>>น้ อ ง ช า ย ค น เ ล็ ก<<
Group Blog
 
All Blogs
 
.....ดุ๊กดิ๊ก.....

"ดุ๊กดิ๊กๆอยู่ไหน"
"กลับเข้าบ้านเร็วจะปิดบ้านแล้ว"
"ว่ายังไงดุ๊กดิ๊ก"
"ดิ๊กโว้ยมากินข้าวเร็วๆ"
.............................



ใช่แล้ว ดุ๊กดิ๊กเป็นหมาที่เลี้ยงอยู่ที่บ้านผมน่ะเอง
ผมเลี้ยงมันมาตั้งกะตัวยังเล็กๆอยู่เลย จำได้ตอนนั้นไปเอามาจากบ้านในหมู่บ้านเดียวกันนี่ล่ะที่หน้าปากซอย
เป็นพันธุ์สปริท สีขาวสลับน้ำตาลอ่อนๆ
ตอนที่เอามาตอนเล็กๆตัวมันเล็กน่ารักน่าเอ็นดูที่สุดเลย
ชื่อดุ๊กดิ๊กน่ะหรอ พี่ชายผมเป็นคนตั้งเอง
ผมเองก็อยากจะตั้งชื่อให้มันเหมือนกันนะ แต่นึกไม่ออก
จำได้ละว่าตอนเอามันมาผมอยู่ประมาณป.1-ป.2นี่แหละ
ตอนนั้นผมก็7ขวบได้ ในครอกเดียวกับดุ๊กดิ๊กเนี่ย มีอยู่ประมาณ7-8ตัว พี่น้องของมันก็อยู่ในหมู่บ้านผมนี่ล่ะ
จำได้ว่าคืนแรกแม่เอาดุ๊กดิ๊กเข้ามานอนในบ้าน แล้วมันก็ร้องดังมากๆ พอแม่ลองเอาไปนอนนอกบ้าน เออมันเงียบแฮะ ตั้งแต่นั้นมามันก็เลยนอนอยู่นอกบ้านตลอด แต่ก็มีบางที่ที่อาบน้ำให้มันเสร็จแล้ว ก็ให้มันเข้ามาเดินเล่นในบ้านอยู่บ้าง จำได้ว่าพออาบน้ำให้มันเสร็จนะ ต้องเอามันไปล่ามโซ่แล้วคล้องไว้หน้าบ้านให้โดนแดด จะได้แห้งเร็วๆ อือ ผมก็มีหน้าที่เอาข้าวให้มันกินนะ มันเป็นหมาที่เลือกกินจริงๆ แต่ถ้าได้กินอาหารเม็ดล่ะก็ แป๊ปเดียวหมดทุกที
เวลาผมกลับมาจากโรงเรียน มันจะคอยวิ่งออกมารับผมทุกตอนเย็นเลย ผมก็ลูบหัวมัน ยกขามันขึ้นมาแล้วก็พูดว่า "หวัดดีดุ๊กดิ๊ก เป็นยังไงมั่งฮึ สบายดีมั้ย" แล้วมันก็แลบลิ้นแผล่บๆ บางทีก็กระโจนขึ้นมาซะงั้นเล่นเอาแทบรับไม่ทันแน่ะ
เวลาพ่อผมกลับมาจากทำงาน มันจะคอยวิ่งออกไปรับเหมือนกัน ลืมบอกไปว่าดุ๊กดิ๊กขนเยอะมากๆเลย พองด้วยเลยดูเหมือนกับว่ามันตัวใหญ่ แต่จริงๆแล้วไม่หรอก พออาบน้ำแล้วเหลือตัวนิดเดียวเอง 55555 ต่อนะ พอพ่อผมกลับมาจากที่ทำงาน มันจะวิ่งออกไปรับทุกที แล้วก็กระโดดใส่เหมือนกัน หะๆๆ ที่สำคัญนะ มันสนิทกับพ่อของผมยิ่งกว่าผมซะอีก พอพ่อผมมามันก็วิ่งเอาหน้าเอาตัวไปถูพ่อผมซะงั้นอะ ขี้ประจบจิงๆเลยนะไอดุ๊กดิ๊ก
ดุ๊กดิ๊กมันเป็นหมาที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยนะผมว่า เพราะวันๆมันเอาแต่นอนแล้วก็กิน ไม่ค่อยลุกไปไหนซะเท่าไหร่ ถ้าหายไปก็แสดงว่าไปเดินเล่นแถวๆนี้แหละเดี๋ยวก็มา



เวลาผมเดินไปสั่งข้าวอีกซอยนึง มันก็เดินไปเป็นเพื่อนผม พอผมสั่งเสร็จก็เดินกลับมาด้วยกัน บางทีก็วิ่งแข่งกับมันกลับบ้านเหมือนกันนะ ผลก็คือผมก็ชนะ 55555
บางทีแม่ผมไปเต้นแอโรบิคอีกซอยนึง มันก็ไปนั่งอยู่เป็นเพื่อนแม่ผมจนกว่าปแม่ผมจะเต้นเสร็จแล้วก็กลับมาด้วยกัน
แต่นับจากวันนี้ไป ผมไม่มีเพื่อนเดินไปสั่งข้าวกับผม ไม่มีใครมาต้อนรับเวลากลับมาถึงบ้าน ไม่มีใครไปนั่งรอแม่ผมเต้นแอโรบิค ไม่มีใครให้ผมเรียกมาบอกว่าให้มากินข้าว ให้เข้าบ้านได้แล้ว เพราะมันดึกแล้วนะ เพราะอะไรน่ะหรอ
ก็เมื่อวานนี้ (ศุกร์8ธ.ค.49) ตัวผมเองพอเลิกเรียนจากที่โรงเรียนผมก็ไปเรียนที่สยามต่อ เลิกเรียนก็สองทุ่ม ผมก็กลับบ้านมาถึงก็สามทุ่มครึ่ง อาบน้ำขึ้นนอน แต่ไฉนเลย ผมไม่รู้ว่าดุ๊กดิ๊ก โดนหมาอีกซอยนึงที่เป็นซอยเดียวกับที่ผมไปสั่งข้าวแล้วก็แม่ผมไปเต้นแอโรบิคกัดเป็นแผลลึก ผมเพิ่งจะรู้ก็เมื่อตอนเช้าของวันนี้ (เสาร์9ธ.ค.49)
ทีแรกผมก็กำลังนอนๆอยู่ แม่ผมก็ขึ้นมาเรียกบอกว่าดุ๊กดิ๊กโดนกัดลงไปดูเร็ว ผมก็รีบวิ่งลงไป ถามแม่ว่าโดนกัดเมื่อไหร่ แม่บอกว่าเมื่อคืน ผมก็บอกแม่ว่า ทำไมแม่ไม่บอกกล้วยตั้งแต่เมื่อคืนล่ะ ทำไมมาบอกเอาป่านนี้ แล้วพอผมดูดุ๊กดิ๊ก สภาพตอนนั้นคือเป็นแผลเพราะถูกเขี้ยวฝังลงไปที่ท้อง ที่หน้าก็มีรอยเขี้ยวเหมือนกัน ผมก็ถามแม่ว่าเรื่องมันเป็นยังไง
แม่ก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อวานนี้ตอนแม่กำลังจะไปเต้นแอโรบิค คนซอยนั้นก็รีบวิ่งมาบอกแม่ว่าดุ๊กดิ๊กโดนกัดไปช่วยเร็ว พอแม่ไปถึงคนที่ซอยนั้นเค้ากำลังเอาน้ำสาดใส่ไอ้หมาพันธุ์ลาบราดอร์ผสมกับโกลเดนอยู่ ทำไงก็ไม่ปล่อย แม่ผมก็เลยกลับมาบ้าน มาเรียกน้าผู้ชายบ้านใกล้ๆให้ไปช่วย ตอนนั้นพ่อผม ตัวผม แล้วก็พี่ชายผมยังไม่กลับบ้าน น้าคนนี้เค้าก็ถือไม้ไปท่อนนึง ไปถึงก็ไปฟาดๆไอหมาตัวนั้นมันก็ยังไม่ปล่อย ซักพักนึงมันถึงจะปล่อยออกมา น้าผู้ชายเค้าก็เลยช่วยอุ้มเอากลับมาบ้านแล้วมันก็มานอนไม่ลุกไปไหนเลย ตอนแรกก็ช่วยกันห้ามเลือดที่มันไหลไว้ พอเลือดหยุดแล้วก็เลยล้างแผล ตอนแรกแม่ผมก็นึกว่ามันคงจะไม่เป็นอะไร เพราะมันถูกกัดบ่อยมาก แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง
แต่พอมาตอนเช้าวันนี้ แม่ผมลงมาเห็นกองเลือดเป็นลิ่มๆอยู่บนพื้นโรงรถ แม่เค้าก็ตกใจ แล้วพอดีคนข้างบ้านเค้าเปิดบ้านก่อนหน้าแม่ผมแป๊ปเดียว เค้าบอกว่าเห็นมันไอออกมาเป็นเลือดลิ่มๆเลย แม่ผมก็เลยรีบโทรตามหมอให้มา



แต่สุดท้ายหมอก็มา แต่ว่ามาช้า ช้ามากๆ เพราะดุ๊กดิ๊กทนไม่ไหวแล้ว ดุ๊กดิ๊กตายก่อนที่หมอจะมาถึง หมอบอกว่าดุ๊กดิ๊กซี่โครงหัก แล้วไปทิ่มกับปอด ปอดเลยแตก พอผมรู้ว่าดุ๊กดิ๊กตายแล้ว น้ำตาที่กลั้นไว้กลั้นไม่อยู่แล้ว น้ำตาไหลออกมาหมดเลย ก็แหงล่ะสิ ผมเลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็กๆ ....... ตอนที่ดุ๊กดิ๊กตาย ตามันยังปิดไม่สนิท ผมพยายามเอามือปิดลงมาก็ปิดไม่ลง พอจับตัว ตัวก็เริ่มจะแข็งๆขึ้นมานิดนึงแต่ยังไม่มาก แล้วผมก็เดินไปกับแม่ ถามแม่ว่าไอ้บ้านนั้นมันอยู่ไหนพาไปหน่อย ผมเดินไปถึงก็ไปเรียกเจ้าของหมามันออกมา
เจ้าของหมามันก็พูดประมาณว่า ตัวเค้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์มันเป็นยังไง เค้าบอกว่าตอนนั้นเค้าไม่อยู่บ้าน ผมก็บอกว่าเออผมรู้เพราะผมก็ไม่อยู่บ้านเหมือนกันผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุการณ์มันเป้นยังไง แต่แม่ผมเห็น (เจ้าของหมาเป็นผู้หญิง ตอนนั้นแม่งกูอยากจะตั๊นหน้าเหลือเกิน ปากเก่งนักนะมึงไอ้หน้าส้นตีน) ไอเจ้าของหมาคนนี้มันก็บอกว่า แล้วจะให้พี่ทำยังไงในเมื่อหมามันตายไปแล้ว ผมก็บอกว่าผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรแต่จะมาบอกให้รู้ว่าหมาคุณ (ใจจริงอยากจะพูดว่าหมามึงกับมันมากกว่า) มากัดหมาผมตาย มันก็บอกว่าหมามันไม่กัดหมาใคร ก็นึกในใจ โถ่อีควายเอ้ย มึงทำมาเป็นพูด ไม่กัดบ้านแม่มึงสิหมากูตายอย่างนี้ทำมาปากดีเดี๋ยวก็ตัดสายเบรครถมึงเลยดีมั้ย แล้วมันก็บอกต่อว่านี่มันก็บนถนน หมาคุณมาเดินบนถนนแล้วหมามันกัดกัน ชั้นก็ช่วยไม่ได้นะ มันบอกว่าน้องเขยมันเผลอแง้มประตูเอาไว้ แล้วไอหมาเวรนี่มันก็ออกมา แล้วดุ๊กดิ๊กก็เดินเล่นที่ซอยนั้นอยู่แล้ว เพราะดุ๊กดิ๊กชอบไปเล่นกะเด็กซอยนั้นเพราะเด็กซอยนั้นชอบให้ขนมมันกิน พอดุ๊กดิ๊กเดินเล่นๆอยู่ ไอหมาเวรนั่นมันก็วิ่งเข้ามากัดดุ๊กดิ๊ก ดุ๊กดิ๊กก็ทำอะไรไม่ได้เพราะว่าไอหมาเวรนั่นมันตัวใหญ่กว่าดุ๊กดิ๊กมาก หนักประมาณซัก30โลได้ ดุ๊กดิ๊กหนักยังไม่ถึง20โลเลย
สุดท้ายดุ๊กดิ๊กก็อดทนข้ามคืนมาได้ คงอาจจะเพราะว่ามันคงรอผมมั้ง เพราะเมื่อคืนผมก็ไม่เจอดุ๊กดิ๊กวิ่งออกมาทักทายผมเลย
เมื่อกี้นี้พ่อผมก็เพิ่งกลับมา ก็เดินไปที่บ้านเจ้าของหมาเวรนั่น พ่อผมไปถึงก็ไปกดออดจะเรียกเจ้าของออกมาคุยให้รู้เรื่อง ไอหมานั่นมันก็เห่าเสียงดังมากแล้วก็วิ่งมาที่หน้าประตู พ่อผมก็เลยเตะประตูรั้วบ้านมันไปทีนึง (สะใจผมมาก)



เจ้าของบ้านมันก็ออกมามันก็บอกว่าคุณมาเตะประตูทำไม พ่อผมก็บอกว่าหมาคุณน่ะดูแลให้ดีๆนะ ระวังเอาไว้อย่าปล่อยออกมา ถ้าปล่อยออกมาตายแน่ เจ้าของมันก็ปากดีมันบอกว่า ถ้าจะทำก็เลยสิ ทำให้เห็นต่อหน้าด้วยนะ พ่อผมก็สาดกลับไปว่า ก็ปล่อยออกมาเลยสิรออะไร มันก็ทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามา แต่ก็ไม่เดิน แล้วมันก็พูดเปลี่ยนเรื่องว่า ตรงนั้นมันถนน หมาคุณมาเดินแล้วหมาชั้นไปกัดจะให้ชั้นทำยังไง พ่อผมก็สาดกลับไปอีกว่า มันไม่เกี่ยวกันอย่ามาพูด ระวังไว้ให้ดีๆเหอะหมาคุณน่ะ อย่าเผลอปล่อยออกมาเชียวนะ แต่ตอนนั้นผมกับแม่เดินเข้าไปห้ามเอาไว้ พ่อผมก็เลยยอมเดินออกมา
พ่อผมเค้าไปหามีดอีโต้ยาวประมาณ2ฟุตเจอในตู้เก็บของ เมื่อกี้เค้าก็นั่งลับอยู่ ผมคิดว่าพ่อผมคงเอาตายเลยละมั้ง เพราะพ่อผมก็รักดุ๊กดิ๊กมากเหมือนกันนะ ดุ๊กดิ๊กอยู่มาได้ถึง11ปี นานเลยทีเดียว

ดุ๊กดิ๊ก หลับให้สบายเถอะนะ ถือว่าหมดเวรแล้วกันนะดุ๊กดิ๊ก ไปเกิดใหม่ซะนะ คิดถึงแกมากๆนะไอดุ๊กดิ๊ก

ปล.ตอนนี้ผมก็ยังนึกอยู่เลยว่าดุ๊กดิ๊กยังอยู่ เดินไปซื้อของกินกลับมาบ้านก็ยังก้มดูใต้ท้องรถเลยว่าดุ๊กดิ๊กอยู่รึป่าว แต่ก็มานึกขึ้นได้ว่าดุ๊กดิ๊กไม่อยู่แล้ว เฮ้อ

คิดถึงแกมากๆนะดุ๊กดิ๊ก

BaNaNa
9ธ.ค.2549



Create Date : 09 ธันวาคม 2549
Last Update : 9 ธันวาคม 2549 19:05:13 น. 2 comments
Counter : 632 Pageviews.

 
อ่านละเศร้าจังเลย ดุ๊กดิ๊กไปอยูกะน้องนาโต้และนาซ่านะจ๊ะ หลับให้สบาย

ช่วงนี้เข้มแข็งหน่อยนะค่ะพ่อดุ๊กดิ๊ก ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาเยียวยาค่ะ T_T เป็นเหมือนกัน



โดย: RichieRich วันที่: 9 ธันวาคม 2549 เวลา:22:09:38 น.  

 
คิดถึงดุ๊กดิ๊กจังแล้ว


โดย: แพรวา IP: 125.26.254.163 วันที่: 22 ตุลาคม 2552 เวลา:15:01:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

น้องชายคนเล็ก
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้องชายคนเล็ก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.