ข่าวคราวเงียบหายไปสองสามปี

Photobucket

ก๊อกๆๆ เจ้าของบ้านอยู่มั๊ยคับ?
อ้าวนี่มันบ้านเราเองนี่หว่า ไม่ได้กลับมานานเกือบจะลืมบ้านแล้ว

หายหน้าไปนานคับ ช่วงที่ผ่านมาวุ้นๆกับการเตรียมงานรับปริญญาคับ
ไม่น่าไปตกปากรับคำอะไรกับเพื่อนๆไว้เลย ทั้งคิดคอนเซป ทำคัตเอาท์ ออกแบบฟอร์นตันหนังสือ พอทำจริงแล้วรู้สึกว่าแม้กระทั้งเวลาจะโทรหาแม่ยังไม่ค่อยจะมีเลยคับ เรียนเสร็จ เริ่มทำงาน กว่าจะทำได้ตามเป้าหมายแต่ละอย่างก็ปาเข้าไปดึกดื่นเที่ยงคืน บางวันก็เกือบได้นอนที่ช๊อปกันเลยทีเดียว
เหนื่อยคับ แต่สนุกมากกว่า พอได้อยู่กับงานอยู่กับเพื่อน บางทีมันก็ทำให้ผมลืมความเหงาไปได้มากเลยคับ ผมว่าช่วงนี้ชีวิตดัชนีความสุขของชีวิตกำลังขึ้นคับ สุขที่ได้ทำอะไรที่เราชอบ สุขที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น สุขที่ได้มอบความสุขให้คนรอบข้างคับ

นี่ก็ต้องออกไปขายหมูปิ้งอีกนะคับ เป็นหมูปิ้งภาคโย ที่ผมแสนจะภูมิใจคับ ใช่ คับ เราทั้งภาคตกลงที่จะทำหมูปิ้งขายกัน วันก่อนหลังจากผมระบายสีคัตเอาท์เสร็จ ผมก็แวะมานั่งเสียบหมูปิ้ง ต้องบอกเลยคับ ว่าการเสียบหมู ไม่ใช่เรื่องหมูๆเลย กว่าจะได้แต่ละไม้ ซื้อกินคงสะดวกกว่าคับ แต่หากวัดปริมาณความภาคภูมิใจแล้วมีหรือจะสู้หมูที่ผมได้ลงมือเสียบเอง ย่างเอง คนละอารมณ์กันเลยคับ
ผมพูดกับเพื่อนว่า บางทีเราไม่ต้องไปคาดหวังว่าเราจะได้กำไรจากการขายหมูปิ้งคั้งนี้หรอก แค่ให้ได้ทุนกลับมาผมว่ามันก็คุ้มค่าแล้ว ส่วนกำไรที่ตามมามันคือความสนุกจากช่วงเวลาที่เราได้นั่งร่วมเสียบหมูกัน ได้ยืนตะโกนเรียกลูกค้าด้วยกัน ได้เจออะไรที่เราไม่เคยเจอด้วยกัน แค่นั้นกำไรที่เพิ่มเข้ามามันก็คือ คำว่ามิตรภาพที่มากกว่าเดิมแล้ว ใช่คับ การทำงานร่วมกัน หากเริ่มต้นสนุก ผมเชื่อว่าผลงานจะออกมาดีคับ

ป้ายคัตเอาท์ผมลอกเค้ามา
ผมเคยเห็นป้ายคัตเอาท์แบบนี้ที่ขอนแก่น แล้วผมก็รู้สึกชอบมาก ผมใช้กล้องจากมือถือถ่ายรูปเก็บไว้ ไม่น่าเชื่อคับวันนึงรูปนั้นผมได้เอามันมาเป็นแบบจริงๆ
ขอบใจเพื่อนโน๊ต กับศิษย์พี่มันมากในการทำป้ายคัตเอาท์ หากไม่มีเพื่อนสองคนนี้เชื่อแน่ว่ามันคงเสร็จไม่ทันเวลา บางวัน ผมต้องออกไประบายสีตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า บางวันผมต้องอยู่ดึกเป็นเพื่อนพี่ยาม บางวันนั่งทำงานเซงๆดึกมาพวกเราก็หาลูกบอลมาเตะที่สนามบาสหน้าตึกคณะ สนุกคับสนุก
ป้ายเสร็จแล้ว แต่ไม่ค่อยสวย แต่ผมว่ามันก็ไม่ห่วยซักเท่าไหร่นะ ผมออกจะชอบในความเซอร์ๆของมันซะด้วยซ้ำ ดูดีๆมันก็แอบมีอารมณ์ขำเหมือนคนทำนี่นา ฮ่าๆๆ

วันก่อนได้มีโอกาสคุยกับมาโก้ เพื่อนที่ผมไม่ได้ติดต่อนานแล้ว มาโก้ถามผมเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ
“มึงเลิก sad ยัง?”
“กูเลิกนานแล้ว ตอนนี้กูมีความสุขมาก ถ้าจะให้กูลืมกูว่ายากว่ะ แต่ว่าอดีตก็ส่วยอดีตเก็บๆมันไว้นานๆค่อยเอาออกมาดูซักครั้ง ฮ่าๆๆ” ผมมีความสุขจากใจจริงในขณะที่พูด
ประเด็นที่ผมชอบตอนคุยกับมาโก้คือ
“มาโก้ มึงเชื่อเรื่องเนื้อคู่เปล่าวะ?”
“กูไม่ค่อยเชื่อวะ กูว่า…….ไม่รู้สิ”
“กูว่ากูเชื่อนะ คนเราสามรถมีรักเกิดขึ้นได้ทุกวันจริง แต่มันก็จบได้ทุกวันเช่นกัน แต่คนที่จะอยู่เป็นเนื้อคู่เรานี่สิเค้าจะต้องมาเป็นคนสุดท้ายใช่มั๊ยล่ะ เพราะฉนั้น บางทีวันนี้มึงมีแฟน แต่ไม่แน่ว่าแฟนมึงจะได้เป็นเนื้อคู่กันมั๊ย”
“เออ โอเล่เดี๋ยวกูถามมึงก่อน”
“ว่า”
“สำหรับมึง แฟนกับคนรักคือคนคนเดียวกันมั๊ย?”
“แน่นอน ถ้ากูไม่รักเค้า กูก็คงไม่เป็นแฟนกับเค้าหรอก”
“มึงเหงางัย”
“กูก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อนแล้วนะ กูเหงาจนบางทีกูไม่รู้ว่า เฮ้ยนี่เราชอบเค้าจริงๆรึเปล่า หรือบางทีแค่อยากมีเพื่อนคุยแก้เหงา แต่กูผ่านช่วงนั้นมาแล้วว่ะ มันจะรู้ได้เองมาโก้ ว่าคนนี้ใช่ คนนี้ไม่ จริงนะ เรื่องดวงนี่กูไม่เคยเชื่อเลย แต่เรื่องเนื้อคู่นี่ กูพูดตรงๆ กูค่อนข้างว่ะ มึงลองมองสามีภรรยาที่เค้าอยู่ด้วยกันทุกวันนี้สิ บางคนก็มาจากคนละทางคนละที่ แต่เค้าก็ได้มาเจอกัน บางคนอยู่กันคนละซีกโลก แต่ก็ได้มาพบกัน รักกัน ใช้ชีวิตร่วมกัน แต่มึงดูบางคน แต่งงานกันไปใช้ชีวิตร่วมกันมาเป็นสิบๆปีแต่ก็เลิกกันอยู่ดี อืม จริงนะ บางทีอาจมีอะไรคอยกำหนดก็ได้ว่าเราจะได้เจอเนื้อคู่เราตอนไหน”
“เฮ้ยโอเล่ งานเข้าว่ะ”
“แฟนมึงโทรมาเหรอ”
“เออ ขอตัวก่อนนะเพื่อน”
วางสายจากมาโก้ ผมเปิดเพลง หนึ่งความเหงาบนดาวเคาะห์ ของเบล

ข่าวล่าสุดจากเล้ง
หมูปิ้งขายหมดแล้ว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เย้ เย้

เดี๋ยวคงเงียบหายไปอีกซักพักคับ กะว่าจะหายไปกับกองหนังสือที่กำลังจะสูงเท่าตึกแล้วคับ
จากเด็กที่ไม่เคยตั้งใจเรียน ตอนนี้คงต้องพากเพียรมากมายสินะ กะว่ายังงัยปีนี้เกรดต้องขึ้นอย่างแรงเลยทีเดียวเชียว ฮ่าๆๆ

แต่ไม่ต้องห่วงคงแวะมาเป็นพักๆแหละ เดี๋ยวมีคนคิดถึง(ฮ่าๆๆ)
วันนี้ไปเป็นผู้ชายน้ำก่อนคับ หมายถึงขายน้ำดื่มอ่ะคับ นอกจากหมูปิ้งพวกเราชาวโยธาขายน้ำด้วยคับ
คับถึงเพื่อนบ้านทุกคนเลย ฝากดูแลบ้านให้หน่อยนะตอนไม่อยู่
กลับมาเก็บของแป๊ปเดียวก็ออกไปอีกแล้ว

ขอบใจใครก็ไม่รู้ที่วางป้ายคัตเอาท์สวยๆไว้ริมถนนหน้าเมืองขอนแก่น
ขอบใจเพื่อนๆหลายคนที่ทนฟังไอเดียร์แปลกๆของผมแล้วก้มหน้าก้มตาทำ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ช่วยอุดหนุนหมูปิ่งของโอเล่หลายตาเกดคับ




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2552    
Last Update : 12 ธันวาคม 2552 13:01:28 น.
Counter : 474 Pageviews.  

พ่อลิ๊งค์:บ้านนี้มีรัก

Photobucket

ผมชอบบ้านนี้มีรักตอนนี้
ผมติดตามซิทคอมเรื่องนี้มานานแล้วคับ ทุกวันอาทิตย์เวลา หกโมงเย็นผมจำเป็นที่จะต้องทำตัวเองให้ว่าง เพื่อที่จะได้ดูซิทคอมเรื่องนี้ จริงคับ แม้กระทั้งเวลาสอบ ผมก็ยังต้องแบ่งเวลาอ่านหนังสือที่แสนมาค่า มานั่งแช่หน้าทีวี

ผมชอบซิทคอมเรื่องนี้ เพราะ ผมรู้สึกว่าการดูแต่ละครั้งมันได้มากกว่าความบันเทิง ในเนื้อเรื่องจะพยายามแทรกบทเรียนที่ตัวละครแต่ละตัวจะได้รับจากพฤติกรรมของตัวละครเอง

นอกจากพนักงานร้านสวัสดีครับ ที่มาทีไรก็เรียกเสียงหัวเราะได้ทุกที ผมว่าไอ้ลิ๊งค์น้องของพี่รักษ์นี่แหละคับ ตัวฮาประจำซิทคอมเรื่องนี้เลย แต่หลังๆมานี่ผมสังเกตุว่าบทลิ๊งค์ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน คงเป็นเพราะเตรียมกับบทใหม่ที่จะได้รับตามเนื้อเรื่องที่เดินทางมาได้ไกลพอสมควรแล้ว คับ ลิ๊งค์กำลังจะเป็นพ่อคนแล้วคับ

ครั้งแรกที่ลิ๊งค์จะมีลูกผมแอบเซอร์ไพส์เล็กๆกับการเขียนบทของทีมเขียนบท ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าต้องรีบเอาตัวฮาของเรื่องนี้ไปเจอกับสถานะการณ์ที่กดดันอย่างนั้น แต่พอดูมาซักพักก็เริ่มที่จะเข้าใจในความคิดของทีมเขียนบท คับ หากลิ๊งค์ไม่เจอกับสถานะการแรงๆคนอย่างลิ๊งค์อาจจะไม่โตเป็นผู้ใหญ่ก็เป็นได้
อืม ผมว่าลิ๊งค์ก็เหมือนผมนะ

ผมมีลางสังหรณ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ผมว่าเธอไม่ธรรมดาคับ คับ ผมหมายถึงภรรยาของลิ๊งค์ จากบ้านนี้มีรักพอภรรยาลิ๊งค์เข้ามาอยู่ในบ้านนี้ ผมว่าบ้านมันวุ่นวายขึ้นคับ แต่ก็เป็นพื้นที่ว่างมากพอที่จะเขียนบทสอดแทรกไปได้อีกหลายตอน คับถือว่าน่าสนใจทีเดียวคับ กับลูกเล่นที่เหนือความคาดหมายอย่างนี้
ผมมองว่าบุ๊งกี๋ไม่เหมาะกับบ้านหลังนี้ แม้ตอนนี้เธอจะเป็นสมาชิกในบ้านอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ก็นะคับ มันก็เป็นแค่ละครในทีวี จะจริงจังอะไรมากมายคับ ดูเพื่อความผ่อนคลายไม่ได้ดูเพื่อเพิ่มความเตรียด

สิ่งที่ผมประทับใจ ในหลายตอนของบ้านนี้มีรักคือ การที่บทหลายอย่างจะเอื่อให้รักษ์เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในบ้าน แม้หลายๆอย่างรักษ์ไม่ได้เป็นคนสร้างขึ้นแต่รักษ์ก็ต้องเป็นคนตัดสินใจในหลายๆเรื่อง
คับ ผมหมายความว่าซิทคอมเรื่องนี้ ไม่ได้ปั่นรักษ์ให้โดดเด่นกว่าตัวละครอื่นตรงๆ แต่จะให้สถานะการณ์เป็นตัวทำให้ตัวละครตัวนี้เด่นขึ้นมาเอง อืม เก่งมากคับ

ตอนล่าสุดที่ผมดู คือ ตอน พ่อลิ๊งค์
คับ ลิ๊งค์ พาบุ๊งกี๋ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาล ทุกคนในบ้านก็ตื่นเต้น ผมเอง คนดูนอกจอยังตื่นเต้นเลยคับ ไม่รู้ว่าลิ๊งค์มีลูกแล้วตัวละครตัวนี้จะเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ แต่ผมก็ต้องอึ้งในการเขียนบทที่แสนจะแยบยลคับ
โอ๊! แม่เจ้า ลูกของลิ๊งค์ที่เฝ้าฟันหามาเป็นเวลายาวนาน เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกในสายโลหิตของลิ๊งค์ แทบช๊อคคับ !!
ผมกำลังนั่งกินข้าวอยู่เพลินๆก็เกิดอาการงงเล็กๆเลยนะคับ ผมว่าลิ๊งค์น่าจะผ่านช่วงร้ายๆในชีวิตไปหมดแล้วนะคับ แต่ แต่ แต่ แต่ทำไมคุณพี่ใจร้ายจังคับ ทำไมเรื่องร้ายๆไม่ยอมจบซักที
แต่คนที่กดดันมากสุดคือ พี่รักษ์ของน้องลิ๊งค์ที่รู้ความจริงทั้งหมดแต่เพียงคนเดียว
ผมอยากรู้คับ ว่าคนฉลาดอย่างรักษ์จะทำงัยต่อไปในการตัดสินใจเรื่องนี้
อืม ผมชอบตอนนี้มากคับ หลายๆอย่างในบ้านหลังนี้กำลังจะเปลี่ยนไป อดใจรออีกนิด อาทิตย์หน้าก็จะรู้ว่าเรื่องราวอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

ขอบคุณเอ๊กแซคที่ขยันผลิตซิทคอมมีคุณภาพออกมาให้ดูคับ
ขอบคุณใครซักคนที่ทำให้ผมสนใจซิทคอมเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ขอบคุณคนอ่านที่แวะมาบ้านหลังนี้ อิอิ




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2552    
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 1:24:02 น.
Counter : 700 Pageviews.  

For my dear.

Photobucket

ผมกำลังนั่งดูคอนเสริต
Modern Dog WAKE UP TEN : LIVE AT INDOOR STADIUM HUAMARK 21/05/05
“และตัวฉันก็ลืมตา ตื่นมาเพื่อพบนาฬิกา เวลาที่ไม่มีเทอ เมื่อคืนชั้นคงละเมอ ตื่นนอนก็เพ้อถึงตัวเทอ มากมาย ………..” เสียงพี่ป๊อด ร้องเพลง ขอ
ผมชอบเพลง ขอ ของพี่ๆโมเดรินด๊อกคับ และผมก็ชอบคอนเสริตนี้มากด้วย เป็นคอนเสริตที่เปิดดูบ่อยเท่าไหร่ผมก็ไม่เบื่อ ไม่กี่อย่างในโลกหรอกคับที่ผมทำบ่อยๆแล้วไม่เบื่อ และนี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง
ทุกครั้งที่นั่งลงบนเก้าอี้ที่บ้าน
vcd คอนเสริตของพี่ๆโมเดรินด๊อกมักเป็นแผ่นแรกๆที่ผมเลือกหยิบมาเปิด ผมว่าแม้คอนเสริตจะเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2005 แต่ว่าเสน่ห์ในบทเพลงของพี่ๆ ไม่ได้ลดลงเลยคับ ดูกี่ครั้งเรื่องราวในชีวิตของผมก็วนอยู่ในเพลงของพี่ๆเค้าคับ
ตาสว่าง/แดดส่อง/ผ่าน/เทอให้มา/บนฟ้า/กันและกัน/ลมหายใจ/เทอเท่านั้น/คลาย/very good/อีสานClassic/รูปไม่หล่อ/พอเสียที/ขอ/หมดเวลา/ลึกซึ้ง/…ก่อน/บางสิ่ง/สิ่งที่ไม่เคยบอก/Happiness Is …/ ที่จริงในใจ/ชีวิต/เทอ/กะลา/มาณี/บุษบา/ติ๋ม/หนึ่งคน/ขอบคุณ/สบายใจ/เวตาล/มา
รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อได้ยินเสียงร้อง “ทรมาน”ของพี่ป๊อด จากเพลง ลึกซึ้ง
คับ บางครั้งผมก็รู้สึก ลึกซึ้ง และคิดถึงอะไรเก่าๆเมื่อได้กลับมาที่เก่าๆที่ที่มีเรื่องเล่าเป็นร้อย

เมื่อคืนประมาณ สี่ทุ่มกว่าๆ ไอ้ฟ้าน้องสาวร่วมโรงเรียนโทรมาเล่นด้วย ผมก็ยังรู้สึกว่าไอ้ฟ้าก็ฮาได้อีก
ฟ้าถามว่าผมยังติดต่อกับทุกคนเหมือนเดิมรึเปล่า
คับ แน่นอนผมยังติดต่อกับทุกคนที่รู้จักผม และทุกคนก็ไม่ได้ทิ้งผมไปไหนเลย เหตุที่เรายังติดต่อกัน ก็คงเพราะเรายังมีเรื่องราวร่วมกัน มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่ พูดเสร็จน้องสาวของผมก็วกเข้าเรื่องเดิมจนได้
คับ แน่นอนจากวันนั้นถึงวันนี้มีเพียงคนเดียวที่ทิ้งผมไป
มีพี่คนนึงเคยบอกกับผม “เพื่อนหรือใครที่มึงเจอสมัยมัธยม เป็นคนที่จริงใจกับมึงมากที่สุด สนิทกับมึงมากที่สุด และความสัมพันธ์หากรักษาได้ มันจะยาวนานกว่าทุกช่วงเวลา”
ผมไม่ถามหาเหตุผลจากพี่คนนั้น แต่ผมเห็นด้วยกับคำพูดของพี่ซะมากกว่า

“ในใจไม่เคยมีผู้ใด จนความรักเทอเข้ามา ทำให้ดวงตาชั้นเห็นสดใส ข้างกายไม่เคยมีผู้ใด จนความรักเทอเมตตา เป็นพลังให้ชั้นสู้ต่อไป…..”
เพลง พระเอก ของพี่ๆเค้าเลยล่ะเพลงนี้ เพลงก่อน

ผมถามฟ้าว่าผมทำผิดมั๊ย? ในเมื่อมีโอกาสเข้ามาแล้วเราไม่หยิบจับมันไว้ เรากลับเลือกที่จะปล่อยมือให้มันหลุดลอยไป แต่แปลกที่ผมไม่ได้เสียใจกับโอกาสที่ลอยไปครั้งนี้ซักเท่าไหร่
บางที ผมอาจจะรู้ว่าโอกาสครั้งนี้ไม่เหมาะกับผม ก้มลงไปหยิบมัน วันนึงผมก็อาจจะปล่อยอยู่ดี เลือกที่จะปล่อยตั้งแต่วันนี้ วันที่อะไรๆยังเดินไปไม่ไกล
ผมยอมรับคับ บางทีผมก็เหงา แต่ไม่ได้หมายความว่าเวลาที่เหงา ใครเข้ามาจะต้องเป็นคนที่ทดแทนทุกอย่างได้หมด ไม่จริงหรอกคับ
ผมไม่เคยกำหนดอะไรเลยสำหรับคนๆนึงที่จะเข้ามาแชร์ชีวิตผมอีกครึ่งนึง ผมว่ามันเป็นเรื่องของความรู้สึกคับ เค้าเข้ามาแล้ว เราจะรับรู้ได้เองว่าเข้าเป็นคนที่เหมาะจะเดินร่วมทางกับเรามั๊ย อย่างที่ผมเคยบอกไว้แหละคับ ผมไม่เชื่อว่าโลกนี้ใครจะสามารถเปลี่ยนชีวิตใครได้ ตัวเราเองตะหากที่จะเป็นคนเลือกเปลี่ยนชีวิตตัวเอง
สำหรับบางคนที่ไม่เคยเหงา ลองเหงาดูคับ ไม่เคยมีใครเหงาตายหรอกคับ

เคยมีช่วงนึงในชีวิตที่ผมคุ่นคิดกับคำว่าแฟน จนไม่มีเวลาทำอะไรหลายๆอย่าง คับ ช่วงที่ผมอยากมีแฟน
แต่พอผ่านช่วงนั้นมา ผมเกือบมีแฟน แต่สุดท้ายแล้ว ขอกลับมาอยู่คนเดียวอย่างเดิมดีกว่า ไม่รู้สิคับ มันไม่เป็นธรรมชาติ
และอีกอย่าง ผมเชื่อว่า ความรักของผมกำลังเดินทางคับ ตอนนี้อาจจะยังไม่ใช่เวลาของผม ก้มหน้าดูคนอื่นไปก่อน แน่นอนซักวันมันต้องเป็นวันของผมคับ
เหงาคับ แต่เชื่อมั๊ยคับ แฟนไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะใช้ตอบโจทย์ความเหงา ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่มาแบ่งเบาเรื่องเหงาๆเศร้าๆให้เราสดชื่นคับ ยิ้มคับยิ้ม

“ยังมีอะไรอีกมายที่เราจะต้องเจอ ยังมีอะไรอีกมากมายที่เทอจะต้องทำ ให้รู้อยู่ ดูให้เข้าใจ ให้รู้อยู่ ดูกันต่อไป…..”
ชีวิต คือชื่อเพลงนี้ที่พี่ป๊อดกำลังร้อง

ที่นี่ ที่บ้านของผม ชีวิตชีวากำลังกลับมาคับ แม่ชวนไปเซ็นทรัลเปิดใหม่ที่ขอนแก่น พ่อชวนไปงานเลี้ยงรุ่นของพ่อ ผมเลือกที่จะนอนอยู่บ้านคับ
เหตุผลที่ผมให้กับแม่คือ ผมหนีจากที่ที่มีคนเยอะไม่ใช่เพื่อไปเจออีกที่ที่มีคนเยอะเหมือนกัน
เหตุผลที่ผมให้กับพ่อคือ งานนี้มีแต่คนอายุเลข 4 up ผมไปจะไปคุยกับใครล่ะคับ แต่พ่อก็บอกว่า เดี๋ยวหาลูกสาวเพื่อนพ่อมาให้คุย ฮ่าๆๆ ไม่หรอกคับ ผมอยากนั่งยิ้มขยับนิ้วมือบนแป้นพิมพ์ที่บ้านคับ
กลับมาบ้านครั้งนี้ มีบางอย่างที่หายไป แต่ก็มีหลายอย่างที่เพิ่มเข้ามา ขอบคุณพ่อกับแม่คับ

ตอนนี้ โสดสนิทคับ ฮ่าๆๆ
ผมถามฟ้าว่า เคยทำอะไรแบบที่เรายังไม่รู้ทำไปทำไมมั๊ย หมายความว่าทำไปเพื่ออะไร ประมาณนี้น่ะ ฟ้าบอกว่า เคยสิ แต่ลึกๆแล้วมันมีเหตุผลที่อธิบายได้อยู่นะ
ผมไม่ถามต่อ แต่ผมบอกว่า ตอนนี้ผมกำลังเป็นอย่างนั้นอยู่
ฟ้ารู้ว่าเรื่องอะไร ลึกๆแล้วฟ้าก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน
ช่างมันเถอะฟ้า!! ดึกแล้ว ไปนอนดีกว่า

“ขอบคุณพี่น้องครับ พวกเราชาวคณะโมเดรินด๊อกขอบคุณนะคับ………”
เสียงพี่ป๊อดขอบคุณแฟนเพลง
อ้าวนี่ หมดแผ่นสองแล้วนี่ เปลี่ยนแผ่นดีกว่า แผ่นสามอยู่ไหนวะใครเห็นบ้าง


ขอบคุณบ้าน โยธะบุรี ที่กลับมาทีไรก็อบอุ่นเหมือนเดิม
ขอบคุณ พ่อกับแม่ ที่หาเรื่องสนุกๆชวนลูกไปเที่ยว
ขอบใจไอ้ฟ้าที่แวะม่าสงเสียงหัวเราะ ฮ่าๆๆๆ




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2552    
Last Update : 8 ธันวาคม 2552 1:04:55 น.
Counter : 323 Pageviews.  

โปสการ์ดกระดาษส่งความรู้สึก

Photobucket

มีคนเคยบอกว่า
‘ส่วนที่ดีที่สุดของการเขียนโปสการ์ด ไม่ใช่ตอนที่นึกว่าเขาจะอ่านข้อความในโปสการ์ดของเราหรือเปล่า แต่เป็นตอนที่เราคิดจะเขียนโปสการ์ดถึงเขามากกว่า’

ปานตา เป็น คน
ปานตา เรียน แพทย์
ปานตา เป็น เพื่อนผม
หากนับเวลาจริงๆผมว่าผมรู้จักปานตามามากกว่า 6 ปี เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน บางเรื่องผมปรึกษาปานตา และเช่นกันบางทีเธอก็ปรึกษาผม
บ่อยครั้งผมเจอปานตา ออนไลฟ์ และเกือบจะทุกครั้ง ผมต้องแวะไปทักทายเพื่อนเก่าคนนี้
ปานตาเป็นเพื่อนที่สามารถคุยด้วยในหลายๆเรื่อง แนวคิดของผมกับเธอบางครั้งก็คล้าย หลายครั้งก็ต่าง แต่สุดท้ายเราสองคน ก็จะมีจุดๆนึงที่เชื่อมเรื่องหลายเรื่องเข้าด้วยกัน ผมว่างั้นนะ

ผมได้รับโปสการ์ดใบแรกในชีวิตจากปานตา เป็นโปสการ์ดที่ส่งมาจากอัมพวา ในกระดาษมีข้อความเขียนประมาณว่า ‘ผลไม้อร่อย หิ่งห้อยสวย อุดมไปด้วยความแนว’ อะไรของเค้าเนี๊ย ผมงงกับข้อความนิดๆ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงงงอยู่
ปานตาส่งกระดาษรูปเรือ จากอัมพวามาบ้านผม
ทุกวันนี้ผมยังเก็บโปสการ์ดแผ่นนี้เอาไว้ และส่งโปสการ์ดจากงานแฟตเฟสกลับไปให้ปานตา ปานตาส่งข้อความมาบอกว่า เหมือนได้ไปด้วยตัวเองเลย อะไรของเค้าอีกเนี๊ย ขนาดผมเดินเที่ยวในงานแท้ๆยังไม่อินเท่ากับปานตาที่อ่านข้อความจากกระดาษแผ่นน้อยเลย

ล่าสุด ปานตาส่งโปสการ์ดมาจากเชียงคาน เลย เหมือนปานตาจะส่งมาเย้ย เฮ้ย โอเล่ ฉันลงจากคานแล้วนะ นายล่ะ คงต้องขึ้นไปอยู่บนคานแทนฉัน
ใช่คับ ผมกำลังจะไปขึ้นคาน หมายถึงไปเชียงคาน จังหวัดเลย ที่ที่ปานตาเขียนโปสการ์ดส่งมาให้ผม ปานตาบอกว่า
‘เชียงคานสุดยอดเลย’
คำคำนี้แหละคับเป็นเหมือนแรงกระตุ้นทำให้ผมอยากออกเดินทางไปดินแดนที่เพื่อนผมพูดว่าสุดยอด
และอะไรมันจะบังเอิญเหมือนนิยายน้ำเน่าของไปไทย ที่มหา’ลัยของผม มีค่ายจิตอาสา ไปลั่นล้าที่เชียงคาน ผมไม่รอช้า รีบคว้าโอกาสคับ เย้ เราจะไปเชียงคานกันแล้ว
แต่ที่ที่ผมจะไปไม่ใช่ตัวอำเภอเชียงคาน แต่เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีชื่อว่า คกมาด ผมคาดว่าคกมาดคงไม่มีโปสการ์ดขาย ผมจึงออกเดินทางตามหาซื้อโปสการ์ดสำรองไว้ เพื่อเขียนส่งไปให้ใครที่ผมอยากส่งความรู้สึกว่า อยู่บนคาน แล้วมันรู้สึกยังงัย

โปสการ์ดกระดาษแผ่นน้อย ที่ข้างในมีข้อความเรียงร้อยจากความรู้สึกของคนส่ง ขณะส่งผมว่าคนเขียนคงอยากให้คนอ่านได้มาด้วย มาเห็นสิ่งที่คนเขียนเล่า มาเจอสิ่งที่คนเขียนประทับใจ
คับ แน่นอนตอนนี้ผมก็มีโปสการ์ดเป็นของตัวเองเรีบยร้อยแล้ว ที่คกมาด คาดว่า ผมคงเฮฮากับการช่วยเหลือสังคม และชื่นชมธรรมชาติ ส่วนเวลาที่เหลือผมจะเอาไปนั่งเขียนโปสการ์ดส่งไปให้คนที่ผมอยากบรรยายสิ่งที่ประทับใจ

การเดินทางของโปสการ์ดมันเป็นธรรมชาติกว่าการเดินทางของข้อความมือถือ ผมว่ามันคลาสสิคกว่าน่ะคับ

ขอบใจปานตาที่ทำให้รู้ว่า การเขียนโปสการ์ดนี่มันก็สนุกเหมือนกัน
ขอบคุณเจ๊ดำที่ลดราคาโปสการ์ดจาก 13 บาทเหลือ 12 บาท
ขอบคุณไปรษณีย์ไทยที่ทำให้ความคิดถึง ความรู้สึก ความประทับใจ เดินทางไปถึงกัน




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2552    
Last Update : 3 ธันวาคม 2552 2:41:13 น.
Counter : 1043 Pageviews.  

เลข 33 ของหมู 2 ตัว

Photobucket

หายหน้า หายตา หายหู หายจมูก หายปาก จากบ้านหลังนี้ไปนาน วันนี้ในวาระดิถี ไม่มีซ้อมบอล ข้าน้อยจึงกลับมานั่งลั้นล้า หน้าแป้นพิมพ์เหมือนเดิม
เตะบอลไปคิดถึงบ้านไป
ไม่รู้ว่าแขกที่แวะเข้ามาที่บ้านจะรู้มั๊ย ว่าตอนนี้เจ้าของบ้านกำลังวิ่งไล่ลูกบอลอย่างสนุกสนานอยู่กลางสนาม กว่าจะซ้อมเสร็จแต่ละวันก็ปาเข้าไปสองทุ่มกว่า กลับมา ก็นั่งทำการบ้าน แล้วก็เหนื่อย ง่วง สุดท้ายก็นอน

วันนี้ไม่มีโปรแกรมซ้อม ผมจึงเอาเวลาที่แสนจะมีค่าไปเดินเล่นรอบมหา’ลัย เป็นการเดินเล่นที่แสนเหงาเคล้าสนุกคับ ผมเริ่มต้นเดินตอนเวลา ห้าโมงเย็น เดินไปเรื่อยๆคนเดียว เสียบหูฟังไว้ที่หู
ประมาณทุ่มกว่าๆผมมาหยุดอยู่ที่ โรงบาลของคณะแพทยศาสตร์ นึกอะไรไม่รู้ เดินเข้าไปในโรงอาหารคณะแพทย์ศาสตร์ เดินหาร้านที่ถูกชะตา สรุปเราก็ได้ร้านผัดซี้อิ๊ววุ่นเส้นเป็นที่ต้องตาต้องใจ สั่งไป ยืนนับเลขในใจ ประมาณสี่ร้อยกว่า เจ๊ก็ยื่นจานวุ้นเส้นผัดซี้อิ๊วมาให้ อ้าวเจ๊ รับเงินไป จบกัน
ระหว่างนั่งกิน นักศึกษาแพทย์ก็เดินผ่านหน้า สายตาก็หันไปมองตา ‘เฮ้ย แพทย์คนนี้ชอบเล่นกับแมวว่ะ’

ผมไม่ชอบเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น หมา แมว ปลา อีกัวน่า กบ นก แมลงสาป ผมไม่ชอบซักอย่าง เหตุผลของผมง่ายนิดเดียว หากเรายังคิดว่ารับผิดชอบชีวิตตัวเองไม่ได้ อย่าเอาชีวิตอื่นมาเดือดร้อนด้วย ผมคิดอย่างนั้นเสมอมา

‘แมวตัวนี้น่ารักดีว่ะ น่าสงสารด้วย อยากเก็บไปเลี้ยงจัง’ ระหว่างที่เคี้ยววุ้นเส้นผมคิด
หลังจากนักศึกษาแพทย์เดินจากไป ผมเดินเอาหมูชิ้นใหญ่ไปวางตรงหน้าเจ้าเหมียว สายตาแมวมองเหลียว แล้วมันก็เคี้ยวเนื้อหมู เออ บางทีผมอาจลืมคิด เราไม่ได้เอามันไปเดือดร้อนด้วยหรอก แต่บางทีเพื่อนที่ดีอาจไม่ใช่มนุษย์ด้วยกัน มันอาจจะเป็น หมา แมว ปลา อีกัวน่า กบ นก แมลงสาป

เล่นกับแมวซักพัก ผมก็เดินออกจากโรงอาหารคณะแพทย์ แวะเข้าพลาซ่า เดินถามหาร้านไหนมีโปสการ์ด กะว่าจะซื้อไปนอนเขียนเล่นที่บ้าน เหลือก็จะเก็บไปเขียนที่เชียงคาน เบิกบานต้อนรับปีใหม่ ทำหัวใจให้มันสดชื่น
ช่วงนี้ อากาศหนาว เหงา แต่ไม่เศร้าคับ
ผมเชื่อคำพูดของพี่คนนึงที่พึ่งรู้จักนะ “ถ้าทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำเถอะ” คับผมทำจริงๆ

เดินกลับเพลินๆเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อว่า N ฟ้า มันจะโทรมาทำไมวะ

ฟ้าบอกว่ารีบลงมาเอาของฝากจากการไปเข้าค่ายสมาธิ แอบยิ้ม ที่จริงมันก็ดีเหมือนกันนะ อิอิ
เดินไปพบไอ้ฟ้า มันก็ฮาเหมือนเดิม ฟ้ามาพร้อมกระทงกระดาษ
“เค้ามีของฝากมาให้ แอ่น แอน แอ๊น ไอ้หมูสองตัว”
อะไรของมันวะเนี๊ย ยังไม่จบอีกเหรอเนี๊ยน้องรัก นิยายเรื่องหมูสองตัวมันเป็นเรื่องที่สวยงาม แต่ตอนนี้มันยังไม่สมควรถูกยกมาเล่าใหม่นะ เอาไว้แป๊ปๆก่อนนะฟ้า

Photobucket

รับหมูสองตัวมา น้ำตาแทบหล่น ฟ้านะฟ้าไม่น่าทำกันได้

เดินขึ้นไปบนหอ พี่โทรมาหา
“เฮ้ย พรุ่งนี้ รีบไปที่สนามเร็วๆหน่อยนะ”
“คับพี่”
อ้าวซวยแล้ว เสื้อเบอร์สวยยังไม่ไดซักเลย
ผมชอบเลข 33 คับ
33 แม้ไม่สวยเหมือน 99 แต่ผมว่า 33 ก็น่ารักไม่เบานะคับ ในชีวิตผม หากต้องมีการเลือกอะไรที่เป็นตัวเลข ผมมักจะเลือก เลข 33 เป็นอันดับแรก และหากมีคำถามว่าทำไมต้องเป็น 33 ผมก็จะตอบคำถามนั้นด้วยคำตอบที่แสนจะอึดอัด
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ 33 มันดีกว่าตัวเลขทุกตัวในโลก”
ผมอยากมีบ้านเลขที่33 อยู่หมู่ 33 ซอย 33 อยากมีลูก 3 คน อยากมีรถ 3 คัน และอยากมีคนรู้ใจ คนเดียว
เวลาที่ผมวิ่งในสนาม เบอร์ 33 ไม่เด่น แต่ผมพยายามทำเบอร์ 33 ให้เด่น เป็นที่จับตามองจากหลายสายตาข้างสนาม คับ ผมเล่นเต็มที่

หมูสองตัว กับเลข 33 แม้ทั้งสองจะไม่เกี่ยวกัน แต่วันนึงจากหมู สองตัว อาจจะกลายเป็นหมู 3 ตัวก็ได้
ชอบเทอจังเลย 33
เฮ้ย เหนื่อยคับ วันนี้ขอตัวไปพักผ่อนนอนทับผ้าปูที่นอนก่อนนะคับ

ขอบใจไอ้ฟ้าที่พาหมูสองตัวมาหา และทำให้รู้ว่า บางทีเรื่องบางเรื่องอาจจะสวยงามกว่าที่เป็นอยู่
ขอบใจเพื่อนๆโยธาที่บ้าส่งผมลงไปวิ่งเล่นในสนาม
ขอบใจปานตาที่มาแนะนำเพลงเพราะๆ ความหมายดีๆให้ฟัง
เอ๋า เอามาฟากทุกคนด้วยคับ





 

Create Date : 02 ธันวาคม 2552    
Last Update : 2 ธันวาคม 2552 18:26:33 น.
Counter : 458 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

เบิกทวารแมน
Location :
นครนายก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เบิกทวารแมน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.