Group Blog
 
All blogs
 

ของฝากจากสวนโพธิ์

เคล็ดวิชาดูจิต
ของฝากจากสวนโพธิ์

สันตินันท์



1. เผลอก็ให้รู้ว่าเผลอ เมื่อรู้ว่าเผลอแล้วก็พอแล้ว อย่าเผลอต่อไปอีก ด้วยการคิดว่า ทำอย่างไรจึงจะรู้ตัวได้ต่อเนื่อง

2. เพ่งก็ให้รู้ว่าเพ่ง เมื่อรู้ว่าเพ่งแล้วก็พอแล้ว อย่าเผลอหรือเพ่งต่อไปอีก เพื่อจะทำลายการเพ่งนั้น

3. หงุดหงิดก็รู้ว่าหงุดหงิด กลัวก็รู้ว่ากลัว มีราคะก็รู้ว่ามีราคะ มีความฟุ้งซ่านก็รู้ว่ามีความฟุ้งซ่าน ให้รู้ด้วยจิตที่เป็นกลางๆ คือไม่คล้อยตาม และไม่ต่อต้าน เพราะถ้าคล้อยตามก็จะถูกกิเลสครอบงำ ถ้าต่อต้านก็จะเกิดความอึดอัดใจ

4. สรุปแล้ว ให้รู้ทุกอย่างที่จิตไปรู้เข้า โดยไม่เติมความคิดนึกปรุงแต่งใดๆ ลงไปอีก เพราะ "รู้" นั่นแหละคือประตูของมรรคผลนิพพาน

29 พ.ย. 2544





 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2551 0:48:44 น.
Counter : 249 Pageviews.  

ปิ๊ง ! ธรรมะ ปัญญา.....ที่ได้จากการปฏิบัติธรรม

การไปปฎิบัติธรรมใช่ว่าเราจะได้ปัญญาทุกครั้ง ฟังเทศน์ฟังธรรมบางครั้งก็ฟังแล้วผ่านเลยไป ไม่จำ ไม่สะดุดใจ

แต่ธรรมะที่ได้ต่อไปนี้ เป็นธรรมะที่ "ปิ๊ง ! สะดุดใจ" จิตตื่นขึ้นมา เห็นปัญญา เพื่อที่จะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

1) ไม่คิดต่อ....จากหลวงพ่อเกษม วัดมเหยงคณ์

หมายถึง พอจิตมันฟุ้ง คิดโน่นคิดนี่ พอเรารู้สึกตัวก็ไม่ต้องไปคิดปรุงแต่งต่อ เช่น คิดถึงแม่ ก็ไม่ต้องไปคิดต่อว่า ปานนี้แม่กำลังทำอะไรอยู่นะ จะกินอะไร

พอปิ๊งธรรมะข้อนี้ได้ ทำให้เราหยุดคิดต่อ เมื่อเรารู้สึกตัวเป็นการตัดความกังวล ฟุ้งซ่าน ได้ระดับหนึ่ง


2) เข้าวัดต้องตัดห่วง....จากหลวงพ่อเกษม วัดมเหยงคณ์

พอมาบวชแล้วเราต้องตัดห่วง ทิ้งห่วงไว้ข้างหลัง เข้าวัดก็ตั้งใจปฏิบัติอย่างเดียว

แต่ขอบอกว่าจิตจะถูกทดสอบ เพราะเราชอบกังวลเป็นห่วงคนโน้นคนนี้
การทดสอบ เช่น อยู่ ๆ จะรู้สึกสังหรณ์ใจเป็นห่วงน้องชายมาก ๆๆๆ กลัวอุบัติเหตุ จะโทรกลับไปหาเขาดีมั้ย

ก็คิดได้ว่า "เอาว่ะ เรามาปฏิบัติธรรมเราต้องตัดห่วงให้ได้ ถ้าไม่ได้ เราก็คงปฏิบัติไม่ได้ถึงไหน"

สรุปก็ไม่ได้โทร พอกลับมาบ้าน น้องชายก็ปกติดี มีความสุขดี เราจะถูกทดสอบอย่างนี้เรื่อย ๆ

ปัจจุบันเลิกกังวลห่วงแล้วค่ะ ก็ห่วงนิดหน่อย แต่ถึงกับบ้าฟุ้งซ่าน เป็นประสาท เหมือนแต่ก่อน 555


3) ตดคนอื่นเหม็น ตดเราไม่เหม็น.......หลวงพ่อมิตซูโอะ คเวสโก

การเห็นความผิดเป็นเรื่องใหญ่โต เมื่อเราทำผิดกลับเป็นเรื่องเล็กนิดเดียว สอนไม่ให้จับผิดคนอื่น ให้มีเมตตา

ธรรมะของหลวงพ่อมิตซูโอะ คเวสโก น่ารักค่ะ หนังสือธรรมะก็มีการ์ตูนน่ารัก ๆ เล่มเล็ก ๆ 10 บาทเองค่ะ เว็บไซท์ของวัด http://www.watpahsunan.org/ มีกระต่ายนั่งหายใจเข้า หายใจออก น่ารักมาก ๆๆ

4) สุขก็ปล่อยวาง.........หลวงพี่โจ้ พระลูกวัดหลวงพ่อมิตซูโอะ คเวสโก

แต่ก่อนไม่เคยรู้ว่า "สุขก็ต้องปล่อยวาง" ตอนเริ่มปฏิบัติคิดว่า "ทุกข์ต้องปล่อยวาง" อย่างเดียว

5) ศิษย์ตื่นครู......ป้ายติดในวันสุนันทาวนาราม หลวงพ่อมิตซูโอะ คเวสโก

เราอาจจะเข้าใจความหมายผิดก็ได้ แต่ในความคิดเราคือ ตรงกะเราดี วิ่งหาหลวงพ่อ หาครูบาอาจารย์ วัดนู้นวัดนี่

6) เผลอก็รู้ว่าเผลอ ตามดูไปเรื่อย ๆ ......หลวงพ่อปราโมทย์

ธรรมะข้อนี้ไม่ต้องอธิบาย

7) เราเกิดมาพร้อมขันธ์ 5 ขันธ์ แล้วเราไปห่วงคนอื่นก็เท่ากับเราแบกขันธ์
ของเขาไว้ด้วย.......จากหลวงพ่อเกษม วัดมเหยงคณ์


เช่น ห่วงแม่ แม่ก็มีขันธ์ 5 ขันธ์ รวมกับของเราเองอีก เป็น 10 ขันธ์
ห่วงน้อง คนที่ 1 ก็เพิ่มอีก 5 ขันธ์ เป็น 15 ขันธ์
ห่วงน้อง คนที่ 2 ก็เพิ่มอีก 5 ขันธ์ เป็น 20 ขันธ์
ห่วงหลาน ก็เพิ่มอีก 5 ขันธ์ เป็น 25 ขันธ์

ของเราคงจะเป็น 100 ขันธ์ เลยมั้ง พอรู้อย่างนี้แล้วก็ "ปล่อยวาง"

8) ขันธ์ทั้งห้า เป็นของหนักเน้อ ... บุคคลแหละ เป็นผู้แบกของหนักพาไป
......ธรรมะจาก บทสวดมนต์ทำวัตร พิเศษ บทที่ 8

9) บุคคลไม่ควรตามคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ด้วยความอาลัย ;
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง


......ธรรมะจาก บทสวดมนต์ทำวัตร พิเศษ บทที่ 9

10) เมื่อมีปัญหาให้แก้ปัญหา ถ้าแก้ปัญหาไม่ไหวให้แก้ที่ใจ.......จากหลวงพ่อเกษม วัดมเหยงคณ์




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2551 21:18:20 น.
Counter : 230 Pageviews.  

พุทธชัยมงคลคาถา... พร้อมคำแปล

บทสวดพาหุง (พุทธชัยมงคลคาถา)


สวดถวายพรพระ


นะโม ตัสสะ ภะคะวะโค อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (สวด ๓ จบ)

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค พระองค์นั้น
ผู้ไกลจากกิเลส
ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง

~~~~~~~~~~~~~~~~


พระพุทธคุณ


อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส
ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
ถึงพร้อมด้วยความรู้และความประพฤติ เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก

อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
ทรงเป็นสารถีฝึกบุคคลที่ควรฝึก ไม่มีใครยิ่งกว่า

สัตถา เทวะมะนุสสานัง
ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

พุทโธ ภะคะวาติ.
ทรงเป็นผู้รู้แจ้ง ทรงเป็นผู้อธิบายธรรม

~~~~~~~~~~~~~~~~


บทสวดพาหุง (พุทธชัยมงคลคาถา)


๑. พาหุงสะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
คิริเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะ เม* ชะยะมังคะลานิ

เมื่อพญามารเนรมิตแขนมากเป็นพัน ถืออาวุธในมือ
ขี่ช้างคิริเมขละ สะพรึบพร้อมด้วยกองทัพอันน่าสะพรึงกลัว
พระจอมมุนีทรงชนะด้วยทานบารมีเป็นต้นอันชอบธรรม
ด้วยพระเดชนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า

๒. มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัง ปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม* ชะยะมังคะลานิ

เมื่ออาฬวกยักษ์ผู้ดุร้าย หยาบช้า และโหดเหึ้ยม
เข้ามาราวีตลอดทั้งคืนยิ่งกว่าพญามาร
พระจอมมุนีทรงชนะด้วยการใช้พระขันติเป็นอุบายสั่งสอน
ด้วยพระเดชนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า

๓. นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม* ชะยะมังคะลานิ.

เมื่อพญาช้างนาฬาคิรีตกมันหนักดุร้ายเหลือ
แล่นเข้ามาราวกับไฟไหม้ป่า ดุจจักราวุธ เหมือนฟ้าผ่า
พระจอมมุนีทรงชนะด้วยน้ำพระเมตตา
ด้วยพระเดชนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า

๔. อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะ สุทารุณันตัง
ธาวัง ติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม* ชะยะมังคะลานิ.

เมื่อโจรองคุลีมารผู้ดุร้าย ถือดาบเงื้อง่า
วิ่งไล่ติดตามไปเป็นหนทาง ๓ โยชน์
พระจอมมุนีทรงชนะด้วยการบันดาลอิทธิฤทธิ์
ด้วยพระเดชนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า

๕. กัคตะวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม* ชะยะมังคะลานิ.

เมื่อนางจิญจาเอาผ้าห่อไม้ทำเป็นท้องเหมือนหญิงมีครรภ์
กล่าวคำใส่ร้ายในท่ามกลางหมู่ชน
พระจอมมุนีทรงชนะด้วยความสงบนิ่งอันประเสริฐ
ด้วยพระเดชนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า

๖. สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม* ชะยะมังคะลานิ.

เมื่อสัจจกนิครนถ์ละทิ้งความจริงแท้ ชูธงประกาศความเห็นของตน
ว่าถูกต้องเป็นผู้มืดบอดอย่างยิ่ง ประสงค์จะโต้คารม
พระจอมมุนีทรงชนะด้วยพระปัญูญูาดุจประทีปอันโชติช่วง
ด้วยพระเดชนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า

๗. นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม* ชะยะมังคะลานิ.

เมื่อนั้นโทปนันทนาคราชผู้หลงผิด แผ่อิทธิฤทธิ์ใหญ่
พระจอมมุนีโปรดให้พระเถระพุทธบุตรผู้ประเสริฐไปปราบ
ทรงชนะด้วยการแสดงอิทธิฤทธิ์
ด้วยพระเดชนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า

๘. ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พรัหมัง** วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
ตันเตชะสา ภะวะตุ เม* ชะยะมังคะลานิ.

เมื่อพรหมนามว่าพกะ ผู้บริสุทธิ์ ผ่องใส มีฤทธิ์ มีหัตถ์
ถูกงู คือ มิจฉาทิฏฐิขบกัดแล้ว
พระจอมมุนีทรงชนะด้วยพระญาณโอสถ
ด้วยพระเดชนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถาโย
วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะ เนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถิ ภะวันตุ เม*

ขอจงมีสรรพมงคล ขอปวงเทวดาจงคุ้มครอง ขอข้าพเจ้าจงมีความสวัสดีด้วย
พุทธานุภาพทั้งปวงเสมอ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถิ ภะวันตุ เม*

ขอจงมีสรรพมงคล ขอปวงเทวดาจงคุ้มครอง ขอข้าพเจ้าจงมีความสวัสดีด้วยธรรมานุภาพทั้งปวงเสมอ

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถิ ภะวันตุ เม*

ขอจงมีสรรพมงคล ขอปวงเทวดาจงคุ้มครอง ขอข้าพเจ้าจงมีความสวัสดีด้วยสังฆานุภาพทั้งปวงเสมอ

* ถ้าสวดให้คนอื่น ให้เปลี่ยนจากคำว่า เม เป็น เต
** อ่านว่า พรัมมัง




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 23:08:53 น.
Counter : 885 Pageviews.  

วิธีพับดอกบัวถวายพระ 15 แบบ

ดีใจจังได้แบบวิธีพับดอกบัว กะว่าจะเอาไปให้แม่ดูเป็นตัวอย่างค่ะ

1. ดาวกระจาย



2. ตรีมณี



3. บานพับ (อันนี้ตั้งเองค่ะ)



4. สุโขทัย



5. สุวรรณี



6. เดือนฉาย



7. เล็บครุฑ



8. กมลฉัตร



9. กลีบพิกุล



10. กลีบพุดตาน



11. กลีบมรกต



12. กังหัน



13. ตรีรัตน์



14. บานชื่น



15. มะลิ




ขอขอบคุณเว็บฟังธรรม http://www.fungdham.com
และ http://picasaweb.google.com/dhammavoice/




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 22:17:02 น.
Counter : 1988 Pageviews.  

ชีวิตและกรรม

เรื่องชีวิตและกรรม มีความสลับซับซ้อนมากดังพรรณนามา คนที่มองชีวิตและกรรมในสายสั้น จึงไม่อาจเข้าใจชีวิตและกรรมอย่างแจ่มแจ้งโดยตลอดได้


แม้ผู้ได้ญาณระลึกชาติหนหลังได้ (ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ) และได้ญาณรู้อนาคต (อนาคตตังสญาณ) แต่ได้ระยะสั้นเพียง ๑ ชาติ หรือ ๒ ชาติ ก็ยังหลงเข้าใจผิดได้ เพราะเห็นผู้ประกอบกรรมชั่วในปัจจุบันบางคนตายแล้วไปบังเกิดในสวรรค์ เห็นผู้ทำกรรมดีบางคนตายแล้วเกิดในนรก เขาไม่มีญาณที่ไกลกว่านั้น จึงไม่อาจเห็นกรรมและชีวิตตลอดสายได้ ส่วนผู้มีญาณทั้งในอดีตและอนาคตไม่มีที่สิ้นสุด เช่นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สามารถเห็นกรรมและชีวิตได้ตลอดสาย ทรงสามารถชี้ได้ว่าผลอย่างนี้ๆ มาจากกรรมอย่างใด


มีตัวอย่างแห่งกรรมมากมายที่ปรากฏในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ว่า บุคคลนั้นๆ ได้ประสบผลดีผลชั่วอย่างนั้นๆ อันแสดงถึงผลกรรมที่สามารถให้ผลข้ามภพข้ามชาติ จะขอนำบางเรื่องมาประกอบพิจารณาในที่นี้


๑. ภิกษุรูปหนึ่ง ชื่อ จักขุบาล ท่านทำความเพียรเพื่อบรรลุมรรคผลจนตาบอดทั้ง ๒ ข้าง พร้อมกับสำเร็จเป็นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าเป็นผลของกรรมที่เมื่อชาติหนึ่ง พระจักขุบาลเป็นหมอรักษาโรคตา ประกอบยาให้คนป่วยตาบอดโดยเจตนา เพราะคนป่วยทำทีบิดพลิ้วจะไม่ให้ค่ารักษา เรื่องนี้ปรากฏในอรรถกถาธรรมบทภาค ๑ เรื่องจักขุบาล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง : http://www.oknation.net/blog/bunruang/2008/05/01/entry-1


๒. ชายคนหนึ่ง ชื่อจุนทะ มีอาชีพทางฆ่าหมูขาย คราวหนึ่งป่วยหนัก ลงคลาน ๔ ขา ร้องครวญครางเสียงเหมือนหมู ทุกข์ทรมานอยู่หลายวันจึงตาย เรื่องนี้ปรากฏในอรรถกถาธรรมบท ภาค ๑ เรื่องจุนทสูกริก


๓. ชายคนหนึ่ง มีอาชีพทางฆ่าโคขายเนื้อ วันหนึ่งเนื้อที่เก็บไว้เพื่อบริโภคเอง เพื่อนมาเอาไปเสียโดยถือวิสาสะ จึงถือมีดลงไปตัดลิ้นโคที่อยู่หลังบ้านมาให้ภรรยาทำเป็นอาหาร ขณะที่เขากำลังบริโภคอาหารอยู่นั้นลิ้นของเขาได้ขาดหล่นลงมา เขาคลาน ๔ ขา เหมือนโค ร้องครวญครางทุกข์ทรมานแสนสาหัส และสิ้นชีพพร้อมกับโคหลังบ้าน เรื่องนี้ปรากฏในอรรถกถาธรรมบทภาค ๗ เรื่องบุตรของนายโคฆาต


๔. ภิกษุรูปหนึ่ง ชื่อ ติสสะ เป็นแผลเปื่อยพุพองรักษาไม่หาย พระพุทธเจ้ากับพระอานนท์ไปช่วยดูแลให้อาบน้ำอุ่น แสดงธรรมให้ฟัง พระติสสะได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์พร้อมกับนิพพานในวันนั้น พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่าที่เป็นแผลพุพองนั้น เพราะชาติก่อน พระติสสะเป็นพรานนก จับนกขายเป็นอาหาร ที่เหลือก็หักปีกหักขาไว้เพื่อไม่ให้มันบินหนี เรื่องนี้ปรากฏในอรรถกถาธรรมบท ภาค ๒ เรื่องปูติคัตตติสสะ


๕. พระนางโรหิณี ๑ พระขณิษฐาของพระอนุรุท พระญาติของพระพุทธเจ้า ทรงเป็นโรคผิวหนังอย่างแรง ทรงละอายจนไม่ปรารถนาพบผู้ใด เมื่อพระอนุรุทเถระมาถึงเมืองกบิลพัสดุ์ พวกพระญาติต่างก็มาชุมนุมกัน เว้นแต่พระนางโรหิณี พระอนุรุทจึงถามหา ทราบความว่าพระนางเป็นโรคผิวหนัง พระเถระให้เชิญพระนางออกมา แล้วทรงแนะนำให้ทำบุญโดยให้ขายเครื่องประดับต่างๆ เท่าที่มีอยู่ แล้วนำทรัพย์มาสร้างศาลาโรงฉัน ท่านขอแรงพระญาติที่เป็นชาย ให้ช่วยกันทำโรงฉัน


พระนางโรหิณีทรงเชื่อ เมื่อสร้างโรงฉัน ๒ ชั้นเสร็จแล้ว ทรงปัดกวาดเอง ทรงตั้งน้ำใช้น้ำฉันสำหรับพระภิกษุสงฆ์เอง ถวายขาทนียะโภชนียาหารแก่ภิกษุสงฆ์เป็นประจำทุกวัน โรคผิวหนังของพระนางค่อยๆ หายไปทีละน้อยจนเกลี้ยงเกลา โรคนี้เป็นโรคที่เกิดแต่กรรม ต้องเอาบุญมาช่วยรักษา ลดอิทธิพลแห่งกรรม จนไม่มีอานุภาพในการให้ผลอีกต่อไป เหมือนคนกินยาเข้าไปปราบเชื้อโรค


วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าเสด็จมาเสวยที่โรงฉันของพระนางโรหิณี แล้วตรัสให้พระนางทราบว่าโรคนั้นเกิดขึ้นเพราะกรรมของพระนางเอง


ในอดีตกาล พระนางโรหิณีเป็นอัครมเหสีของพระเจ้ากรุงพาราณสี มีจิตริษยาหญิงนักฟ้อนคนหนึ่งของพระราชา ได้ทำเองด้วย ให้คนอื่นทำด้วย คือการเอาผลเต่าร้างหรือหมามุ่ยโรยลงบนสรีระของหญิงนักฟ้อนคนโปรดของพระราชา นอกจากนี้ยังให้บริวารเอาผงเต่าร้างไปโปรยบนที่นอนของหญิงนักฟ้อนคนนั้นอีกด้วย หญิงนักฟ้อนคันมาก เป็นผื่นพุพองขึ้นมา ได้รับทุกขเวทนาแสนสาหัส นี่คือบุพกรรมของพระนางโรหิณี พระพุทธเจ้าตรัสเตือนว่าพึงละความโกรธความถือตัวเสีย เรื่องนี้ ปรากฏในอรรถกถาธรรมบท ภาค ๖ เรื่องพระนางโรหิณี


๖. ในอรรถกถาสาราณียธรรมสูตร ภาค ๓ หน้า ๑๑๐–๑๑๒ เล่าไว้ว่า ในพุทธกาลมีภิกษุรูปหนึ่ง มีนิสัยชอบเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ได้ปัจจัยอะไรมาก็แบ่งปันแก่ภิกษุอื่นเสมอๆ ด้วยอานิสงส์นี้ ท่านกลายเป็นผู้มีโชคดีในเรื่องลาภอย่างประหลาด ในที่บางแห่ง ภิกษุอื่นไปบิณฑบาตไม่ได้อาหารอะไรเลย แต่พอภิกษุรูปนั้นไป ปรากฏว่ามีคนมีจิตคิดทำบุญใส่บาตรให้ท่านจนเต็ม ท่านได้นำอาหารเหล่านั้นมาแบ่งให้ภิกษุอื่นๆ จนหมด


คราวหนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินมีพระประสงค์จะถวายผ้าแก่พระทั้งวัด มีผ้าเนื้อดีที่สุด ๒ ผืน (คงจะเป็นผ้านุ่งคือผ้าสบงผืนหนึ่ง ผ้าห่มคือจีวรผืนหนึ่ง) พระรูปนั้นทราบเข้าจึงพูดไว้ล่วงหน้าว่า ผ้าเนื้อดี ๒ ผืนนั้น จะต้องตกมาถึงท่านอย่างแน่นอน อำมาตย์ได้ทราบเรื่องนี้ จึงนำเรื่องไปทูลกระซิบพระราชา พระราชาเป็นผู้ถวายผ้าเอง ก็ทรงสังเกตผ้าที่วางซ้อนๆ กันอยู่ พอมาถึงลำดับภิกษุหนุ่มรูปนั้น ก็เป็นผ้าเนื้อดีทั้ง ๒ ผืน ทั้งอำมาตย์และพระราชาต่างมองหน้ากันเป็นเชิงประหลาดใจ

เมื่อทำพิธีถวายผ้าเสร็จแล้ว พระราชาเสด็จเข้าไปหาภิกษุหนุ่มรูปนั้น ด้วยเข้าพระทัยว่าพระรูปนั้นเป็นพระอรหันต์มีญาณวิเศษอย่างแน่นอน จึงตรัสถามว่าพระคุณเจ้าได้บรรลุโลกุตรธรรมตั้งแต่เมื่อไร ภิกษุหนุ่มถวายพระพรว่ายังไม่ได้บรรลุอะไรเลย แต่ที่รู้ว่าผ้าเนื้อดีจะต้องตกแก่ตนนั้น ก็เพราะท่านเป็นผู้บำเพ็ญสาราณียธรรม คือการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่เป็นนิตย์

ตั้งแต่เริ่มบำเพ็ญมาก็ได้ผลอย่างประหลาดอยู่เสมอ คืออะไรที่ดีที่สุด ถ้ามีการแจกกันโดยไม่เจาะจง สิ่งนั้นก็ต้องตกมาถึงท่าน พระราชาทรงชื่นชมยินดีและทรงอนุโมทนา


๗. ในคัมภีร์อปทาน (อันเป็นพระประวัติที่พระพุทธเจ้าตรัสเล่าถึงเรื่องในอดีตของพระองค์) พระไตรปิฎก เล่ม ๓๒ ตั้งแต่หน้า ๔๗๑ พระองค์ได้ทรงเปิดเผยถึงอดีตกรรมของพระองค์ อันเป็นเหตุบันดาลให้เกิดผลแก่พระองค์ในปัจจุบันมากเรื่องด้วยกัน ขอนำมากล่าวเพียงบางเรื่องดังนี้ ๒


๗.๑ ชาติหนึ่ง พระพุทธองค์เป็นนักเลงชื่อ ปุนาสิ กล่าวใส่ความพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่า สุรภี ผู้ไม่ประทุษร้ายพระองค์เลยแม้แต่น้อย ผลของกรรมนั้นทำให้พระองค์ต้องตกนรกอยู่นาน ในพระชาติสุดท้ายถูกนางสุนทรีใส่ความว่าพระองค์ได้เสียกับนาง เป็นเรื่องอื้อฉาวมากเรื่องหนึ่งในพุทธกาล


๗.๒ ชาติหนึ่ง พระพุทธองค์ได้ใส่ความสาวกของพระพุทธเจ้าพระนามว่า สัพพาภิภู (พระนามของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ชื่อสาวก) สาวกนั้นชื่อ นันทะ ด้วยผลกรรมนั้น พระองค์ต้องตกนรกอยู่นาน ในพระชาติสุดท้ายที่เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว จึงถูกนางจิญจมาณวิกาใส่ความว่าได้เสียกับนางในพระคันธกุฎี จนนางมีครรภ์ เป็นเรื่องอื้อฉาวที่สุดในพุทธกาล


๗.๓ ชาติหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงฆ่าน้องชายต่างมารดาเพราะอยากได้ทรัพย์เพียงผู้เดียว โดยผลักน้องชายลงซอกเขา เอาหินทุ่ม ด้วยผลแห่งกรรมนั้น ในพระชาติสุดท้ายที่เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว จึงถูกพระเทวทัตปองร้ายเอาศิลาทุ่ม แต่เพราะกรรมนั้นเบาบางมากแล้วจึงไม่ถูกอย่างจัง ถูกเพียงสะเก็ดเล็กน้อยที่นิ้วพระบาทเท่านั้น


ข้อสังเกตของสำนักข่าวชาวพุทธ


๑. กรณีนางโรหิณีที่ในอดีตชาติเคยประทุษร้ายผิวพรรณผู้อื่น และเมื่อผลของกรรมตามมาในชาติปัจจุบัน ทำให้นางเป็นโรคผิวหนัง ต่อมานางได้ใช้วิธีทำบุญกุศลเพื่อลดอิทธิพลของผลกรรมชั่วที่ตามมา จนต่อมาได้หายจากโรคผิวหนัง เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า คนเราสามารถสร้างกุศลกรรมเพื่อทำให้สิ่งที่ร้ายกลายเป็นดี หรือทำให้วิบากกรรมชั่วที่ตามมาสนองให้ทุเลาเบาบางลงไปได้ ไม่ใช่ว่าคนเราจะต้องยอมรับผลของบาปกรรมที่ทำไว้ในอดีตอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ อย่างที่มีการเชื่อกันผิด ๆ กันมาแต่อย่างใด


๒. ผลกรรมชั่วที่พระพุทธองค์เคยได้ประกอบไว้ในอดีตชาตินานแสนนาน เมื่อวิบาก (ผลกรรม) นั้นตามมาถึงในชาติที่พระพุทธองค์ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ท่านจะสังเกตได้ว่ามันกลายเป็นเพียงแค่เหตุปัจจัยที่ส่งผลสืบทอดมาเพื่อให้พระพุทธองค์ได้รับรู้ด้วยปัญญาและกรุณาเท่านั้นเอง และ พระพุทธองค์ก็ทรงสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ลุล่วงไปด้วยดี นี้เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าผลกรรมชั่วในอดีต แม้จะเคยกระทำมาร้ายแรงเพียงใด แต่ถ้าชาวพุทธหมั่นฝึกฝนพัฒนาตนจนกลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ดังเช่นพระพุทธองค์แล้ว ผลของกรรมชั่วต่าง ๆ ก็ไม่สามารถจะทำอันตรายผู้นั้นได้เลย.


*****


บทความนี้คัดมาจากหนังสือ “หลักกรรม และ การเวียนว่ายตายเกิด”

เขียนโดย วศิน อินทสระ

จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ธรรมดา โทร ๐๒-๘๘๘ ๗๐๒๖-๗

http://www.budpage.com/vasin02.htm

ขอขอบพระคุณ ...

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/tocare/2008/07/07/entry-1





 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 22:27:05 น.
Counter : 217 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

npmail
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
.....ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า, พระองค์นั้น

อะระหะโต
.....ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส

สัมมาสัมพุทธัสสะ
.....ตรัสรู่ชอบได้โดยพระองค์เอง

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

Blog นี้เอาไว้เก็บเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เอาไว้อ่านเองค่ะ ไว้ว่าง ๆ ค่อยกลับมาอ่าน ส่วนใหญ่ก็ก็อป ๆ มากจากคนอื่นค่ะ ต้องขอขอบคุณ ณ ที่นี้นะคะ

ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ที่แบ่งปันของแต่งบล็อกสวย ๆ ให้มาแต่งบล็อกนี้

และขอขอบคุณทุกท่านที่ Vote ให้ด้วยนะคะ
โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน ดูดวง โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา
Friends' blogs
[Add npmail's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.