creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 80 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
Letters to Solovine 1906-1955



การได้อ่านจดหมายจากไอน์สไตน์ถึงโซโลวีเนอหลังจบหนังสือของไอแซคสันเป็นอะไรที่ลงตัวมาก นึกภาพตามได้เป็นฉาก ๆ ทีเดียว ผมไม่ขอแนะนำเล่มนี้ให้คนที่ไม่เคยอ่านชีวประวัติของไอน์สไตน์มาก่อนเลยนะครับ เพราะอาจทำให้ไม่ได้อรรถรสเต็มที่ เนื่องด้วยจดหมายไม่ได้แทรกบริบทเอาไว้ อย่างตอนไอน์สไตน์เขียนบอกโซโลวีเนอว่าเขาไม่อยากไปอเมริกา แต่ที่ต้องไปนั้นเป็นเพราะเป็นสิ่งที่เขาทำได้เพื่อพี่น้องชาวยิวผ่านกิจการของกลุ่มไซออนิสต์ ถ้าเรารู้ประกอบกับเบื้องลึกเบื้องหลัง รู้ถึงที่มาคำเชิญจากโทรเลขของไวซ์มันน์ซึ่งบลูเมนเฟลด์อ่านให้ไอน์สไตน์ฟัง เราก็จะยิ่งรับรสความห่วงใยอันสูงส่งกว่ามาตรฐานคนทั่วไป และเป็นความละเอียดอ่อนซึ่งเราสัมผัสได้ผ่านเนื้อความที่ไอน์สไตน์เขียนถึงเพื่อนสนิทในกลุ่มโอลิมเปียอะคาเดมีมากขึ้นไปอีก หรือความคิดที่เขามีต่อสันนิบาตแห่งชาติระหว่างช่วงปี 1923-24 หรือความหวาดผวาหลังเหตุการณ์ลอบสังหารรัฐมนตรีกระทวงต่างประเทศ Rathenau รวมถึงบรรยากาศของลัทธิต่อต้านยิวที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเยอรมัน "I fear that this epidemic of hatred and violence will become widespread. I rises like a torrent until the upper layers are isolated, distressed, demoralized and engulfed by the flood." (ข้อความจากวันที่ 23 เมษายน 1933 ดูจะใช้บรรยายบางเหตุการณ์ของบ้านเมืองเราช่วง พ.ศ. ไม่กี่ปีนี้ได้เหมือนกันเนอะ) การทำตัวแบบเดิมกับเพื่อนก็เป็นอีกด้านที่เห็นชัด "You write to me so politely--as if you had never herded pigs with me and done other things with me when we both still young." (Aug 29, 1946) แล้วการป็นเพื่อนรักนี่มีความหมายขนาดไหนสำหรับไอน์สไตน์ "I am very happy because of you and because we can see each other once again in this best of all possible worlds and talk about all possible things." (Oct 5, 1946) และจำนวนหนึ่งเป็นจดหมายคุยงานเกี่ยวกับการใช้คำและความหมายของคำในการแปล อันที่จริง พูดได้ว่ามีจดหมายฉบับหนึ่งที่ไม่ได้เขียนให้โซโลวีเนอโดยตรงแต่ถูกรวมไว้ในเล่มนี้ นั่นคือจดหมายที่ไอน์สไตน์เขียนถึงโอลิมเปียอะคาเดมี (ขึ้นว่า "To the immortal Olympia academy, ... Though somewhat decrepit, we still follow the solitary path of our life by your pure and inspiring light; ..." คำว่า you[r] คือ [ของ]โอลิมเปียอะคาเดมี)

รู้สึกมีอภิสิทธิ์ชอบกลเหมือนคนที่ได้แอบอ่านจดหมายชาวบ้าน (สารภาพว่าบางฉบับก็ skim through)

โซโลวีเนอเป็นชาวโรมาเนียมาเรียนปรัชญาที่เบิร์นและเห็นประกาศรับสอนพิเศษของไอน์สไตน์ (ทดลองเรียนฟรี) จึงไปตามที่อยู่ที่ระบุในประกาศ แค่ครั้งแรกทั้งคู่ก็คุยกันถูกคอแล้ว หลังจากครั้งที่สาม ไอน์สไตน์จึงบอกโซโลวีเนอว่า "คุณไม่จำเป็นต้องเรียนพิเศษหรอก แค่มาหาผมตอนที่คุณอยากมา ผมยินดีคุยด้วย" นอกจากโซโลวีเนอ ยังมีเพื่อนสนิทของไอน์สไตน์อีกคนชื่อฮาบิชท์ ทั้งสามรวมหัวกันตั้งสภาวิชาการกำมะลอ (แต่รายการหนังสือที่อ่านและกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดนั้นจริงจัง) ชื่อ โอลิมเปีย อะคาเดมี

ผมให้

ป.ล. ขอบคุณพี่ชิวสำหรับการให้ยืมอ่านหนังสือเล่มนี้ครับ


Create Date : 01 สิงหาคม 2555
Last Update : 1 สิงหาคม 2555 21:32:10 น. 1 comments
Counter : 886 Pageviews.

 
โห งี้นี่เอง คริคริ


โดย: มะนาวจัง (โอมมี่แอร๊ยยววส์ ) วันที่: 1 สิงหาคม 2555 เวลา:21:49:08 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.