creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
The Invisible Gorilla



เขียนโดยโปรเฟสเซอร์จิตวิทยา 2 คน Christopher Chabris กับ Daniel Simons ทั้งคู่ได้รับรางวัล Ig Nobel ปี 2004 จากการทดลองที่แสดงให้เห็นว่า 'เมื่อคนเรามุ่งความสนใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก มันจะทำให้เรามองข้ามสิ่งอื่นไปได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งสุภาพสตรีในชุดลิงกอริลลา' การทดลองเป็นแบบนี้ครับ เขาให้ผู้เข้ารับการทดลองดูวีดีโอที่มีนักศึกษาชุดดำกับนักศึกษาชุดขาวส่งลูกบาสเกตบอลให้ในกลุ่มสีเดียวกัน ภารกิจคือนับว่าในกลุ่มนักศึกษาชุดขาวนั้น มีการส่งต่อบอลทั้งหมดกี่ที โดยระว่างดูวีดีโอ จะมีตัวละครอีกตัวหนึ่งคือผู้หญิงสวมชุดกอริลลาเดินออกมายืนทุบอกกลางจอ และเดินหลบฉากออกไปอย่างสง่าผ่าเผย มิได้หลบ ๆ ซ่อน ๆ แต่ประการใด หลังวีดีโอจบ ผู้ที่ทดลองจะถูกถามว่านับการส่งต่อลูกบอลได้กี่ที ซึ่งส่วนใหญ่ตอบถูกต้องนะครับ แล้วคำถามต่อมาคือ คุณเห็นอะไรผิดสังเกตมั้ย เห็นกอริลลามั้ย ปรากฎว่าประมาณ 50% ไม่เห็นกอริลลา และเชื่อว่าถ้ามีกอริลลาจริง ตัวเองต้องมองเห็นแน่นอน จนต้องเอาวีดีโอมาฉายให้ดูซ้ำนั่นแหละครับถึงจะยอมรับว่ามีกอริลลาจริง และประหลาดใจว่าตัวเองมองไม่เห็นได้อย่างไร การทดลองนี้ได้รับการทำซ้ำหลายรอบ หลายแบบ หลายคณะวิจัย ได้ผลลัพธ์อย่างเดียวกัน คือคนประมาณครึ่งหนึ่งจะมองไม่เห็นกอริลลา และคนที่มองเห็นก็ไม่อยากเชื่อว่าคนที่มองไม่เห็นจะมองไม่เห็นจริง ๆ (อาจคิด 'ขนาดฉันยังเห็น เธอก็ต้องเห็นสิ เป็นใครก็ต้องเห็น ชัดเจนขนาดนั้น ถ้าเธอบอกว่าเธอไม่เห็น งั้นเธอโกหก' - ซึ่งเหตุการณ์จริงที่ถอดแบบมาจากความคิดแบบนี้เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นกับนายตำรวจในเรื่องเล่าเรื่องแรกของหนังสือ) คำอธิบายเกี่ยวกับ invisible gorilla เป็นเนื้อหาในบทแรก เป็นตัวอย่างของ illusion of attention ที่แสดงให้เห็นว่าคนเรามี inattentional blindness บทที่เหลือของหนังสือ นำเสนอ illusion ต่าง ๆ ที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น illusion of memory ในบทที่ 2 ความทรงจำของเราไม่เหมือนกับสิ่งที่เราพบเห็นจริง เราเชื่อว่าเราจำได้ในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเรา โดยเฉพาะความทรงจำที่กระจ่างชัดในทุกรายละเอียด ก็มีการศึกษาแสดงให้เห็นว่าไม่มีความสัมพันธ์กับความเป็นจริง กล่าวคือเราจำได้จริง แต่สิ่งที่เราเก็บไว้ว่าเป็นความทรงจำนั้นอาจจะไม่จริง คนเรามี change blindness (และ change blindness blindness), บทที่ 3 พูดถึง illusion of confidence ที่ทำให้เรามีแนวโน้มตัดสินความสามารถของคนอื่นจาก confidence ที่เขาแสดงออกมา เช่น เราเชื่อถือหมอที่มีความมั่นใจมากกว่า หมอที่ต้องพลิกตำราเวลาวินิจฉัยโรค ทั้ง ๆ ที่การศึกษาหลายชิ้นพบว่า confidence ไม่ได้สะท้อน ability (บทที่ 3 นี้มีชื่อบทว่า what smart chess players and stupid criminals have in common นั่นก็คือ ความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองที่สูงกว่าความสามารถจริงของตัวเองครับ), บทที่ 4 illusion of knowledge เราคิดว่าเรารู้มากกว่าที่เรารู้จริง ๆ ทำให้การประเมินประมาณและทำนายต่าง ๆ ในระบบซับซ้อน แม้โดยผู้เชี่ยวชาญในสาขาก็ผิดไปจากความจริงมาก บทนี้ยกกฎของ Hofstadter มาเป็นตัวอย่างด้วยครับ "It always takes longer than you expect, even when you take into account Hofstadter's Law." (กฏเป็น self reference ซะด้วย), บทที่ 5 พูดถึง illusion of cause ว่าสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันไม่ได้แปลว่าเป็นเหตุเป็นผลกัน ตัวอย่างเช่นการรายงานการศึกษาของ Dr. David Weeks ที่ BBC รายงานจั่วหัวว่า "Sex Keeps You Young" เนื้อความบอก ยิ่งมีเซ็กส์มากก็ยิ่งทำให้คุณดูอ่อนเยาว์ นั่นคือการศึกษามันบอกความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนครั้งของการมีเซ็กส์กับการดูอ่อนกว่าวัย พบว่าตัวแปรสองตัวนี้มีความสัมพันธ์กัน คนที่มีเซ็กส์มากคือคนที่มีโอกาสดูอ่อนกว่าวัยมาก ตรงนี้ไม่ได้แปลว่า การมีเซ็กส์มาก ทำให้ดูอ่อนกว่าวัยมาก เพราะความสัมพันธ์ดังกล่าวอาจจะมาจากการที่คนที่ดูอ่อนกว่าวัยมีโอกาสมีเซ็กส์มากกว่าก็ได้ illusion ในบทนี้มาจากกระบวนการ selective matching, บทที่ 6 บทนี้พลิกอ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็นรวดเดียวเลยครับ โดนใจมาก illusion of potential ไม่ว่าจะเป็น Mozart effect การฟังเพลงของ mozart ช่วยให้สมองดีขึ้น หรือ subliminal message ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภค หรือ ข้อความที่บอกว่าเราใช้ความสามารถของสมองแค่ 10% หรือ เล่นเชสทำให้เก่งขึ้น ฯลฯ (ดูบางตัวอย่างที่เขียนลงเฟสบุ๊ค ที่นี่) ทั้งหมดนี้ล้วนเป็น illusion of potential ที่เกิดจากการที่คนเราอยากเก่งขึ้น อยากฉลาดขึ้น และเชื่อว่าเราสามารถพัฒนาศักยภาพของสมองด้วยวิธีทางลัดได้ (สมองคนเราสามารถเรียนรู้ได้ พัฒนาได้ครับ แต่ไม่มีทางลัด ถ้าคุณอยากเก่งอะไร ก็ฝึกฝนอันนั้น นักหมากรุกที่สามารถจดจำตำแหน่งหมากบนกระดานได้มากถึง 32 ตำแหน่งจากการดูเพียงแวบเดียว ไม่ได้จำตัวเลขมากกว่า 7 หลักดีกว่าคนปกติทั่วไป) และถึงแม้จะมีงานวิจัยออกมาขัดแย้งกับความเชื่อเหล่านี้ คนส่วนใหญ่ก็พร้อมที่จะโอบกอดความเชื่อดังกล่าวที่ว่ามีศักยภาพซ่อนเร้นอยู่ภายในตัวที่สามารถปลดปล่อยออกมาได้ง่าย ๆ อยู่ดี

หนังสือเขียนโดยยกตัวอย่างเรื่องเล่าจากข่าวประกอบกับงานวิจัยที่มีการอ้างอิงอย่างน่าเชื่อถือ อ่านสนุก และอ่านแล้วทำให้ย้อนกลับมาพิจารณา illusion ที่เกิดกับตัวเองได้ (บ้าง) อ่านจบเล่มนี้รู้สึกว่าฉลาดขึ้น (จากการอ่านที่ช่วยเปิดหูเปิดตา) และโง่ลง (จากการรู้ว่ามันอาจเป็น illusion) ในเวลาเดียวกัน

ผมให้


Create Date : 06 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 6 พฤศจิกายน 2554 12:28:03 น. 1 comments
Counter : 936 Pageviews.

 
น่าสนใจมาคับ..ต้องขออนุญาต copy แล้วไปเปิดในword เพราะลายตามากคับ....แต่ชอบมากคับ


โดย: biocellulose วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:22:11:21 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.