศในเชิงชีววิทยา แน่นอน ผู้เขียนยอมรับบางหลักการของชีววิทยา แต่ไม่ยอมรับวิวัฒนาการ ทางออกร่วมกันของบาปกับการปลดปล่อยเชิงชีววิทยาก็คือฝันเปียก พระเจ้าสร้างฝันเปียกมาเป็นช่องทางปลดปล่อยทางเพศของผู้ชาย (หน้า 172) [1]

อีกตัวอย่างที่น่าสนใจที่ผู้เขียนแสดงออกถึงการผสมความคิดทั้งทางฝั่งคริสเตียนและวิทยาศาสตร์ คือจุดที่ความสำส่อน (promiscuity) ปะทะกับระบบผัวเดียวเมียเดียว (monogamous relationship) ในหน้า 162 ดูเหมือนแกจะยอมรับทฤษฎีที่ว่าผู้ชายมีแรงขับดันให้ฉีดสเปิร์มใส่ช่องคลอดผู้หญิงให้มากคนที่สุดเท่าที่จะทำได้ สำส่อนนะฮะ คำตอบของแกในเรื่องนี้คือ ตัวอย่าง (เพียง 1 ตัวอย่าง, สอดคล้องกับโครงสร้างตรรกะของหนังสือทั้งเล่ม) ความสัมพันธ์ระหว่างแกกับเมียที่แกยืนยันว่าเป็นแบบสำส่อนภายใต้ความสัมพันธ์แบบผัวเดียวเมียเดียว (Our relationship is like promiscuity within a monogamous relationship. หน้า 163) เหตุผลคือ เมียของแกเป็นผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงไปทุกครั้ง หรือพูดอีกอย่างว่า เพราะแกพบความเปลี่ยนแปลงใหม่ทุกครั้งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงคนนี้ (กรณีนี้แปลว่า จริง ๆ แล้วเมียแกอาจจะไม่เปลี่ยนแปลงแบบสัมบูรณ์) นั่นทำให้ ทุกครั้งที่พวกเขาร่วมรักกัน เธอในสายตาของเขาจึงประหนึ่งมิใช่ผู้หญิงคนเดิม เป็นผู้หญิงคนใหม่อยู่ตลอดเวลา ... คุณว่าข้อโต้แย้งนี้ sound หรือไม่ sound ก็ลองคิดดูฮะ

สรุป ไม่ใช่หนังสือวิทยาศาสตร์ แต่เป็นหนังสือคริสเตียน ที่เหมาะกับคนที่รู้สึกเสียดายที่พลาดหลวงพ่อเทศน์ในโบสถ์ แล้วทราบจากเพื่อนภายหลังว่า วันนั้นท่านเทศน์เรื่องบาปของการดูภาพโป๊กับการชักว่าว และอยากอ่านอะไรชดเชย เล่มนี้เป็นคำตอบที่ใช่เลยครับ สำหรับโฆษณาเกินจริงในแง่ความเป็นวิทยาศาสตร์ ผมเจอข้อความในหนังสือที่ใช้บรรยายตัวมันเองได้ดีเยี่ยมประโยคหนึ่ง "Throw in a reference to the brain or genetics and you have a rhetorical slam dunk regardless of what the topic is."

ผมให้


Create Date : 13 มกราคม 2557
Last Update : 13 มกราคม 2557 8:42:08 น. 1 comments
Counter : 587 Pageviews.

 
หน้าปกกับเนื้อหา ไปคนละทางกันเลยสินะ
"อย่าตัดสินหนังสือโดยดูแค่ปก" ใช้ได้กับเล่มนี้จริงๆ เพียงแต่เป็นคำนิยามในเชิงลบ


โดย: Boyne Byron วันที่: 13 มกราคม 2557 เวลา:18:44:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.