Group Blog
 
All blogs
 
โตขึ้นหนูไม่อยากเป็นอะไร .............

โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร .............

คำถามที่ทุกๆคนมักจะเจอมาตลอดตั้งเด็กจนโต และเชื่อได้ว่าคำตอบมันมักจะเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ตามกาลเวลา ตามเพื่อน ตามคนรอบข้าง ตามสิ่งแวดล้อมรอบตัว ตามไอดอล แต่ไม่ว่า จะตามอะไรก็แล้วแต่ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นฝันเล็กๆหรือจินตนาการน้อย ๆ ของเด็กที่ผู้ปกครอง  มักจะบอกว่าถ้าหนูอยากเป็น ......   หนูต้องขยันเรียน เรียนเก่งๆ เป็นคนดี หนูก็จะได้เป็นอย่างที่หนูฝันอย่างไงล่ะจ๊ะ 

สำหรับตัวฉันตั้งแต่จำความได้ก็เหมือนกับเด็กทั่วๆไป ที่ความฝันเปลี่ยนแปลงไปตามกาล
เวลา เปลี่ยนตามเพื่อน ตามสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว จนกระทั่งจะขึ้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เมื่อต้องถึงเวลาที่ต้องเลือกสายเรียน ต้องคิด จริงจัง กับชีวิตมากขึ้น ว่าจะไปทางไหนดี ???? ในเมื่อ ณ  ตอนนั้นยังเป็นเด็กกะโปโล เรียนบ้านนอก เรียนโรงเรียนประจำอำเภอ ไม่เคยได้รู้ว่าเด็กโรงเรียนในเมืองเค้าแข่งขันกันเรียนสูง ต้องไปกวดวิชา แต่ชีวิตฉัน ฉิวๆ ไม่เคร่งเครียด เรียนตามที่ครูสอน ครูสั่งงานก็ทำ และการเรียนก็เป็นอันดับต้นๆของโรงเรียน  

          พอครูเริ่มถามว่าจะไปเรียนต่อไหน เพราะเพื่อนบางคนเปลี่ยนสายการเรียนไปเรียนสายอาชีพ บางคนเรียนต่อสายสามัญ แล้วเราล่ะ???? แต่ตอนนั้นเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเราไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ชอบวิชาคำนวณ รู้สึกว่าเราอ่อน แต่กลับชอบเรื่องภาษา ประกอบกับตอนนั้น ญี่ปุ่นฟีเว่อร์ๆๆๆๆมากๆๆๆ  (บอกแล้วว่าสิ่งแวดล้อมมักพาเราไป)

ใช่ล่ะ .......  Smiley
        ภาษาญี่ปุ่น .......

        นั่นแหละเป็นครั้งแรกที่เริ่มตั้งความหวัง พยายามค้นหาสถานที่เรียนและสุดท้าย คำตอบมาลงตัวอยู่ที่โรงเรียนประจำจังหวัด แต่ปัญหามันอยู่ที่ ......  การสอบเข้า........

        แต่นั่นแค่ปัญหารองๆ เพราะปัญหาตัวแม่ก็คือ ....  จะบอกครอบครัวอย่างไงดี?????ว่าเราอยากไปเรียนโรงเรียนในเมือง อยากไปเรียนภาษาญี่ปุ่น เตรียมข้อมูลในการเรียนต่อแน่นมากเพื่อนำไปเจรจากับพ่อแม่ ......

        ลืมบอกไปว่าบ้านนี้เป็นข้าราชการครูทั้งบ้านนะค่ะ
        แบบว่าเกิดมา จำความได้ ก็อยู่แต่โรงเรียน คุณแม่สอนอนุบาลค่ะ ลูกก้อเลยเรียนอนุบาล 2 ตั้งแต่ 2 ขวบ ซ้ำอนุบาลอยู่ 3 ปี เลยขอแม่ขึ้น ป. 1  มีบ้านก็ปลูกติดกับรั้วโรงเรียน

        มีครั้งนึง ครูถามว่าอยากเป็นอะไร
        ตอบแบบไม่ลังเลใจเลยว่า

" หนูว่าครูเปลี่ยนคำถามดีกว่าค่ะ โตขึ้นหนูไม่อยากเป็นอะไร หนูจะตอบเลยค่ะว่าอาชีพ ครู "Smiley


 และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องคุยกับเเม่เรื่องเรียนต่อ แล้วก็ต้องพบเจอกับคำถามหลากหลายคำถามที่ไม่เคยได้เตรียมคำตอบไว้เลย

         " จบแล้วจะไปทำงานอะไร "Smiley
        "  ถ้าเรียนจบแล้วจะไปเรียนต่อที่ไหน"Smiley
       "  แม่ว่ามันแคบไปนะลูก อยากเรียนภาษาไปเรียนเพิ่มเอาก็ได้ "Smiley
       " แม่ว่าเราเรียน วิทย์ - คณิต ไปก่อนดีไหมลูก อย่างน้อยก็เอาไว้เลือกตอนเอ็นทรานซ์อจะได้เลือกกว้างๆได้ "
       "  ถ้าไปเรียนสายศิลป์ เวลาเอ็นทรานซ์ ลูกจะเลือกได้แคบนะ "Smiley


      และอีกนานาเหตุผลที่แม่ยกมาอธิบาย ส่วนใหญ่จะเน้นไปการเข้ามหาวิทยาลัย ณ ตอนนั้นคิดเลยนะว่าทำไมแม่คิดไกลจัง หนูแค่อยากเรียนภาษาเท่านั้นเอง ...... 

       บทสรุปหลังจากแม่กะลูกเถียงกันได้มาเป็นสัปดาห์ แม่อนุญาติให้ไปสอบโรงเรียนประจำจังหวัดได้ แต่ ต้องเลือกวิทย์- คณิตอันดับหนึ่ง แล้วเลือกศิลป์ ภาษาญี่ปุ่น อันดับสอง นั่นเป็นข้อตกลงระหว่างแม่กะลูก หลังจากที่ลูกหาเหตุผลมาโต้แย้งแม่ไม่ได้ ลูกจึงจำยอมเช่นนั้น

     แล้วเมื่อวันประกาศผลสอบมาถึง !!!!
     ปรากฏว่าได้ศิลป์ ภาษาญี่ปุ่น .........................

     คำแรกที่แม่บอก "แกล้งทำข้อสอบไม่ได้หรือป่าว"

     แต่อยากจะบอกแม่เหลือเกินว่า ทำเต็มที่ แต่.... วันสอบรู้สึกว่าตัวเองโง่มาก เหมือนกบในกะลา ที่คิดว่าตัวเองเก่ง แต่หารู้ไม่ว่าเก่งแต่ในกะลา เจอข้อสอบของนักเรียนในเมืองไป ปรากฏรู้สึกเลยว่าทำไม่ได้ เอาอะไรมาออกเนี่ย ไม่เคยเจอ จากที่เคยทะนงตัวว่าฉันเก่งนะ เป็นอันดับต้นของ โรงเรียน มาเจอแบบนี้บอกคำเดียวเลยว่า "ฝ่อ"

     และตอนที่กำลังตัดสินใจว่าจะเรียนดีหรือไม่ดีนั้น ก็ได้ครูที่โรงเรียนมาแนะนำว่าให้กลับมาเรียนโรงเรียนเดิมมาเรียนวิทย์ คณิตดีกว่า เพราะเราเป็นโรงเรียนขนาดกลางเวลามหาวิทยาลัยให้โค้วต้ามาจะได้ไม่ต้องไปแย่งกับนักเรียนในเมือง  อีกอย่างเราเป็นอันดับต้นๆของโรงเรียนโค้วต้าจะหนีไปไหนล่ะ .....

    วันนั้นกลับไปบอกแม่เลยว่า ... หนูไม่ไปเรียนล่ะในเมือง เรียนโรงเรียนบ้านนอกนี้แหละ ... แม่เลยบอกว่า เด๋วค่อยเข้าไปเรียนพิเศษเอาล่ะกันเนอะ อีกอย่างจะได้ไม่ต้องอยู่ไกลบ้าน ....

    แต่ในใจจำได้เลยนะว่า เรารู้สึกว่าเราไม่เหมาะกับที่นั่นกับโรงเรียนในเมือง ทำอะไรเคยเป็นผู้นำตลอด ถ้าเราไปอยู่ที่นู่น เราคงไม่มีตัวตนแน่ๆ 

    สุดท้ายก้อกลับมาใช้ชีวิตสาวม.ปลาย ณ โรงเรียนเดิม .......
    นั่งรถไปเรียนพิเศษในเมืองบ้างทุกเสาร์ อาทิด ซึ่งไม่แตกต่างเลยความรู้สึกเดียวกับวันสอบ เค้าเรียนอะไรกันว่ะ ไม่รู้เรื่อง งองูเต็มหน้า มันยิ่งตอกย้ำว่าเราจริงๆ แล้ว เราโง่แค่ไหน ฟิสิกส์ เคมี  เป็นวิชาที่เรียนไม่รูเรื่อง ยอมรับเลยว่าแม่เสียค่าเรียนพิเศษให้หนูฟรีเปล่าๆ  

    แต่มีหนึ่งวิชาทีเราเรียนแล้วรู้เรื่อง รู้สึกสนุก 

     .........  วิชาภาษาอังกฤษ .............

   เริ่มเข้ามาในชีวิตเป็นวิชาเดียวที่รู้ึกว่าแม่เสียค่าเรียนพิเศษให้หนูได้คุ้มค่า มีความสุขทุกครั้งที่ได้เรียน

   ในช่วงม.ปลายรู้ตัวเเล้วว่าเราชอบภาษา เกลียดวิชาคำนวณมาก โดยส่วนตัวเป็นคนชอบท่องเทียว ชอบเดินทาง เริ่มตั้งความหวังกับตัวเองแล้วว่า จะมีอาชีพไหนนะที่สามารถทำให้ฉันได้ท่องเที่ยว ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมา ได้ใช้ภาษา จะเป็นอาชีพอะไรไม่ได้นอกจากอาชีพนี้ "ไกด์"


    จนกระทั่งจะจบ ม. 6 ^^   แล้วชีวิตฉันจะได้เป็นไกด์ไหมนะ ???















Create Date : 08 ตุลาคม 2556
Last Update : 8 ตุลาคม 2556 16:30:02 น. 0 comments
Counter : 101 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kru_NooMai
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





Friends' blogs
[Add Kru_NooMai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.