Group Blog
 
All blogs
 

ลูกกะพ่อแม่



พ่อทำงาน...อาบแดด...ถูกแผดเผา
ลูกดื่มเหล้า..ฟังเพลง...ครื้นเครงเหลือ


แม่ขายผัก...กินข้าว...เคล้ากับเกลือ
ลูกเอื้อเฟื้อ...พาสาวเที่ยว...เลี้ยวโฮเตล


พ่อหาเงิน...ส่งลูกเรียน...เพียรอุตส่าห์
ลูกติดยา...คบเพื่อนชั่ว...มั่วให้เห็น


แม่กระหาย...ดื่มน้ำคลอง...ตอนกลองเพล
ลูกทะเล้น...จิบวายแดง...แพงจับใจ


พ่ออดอยาก...ไม่เคยบ่น...ทนลำบาก
ลูกมักมาก...เพศสัมพันธ์...มันส์ชิบหาย


แม่ทอผ้า...ปลูกหม่อน...หารายได้
ลูกหญิงชาย...เที่ยวสนุก....โรคติดตัว


พ่อสูบน้ำ...เข้าแปลงนา...ปลูกข้าวกล้า
ลูกมัวเมา...การพนัน...หมั่นหาผัว


แม่หาบน้ำ...เลี้ยงเป็ดไก่...ทำสวนครัว
ลูกใจชั่ว...ใช้เงินเพลิน...เดินหลงทาง


พ่อขายวัว...ส่งควายเรียน...เวียนศรีษะ
ลูกตะกละ...กินฟาสฟู๊ต...พูดกว้างขวาง


แม่ปวดเมื่อย...สู้งานหนัก...ไม่ละวาง
ลูกสำอาง...ใช้ของแพง...แข่งสังคม


พ่อผอมแห้ง...เรื่ยวแรงน้อย...ด้อยอาหาร
ลูกประพฤติ...อันตพาล...ล่าเสพสม


แม่เป็นดอก...ทบต้น...หมดอารมณ์
ลูกเขี้ยวคม...ฆ่าพ่อแม่...ก่อนแก่ตาย




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2552    
Last Update : 29 สิงหาคม 2552 20:32:55 น.
Counter : 145 Pageviews.  

เสี่ยบุญหลาย ตัวไม่เหมือนใคร แต่หัวใจไม่พิการ ....... เรื่องของคนดี ๆ เราต้องเก็บไว้







ในขณะที่คนปกติ มีอวัยวะครบ 32 กำลังท้อแท้สิ้นหวังกับชีวิต แต่ในมุมเล็กๆ ของอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร กลับมีอีกชีวิตหนึ่งที่แม้ว่าร่างกายไม่สมประกอบ แต่หัวใจของ "บุญหลาย" พ่อค้าเร่แห่งบ้านหนองเลิงคำ กลับไม่เคยย่อท้อในความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง ตรงกันข้ามเขากลับมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ และเป็น "เสี่ย" ที่หลายๆ คนรักใคร่

เด็กชายบุญหลายเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความยากจนข้นแค้นของครอบครัว นางทองฉัน บุญแสง หญิงชาวนา วัย 54 ปี บอกเล่าเรื่องราวของ บุญหลาย หรือ โชติ ลูกชายคนสุดท้องให้ฟังว่า เมื่อ 25 ปีก่อน หลังให้กำเนิดลูกคนนี้มาเพียงเจ็ดวัน เขาก็เกิดอาการชัก ตัวเกร็ง ซีดเหลือง กัดฟันแน่น พาไปหาหมอทั้งทางการแพทย์และไสยศาสตร์ ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเขาเป็นโรคอะไร จนกระทั่งเขาอายุได้ 12 ปี ก็เกิดอาการชักขึ้นอีก ตอนนั้นโรงพยาบาลประจำอำเภอเพิ่งสร้าง เราเลยพาไปหา หมอก็บอกว่าอาการที่เกิดกับเขาคือ "โรคพิการทางสมอง"



นอกจากเรื่องอาการชักที่ติดตัวมาแต่กำเนิด บุญหลาย ยังมีพัฒนาการและการเคลื่อนไหวทางร่างกายที่ช้ากว่าเด็กคนอื่น สองขาที่เล็กลีบ รวมทั้งสมองที่สั่งการช้ากว่าปกติ ทำให้เขาเดินเหิน และสื่อสารกับคนทั่วไปได้ไม่สะดวกนัก และทันทีที่ บุญหลาย เดินได้ในวัยแปดขวบ ทองฉัน ตัดสินใจนำลูกชายเข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนในหมู่บ้าน ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเพียงเจ็ดวัน ครูใหญ่ของโรงเรียนก็มาหาที่บ้าน บอกว่าไม่สามารถให้บุญหลายร่วมชั้นเรียนได้ เพราะเขาไม่ยอมหยุดเดินในขณะเรียน ครูว่าก็ไม่ยอมนั่ง ทำให้เพื่อนๆ ในห้องไม่ได้เรียน และหลังลูกชายสิ้นสุดชีวิตการเป็นนักเรียนแค่เพียงเจ็ดวัน ชาวนาการศึกษา ป.4 อย่างทองฉันก็หันมาสอนหนังสือขั้นพื้นฐานให้ลูกเอง เท่าที่ความรู้ความสามารถจะเอื้ออำนวย โดยใช้เวลาตอนกลางคืนหลังกลับจากทำนา

"เขาเขียนหนังสือไม่ได้ ถึงตอนนี้ก็ยังเขียนไม่ได้ ถ้าลองให้เขียนชื่อตัวเองนี่ คือเต็มหน้ากระดาษเลยนะ เพราะมือเขาแข็งเกร็ง ไม่ใช่แค่เรื่องการเขียนนะ แต่เรื่องการสะกดคำหรืออะไรที่เกี่ยวกับตัวอักษรนี่หัวเขาจะไม่รับแล้วก็ไม่สนใจเลย" นางทองฉัน กล่าว





อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความไม่สมบูรณ์ กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่บุญหลายพอจะเข้าใจมันได้อย่างรวดเร็ว และสิ่งนั้นก็กลายเป็นพื้นฐานที่ทำให้เขาหาเลี้ยงชีพ และยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองได้อย่างทระนงองอาจ ทั้งๆ ที่ชีวิตอาจไม่ได้โสภาสง่างามมากนัก

ปัจจุบัน "บุญหลาย" ในวัยเบญจเพส มีกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเอง ด้วยการรับซื้อพืชผักต่างๆ เช่น พริก กระเทียม มะนาว หัวหอม ฯลฯ มาตระเวนขาย เขาเรียนรู้วิชาทำอยู่ทำกินจากบุพการี สมัยเมื่ออายุได้ 14 ปี และยึดเป็นอาชีพนับแต่นั้นมา โดยก่อนหน้านี้บุญหลายช่วยพ่อแม่ขายผักได้สองสามปี ก็เริ่มหันมารับซื้อของเก่าจำพวกลวดทองแดง เศษเหล็กตามหมู่บ้าน โดยช่วงแรกนั้นเด็กชายยืมเงินพี่มาลงทุน ครั้นทำได้ไม่กี่ปีหนี้สินดังกล่าวก็หมดไป กระทั่งเริ่มมีเงินก้อนแรกเป็นของตัวเอง

"แรกๆ เขาไปขายเอาเปอร์เซ็นต์ก่อน เจ้าของคอยเก็บตังค์อย่างเดียว เสร็จแล้วก็จะแบ่งกำไรให้บุญหลาย ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอก มารู้อีกทีตอนที่เถ้าแก่เขาเอาเงินมาให้ เขาเอาเงินมาให้ทีเดียว 20,000 บาท แล้วบอกเงินของบุญหลาย เราเห็นก็งง ไม่กล้ารับเงิน เถ้าแก่เขาก็เลยอธิบายให้ฟัง เลยรู้ว่าเป็นของเขาจริง เถ้าแก่พวกนี้รักบุญหลายกันทุกคน พวกเขาบอกว่าบุญหลายเป็นคนซื่อสัตย์ ขยันทำงาน แล้วก็ไม่เคยโกงเงินแม้แต่บาทเดียว หลังจากทำไปได้ราวสี่ปีคนอื่นๆ หันมาทำกันมากขึ้น บุญหลายจึงเบนเข็มหันมาขายผักในตลาดแทน" ทองฉัน บอกเล่าเรื่องราวของลูกชายด้วยรอยยิ้ม





ทุกๆ วัน บุญหลายจะตื่นนอนก่อนไก่ขันตั้งแต่ตีสาม ออกไปคนเดียวท่ามกลางความมืด ค่อยๆ ใช้สองขาลีบเล็กผิดรูป ปั่นจักรยานไม่มีเบรกด้วยความรวดเร็ว ขณะที่แขนข้างหนึ่งยกขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลโซมกายเป็นระยะ สายตาจ้องมองพื้นถนนมากกว่าเส้นทางเบื้องหน้า เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร เพื่อเลือกซื้อของจากพ่อค้าขายส่งในตลาด แล้วนำไปขายปลีกตามหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งแม้สินค้าของบุญหลายอาจไม่ได้ขายดีแบบเทน้ำเทท่า แต่ก็ไม่มีสักครั้งทีจะมีของเหลือติดตัวกลับมาบ้าน หากเขาไม่ได้ตั้งใจนำกลับมาให้ญาติพี่น้อง

"มอ สระอี นอ กระเทียม มอ สระอี นอ บักนาว (มะนาว) มาแล้ว หะ... หะ... ห้าหน่วยสิบบาท เร็วว..." พ่อค้าหนุ่มลูกอีสานผู้อยู่ในทรงผมแบบบรูซ ลี กำลังป่าวประกาศเสียงดังถึงสินค้าที่อยู่ท้ายจักรยาน ซึ่งนอกจากจะสะกดคำผิดแล้ว ดูเหมือนคำว่ามะนาวกับกระเทียมของเขาจะเขียนเหมือนกันอีกต่างหาก



สาเหตุที่สินค้าของบุญหลายขายดีจนหมดเกลี้ยงทุกวัน ไม่ได้เป็นเพราะความเห็นอกเห็นใจของผู้ซื้อ แต่ยุทธวิธีการขายแบบไม่เอากำไรมาก เน้นขายได้เยอะๆ คือ ขายถูกกว่าราคาตลาดเกือบทั่วตัว ลูกค้าส่วนใหญ่จึงหันมาซื้อของของเขา เพราะมันถูกกว่า พูดง่ายๆ ว่า กินน้อยๆ แต่กินนานๆ กินได้ตลอด

"กำไรนิดๆ หน่อยๆ ก็พอแล้วไม่ต้องเอาม่า... ม่า... มากหรอก บางคนสนิทกัน ผมก็ถุ... แถมให้เขาบ้าง ขายแบบนี้ คนเขาก็ซื้อเราเยอะ ไม่ต้องใช้เวลานา... นา... นานก็หมด"

นอกจากวิธีถูกเข้าว่า บุญหลายยังใช้วิธีการสับเปลี่ยนสินค้าไปตามราคาของตลาด เขาจะสำรวจราคาของอยู่ตลอดเวลาว่าช่วงไหนผักหรือผลไม้แต่ละชนิดมีราคาเท่าใด เพื่อที่จะนำสินค้าราคาถูกมาขายในช่วงนั้น ซึ่งวิธีการนี้ทำให้เขาไม่ต้องประสบภาวะข้าวยากหมากแพงดังเช่นพ่อค้าคนอื่นๆ เพราะไม่ว่าราคาข้าวของจะขึ้นลงยังไง ยอดขายและกำไรของเขาก็ยังคงอยู่เท่าเดิม







สำหรับที่ไปที่มาของฉายา "เสี่ย" ที่ชาวเลิงนกทามอบหลายๆ คนเรียกนั้น วิเชียร เนาวนิตย์ พ่อค้าขายส่งผักเล่าว่า ผมว่าคนสมองดีๆ อย่างเราๆ นี่ยังทำงาน ยังขยันสู้เขาไม่ได้เลยนะ ของเรานี่ยังเหลือ ของเขาขายหมดทุกวัน คนที่นี่บางคนเห็นเขาขยันทำงานขายของหมด มีเงินมีทอง ทั้งๆ ที่ร่างกายไม่ดี ก็เลยแซวแล้วก็เรียกเขาติดปากว่า "เสี่ยบุญหลาย" แล้วที่เป็นเสี่ยอีกอย่าง คือ ความที่บุญหลายชอบเลี้ยงคนอื่น ใครแถว บขส. (บริษัท ขนส่ง จำกัด) อยากกินอะไรเขาก็เลี้ยงหรือเวลามีเทศกาล งานประจำปี เขาก็มักจะซื้อลูกอมเป็นถุงไปหว่านแจกที่หน้าเวทีเลย ทั้งเด็กๆ และคนแถวนั้นก็จะแย่งกันเก็บ

นอกจากน้ำใจที่แผ่เผื่อไปถึงเพื่อนมนุษย์นอกบ้านแล้ว พ่อค้าหนุ่มรู้ดีว่าการดูแลคนอื่นจะไม่มีประโยชน์ หากคนที่บ้านไม่เคยได้รับสิ่งดีๆ จากเขา โดยทองฉันเล่าถึงวัตรปฏิบัติของลูกชายว่า ทุกวันเขาจะซื้อกับข้าวมาให้เรา บางทีก็ซื้อขนมติดไม้ติดมือมาให้หลานๆ ยิ่งถ้าช่วงต้นเดือนเขาจะซื้อของกินของใช้มาเป็นลังเผื่อเอาไว้เลย แล้วเขาไม่ได้ซื้อให้แต่พ่อกับแม่นะ พี่และญาติคนอื่นๆ เขาก็ซื้อให้ด้วย




ตลอดเวลาที่ผ่านมา บุญหลายมีท่ารถบขส. เป็นบ้านหลังที่สอง มันเปรียบได้กับอาณาจักรส่วนตัวและโลกอีกใบหนึ่งของเขา แทบทุกวัน หลังบ่ายโมง หากใครต้องการพบบุญหลาย เป็นอันรู้กันว่าให้ไปหาตัวได้ที่ท่ารถ บขส. ที่นี่ชายหนุ่มจะทำตัวตามสบาย ยิ้มแย้ม แจ่มใส ซึ่งหากว่างจากการโบกรถให้ผู้โดยสาร เขาก็จะไล่แซวหยอกล้อกับพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นอย่างสนุกสนานเป็นกันเอง นอกจากจะมาโบกรถและไล่แซวแม่ค้าจนกลายเป็นความบันเทิงของชีวิต บุญหลายยังมาที่นี่เพื่อจะนั่งรถโดยสารออกไปดูโลกกว้าง บ่อยครั้งที่เขามักขอติดรถไปเที่ยวยังจังหวัดอื่นๆ เพราะบุญหลายเป็นหนุ่มชอบเที่ยว เขาออกเดินทางมาแล้วหลายจังหวัด ซึ่งเวลาเดินทางแต่ละครั้งเขาจะพกเงินไปเองครั้งละ 1,000-1,500 บาท ซึ่งเป็นเงินของเขาเองติดตัวไปด้วย

"เขาบอกว่าเขาคงจะดีใจมากถ้าแม่ได้ไปเที่ยวกับเขา เพราะเขาอยากให้แม่ได้เห็นเหมือนที่เขาเห็น" ทองฉันเล่าถึงความฝันลึกๆ ของลูกชายที่มีต่อตนเอง

ท่ามกลางลมหายใจและเวลาชีวิตที่น้อยลงทุกวัน มนุษย์ที่มีศักยภาพอันสมบูรณ์บางจำพวกกลับไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นมาใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ แต่สำหรับ "บุญหลาย" หนุ่มลูกอีสานคนนี้เลือกที่จะออกไปใช้ชีวิตตามแรงปรารถนาของหัวใจ แม้ชีวิตอาจจะไม่ได้มีแต้มต่อใดๆ เลยก็ตาม




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 22 กรกฎาคม 2551 11:06:27 น.
Counter : 227 Pageviews.  

แม่มด

นิทานเรื่อง....เเม่มด ถ้าเป็นคุณ จะเลือกแบบไหน ดีมาก ๆ ...อ่านให้จบนะ


กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว.....อาเธอร์ถูกจับและจะประหารชีวิต
แต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ ถ้าหากเขาสามารถตอบปัญหาแสนยากข้อหนึ่ง ได้ถูกต้อง

อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม ถ้าเขาตอบไม่ได้เขาก็จะถูกประหาร 'คำถามนั้นคือ ....
สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ คืออะไร ?'

ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง
เขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและเริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คน
แต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้

คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่
ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้คำตอบ แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง

แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น

แม่มดตกลงจะให้คำตอบแต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน
นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวนอัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเหล่าอัศวินโต๊ะกลม
และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์

อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญ เพราะยายแก่หลังโกงเหม็นก็เหม็น
มีฟันเหลือซี่เดียว ตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วม ชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ
เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน

ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น เขายอมแต่งงานเพื่อชีวิตของอาเธอร์ และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลม

และยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์ 'สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือการได้เป็นตัวของตัวเอง'

ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่ และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอน และก็เป็นเช่นนั้นจริง

แต่ทว่า........งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ
กาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติทั้งสุภาพอ่อนน้อม
ส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดช

ทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทั้งเรอ ทั้งตด ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด และแล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง

กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยองเขาก้าวเขาสู่ห้องนอนวิวาห์
ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง!!!!
หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่ เคยพบพานนอนรออยู่เบื้องหน้า
กาเวนงุนงง ???? สาวแสนสวยเฉลยว่า

เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน (เมื่อยามเป็นแม่มด)
ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่ารังเกียจ
ส่วนอีกครึ่งหนี่งของวัน เธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้

กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน?

เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!! กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง
หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง
แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสอง เป็นยายแม่มด?

หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน
แล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี??
เป็นคุณหล่ะ
คุณจะเลือกอย่างไร ???
(กรุณาหยุดคิดสักนิดเมื่อตัดสินใจได้แล้ว ค่อย scroll ลงไปอ่านนะ )









เอาละ..


เมื่อได้คำตอบของคุณแล้ว อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่ข้างล่างนี้ กาเวนตอบว่า
'เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ติดสินใจเลือกเอง'
เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอจึงประกาศก้องว่าเธอจะสวยตลอดเวลา
เพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า...

1. ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียด ลึกๆ ข้างในเธอก็คือ แม่มด
2. ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มด หรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับ ความประพฤติของผู้ชาย




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 10:13:11 น.
Counter : 105 Pageviews.  

วิธีการคิดและการกระทำของผู้นำแบบ CEO

วิธีการคิดและการกระทำของผู้นำแบบ CEO

โดย พีระมิด



ผู้นำแบบ CEO กำลังเป็นที่ยอดนิยมในปัจจุบัน หลักการ วิธีการ และการกระทำของผู้นำแบบ CEO นั้น ทุกท่านทำได้ หากท่านได้ปฏิบัติตามดังต่อไปนี้



1. ซื่อสัตย์ และมีจรรยาบรรณ

· เราต้องไม่โกหกตนเอง

· ถ้าเราสามารถทนต่อความไม่จริงใจ ทนต่อคำโกหก หรือทนต่อการกระทำที่ไร้เกียรติของตัวเราได้ เราก็เป็นคนไร้ความรู้สึก ไม่รู้จักผิดหรือถูก การทำเช่นนั้น ก็เท่ากับเราโกงตัวเอง ไม่เคารพตัวเอง

· ความจริงใจและคุณค่าของตัวท่านมีความสำคัญต่อเพื่อนมากกว่าความสำเร็จในการงาน

· ท่านต้องไม่ชมตัวเองมากเกินไป

· ผู้นำ CEO ต้องมีคุณธรรม

· กระทำและสะสมความดีไว้

· มีจรรยาบรรณในการประกอบอาชีพและธุรกิจ

· ไม่ประพฤติตนและและพัวพันกับคอร์รัปชั่น



2. มีความรู้สึกที่มั่นคงในตนเอง

· ไม่มีใครสามารถทำให้เรารู้สึกต่ำต้อยได้ นอกจากเราจะเห็นด้วยกับคนพูด

· ไม่ต้องเอาใจใส่ในสิ่งที่คนอื่นเขาพูดถึงเราจนเกินไป

· ถ้าเรากังวลเกินไป ความกังวลนั้นจะทำให้ผู้พูดมีอำนาจเหนือเรา ในขณะเดียวกันจะทำให้ตัวเราอ่อนแอลง



ข้อสำคัญ

· อย่าหลงในความเชื่อมั่นของเราเกินไป

· อย่าเชื่อในคำสรรเสริญเยินยอของคนอื่นมากไป



3. ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้

· เราต้องมีความเข้มแข็งในอารมณ์ของเราเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของเรา

· เมื่อมีเหตุการณ์วิกฤต ขอให้จัดการด้วยความสงบ และสุขุมรอบคอบ (น้อยคนนักที่จะสามารถทำแบบนี้ได้)

· ถ้าเราไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ เราจะสูญเสียทุกอย่าง

· ขอให้ระลึกว่า เมื่อเราพูดคุยกับใครก็ตาม เราจะแสดงอารมณ์ของเราด้วยสีหน้า น้ำเสียง ท่าทาง ด้วยการสัมผัส หรือความรู้สึกไปด้วย อาการเหล่านี้จะแสดงถึงความในใจของเราไปด้วย ฉะนั้น เราจะต้องระวังอารมณ์ของเราเสมอ



4. อดทนเสมอ

· ความอดทนเป็นสิ่งที่จะนำเราไปสู่ความสำเร็จ

· ถ้าเราท้อถอย ทิ้งงานกลางคัน ก็เท่ากับว่า เรายอมรับความพ่ายแพ้

· ถ้าเรามีใจที่มั่นคง ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะง่ายหมด



5. พัฒนาตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

· ความจริงมีอยู่ว่า การศึกษาเพื่อชีวิตจริงจะอยู่นอกสถานศึกษา การเรียนรู้จริงต้องเรียนจากชีวิตจริง

· ชีวิต คือ การแสวงหาประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ประสบการณ์ คือบทเรียนของเรา

· ก่อนนอนทุกคืน ขอให้ทบทวนว่าในวันนี้ เราได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ ๆ อะไรบ้าง



6. สติมาก่อนวาจา คิดก่อนทำ

· คิดก่อน ก่อนที่จะลงมือทำ

เราต้องไม่ปล่อยให้ “งานด่วน” มีความหมายมากกว่า “งานสำคัญ” บางครั้งเราต้องเร่งงาน ทั้งนี้ เราต้องคิดก่อนทำเสมอ

· ขอให้เราพูดให้น้อยลงกว่าเดิม และรับฟังให้มากกว่าเก่า

· เราต้องฝึกตนเองให้มีหลักการที่ว่า

§ พูดน้อย ๆ เพื่อจะได้ฟังมาก ๆ

§ ใช้เวลาคิดมาก ๆ เพื่อจะได้คำตอบที่ถูกต้อง

§ จัดลำดับในสิ่งที่ต้องการพูดให้เป็นไปตามขั้นตอน



7. เป็นนักสร้างโอกาส

· โอกาสไม่เคยรอใคร และเราก็ไม่ต้องรอโอกาส

· เราต้องสร้างโอกาส เพื่อสร้างความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ตัวเราเอง

8. ขอให้ถ่อมตัวเสมอ

· ขอให้หลีกเลี่ยงนิสัยที่แสดงความโอ้อวด พูดเกินความจริง การแสดงตัวเหนือผู้อื่น

· เราสามารถพูดในสิ่งที่เราทำ ตามความเป็นจริงได้เสมอ

· ขอให้ระลึกไว้ว่า ทุกคนจะรู้เท่าทัน ไม่ช้าก็เร็ว เพียงแต่ว่าเขาจะพูดหรือไม่เท่านั้น

· คนเรามักจะคิดเสมอว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น เพราะตัวเขาแต่ผู้เดียว (เข้าใจผิดไปมาก)

· เราต้องระลึกไว้เสมอว่า ความสำเร็จจะเกิดไม่ได้เลย ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้

§ ความร่วมมือจากผู้อื่น

§ ความพยายามของผู้ร่วมงาน

§ ความเสียสละของผู้อื่น

§ ความรู้ความชำนาญของผู้อื่น

§ ปัจจัยภายนอกต่าง ๆ

§ ผู้ให้การฝึกฝน ผู้ให้ความรู้

§ ฯลฯ

ฉะนั้นเราควรยกย่องคนอื่นหรือปัจจัยต่าง ๆ ที่ช่วยให้ท่านบรรลุถึงความสำเร็จ



9. ต้องมีความกล้า

· เราต้องเป็นคนกล้าตัดสินใจ

· การไม่ตัดสินใจไม่ก่อให้เกิดอะไรเลย

· การตัดสินใจผิดดีกว่าไม่ตัดสินใจ

· ตัดสินใจผิด สูญเสียก็จริง แต่สามารถปรับปรุงและแก้ไขสถานการณ์ได้

· เราต้องกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ



10. มีอารมณ์ขัน

· การทำงานจะสนุกขึ้นมากและจะได้ผลมาก ถ้าทำด้วยอารมณ์ขัน

· อย่าเพียงแต่มีอารมณ์ขัน แต่ขอให้ใช้อารมณ์ขันเสมอ ๆ เราสามารถใช้อารมณ์ขันได้ทุกโอกาส



11. เป็นคนละเอียด รอบคอบ

· ความละเอียดจะเสริมงานของเราให้ดียิ่งขึ้น

· ความละเอียดจะทำงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

· บางครั้ง เราพลาดนิดเดียว แต่งานเสียหายหมด



12. มีความสามารถ

· ถ้าเราไม่สามรถทำให้คนอื่นเห็นได้ว่าเราเป็นส่วนสำคัญในหน่วยงานของเราด้วยความสามารถและผลงาน เราจะต้องประสบกับปัญหาใหญ่แน่นอน

· การสร้างผลงาน จะช่วยให้คนอื่นมีความเชื่อมั่นในตัวเราเท่า ๆ กับที่เราเชื่อมั่นในตัวเราเอง

· ขอให้มีแผนงาน และขอให้ทำงานตามแผนงาน

· ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนอื่นมีความสำคัญเท่า ๆ กับผลงานของเรา

· การเป็นผู้นำ การให้ความรู้ และการสนับสนุนผู้อื่น จะสร้างความแตกต่างให้กับเรา



13. สนับสนุนเพื่อนร่วมงาน

· เราต้องยอมให้คนอื่นก้าวหน้ากว่าเราได้ ขอให้สนับสนุนเขา ยอมรับความพยายามของเขา เราต้องช่วยเขา ไม่ให้เขาตกลงมา และนั่นคือ วิธีการเป็นผู้นำที่แท้จริง

· ขอให้เชิญคนที่เก่ง ๆ มาร่วมทำงาน เพื่อเราจะได้มีโอกาสสนับสนุนเขาให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้

· ความคิดที่แตกต่าง หมายถึง ความคิดหลากหลาย

· ถ้าเรามีแต่คนที่เห็นด้วยกับเราเสมอ นั่นหมายถึงว่า ไม่ตัวเราก็คนที่ทำงานด้วยนั้นไม่มีประโยชน์

· ถ้าเราใช้ความคิด และความรอบคอบ เราจะสามารถทำงานให้สำเร็จได้รวดเร็วโดยไม่มีความเสียหายใด ๆ



14. พร้อมยอมรับความผิดพลาด

· อย่ากลัวทำผิด และสำคัญกว่านั้น อย่ากลัวที่จะรับผิด

· ขอให้ค้นหาตัวอุปสรรคและสิ่งที่มาขัดขวางความสำเร็จ เพื่อเราจะได้รู้ถึงข้อผิดพลาด และจะได้แก้ไขได้ถูกต้อง

· หากมีผลเสียหายกับส่วนรวม บอกไปเลยว่าเราผิด



15. เป็นคนตรงไปตรงมา

· เวลาเราสื่อสารกับคนอื่น ขอให้พูดให้ชัดเจน มีเป้าหมาย และขอให้พูดเป็นงานเป็นการเสมอ

· เมื่อเราจะพูดในที่ชุมชน ขอให้พูดแต่เนื้อ ๆ และพูดให้กระชับ



16. เป็นสุภาพชน

· เชื่อหรือไม่ คนสุภาพเป็นคนง่าย ๆ ที่คนเข้าถึงได้ตลอดเวลา เพราะเหตุนี้คนสุภาพจึงสามารถไปถึงจุดสุดยอดได้

· โดยความเป็นจริง คนทุกคนมีอิทธิพลต่อผู้อื่นอย่างสูง

· ขอให้รับรู้ว่า คำพูดหรือการกระทำที่ไร้สาระ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ๆ และทำลายโอกาสดี ๆ ได้



17. ขอให้ถามเสนอ

· อย่าคิดว่าคนอื่นคิดเหมือนเรา ฉะนั้น

§ ขอให้ ถาม ในสิ่งที่เรา สงสัย

§ ขอให้ ฟัง ในสิ่งที่เรา ได้ยิน

§ ขอให้ คิด ในสิ่งที่เรา ได้รับรู้

· ขอให้หาเวลาพูดคุย กับผู้สูงอายุให้มาก ๆ

· ขอให้สร้างเครือข่ายพรรคพวกของเราตั้งแต่วันนี้ และอีกไม่นาน เราจะดีใจที่เราได้เริ่มในวันนี้

· ขอคำแนะนำจากทุก ๆ คน ขอคำแนะนำจากผู้อื่นมาก ๆ ยิ่งเรามั่นใจเท่าไร เรายิ่งต้องหาคำแนะนำให้มากขึ้นเท่านั้น เพราะความมั่นใจมักจะทำให้เราหลงทางได้

· ขอให้ตั้งคำถามกับตนเสมอ ๆ ว่า “อะไรจะเกิด ถ้า…………”



18. มีความยืดหยุ่น

· หนทางสู่จุดสุดยอด หรือการแก้ปัญหา ไม่ได้มีเพียงหนทางเดียว

· คนที่รู้จักการยืดหยุ่น เป็นคนที่ได้เปรียบผู้อื่น



19. มีน้ำใจเป็นนักแข่งขัน

· ชีวิตจริงเป็นชีวิตที่อยู่ในสภาพการแข่งขันเสมอ

· การแข่งขันเป็นสิ่งดี สำหรับความก้าวหน้าของตนเอง

· การแข่งขันที่ยอดเยี่ยมที่สุด คือ การแข่งขันกับตนเอง

· เราต้องมีอารมณ์ขันเสมอ ไม่ว่าเราจะเป็นผู้ชนะ หรือแพ้ก็ตาม



20 มีทักษะในการพูด

· ขอให้พูดกระชับ เหมาะกาลเทศะ และมีอารมณ์ขัน

· การเล่าเรื่องด้วย คำพังเพย คำคม คำเปรียบเทียบ หรือตัวอย่างต่าง ๆ จะสามารถลดความยุ่งยากได้ดีกว่า

· รู้จักการใช้ภาษาให้ถูกต้อง

· หัดฝึกพูดต่อหน้าผู้อื่นเสมอ

ที่มา : สภาวิศวกร




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2551 12:48:21 น.
Counter : 213 Pageviews.  

วิธีรับมือกับทะเล Rip Current (ทะเลระยอง)












 

Create Date : 05 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 5 กรกฎาคม 2551 20:37:54 น.
Counter : 464 Pageviews.  

1  2  

npmail
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
.....ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า, พระองค์นั้น

อะระหะโต
.....ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส

สัมมาสัมพุทธัสสะ
.....ตรัสรู่ชอบได้โดยพระองค์เอง

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~

Blog นี้เอาไว้เก็บเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ เอาไว้อ่านเองค่ะ ไว้ว่าง ๆ ค่อยกลับมาอ่าน ส่วนใหญ่ก็ก็อป ๆ มากจากคนอื่นค่ะ ต้องขอขอบคุณ ณ ที่นี้นะคะ

ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ที่แบ่งปันของแต่งบล็อกสวย ๆ ให้มาแต่งบล็อกนี้

และขอขอบคุณทุกท่านที่ Vote ให้ด้วยนะคะ
โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน โหลดเพลง คลิปวีดีโอ นิยาย การ์ตูน ดูดวง โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา โครงการบูรณปฏิสังขรณ์สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสมหามงคล 60 ปีราชาภิเษก และ 84 พรรษามหาราชา
Friends' blogs
[Add npmail's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.