creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
ผูกนิพพานโลกีย์



นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว!

ผูกนิพพานโลกีย์ เป็นตำราโบราณที่ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ คุณอภิลักษณ์ พบเข้าโดยบังเอิญที่วัดไผ่ล้อม จ.ตราด ซึ่งเป็นตำราที่ว่าด้วยกามฉบับชาวบ้านแบบไทย ๆ บันทึกทั้งการดูลักษณะ ชะตาราศีที่เนื่องด้วยกาม เกิดวันเดือนปีนี้ จู๋เล็กจู๋ใหญ่จู๋แบบไหน จิ๋ม แคม ของสตรีเป็นเช่นใด นิสัยใจคออย่างไร (ขอเรียนให้ทราบว่าที่ใช้คำว่าจู๋กับจิ๋ม มิใช่เพราะกระดากในการพิมพ์คำว่าควยหรือหี แต่เพราะจู๋กับจิ๋มมันน่ารักดี ฟังดูเป็นของเด็กไร้เดียงสา อันว่าเหมาะกับภาพลักษณ์ไม่เจนโลกีย์ของผมมากกว่า :P) ซึ่งส่วนนี้ ผู้เขียนเองได้ตั้งข้อสังเกตว่าคล้ายกับตำราตรีภพ (อาจจะเป็นพระราชนิพนธ์ในพระจอมเกล้าฯ) หรือตำรานรลักษณ์พระนางประทุมเทวี นอกจากนี้ยังมีส่วนวิธีการร่วมรัก การเล้าโลม ตามจุดต่าง ๆ เวลาต่าง ๆ ด้วยขั้นตอนที่เห็นภาพชัดซะเกือบจะเสียวตาม "เมื่อจะสมโยคให้กอดประทับเข้าถึง ๒ ที ให้หยิกอก ๓ ที ให้ย่ำยีปาก ๔ ที ให้กอดทั่วสรรพางค์ ๕ ที ให้บิดนม ๖ ที ให้จูบทั่วหน้า ๗ ที ให้เอาลึงค์เกลือกโยนี ๘ ที ให้เอาลึงค์หยอดลงครันถ้วน ๙ ที ท่านทำตามกลมาเถิด"

หนังสือมีส่วนที่เป็นต้นฉบับผูกนิพพานโลกีย์โบราณ มีส่วนปริวรรตที่ทำเป็นภาษาสมัยใหม่ และส่วนวิเคราะห์ อธิบายขยายความ บรรยายภาพเกี่ยวกับเพศศาสตร์ในบริบทสังคมไทยโดยผู้เขียนหนังสือ มีอยู่ 3-4 จุดที่อ่านแล้วผมเห็นต่างจากผู้เขียนหนังสือ (1.) คำว่านิพพานในชื่อ ผู้เขียนว่าเป็นการใช้ในความหมายสวรรค์ หรือดินแดนแห่งความสนุกสนาน (หน้า 40) ซึ่งแน่นอนครับ มันไม่ได้ใช้ในความหมายของพุทธที่แปลว่าดับ หรืออาการเย็นลง มิฉะนั้นมันจะกลายเป็นดับโลกีย์ หรือโลกีย์แห่งความดับก็ว่าไป แต่คำว่านิพพานนอกจากความหมายของคำแล้วยังเป็น symbol ในทางพุทธที่คนส่วนใหญ่รับรู้ว่าเป็น "จุดสุดยอด" หรือ "จุดสูงสุด" หรือ "เป้าหมาย" จึงสะท้อนนัยของเป้าหมายเชิงโลกีย์มากกว่าครับ เพราะวิธีการต่าง ๆ เมื่ออ่านแล้วจะพบว่านิพพานโลกีย์ให้ความสำคัญกับการให้กำเนิดลูกอย่างมาก จะเอากันท่าไหน เวลาไหน กับใครที่มีเต้านมแบบไหนสีอะไร เบ้ซ้าย เบ้ขวา ก็เพื่อให้ได้ลูกที่ดี แถมบางบทจะเอากันนี่ยังต้องบริกรรมคาถา! (2.) ผู้เขียนหนังสือเข้าใจความหมายของนิพพานผิดจากหลักพุทธศาสนา อันนี้ขอท้วงติงเล็กน้อย หน้า 42 "คำว่านิพพานก็เช่นเดียวกัน ในทางพุทธศาสนาถือว่าเป็นมรรคาแห่งความหลุดพ้น" ผิดนะครับ ลองดูในอริยสัจ 4 นิพพานเป็นผล ไม่ใช่เป็นมรรค นิพพานไม่ใช่ทางแห่งความหลุดพ้น ทางแห่งความหลุดพ้นคือสัจจะที่ 4 แต่นิพพานเป็นสัจจะที่ 3 คือนิโรธ หมายถึงสภาวะที่หลุดพ้น (3.) ผมสะดุดใจกับการเขียนว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องที่ควรศึกษาเพื่อก้าวไปสู่ "มาตรฐาน" ที่สังคมยอมรับ (หน้าที่ 22) สิ่งนี้ผมเห็นต่างว่าเพศมันไม่มี "มาตรฐาน" และไม่ควรอย่างยิ่งที่จะก้าวไปสู่ "มาตรฐาน" มีกลิ่นลัทธิอาณานิคมฝั่งแน่นเชียวครับ ขอสะกิดติ่งประเด็นนี้ไว้เท่านี้ (4.) ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่าผูกนี้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์อวัยวะเพศของคนไทย ที่บ่งชี้ถึงการเก็บข้อมูลสถิติ ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยนะ อย่างน้อยก็อ่านแล้วไม่เชื่อ ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรทำให้สรุปแบบนั้นได้เลย มันออกแนวตำราโหราศาสตร์ดาด ๆ และใช้วาทศิลป์เพื่อความสวยงามกับความสนุกสนานในการอ่านมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการทำอย่างนั้น 2 ที อย่างนี้ 3 ที ต่อด้วย 4 ที ฯลฯ อะไรพวกนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเรียงตามความงามของตัวเลขมากกว่า หรือการแบ่งลักษณะของจิ๋มตามตำราที่เอาวันเดือนปีเกิดบวกกันแล้วคูณ 3 ตามจำนวนภพ และหาร 8 ตามจำนวนทิศ (ตำรามันเขียนไว้เองว่าตามจำนวนทิศ) แล้วดูเศษซึ่งจะบอกถึงลักษณะของอวัยวะเพศหญิงและอุปนิสัย ฉะนั้นด้วยคณิตศาสตร์ระบบ mod 8 มันก็มีจำนวนอยู่แค่ 0-7 หมายความว่าจะมีจิ๋มแค่ 8 แบบ นิสัยแค่ 8 อย่าง เป็นไปได้เหรอ มันไม่ใช่หลักสถิติอะไรเลย แถมถ้าเราคิดต่อว่าวันมี 7 วัน เดือนมี 12 เดือน ปีมี 12 ปี รวมกันแล้วเป็น 31 ลบไปอีก 2 (เพราะผลรวมจะเป็น 1 กับ 2 ไม่ได้) เหลือ 29 ซึ่งหาร 8 ไม่ลงตัวจึงมีบางกลุ่มมากกว่าบางกลุ่ม เห็นว่ามันไม่ได้เริ่มจากการสำรวจว่าจิ๋มมี 8 แบบ บางแบบพบมาก บางแบบพบน้อย แต่เป็นการใช้ทิศไปทำให้กลายเป็น mod 8 เท่านั้นเอง

มีข้อสังเกตขำ ๆ 2 ข้อ พอเฮฮา (1.) การพิมพ์ คำว่า "หี" ในหนังสือ สำหรับส่วนที่เป็นปริวรรตคงเลี่ยงไม่ได้ เพราะต้องรักษาอักษรตามต้นฉบับ เช่น "ถ้าหญิงหีใหญ่หลวงมีหมอยมากนัก เลี้ยงผัว ผัวมิรักมักเล่นชู้" แต่พอเป็นคำว่า "หี" ที่อยู่ในบทเขียน ผู้เขียนเลี่ยงไปใช้ "..." แล้วทำเชิงอรรถ (ดูเชิงอรรถที่ 36) ว่ามันคือคำประสมอักษร "ห" กับสระอี เอ...นี่สะท้อนอะไรหรือเปล่านะ (2.) ทำไมตำราไทย ตำราอินเดีย ชอบผู้ชายจู๋เล็ก ในคัมภีร์พฤหัตสํหิตา บางข้อว่า "ผู้มีองคชาตเล็ก เป็นคนมีทรัพย์แต่ไม่มีลูก องคชาตโตไร้ทรัพย์" ตำรานรลักษณ์พระนางประทุมเทวีว่า (อ่านเป็นโครงสี่สุภาพนะฮะ) "องคชาตใครเล็กสั้น หนึ่งนา, นิ้วหัตถ์นิ้วบาทา เล็กพร้อม, ประเสริฐเลิศปัญญา สูงสุด, นักปราชญ์บัณฑิตพร้อม ใหญ่กว้างทางธรรมฯ"

หนังสือน่าเก็บสะสมอย่างยิ่ง และหลายประเด็นที่ผู้เขียนหยิบยกขึ้นมาพูดคุยก็น่าสนใจยิ่งเช่นกัน

ผมให้


Create Date : 01 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2554 12:10:08 น. 4 comments
Counter : 1470 Pageviews.

 
แค่รีวิวยังตื่นเต้นเร้าใจขนาดนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องศึกษา

น่าสนใจหลายจุดตามที่ยกประเด็นขึ้นมา อึมมม์ต้องเปิดหูเปิดตาไปหามาอ่านบ้างแล้ว

อดสงสัยไม่ได้...
"ตามตำราที่เอาวันเดือนปีเกิดบวกกันแล้วคูณ 3 ตามจำนวนภพ และหาร 8 ตามจำนวนทิศ"

ในความรู้สึกของเฟมินิสต์ยุคสมัยนี้ ขอแอบคิดรำพึงคิดตามประสาที่มองเหลียวหลังกลับไป...ไม่ได้เอาปัจจุบันไปตัดสินอดีตนะ
แค่อยากรู้ว่าสมัยก่อนเขามองหาแม่พันธุ์ด้วยหลักอย่างนี้จริงๆ หรือไว้เพื่อปรนนิบัติผู้ชายกันแน่...

(ยอมล็อกอินเพื่อเมนต์เลยนะนี่ อิอิ)


โดย: พรายทราย วันที่: 1 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:27:25 น.  

 
ประเด็นนี้ก็น่าสนใจครับพี่อ้อ เพราะถ้าดูตามตำรานี่ชายเป็นฝ่ายกระทำตลอดด้วย เช่นตำแหน่งกามโคจรไปตามจุดต่าง ๆ ก็เป็นจุดบน (หรือใน) อวัยวะเพศหญิง


โดย: ศล วันที่: 1 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:29:45 น.  

 
อย่างว่าเนอะ สังคมสมัยนั้นผู้ชายเป็นใหญ่อยู่แล้ว
จะหา หอ หีบเข้าบ้าน ก็คงดูกันครบทุกทิศนั่นแหละ

ว่าไปกระแสพวกนี้ก็ยังมีหลงๆๆ อยู่ในความคิดผู้ชายบ้างเหมือนกัน

ไว้ต้องไปหามาอ่านเป็นเรื่องเป็นราวบ้างแน่ๆ ขอบคุณนะค้าบบบ


โดย: พรายทราย วันที่: 1 พฤศจิกายน 2554 เวลา:13:42:36 น.  

 
สุดยอดเลยคับ....ขอเป็นfriend แล้วแอบมาย่องๆอ่านแล้วละคับ ดีจัง


โดย: biocellulose วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:6:35:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.