ทรงจำ-กระทำ

khonkhan
11.30,ขอนแก่น,ถนนหน้าเมือง เรื่องทั้งหมดเริ่มที่้นี่

วันนี้ผมว่าง ที่จริงคือหาข้ออ้างอย่างอื่นไม่ได้
แม่บอกตั้งแต่เมื่อคืนว่ามือถือที่ส่งซ้อมเค้าโทรมาบอกให้ไปรับที่ศูนย์บริการลูกค้า ซึ่งศูนย์ก็อยู่ที่ขอนแก่น
แย่จัง ไม่อยากไปขอนแก่นเลย
ไกล
ไม่อยากไปคิดถึงเรื่องใครบางคนที่แต่ก่อนเดินวนขอนแก่นด้วยกัน

ทำไงได้ ในเมื่อมือถือก็เป็นมืถือของเรา ใครเค้าจะมารับผิดชอบแทน ก็เลยต้องห้อยแหนรถโดยสารประจำทาง นั่งอ้างว้างไปขอนแก่นคนเดียว

ออกจากบ้านตั้งแต่เช้า ก้าวขึ้นรถบัสคันเก่า
ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะรถบัสสีฟ้ามหาภัย แกก็ยังแก่ งอแง อ่อนแอ มองทีก็ท้อแท้ แย่ว่ะ
ระหว่างนั่งเอาใบหน้าที่กร้านโลกมากว่า 20 ปีตีกระแทกลม ตากลมๆก็มองสองข้างทาง เรื่องราวที่กำลังจะเลือนรางก็ค่อยๆผุดขึ้น
ผมเจอกับรถบัสสีฟ้ามหาภัย ก็ตั้งแต่สมัยเป็นเด็กมัธยมต้น ที่ถูกแม่บ่นให้กลับบ้านทุกอาทิตย์ หากจะมองชีวิตช่วงนั้นก็กลั่นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ดูๆไปแล้วก็สนุกสุขสันต์มหัศจรรย์เลยทีเดียว
จากนั่งคนเดียวเปลี่ยวๆ เสียวๆ ซู๊ดๆ ม.ปลายมาก็มีอีกหนึ่งตูดมานั่งข้างๆ รู้สึกว่าการเดินทางไม่อ้างว้างจนเกินไป
รถบัสสีฟ้ามหาภัย ช่วงนั้นไฉไล เป็นรถบัสสีฟ้ามาหานะเทอ
อย่างว่า…เวลาแห่งความสุขเดินมาทัก ซักพักความทุกข์ก็จะเดินมาเยือน สุดท้ายเจ้าของตูดก็เลยเบือนหน้าหนี ที้งพี่ชาวนาตัวดำ ไปทำงานเมืองบางกอก (ประโยคหลังไม่เกี่ยว)
จากรถบัสสีฟ้ามาหานะเทอ สุดท้ายก็กลับสู่จุดเดิม รถบัสสีฟ้ามหาภัย

จับรถต่อไปขอนแก่น ดินแดน ที่มีทั้งเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม น้ำตา ความบ้า คุณป้า ต่างๆนาๆ
ทุกปิดเทอม ผมจะไปเสริมประสบการชีวิตที่ขอนแก่น ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียนกวดวิชา ไปหาเพื่อนเพื่อเตือนว่าถึงเวลาเฮฮาของเราแล้ว ไปแซวหญิง ไปซิ่งอยู่ถนนข้าวเหนียว ไปเสียวงานสงกรานต์ สมัครสมานสามัคคี

ถนนหน้าเมือง มีเรื่องเป็นร้อย
ตอนอยู่ ม.ต้น เดินบ่นว่าแดดร้อนให้เพื่อนฟัง ตอนอยู่ ม.ปลาย คนที่ต้องฟังก็คือเทอ เทอผู้ลงรถบัสสีฟ้ามาหาภัย
เรื่องราวหลากหลายเริ่มที่แฟร์รี่ ห้างที่มีดีกรีตั้งอยู่กลางเมืองขอนแก่น ผู้คนจากทั่วแดนแห่แหนมาจับจ่ายใช้สอย แต่ผมคนงบน้อย ส่วนมากจึงเดินดู
ตรงข้ามแฟร์รี่มีสมอง สมองที่เด็กมัธยมนิยมมาสะสมสร้างเสริมความรู้ ผมก็เคยแบกเอาหูมานั่งดูอาจารย์สอนในจอตู้ รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่อยากจะบอกว่าข้างๆสาวน่ารักมาก ฮ่าๆๆๆ
เดินมาอีก 100 เมตร จะสังเกตุเห็นป้ายสีเหลือง นามประเทืองว่า ezy vdo เป็นร้านเช่า vcd และ dvd ไม่มี vdo ไม่รู้เค้าจะโม้ทำไม?
เดินมาอีกไม่ไกล จะเจอรถสูบส้วมจอดอยู่ 2 คัน ไม่เคยไปไหน อันนี้จริงๆ สาบานด้วนเกียรติของลูกเสือสามัญประจำบ้าน ผมเจอรถสูบส้วมสองคันนี้ตั้งแต่มาเรียนตอน ม.2 ตอนนี้ผมอยู่ปี 2 ทั้ง 2 ก็ยังอยู่ที่เดิม
หลังจากมีรถสูบส้วมมาจอดประกอบวิวสวยๆริมทางให้เราแล้ว ไม่แคล้วเยื้องออกไปฝั่งตรงกันข้ามก็มีร้านข้าวหมูทอด (ที่อร่อยที่สุด นะ คิดว่านะ) และร้านก๊วยเตี๋ยวไก่ ข้าวมันไก่ มองฝั่งตรงข้ามทีไรลำไส้ตรงก็คงต้องหนักใจ
เดินไปอีก 40 เมตรจะสังเกตุเห็นป้าย ‘ลาบ ก้อย ต้ม’ ถือว่าเป็นร้านที่นิยมของเหล่าน้าๆสิงห์วินมอร์ไซด์ และตั้งขึ้นมาเพื่อเอาใจกลุ่มนักเรียนกรรมกรอย่างพวกผม หากมาถึงที่นี่แล้วไม่สั่ง ลาบ ก้อย ต้ม ส้มตำ ยำพร่าเนื้อ เสือร้องไห้ แล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณยังมาไม่ถึงดินแดนอิสานอย่างแท้จริง
เดินต่อมาอีก 200 เมตร คุณจะพบกับสถาบันกวดวิชาเคมีที่รวมเอาวิชาอื่นๆเข้าไปไว้ในที่ๆเดียวกัน
ครับ ผมเคยไปนอนฝันในนั้นมาแล้ว และก็เป็นแหล่งแซวสาวชั้นยอดสำหรับก๊วนของผม ที่นิยมส่งเสียงสำเนียงไพเราะเสนาะจับใจ ให้เหล่าเธอๆได้หัวเราะจนเห็นเหงือก!
ถัดไปอีกไม่ไกล ร้านเช่าการ์ตูนนั่นงัยที่เราเคยไปขอเข้าห้องน้ำ เป็นร้านเช่าการ์ตูนที่ไม่เงียบ ไม่เหงา ไม่เศร้า ไม่รู้สิ น่ารักดี ไปขี้ใส่แล้ว

เดินมาไกล เหนื่อย
แวะพักที่ร้านขายน้ำปั่น สั่งกล้วยปั่นผสมมะม่วง กะว่าร่วงแน่เย็นนี้

เดินๆไป ถนนเส้นนี้ทำไมไกลจังเลย แต่ก่อนเดินจนขาจะพังก็ไม่เป็นไร สงสัยคงเป็นเพราะมีใครคอยเดินเป็นเพื่อน ตอนนี้ทุกอย่างลบเลือนละเลิกร้างลา ทิ้งไว้เพียงแต่น้ำตาบนถนนสายเก่าสายนี้
ถนนหน้าเมือง

ยกมือขึ้นกวักรถสองแถว คงถึงเวลาแล้วที่ต้องไปเอามือถือ มือถือสุดรัก ที่หายหน้าหายตาไปกว่า 5 เดือน
ตอนแรกนึกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วมือถือเครื่องนี้ เครื่องที่ตกน้ำป๋อมแป๋ม เครื่องที่พนักงานศูนย์ใหญ่บอกว่ายังงัยก็ซ่อมไม่ได้ ซื้อเครื่องใหม่ดีกว่า กลับมาบ้าน พร้อมใจอ่อนล้า ซื้อเครื่องใหม่ก็ได้วะ มันไม่ได้เป็นมือถือที่เพียบพร้อม แต่เป็นมือถือที่ผูกพันธ์ แน่นอนเราจะคิดถึงกันตลอด
แม่ไม่รู้ว่ามันซ่อมไม่ได้ แม่เอาไปส่งซ่อมให้ เป็นสิบๆครั้งที่แม่เอาไปส่งซ่อม แต่อาการก็ไม่ได้ดีขึ้นมาเลย
เฉยๆปล่อยวาง แล้ววันนึงวันว่างๆ มันก็กลับมาหาเราเอง งง
บทเรียนบทใหม่ที่ใจรู้คือ บางอย่างเกิดมาเพื่อเป็นของเรา ต่อให้มันจะหายไปนานแค่ไหนมันจะกลับมาที่เดิม

นั่งรถกลับบ้านสราญอุรา ยิ้มแย้มเฮฮา แกกลับมาได้งัยวะ
คิดถึงแกว่ะ
"หลายครั้งที่เราเศร้าเสียใจกับบางเรื่อง บางคน เป็นเวลายาวนาน ไม่ใช่เพราะเราจดจำภาพในวันแย่ๆได้ แต่เพราะเราจดจำภาพในวันดีๆได้ต่างหาก"*
ขอบคุณความทรงจำที่เกิดจากการกระทำทั้งหมด
ขอบคุณถนนสายเก่าที่มาเล่าที่ไรน้ำตาไหลทุกที
ขอบคุณแกว่ะไอ้มือถือเพื่อนยาก แกกลับมาได้งัยวะ

*คำคมจากหนังสือปอกกล้วยในมหาสมุทรของ พี่นิ้วกลม หน้า90




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2552    
Last Update : 29 ตุลาคม 2552 11:36:11 น.
Counter : 403 Pageviews.  

บทเรียนที่หาได้ยาก , บ้านพักตากอากาศ ,ขาดอะไรหรือเปล่า?

ตอนเช้าผมเพิ่งกลับมาจากการไปนอน+นั่งคุยกันกับพี่ชายที่ไม่ได้เจอกันนานกว่า 4 เดือน
เรานัดกันไปเจอที่กระท้อมน้อยกลางทุ่งนา แน่นอนบรรยากาศเฮฮา
ท้องฟ้ายามดึกเผยให้เห็นดวงดาว เรานั่งคุยกันถึงเรื่องราวชีวิตในช่วงที่แต่ละคนหายไป พี่ชายสบายดี น้องชายคนนี้ก็กำลังจะสบายตาม

ผมเริ่มเล่าเรื่องราวที่แสนน่าเบื่อเพื่อชดเชยกับเวลาที่พี่ติดต่อผมไม่ได้ หลังจากนั้นพี่ก็เริ่มเล่าเรื่องเล็กๆที่พี่ทำแต่ความหมายมันยิ่งใหญ่
“มึงเคยคิดจะทำอะไรเพื่อสังคมมั๊ย” เป็นคำถามที่พี่ชายผู้ค่อนข้างหมกหมุ่นกับคำว่าพัฒนาสังคมถามผม
ตอนนี้ผมจำไม่ได้แล้วว่าผมตอบพี่ว่ายังงัย
แต่รู้สึกว่าเราจะมองโลกคนละด้านกัน

บรรยากาศยามค่ำคืน ดึกดื่น ท้องฟ้าดาดาดไปด้วยหมู่ดาวสีขาว ที่ต่างมาเปล่งแสงแข่งกัน
พระจันทร์เมื่อคืนสวยมาก อากาศก็เย็นๆ แต่น้ำแข็งในแก้วเย็นกว่า เย็นจนรู้สึกว่ามือที่จับอยู่เริ่มชา
แสงจากเทียนเล่มใหญ่ ทำให้บรรยากาศมันยิ่งน่าดื่มด่ำ
ว่าแล้วพี่ชายของผมก็จัดบางๆมาวางตรงหน้าผม
แก้วนี้แด่พี่

4 เดือนที่ผ่านมาหากผมจะด่าตัวเองว่า ไอ้เลว ไอ้ห่วย ไอ้กล้วย ไอ้ปลากระป๋อง มันน้อยไป!
เพราะช่วงที่ผ่านมา คำว่าคุณค่าของเวลาสำหรับผมแล้วมันไม่มีความหมายอะไรเลย โถ่ไอ้เห่ย!
ผมรู้สึกว่าผมกลัว กลัวที่จะทำสิ่งสำคัญ กลัวที่จะเดินตามเส้นทางที่เคยฝัน เพราะผมคิดเพียงสั้นๆแค่ว่าตอนนี้คนร่วมเขียนโครงการไม่อยู่แล้ว
แต่หลังจากคุยกับพี่เมื่อคืน พี่พูดกับผมกลับมาว่า
“ไม่อยู่แล้วงัย? ไม่อยู่แล้วมึงจะตายมั๊ย? มึงยังมีแรง มึงยังเป็นวัยรุ่น วัยรุ่นเป็นวัยที่มีพลังมากสุดนะโว๊ย!ทำต่อๆ ชีวิตเป็นของมึง”
เออว่ะ แผนเก่ามันพังลงไป เราก็เริ่มเขียนแผนใหม่ก็ได้ หรือไม่ เราก็ทำตามแผนเก่าของเราไปคนเดียว ไม่เห็นยากเลย มันรอแค่เราลงมือทำ
คิดแล้วก็จัดบางๆมาซักแก้วพี่

“ทุกอย่างที่ผ่านมา พี่อยากให้มึงคิดว่ามันเป็นบทเรียน บทเรียนที่มึงไม่มีวันหาซื้อด้วยเงินได้ บทเรียนที่ต้องแลกกับอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเวลา น้ำตา คุณค่าของตัวมึงเอง” เป็นคำพูดสุดคลาสสิกของพี่ชายที่กระแทกเข้าตรงกลางหัวใจน้องชายคนนี้
ไม่เจอกันนาน แต่พี่ก็ยังห่วงและหวังดีกับผม
พูดเสร็จก็จัดบางๆมาซักแก้วพี่

กระท่อมหลังน้อยกลางทุ่งนา ประดับประดาด้วยแสงจากเทียนแท่งใหญ่ เปลงของมันหวั่นไหวไปตามแรงลมที่พัดผ่านมาอย่างเอื่อยๆเฉื่อนๆ
ยิ่งดึกเสียงยิ่งดัง แต่เราสองคนก็ฟังกันและกัน กระท่อมหลังนี้คือที่ที่เราสองคนจะหอบเอาร่างที่เกือบไร้สติขึ้นไปสงบสติ

ตี 2 เกือบ ตี 3 ผมหาว ลมหนาวพัดมา แต่พี่หลับไปแล้ว ก็คงต้องปลุกกันขึ้นไปนอน
จะได้นอนจริงๆเวลาก็ปาเข้าไปตี 3 ครึ่ง ก่อนนอนผมคิดอะไรอยู่ในใจ
ใช่! ผมคิดถึงเสียงของท่าน ว.วชิรเมธี ที่ท่านพูดเกี่ยวกับการ ยึดติด คิดว่าทุกอย่างเป็นของเราหมด
ระหว่างที่กำลังคิดจิตมันก็ล้า เลยถามตัวเองขึ้นเบาๆว่า “นี่เราขาดอะไรด้วยเหรอ?”
“ความยึดติดมันมี 2ลักษณะ 1 ความยึดติดในสิ่งต่างๆ 2 ความยึดติดในความไม่ยึดติด………”เสียงของท่าน ว.วชิรเมธี กำลังบรรยายธรรมเกี่ยวกับการยึดติด คิดไปคิดมาไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ขอบคุณพี่ชาย
ขอบคุณ เบน 285 ขอบคุณ หงษ์ทองฮ่าๆๆ
ขอบคุณสายลมเย็นสบาย
ขอบคุณ คำสอนดีๆจากท่าน ว.วชิรเมธี




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2552    
Last Update : 27 ตุลาคม 2552 14:46:33 น.
Counter : 307 Pageviews.  

ขับรถให้แม่นั่ง

วันนี้แม่จะไปโอนที่ดิน
พอดีผมว่างอยู่
แม่ขอร้องแกมบังคับให้เราไปขับรถให้

สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งข้าวสีเหลืองปนเขียวที่ชาวนาพร้อมเก็บเกี่ยวเอาเมล็ดน้อยๆไปสี
ท้องฟ้าแจ่มใส เมฆลอยล่องไป มองเห็นแต่ไกล เออน่ารักดี
ถนนสีดำ เรียบบ้าง หลุมบ้าง ขีดข้างสีขาว ทอดไกลไล่ยาว สุดลูกหูลูกตา
ในรถแอร์เย็น เสียงเพลงน่าเต้น กลิ่นหอมซ่อนเร้น มองไม่เห็นแต่สดชื่น

ผมชอบการขับรถไกลๆ
การขับรถไกลๆบางที มันทำให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันกับคนที่เราร่วมเดินทางในพื้นที่ส่วนตัว ส่วนหัว ส่วนหาง
หลายเรื่องหลากความคิดเห็น จะกระเด็นออกมา โดยที่เราอาจไม่คาดคิดเอาไว้ก่อน นั่นแหละครับ การสนทาแบบไกลๆ
ในรถมีผมกับแม่สองคน แม่ฟังลูกบ่น แล้วก็หัวเราะ
บางทีบางเรื่องในสายตาเราอาจจะดูใหญ่จนรู้สึกว่ามันหนักเกินที่จะแบกไว้ แต่สำหรับในสายตาผู้ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนและเชี่ยวชาญ กลับหัวเราะขับขาญสำราญใจ เหมือนว่าเรื่องนี้มันไม่มีอะไร
ผมเป็นลูกชายที่สนิทแม่ เรื่องแย่หรือดีจะมีแม่ที่ฟังเสมอ

ในรถหมดเสียงพูด แม่หลับ ผมผ่อนเสียงเพลงที่บรรเลงโดยวง flure กลัวใครบางคนจะรำคาญ เพราะเห็นนอนอย่างสราญอุรา
ดีใจจัง ที่วันนี้ได้ขับรถให้แม่นั่ง ได้เล่าเรื่องร้ายๆของเราให้แม่ฟัง ผ่อนเสียงดังของเพลงให้แม่หลับ
ไม่รู้ว่าจะได้กลับมานั่งขับรถให้แม่นั่งอย่างนี้อีกเมื่อไหร่

แต่ก่อนตอนผมเป็นเด็ก ผมจะคิดเสมอว่าผมอยากโตเร็วๆ อยากมีงานทำ อยากแต่งงาน อยากหาเงิน อยากเกษียณอายุตัวเอง อยากนั่งฟังเพลงอยู่ที่บ้าน
ตอนนี้ ณ เวลานี้ ผมอยากให้เวลาเดินไปช้าๆ เพราะคุณค่าของเวลา มันมากมายกว่าที่จะปล่อยให้หลุดลอยไปเฉยๆ
และเมื่อยิ่งมองดูคนที่เค้ากำลังหลับอยู่ข้างๆผม ผมก็ยิ่งอยากมีเวลาดูแลเค้าไปอีกนานๆ
ไม่อยากไปไหน อยากขับรถไกลๆ อยากขับรถให้แม่นั่ง

ระหว่างรถวิ่งไป เสียงเพลงที่แสนเบาก็ทำเอาผมแอบซึ้งเล็กๆ
“ฉัน อยู่ที่ตรงนั้น
เธอจะมีฉัน ทุกวันทุกคืนทั้งหลับทั้งตื่น เคียงข้างยืนให้เธออุ่นใจ
ไม่ว่าจากนี้จะเหนื่อยเท่าไร  ไม่ว่าจากนี้ลำบากเท่าไหร่
โปรดจำไว้ เธอจะไม่มีวัน เห็นฉันจากไปไหน
เพราะว่าใจของฉัน  นั้น  รักเธอ”



ขอบคุณเวลา
ขอบคุณเสียงเพลง
** เสียงจากเพลง ฉัน ศิลปิน flure อัลบัม vanilla




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2552    
Last Update : 27 ตุลาคม 2552 14:05:10 น.
Counter : 315 Pageviews.  

สารส้มก้อนเล็กๆก้อนนึง

เคยเห็นสารส้มมั๊ยคับ ?
ลักษณะของมันเป็นก้อนๆคับ ก้อนเล็กก้อนใหญ่แล้วแต่ร้านที่ค้าที่เค้าจัดจำหน่าย

วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับสารส้มคับ รู้สึกว่าหลังจากคุยกับสารส้มเสร็จแล้วสุขภาพจิตดีขึ้นมากมาย ดีขึ้นจริงๆนะ
สารส้มทักทายผมผ่านโปรแกรมสนทนายอดฮิต ในใจก็คิด จะทักกลับดีมั๊ย
ถ้าทักกลับไปก็กลัวใจที่กำลังสั่นไหวอยู่เกิดอาการกำเริบ กู่ไม่กลับ อาจถึงขั้นต้องหลับสนิท ชีวิตจะหาไม่
เออ ทำไมเรามองโลกแต่ในแง่ร้ายจัง ถ้าทักกลับแล้ว สารส้มนำรอยยิ้มมาฝากเราหละ เค้าจะไม่เสียความรู้สึกเหรอ

ผมเคยคิดว่าสารส้มเป็นเด็กมีปัญหา เอาแต่ใจ พูดไม่ค่อยฟัง
นั่นเป็นสารส้มคนเก่า ที่เราคุ้นเคย
สารส้มกลับมาคราวนี้เป็นเด็กที่น่ารักขึ้น ระหว่างที่สนทานากับสารส้มผมไม่รู้ว่ารอยยิ้มมันทำไมเบ่งบานจัง
สารส้มทำให้ผมลืม ลืมว่านี่เรากำลังทุกข์อยู่

Thailand open
เสียงระนาด กรีดกราย ชวนให้ผมอยากส่ายหัวตามจังหวะน่ารักน่าชัง ที่เป็นเอกลักษณะของวงดนตรีที่ผมติดตามมานาน
tattoo colour
เนื้อร้องก็ยังน่ารักเหมือนเดิม สมแล้วที่เปิดเพลงไหน เปิดเมื่อไหร่ ก็ยังสวยงาม สำหรับเหล่าพี่ๆอารมณ์ดีกลุ่มนี้

นานมากแล้วที่ชีวิตมัวไปหมกหมุนคุ่นคิดวิตกจริตจิตเสื่อม อยู่กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องที่ควรจะพับเก็บไว้แล้วเอาไปโยนลงถังขยะ
แต่ผมก็ไม่เคยทำมันซักที จนมีโอกาสดีๆให้เราได้ลงมือทำ เออก็ขำตัวเองดีนะช่วงเวลาที่ผ่านมา บ้าซะไม่มีอะไรจะเทียบได้

เพียงแค่เรา open สิ่งที่เราเคยเห็นมันก็คงต่างออกไปจากเดิม
สารส้มก้อนน้อยๆ มองดูไปนานๆมันก็ไม่ได้ต่างจากเพชรซักเท่าไหร่
แต่สำหรับบางสิ่งที่เราอาจมองว่ามากด้วยคุณค่า ยากต่อการแสวงหา ที่จริงแล้วทุกอย่างอาจเป็นแค่ภาพลวงตา ที่เกิดขึ้นในเวลาเราสับสน
ตอนนี้ผม open แล้วคับ
ก็อยากจะชวนคนทั้ง Thailand open กันครับ

ปล.อยากเปิดเทอม จะได้กลับไปเติมพลัง ไปเคาะชีวิตที่มันพังๆให้ให้หลุดลอกออกไป
คิดถึงพวกมึงว่ะ คิดถึงวงเวียน คิดถึงหอสมุด คิดถึงตึก วศ. คิดถึงช๊อปโยธา คิดถึงหน้าเซเว่น คิดถึงหอพัก คิดถึงรถกระป๊อ
แม้ทุกอย่างมันจะน่าเบื่อ แต่เชื่อมั๊ย พอเราอยู่กับความน่าเบื่อนานๆก็คงควานหาเสน่ห์ในตัวมันได้ไม่ยาก
ใกล้แล้ว ฤดูหนาวจะเข้ามาทักทายเราแล้ว ได้เวลาแห่งความเหงา แต่เราจะไม่เศร้าแล้ว
ขอบคุณ พ่อ แม่ ที่ดูแลมาถึงทุกวันนี้
ขอบคุณ ความจริง ขอบคุณจริงๆ




 

Create Date : 22 ตุลาคม 2552    
Last Update : 22 ตุลาคม 2552 20:20:17 น.
Counter : 443 Pageviews.  

เรื่องบ้าๆ

ประโยคสุดท้ายที่ปานตาพูด และเป็นประโยคที่ดึงความรู้สึกของผมกลับมา
“กลับมาเป็นโอเล่คนเดิมซะทีเถอะ”

ตื่นมาด้วยความรู้สึกหม่นหมอง อยากร้องไห้ ชีวิตทำไมควายอย่างนี้วะ
แต่ก่อนเวลาที่เกิดเรื่องแย่ๆขึ้นกับตัวเอง ผมจะคิดเสมอว่ามันเป็นช่วงๆหนึ่งในชีวิต ไม่นานมันก็จะผ่านพ้นไป
ไม่ช้าทุกอย่างก็คงจะจบ แต่ก็แอบภาวนาทุกครั้ง ว่าอยากให้เรื่องร้ายๆจบลงแบบสวยงาม

ประโยคหนึ่งระหว่างการสนทนากับ หฤษฏ์ และเป็นประโยคที่ทำให้เข้าใจชีวิตมาขึ้น
“ถ้าคนที่รู้จักเราดี เค้าก็คงรู้อยู่หรอกว่าเราเป็นคนยังงัย จะกลัวทำไม เราเชื่อนาย”

กินข้าวเช้าพร้อมกับพ่อและแม่ เดินอ่อนแอขึ้นบันไดไปบนบ้าน คิดเรื่องบ้าๆอยู่ในใจ อยากร้องไห้ ชีวิตทำไมควายอย่างนี้วะ
เบื่อเต็มทีกับเรื่องแย่ๆ ที่ต้องการแก้ให้เป็นดี แต่สุดท้ายมันก็ยิ่งเละเทะ สกปรก จนเรากลายเป็นคนที่หลายสายตามองว่าทำตัวรก(โลก)
ไม่แก้ ช่างแม่ ไม่แคร์ แล้วแต่ อ่อนแอมามากพอแล้วกับเรื่องๆนี้ ตื่นซักที หนีไปให้ไกล ใครทำอะไร รู้อยู่แก่ใจ
สิ้นสุดคำว่า ‘ใจ’ บรรทัดบน ก็เห็นคนถอนหายใจ 1 ที

เอาเป็นว่าขอทิ้งทุกอย่างลงในขยะแห่งอดีตกาล ไม่นานมันก็คงเป็นเรื่องเก่า ที่เอามาเล่าแล้วก็คงขำ

มองออกไปนอกหน้าต่าง ข้างนอกช่างเบิกบาน นกน้อยร้องเพลงประสาน เม็ดฝนหล่นลงจากใบไม้
ที่จริงผมก็น่าจะเบิกบานเหมือนบรรยากาศนะ จะมัวมานั่งเศร้า เหงา ทุกข์อยู่ทำไม

ประโยคหนึ่งระหว่างการสนทนากับ ปาป้า และเป็นประโยคที่เราควรจะแคร์
“พี่ถามมึงจริงๆเหอะ ถ้าในโลกมีแต่คนรักมึง แต่มีเค้าเกลียดมึงอยู่คนเดียว มีงจะแคร์เหรอ”

ผมเคยอ่านความเรียงเรื่องวิชาชีวิต ของพี่โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ และพยายามมาปรับมุมมองให้เข้ากับชีวิตของตนเอง
ตอนนี้ผมกำลังทำอยู่
และตั้งใจจะทำให้มันสำเร็จ

สำหรับเรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้นมาในเวลาที่ยาวนานพอสมควร ผมก็ขอให้จบ
จบแบบนี้แหละ จบแบบไม่สวย
ตัวผมเองก็จำเป็นเหมือนกันที่จะต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ ไม่ใช่มาจมกับอดีคที่เลวร้ายอย่างนี้

ขอบคุณ ความเข้มแข็งที่มีอยู่น้อยนิด ที่เป็นแรงผลักดันชีวิตให้เดินข้างหน้าต่อไป
ขอบคุณ ขอบคุณทุกคนที่ยืนข้างกันในวันที่ครื้มฟ้าครื้มฝนอย่างนี้
ขอบคุณเรื่องบ้าๆ ที่เป็นเหมือนหนึ่งบททดสอบที่สำคัญในชีวิต




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2552    
Last Update : 21 ตุลาคม 2552 14:11:23 น.
Counter : 350 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

เบิกทวารแมน
Location :
นครนายก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เบิกทวารแมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.