All Blog
เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานบน Netbook ด้วยแอพพลิเคชั่นออนไลน์


ด้วยข้อจำกัดของเน็ตบุ๊ค ที่มีขนาดความจุฮาร์ดดิสก์หรือ SSD น้อยมาก บางรุ่นให้มาแค่ 16GB เท่านั้น การติดตั้งโปรแกรมเหมือนกับโน้ตบุ๊คทั่วไปจึงเป็นไปได้ยาก ทางออกก็คือใช้แอพพลิเคชั่นออนไลน์แบบฟรีๆโดยไม่เปลืองเนื้อที่จัดเก็บในเครื่อง

ด้วย จุดเด่นของเน็ตบุ๊คที่มีน้ำหนักเบา ขนาดเล็ก ทำให้สามารถพกพาเพื่อใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างคล่องตัว แต่ก็มีข้อจำกัดเรื่องของความจุฮาร์ดดิสก์และไม่มีไดร์ฟ DVD ทำให้การติดตั้งโปรแกรมเหมือนกับโน้ตบุ๊คปกติทั่วไปทำได้ยาก ทางออกก็คือการใช้งานแอพพลิเคชั่นออนไลน์ที่จะมาลบข้อจำกัดในเรื่องของการ จัดเก็บข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์หรือ SSD ที่มีอยู่แค่ 16 - 30 GB เท่านั้น

เรากำลังหยิบยกบริการออนไลน์จากผู้ให้บริการใจดี Google ที่โด่งดังจากกระแสใจป้ำแจกพื้นที่อีเมล์ Gmail ขนาดยักษ์ นั่นคือ Google Documents (Google Docs) บริการแอพพลิเคชั่นออนไลน์ฟรี ซึ่งเชื่อว่าแนวคิดของการพัฒนาในช่วงแรกๆ ไม่ได้ทำออกมาเพื่อรองรับเน็ตบุ๊คหรอก เพราะสมัยนั้นยังไม่มีเน็ตบุ๊คถือกำเนิดบนโลกเลย ช่วงนั้นการใช้งาน Google Documents จะเป็นการใช้งานในอินเตอร์เน็ต ตามร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ เพราะช่วงนั้นแฟลชไดร์ฟก็ยังมีราคาค่อนข้างสูงอยู่ ตอนนั้นจำได้ว่าอีเมล์มีขนาดแค่ 2 - 4MB เท่านั้นเอง บริการ Google Documents ที่เราเอามาแนะนำนี้ นำมาใช้งานได้ทันทีโดยผ่านเบราเซอร์ ไม่จำเป็นต้องเสียพื้นที่ติดตั้ง Office Suite ให้หนักเครื่อง โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ที่มีเนื้อที่จำกัดเอามากๆ แถมยังใช้งานบน Linux ได้ง่ายและสะดวกอีกด้วย

สำรวจตัวเองก่อน
1. มีบัญชี GMail ไว้ใช้อยู่แล้ว
2. ล็อคอินแล้วเข้าไปที่ http://docs.google.com หรือจะเข้าจาก Gmail เลยก็ได

อ่านต่อได้ที่
http://www.i3.in.th/news/view/582



Create Date : 05 เมษายน 2552
Last Update : 5 เมษายน 2552 23:31:17 น.

0 comment
โตขึ้น ... หนูอยากเป็นอะไร University Study Guide
โตขึ้น ... หนูอยากเป็นอะไร

บทความนี้ เขียนขึ้นมาเพราะ หลานของผมเองก็เริ่มๆจะสับสน คนละความคิดกับพ่อแม่ ลูกกำลังสับสน เพราะทั้งเพื่อน ทั้งพ่อแม่ ทั้งการยอมรับในสังคม สำหรับน้องๆทุกคนที่กำลังจะเริ่มเรียนชั้น ม.ปลาย และกำลังจะเลือกคณะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ยิ่งช่วงนี้คะแนนสอบ A-Net ออกมาเพื่อเอาไปยื่นเลือกคณะ ยิ่งทำให้หลายคนยิ่งสับสน โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองและบุตรหลานที่มีความเห็นไม่ตรงกัน พ่อแม่อยากให้เป็นแบบนี้ เรียนคณะนี้ ลูกกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ไม่รู้จะเรียนอะไรดี เรียนตามเพื่อน ถามว่าชอบจริงๆหรือเปล่า อยากให้ถามตัวเองก่อนครับ

อันดับแรก เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราชอบอะไร อยากเรียนอะไร เอาเป็นว่าตอนเด็กๆ เราชอบอะไรล่ะครับ ชอบทานอาหาร ชอบสัตว์เลี้ยง ชอบเขียนหนังสือ เรียงความ ไดอารี่ ชอบคิดเลข ชอบภาษาอังกฤษ ชอบดนตรี ชอบศิลปะ ชอบซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ ชอบคอมพิวเตอร์ อันนี้ล้วนแล้วแต่เป็นคำตอบ ว่าเราชอบอะไร

อย่างผมเอง ตอนประถมก็เคยคุยกับอาจารย์ใหญ่ (ต้องขอขอบคุณอาจารย์บรรจง ทรงสัตย์ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนเบญจมินทร์ในสมัยนั้น) ท่านถามผมว่า โตขึ้น เธออยากเป็นอะไร ผมตอบว่านักวิทยาศาสตร์ (ตอนนั้นที่ตอบก็คือเรียน ป.6) ท่านบอกว่า เป็นไม่ได้หรอก ไว้โตแล้วจะหาคำตอบได้เอง ว่าทำไมถึงเป็นไม่ได้

อาจจะเป็นที่คุณแม่ด้วย ที่สอนให้เขียนจดหมายหาคุณยายที่ต่างจังหวัด ตอนนั้นเบอร์บ้านเพิ่มจะมี แต่ค่าโทรแพงมาก

พอมาเรียนมัธยม ก็ชอบเขียนไดอารี่ ตอนนั้นเขียนทุกวันให้เพื่อนในห้องอ่าน แล้วเพื่อนสนิทก็ชอบอ่านมากด้วย เราก็เลยรู้ว่า เราชอบเขียน อาจจะเป็นเพราะ ช่วงเด็กๆ สมัยเรานั้น มีการเขียนจดหมายกับคุณป้า คุณน้า ก็เลยทำให้เราได้ฝึกเขียน โดยเฉพาะแม่เราที่ชอบเขียนเช่นกัน เขียนจดหมายทีหลายหน้ากระดาษเลย แต่พอมีโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือแล้ว การเขียนจดหมายก็หายไป

นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เรารู้ว่าชอบอะไร นอกจากนี้การเรียนวิชาภาษาอังกฤษ ในวิชาเอก ภาษาอังกฤษ - ฝรั่งเศส ทำให้เรารู้ว่า ภาษาอังกฤษเราดีตรงที่การอ่าน การแปล เราจำคำศัพท์ได้ ชอบวิชา Reading แต่ดันเกลียด Grammar ชิปเป๋งเลย ยิ่ง Listening ไม่กระดิกหูเลยสักนิด แม้จะเรียนห้อง Sound Lab ก็ตามทีเถอะ

ช่วง ม.ปลาย คุณพ่อซื้อคอมพิวเตอร์ให้ใช้ ก็ยังเงอะๆงะๆ เล่น Windows 3.1 แต่เมื่ออินเตอร์เน็ตเข้ามาแรกๆ ก็สนใจ Pantip.com เริ่มอ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ Computer Time ต่อด้วย Computer Today รวมไปถึง Quick PC สนใจการประกอบคอมพิวเตอร์ ทำให้เราอยากเรียนวารสาร อยากทำหนังสือ อยากเป็นนักเขียน อยากทำงานด้านสื่อสารมวลชน และพ่วงมาอีกอย่างคือ มี idol ในหัวใจคือการเป็นนักเขียนคอมพิวเตอร์

ช่วงเด็กๆ สำหรับเพื่อนๆในยุคเรา อาจจะจำหนังสือ ไดโนสาร ได้ และช่วงนั้นเอง Pantip ก็เคยให้สมัครนักข่าวอาสา ทำให้เราอยากเป็นนักเขียน นักข่าว นั่นเอง

แต่พอมาเรียนมหาวิทยาลัย ก็ได้เลือกเรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษ เหตุผลเพราะอะไร ก็เพราะเราประมวลมาแล้วว่าอยากเขียน อยากแปล ชอบภาษาอังกฤษ ชอบคอม ชอบการอ่าน การเขียน เราชอบอ่านหนังสือ เราอยากเขียนหนังสือ อยากทำหนังสือ แม้ว่าจะเอ็นทรานซ์ไม่ติด ก็สอบเข้าราชมงคลได้ นี่คือการประมวลผลว่าทำไม เราถึงเลือกเรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษ ก็เพราะเราชอบการเขียน ชอบภาษา ชอบการแปล การอ่าน

ตอนเรียนมหาวิทยาลัย มีวิชาการแปล เอ ทำไมเราได้เอ หรือว่าเราชอบ เวลาที่เราเรียน เรารู้สึกสนุก เราไม่ต้องเปิดดิกทุกตัวอักษร เราจำคำศัพท์ได้ เราแปลได้ เราชอบ สนุกกับมัน

เอาง่ายๆ ลองสังเกตว่า วิชาอะไรที่เราชอบ เราได้ A บ้าง พละเราก็จะไม่ได้เรื่อง เลขเราก็อาจจะเข้าขั้นงี่เง่า แต่สังคม เราได้ ภาษาไทย เราฉลุย ศิลปะพอไปได้แต่ไม่ได้เรื่องสักเท่าไหร แค่นี้น้องๆก็พอจะรู้เลาๆแล้วว่า เราควรจะเรียนอะไร

หลายๆคนอยากเรียนนิเทศศาสตร์ สำหรับผมนั้นคิดว่าบางคนอาจจะมองภาพว่าเรียนนิเทศคือเป็นดารา คืออยากดัง คืออยากมีชื่อเสียง จริงๆแล้วภาพของการเรียนนิเทศศาสตร์ก็คือ การโฆษณา การทำงานด้านการสื่อสารมวลชน วิทยุและโทรทัศน์ การทำงานด้านสื่อต่างๆ ก็ตัดต่อ การทำงานด้านการสื่อสารมวลชน นักข่าว

หลายๆคนเข้าใจผิดคิดว่าอยากเป็นดารา ต้องเรียนศิลปกรรม เรียนนิเทศ ศิลปะการแสดง ถามว่าเรียนแล้วดีไหม ดีครับ แต่จะเป็นดาราดัง จะเป็นดาราที่มากความสามารถ ก็เพราะการฝึกฝน ความตั้งใจมากกว่า และอยู่ที่โอกาสมากกว่า ไม่ใช่แค่การเรียนเพียงอย่างเดียว

ต่อข้อถามว่า น้องๆอยากเรียนอะไร สำหรับผมแล้ว มีทั้งหมด 7 ตัวประมวลผล

ชอบเขียน / ชอบแปลภาษา / ชอบอ่าน / ชอบเป็นนักข่าว เขียนบอกเล่าเรื่องราว / อยากทำหนังสือ / อยากเป็น บอกอ (ตอนนั้นตำแหน่งมันดูเท่พิลึก) เหมือนกับตำแหน่ง Webmaster นั่นแหล่ะ / ชอบคอม ติดตั้งโปรแกรม ใช้อินเตอร์เน็ต

ถามว่าจบมาจะทำอะไร

จบมา ไม่คิดว่าจะได้ทำก็ได้ทำก็คือทำเวบ เคยทำเวบเล่นๆ แต่เราชอบ ก็เลยได้ทำเวบ แต่ทำในส่วนของ Web Content ก็คือเขียนบทความ แปล เขียนข่าว ที่นี้เราได้ทำในส่วนของการตลาด เราก็เลยได้แนวคิดทางการตลาด ทำให้เราชอบการตลาดขึ้นมา ชอบการเขียน การโปรโมทจุดขายต่างๆของสินค้าด้วย

เราชอบถ่ายทอดในการเขียนให้คนอื่นเข้าใจง่าย เราชอบที่จะเอาคอมพิวเตอร์มาพูดให้คนอ่านเข้าใจได้ง่ายไม่ต้องงงกับศัพท์เทคนิค เราชอบที่จะทำประโยชน์ให้คนอื่นด้วยการเขียน เพื่อการขายสินค้า ได้คิดคำโฆษณา ได้คิด Copy Writer คำโปรยโฆษณาและการทำโบรชัวร์ต่างๆ ถามว่าเอาอะไรมาใช้ เอาเรื่องการเขียน การแปล แนวคิดการตลาด ความเข้าใจเรื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานที่ทำ

เพื่อนอีกคนจบเอกเดียวกัน ชอบเขียน ชอบแปลเหมือนกัน ตอนนี้ไปเขียนหนังสือพิมพ์กีฬาชื่อดังหลายปีแล้ว นี่คือชอบกีฬา แล้วเอาวิชาที่เรียนมาใช้

ถามว่า ทำไมเรียนเอกภาษาแล้วไม่ทำงานโรงเรียน สายการบิน การฑูต สนามบิน เราก็เอาความชอบคอมพิวเตอร์ของเรามาใช้ร่วมกับการเขียน การแปล การรีวิว

คือการนำสิ่งที่เราชอบ มาผสานกับการเรียนที่เราได้ศึกษามานั่นเอง

ใครว่าเรียนแล้วไม่ได้ใช้ มันก็คือการประยุกต์ใช้ ไม่ใช่แค่การเรียนท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองแล้วลืมในที่สุด

อันดับแรกที่จะบอกน้องๆก็คือ เราชอบอะไร เรารักอะไร น้องคนนึงที่รู้จัก ก็อยู่ ม.ปลาย ตอนนี้เขียนรีวิวมือถือจนโด่งดัง หาเงินให้กับตัวเองได้แล้ว ถามว่าพวกน้องๆคนอื่นทำอะไรกันอยู่ บางคนเล่นกีฬาจนได้รางวัล เพื่อนเราก็กลายเป็นนักแบดชื่อดังของเมืองไทย นี่คือความทะเยอทะยานที่จะทำตามฝันครับ

วันนี้ ผมได้ทำอะไรที่อยากทำ เพื่อให้คนรอบข้างภูมิใจแล้ว ได้เป็นนักเขียน นักแปล ได้เป็นคนที่ทำประโยชน์ให้บริษัทในการขาย การโปรโมท ด้วยการเขียน ด้วยสมองของเรา เอาแค่ว่าน้องๆได้ทำตามที่ตัวเองรักและใฝ่ฝันอย่างแท้จริง

ผมเองเปลี่ยนมือถือบ่อย แต่การทำตรงนี้ไม่ได้สูญเปล่า เพราะเอามารีวิว เอามาเขียน เอามาถ่ายรูป สุดท้ายที่กลับมาก็คือเรื่องของความน่าเชื่อถือของเราเอง เรื่องของค่าตอบแทนมันก็เล็กๆน้อยๆสำหรับค่าบทความ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือความสุขที่เราได้รับจากการทำงานที่เรารัก เพราะเราได้เรียนในสิ่งที่เราชอบนั่นเองแหล่ะครับ

สำหรับเรื่องมือถือ

ต้องขอบคุณ Pantip.com ขอบคุณคุณ Mchaw ขอบคุณคุณ CookieCompany, Mlife และเพื่อนอีกหลายๆคน ที่ทำให้ผมมีวันนี้ครับ

พวกคุณทำให้ผมมีพลังอยากเป็นนักเขียน นักรีวิวมือถือ

ขอบคุณทุกความรู้ที่มอบให้

ถ้าไม่มีพวกคุณทุกคน ผมก็ไม่มีวันนี้ วันที่ได้ทำอะไรที่เราชอบ เรารัก

สำหรับคุณ CookieCompany ผมถือว่าเป็นสุดยอดของคนที่ตามความฝันของตัวเอง ไม่ว่าใครจะว่าเขาเป็นยังไง แต่ผมว่า การที่เขารู้ว่าเขาชอบอะไร เขาก็ไต่ไปที่ตรงนั้นได้ครับ

เขาไปได้ที่ความฝัน โอกาส และคว้าความฝันของเขา

หลายๆคนอาจจะมีความฝัน แต่ยังไม่มีโอกาส

มี 3 สิ่งที่อยากจะบอกครับ

เวลา

โอกาส

อนาคต

เราใช้เวลาทำประโยชน์ให้กับคนรอบข้างด้วยสิ่งที่เราชอบ เรารัก เพื่อส่งความสุขให้กับคนอื่น อย่างการรีวิวมือถือ ถามว่าเป็นธุรกิจไหม ใช่ครับ แต่ถามว่าคนที่อ่านได้ประโยชน์ จากการที่เราได้สละเวลาเพื่อเขียน เพื่อได้สร้างความสุขจากการใช้สินค้านั้นไหม ได้รับครับ

โอกาส จริงอยู่ว่าหลายๆคนมีความสามารถ แต่จะมีสักกี่คนที่ได้ออกรายการ ได้มี "โอกาส" ในการแสดงความสามารถของตนเองให้คนอื่นได้รู้ว่า เราคือ kuru ของวงการ

นางสาวไทย นางงามจักรวาล อาจจะไม่ใช่คนสวยที่สุดในโลก ผมไม่เห็นคนสวยจริงๆเขาประกวดแบบนี้สักที แต่เป็นเพราะคนที่สวยที่สุดในการประกวดครับ แต่ไม่ใช่ของโลก ไม่ใช่ของประเทศ ผมเชื่อว่าคนในประเทศมีคนสวยกว่าบนเวทีเยอะ แต่สิ่งที่เขาไม่มีก็คือ "โอกาส" ไงครับ

อนาคตเราจะเป็นยังไง เราจะทำตามความฝันได้ไหม หลายๆคนอาจจะเคยทะเลาะกับพ่อแม่ อยากให้เรียนโน่น เรียนนี่ สุดท้ายคุณเอาดีด้านไหนได้บ้างครับ ถ้าเรียนตามพ่อแม่ สุดท้ายเราไม่ได้ชอบจริงๆ สุดท้ายก็ทำประโยชน์อะไรให้ใครไม่ได้สักคน

ขอแค่เรียนในสิ่งที่เราชอบและรักจริงๆ และทำประโยชน์ให้คนอื่นก็ดีนะครับ

สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ว่า ถ้าเรารักที่จะทำอะไร ขอให้ค้นหาตัวเองให้เจอ ผมชื่นชม The Star ทุกคนมาก เขาอาจจะเรียนไม่เก่ง บ้านยากจน แต่เขาก็เป็น "คน" คนที่คว้าดาว คว้าความฝันของตัวเอง เพื่ออะไรครับ เพื่อคนที่อยู่ข้างหลัง คนที่เรารัก ความสำเร็จไม่ได้มาจากใบปริญญา แต่มาจากหัวใจที่กล้าที่จะคว้าดาว ตามความฝันของตัวเอง

เชื่อว่าถ้าเรามีความสุข ไปถึงดวงดาวได้ พ่อแม่เราก็ดีใจครับ หากเพื่อนๆมีปัญหาเรื่องการเรียน การเลือกคณะ อยากให้ลองพิจารณาตามบทความนี้ แล้วนำไปอธิบายกับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ด้วยความตั้งใจจริงของน้องๆทุกคน เพื่อที่จะหาคำตอบว่า เราไม่ได้เรียนตามเพื่อน เราชอบของเราจริงๆ เราเดินตามทางของเราจริงๆ

มีเพื่อนหลายคนเรียนแล้วไม่ชอบ สุดท้ายก็ออกแล้วเข้ามหาวิทยาลัยเปิด สุดท้ายก็ทำงานได้ดิบได้ดี คนเอ็นทรานซ์ไม่ติด ก็ได้ดิบได้ดี ผมเองก็พูดได้อีกว่า เอ็นซ์ไม่ติด แต่ถามว่า ที่ประสบความสำเร็จทุกวันนี่้ เพราะอะไรครับ ไม่ได้มีเงินเยอะ ไม่ได้มีตำแหน่ง ไม่ได้มีคนยกย่อง แต่เรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำ และพ่อแม่ก็มีความสุขด้วยครับ

เผยแพรเพื่อเป็นวิทยาทานโดย yokekung
สงวนลิขสิทธิ์อ้างอิงแหล่งที่มาและชื่อผู้เขียน



Create Date : 04 เมษายน 2552
Last Update : 4 เมษายน 2552 21:47:54 น.

2 comment
แกะกล่อง สัมผัสความเบาได้ทุกที่จาก Dell Inspiron Mini 12
สำหรับใครที่ปกติใช้งาน Notebook เป็นหลัก แต่เนื่องจากแบกน้ำหนักที่หนักร่วมๆ 3 กิโลไม่ไหว เพราะต้องพ่วงเม้าส์ ที่ชาร์จ การ์ดรีดเดอร์ไปด้วย ทำให้กระเป๋าโน้ตบุ๊คต้องแบกน้ำหนักมาก ก็เลยหาข้อมูลและก็สะดุดตาที่ความสวยงามและความบางเบาของ Dell Inspiron Mini 12 ตัวนี้หาข้อมูลอยู่อาทิตย์นึงก็ได้ฤกษ์ถอยมาเชยชม ด้วยเหตุผลว่าเอามาใช้ทำงานเอกสาร อินเตอร์เน็ต อีเมล์ ตามคอนเซปต์แป๊ะ

ก่อนอื่นมารู้จัก Netbook กันก่อน เอาง่ายๆก็คือเป็นโน้ตบุ๊คแบบย่อส่วน ทำให้หน้าจอเล็กลงเหลือเพียง 8.9 / 9 / 10 นิ้ว แต่ตัวนี้มาพร้อมหน้าจอ 12.1 นิ้ว เรียกได้ว่าไม่เล็กเกินไป และไม่ต่างจากจอ 14.1 นิ้วมากเกินไปนัก น้ำหนักก็เบา เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ค

จุดเด่นที่เลือก Dell Inspiron Mini 12 ก็คือเหตุผลแรก น้ำหนักเบา อันที่สองคือใช้เป็น Netbook ก็คือ Notebook ตัวที่สอง ตัวหลักที่ใช้เป็น HP Compaq 6515b แต่เจ้านี่จะใช้อินเตอร์เน็ต พิมพ์งานที่ออฟฟิศ ใช้งานนอกสถานที่ให้คล่องตัว ที่สำคัญกระเป๋าไม่ต้องแบกน้ำหนักร่วมๆ 4 กิโลอีกแล้ว เพราะปกติเราบ้าพกทั้งกล้อง Ricoh R10, Care Reader, External HDD สาย USB อีก แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

เราก็เลยวางใจให้ Dell Inspiron Mini 12 มาอยู่คู่ใจเรา ส่วนพี่ HP เอาไว้บ้านหรือคราวที่ต้องใช้งานหนักๆหน่อย แต่จริงๆไม่อยากจะแบกเลยนะเนี่ยตั้งแต่มีเจ้านี่

รีวิวตัวเครื่อง Dell Inspiron Mini 12

Photobucket

เอาสเปคข้างกล่องมาให้ดู

Photobucket

เริ่มแกะกล่องจะเห็นโฟมป้องกันอันตรายกระแทกเน็ตบุ๊ค

Photobucket

แกะโฟมออกก็จะเห็น Dell Mini 12 (ขอเรียกชื่อเล่นละกัน) อยู่ในซองโฟมอีกที

Photobucket

เปลือยออกมาก็จะล่อนจ้อนแบบนี้ ขาวอวบ

Photobucket

ชั้นถัดมาก็จะเจอที่ชาร์จกับคู่มือ และแผ่นไดร์เวอร์ต่างๆ

Photobucket

Photobucket

ที่ชาร์จจะไม่ได้เป็นกล่องๆแบบโน้ตบุ๊ค เพราะด้วยความที่เน้นการพกพาแล้ว ก็เลยทำเหมือนกับที่ชาร์จโน้ตบุ๊กไปเลย ข้อดีก็คือพกสะดวก ไม่พะรุงพะรังดีด้วย

Photobucket

แผ่นไดร์เวอร์ที่ให้มาในกล่อง

Photobucket

ดูกันชัดๆ ไล่เรียงก็จะมีแผ่น Re-install Windows Vista มีไดร์เวอร์ต่างๆ

Photobucket

แผ่น Re-install สำหรับ Windows Vista Home Basic 32-bit Service Pack 1

ใครเห็นแผ่นนี้ก็คงรู้แล้วว่า ราคาร่วมสองหมื่นของตัวนี้ ก็คือมีวินโดวส์ลิขสิทธิ์มาด้วย ดังนั้นราคาสองหมื่นได้วินโดวส์แท้ ก็ไม่ถือว่าแพงครับ เพราะหากราคาสองหมื่นแต่ไม่มีวินโดวส์มาให้เนี่ย อันนี้ถือว่าแพง เพราะลำพังราคานี้ได้โน้ตบุ๊คสเปคโอเคเลย

Photobucket

ด้วยความที่เน็ตบุ๊คมีหน่วยความจำ 1GB ฮาร์ดดิสก์ก็น้อย ทาง Dell ก็เลยจับมือกับ Microsoft ให้ Microsoft Works มาด้วยเลย การทำงานก็คล้ายๆกับ Microsoft Office แหล่ะครับ แต่เวลาเซฟอย่าลืมเลือกเป็น Doc หรือ Docx (Word 2007) ด้วยล่ะ

เหลียวมองรอบๆ สำรวจ Dell Inspiron Mini 12

เอาที่จุดเด่นก็เห็นจะเป็นสีขาวด้านหลัง รุ่นนี้ที่ขายในไทยจะมีสีขาวอย่างเดียว แต่เสียดายว่าวัสดุเป็นแบบ Glossy อันนี้กลัวรอยขีดข่วน เพราะส่วนตัวจะชอบเป็นแบบสากๆน่าจะกันรอยได้ดีกว่า

เวลาเราเปิดเครื่อง จะมีไฟขึ้นตรงด้านขวาใกล้กับจอ แต่ปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่ด้านซ้าย

Photobucket

หากเราพับจอเก็บ แต่ไม่ได้ปิดเครื่อง ก็จะแสดงสถานะไฟกระพริบแบบแผ่วๆแบบนี้

Photobucket

พลังขับเคลื่อนจะใช้ Intel Atom และ Windows Vista Home Basic (อย่างน้อยก็ภูมิใจได้ใช้ของแท้) แต่กับแรม 1GB กับ Harddisk 80GB ก็คงยัดอะไรไปไม่ได้มากนัก

Photobucket

Photobucket

Touchpad จะดูลื่นๆ แต่สัมผัสจริงก็โอเค อาศัยความคุ้นเคยสักหน่อย แต่ถ้าไม่สะดวกก็ต่อเม้าส์เอาก็ได้

ใครอยากคุยเอ็มเห็นหน้า ก็มีกล้อง Webcam 1.3MP มาให้ด้วย

Photobucket

เริ่มจากด้านซ้ายมือ จะเป็นพอร์ต USB ให้ 2 พอร์ต

Photobucket

Photobucket

ถัดมาก็จะเป็น VGA Out ต่อออกจะได้หากใช้งานแล้วคิดว่าจอมันเล็กเกินไป หรือต้องการนำเสนองานก็สะดวกดี ใครที่ทำงานแล้วต้องการต่อออก TV หรือ Projector ก็ลองพิจารณาตรงนี้ด้วยนะครับ แล้วก็จะเป็นช่องเสียบที่ชาร์จไฟ และตัวล็อคกันขโมย

ลองมองด้านขวามือ ก็จะเจอ Card Reader

Photobucket

ลองใส่ SDHC ก็ใส่ได้สบายๆ คิดว่าใครที่มองว่าฮาร์ดดิสก์ 80GB น้อยไปก็เอา SDHC มาใส่ได้เลย

ถัดมาก็จะเป็น USB 1 ช่อง หูฟัง ไมค์ และพอร์ต LAN ในกรณีว่าไม่มีพาสเวิร์ด Wi-Fi ก็เคยไปขอร้านเค้าต่อสายแลนก็มีเหมือนกัน

เสียใจด้วยถ้าใครจะหาช่องเสียบสายโทรศัพท์ 56K Modem เพราะมันไม่มีให้น่ะสิ ไหนๆใช้เน็ตบุ๊คนอกสถานที่ ก็คงจะใช้ Wireless และใช้มือถือต่อซะมากกว่า

แบตเตอรี่จะเป็นแบบ 24Wh ใครที่สงสัยว่าตกลงเป็นกี่ Cell กันแน่ ลองดูจากสเปคในเวบของ Dell นั้นพบว่า 24Whr = 3 Cells ส่วน 48Whr = 6 Cells ดังนั้นตัวนี้จะเป็น 3 Cells ครับ

Photobucket

พลิกด้านหลัง ต้องเอาแบตเตอรี่ออกก่อน ก็จะเจอช่องใส่ซิมการ์ดเพื่อต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน EDGE/GPRS ในกรณีในบางสถานที่ไม่มีสัญญาณ Wi-Fi ครอบคลุม อันนี้ยังไม่ได้ลองทดสอบ

Photobucket

Photobucket

เปิดเครื่องครั้งแรกก็ให้ตั้งค่านิดหน่อย เพราะมี Pre-install Windows Vista Home Basic ของแท้มาให้ด้วยแล้ว

การใช้งานทั่วๆไป ลองติดตั้ง Microsoft Office 2007 Home and Student Edition ของแท้ ซื้อมามี 3 licenses ลงในเครื่อง HP ไปแล้ว 1 account คราวนี้ก็เลยลงเฉพาะ Word, Excel, Powerpoint เอาแค่จำเป็นเท่านั้น ไม่ได้ลง OneNote ส่วนของแท้อันนี้จะไม่มี Outlook มาให้ก็เลยติดตั้ง Oultook 2003 แทน เพื่อไม่ให้โหลดเครื่องจนเกินไป

เรื่องเสียงนั้น เห็นมีรีวิวว่าเป็นลำโพงแบบโมโน ก็คงไม่ซีเรียสอะไร หรือไม่ก็ใส่หูฟังเอา จะไปกลัวอะไรเพราะเครื่องเล่น MP3 ก็มีอยู่แล้ว

เรื่องข้อจำกัดของเน็ตบุ๊คนั้นก็คือไม่มี DVD Drive แต่เนื่องด้วยผมมี External DVD ของน้องอยู่แล้วก็หยิบยืมมาได้ไม่ลำบากอะไร หรือไม่ก็ใช้ HP เปิดแล้วแชร์ไดร์ฟเอา แต่สำหรับแผ่น Windows นั้นอาจจะต้องพึ่ง External DVD ซะแล้ว ส่วนเรื่องฮาร์ดดิสก์นั้นไม่เคยซีเรียสเลย เพราะมี External HDD อยู่แล้ว แฟลชไดร์ฟก็มี หรือถ้ากลัวเนื้อที่ไม่พอ จะไปกลัวทำไมในเมื่อมี Card Reader อยู่ ลำพังแค่เมมกล้องก็ร่วมๆ 2GB แล้วคิดว่าไม่ลำบากอะไรเลย

Photobucket

การใช้งานจริงนั้นต้องถือว่า คีย์บอร์ดทำได้ดี เพราะพิมพ์แทบไม่ผิดเลย เพราะปกติถ้าพิมพ์สัมผัสแล้วไม่ผิด แสดงว่าคีย์บอร์ดวางได้ดี ตรงกับตำแหน่งปกติๆ แรกๆอาจจะไม่ชิน มีพิมพ์ผืดบ้างเหมือนกัน การใช้งาน จากปกติที่เปิด browser ร่วมๆ 10 แถบ เปิด Outlook, Photoshop ค้างไว้ คราวนี้เริ่มพอเพียง ทำทีละอย่าง เปิดเวบไว้สักอันเดียว พิมพ์งาน แช็ทไป ก็ทำจะทำได้อยู่ อาจจะหงุดหงิดต้องรอบ้างเพราะเราเคยๆใช้แรม 2GB แล้วมาใช้ 1GB CPU ก็เหลือไม่ถึง 2GHz ก็ต้องปรับตัวนิดหน่อย

โดยรวมถือว่าหน้าจอ 12 นิ้ว แป้นพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ง่าย คล่องตัวเอาพกพาเพราะน้ำหนักกิโลนิดๆ กับการประกันแบบ On-Site ของ Dell ก็ถือว่าคุ้มครับ

yokekung

ขอขอบคุณเว็บไซต์ TrendyPDA ที่ให้กระทู้ผมขึ้นแนะนำในหน้าแรกของเวบครับ

http://www.trendypda.com/modules/news/article.php?storyid=1018



Create Date : 29 มีนาคม 2552
Last Update : 31 มีนาคม 2552 0:45:43 น.

10 comment
โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อคนไทยจาก Intel
โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อคนไทย เป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์วันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีสำหรับครอบครัว




เห็นอินเทลทำ Family PC มา 4 แบบ

พี่เบิ้ม เทพประจำบ้าน Intel Core i7 ในราคา 49900 แถมยังมีผ่อน 0% 5 เดือนกระตุ้นช่วยชาติอีก
พี่ใหญ่จอมพลัง Core 2 Quad
พี่กลาง เข้ม เท่ห์กำลังเหมาะ Core 2 Duo
เจ้าเปี้ยก น้องเล็กสุดแซ่บ แสบกำลังดี Intel Pentium
น้องจิ๋ว น้องสุดท้อง แต่แจ่มแจ๋ว Intel Atom

แม้ว่าชื่อจะดูแปลกๆเข้าใจยาก แต่ก็ทำให้หลายๆคนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่ไม่มีความรู้คอมพิวเตอร์เลย

มี Mainboard Gigabyte แรมอย่างต่ำ 1GB มี HDD Seagate อย่างต่ำ 160GB เคส Gview จอภาพอย่างต่ำก็ 17 นิ้ว Wide Screen ก็ถือว่าไม่เลว

Intel กำลังนำเสนอความเป็น Nettop ก็คือต่ำกว่า Desktop ผมขอเรียกว่าอนุบาลเดสก์ทอปละกัน ใช้งานทั่วๆไป เด็กๆเริ่มใช้คอมก็โอค สำหรับราคา 8900 ได้ครบก็ถือว่าคุ้มแล้วก็คอมพิวเตอร์สำหรับการเริ่มต้นการเรียนรู้

แถมยังมีสิทธิ์ซื้อพรินเตอร์จาก canon และยังเพิ่มประกัน 2 ปีอีกด้วย

งานนี้สนับสนุนโดย Intel จับมือกับกระทรวงศึกษาธิการด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมhttp://www.myfamily-pc.com/



Create Date : 26 มีนาคม 2552
Last Update : 26 มีนาคม 2552 23:16:45 น.

1 comment
แนะนำ Netbook น่าเล่น คุ้มค่า ใช้งานได้จริง


จากความเห็นส่วนตัวในการเลือกซื้อ Netbook ชอบที่มีน้ำหนักเบา แต่หน้าจอขนาด 8.9 นิ้ว ถึง 10 นิ้วดูจะเป็นเรื่องที่คิดหนักสักหน่อย

เพราะโดยส่วนตัวแล้วการใช้งานจริงจะพิมพ์งาน เขียนบทความ แปลงาน ใช้อินเตอร์เน็ต อีเมล์ตลอด ใช้ทุกวัน ในช่วงงานคอมมาร์ทก็เลยหาข้อมูล

ลองไปจับตัวจริง Dell Mini 12 ชอบที่หน้าจอ 12 นิ้ว เพราะคิดว่า 12 นิ้วก็ไม่ได้เล็กเกินไป หรือ ใหญ่เกินไป เมื่อเทียบกับจอ 14.1 นิ้วปกติ

ถือว่า 8.9 เล็กไป 10 ก็ยังดูเล็ก แม้ว่าจะเป็น Wide Screen ก็ตาม แถมการใช้งานจริงนั้น พวก Netbook ราคาแค่ 7 - 8 พันไม่ต้องไปมองเลย เพราะใช้งานจริง แป้นพิมพ์ก็เล็ก ไม่สะดวกในการพิมพ์ ปุ่มก็เล็กและแคบเกินไป แถมยังต้องงุ้มข้อมือในการพิมพ์อีกด้วย ทำให้เมื่อยมือเวลาใช้งานนานๆ

สำหรับ Dell Mini 12 เด่นที่หน้าจอใหญ่ ซีพียูจะไม่ใช่ Intel Atom 270 แบบทั่วไป แต่จะเป็น Z530 ประหยัดไฟกว่า
RAM ขนาด 1GB
น่าเสียดายว่าในเวบของ Dell นั้น จริงๆแล้วให้ Windows XP มา เพราะใช้กับแรม 1GB ได้สบาย แต่กลับให้ Windows Vista แท้มา เมื่อทำงานบนแรมแค่ 1GB จึงอืดและช้าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
(แบบนี้ใช้ Linux น่าจะเวิร์คกว่าอีก)
ชิปกราฟิกเป็น Intel®Graphics Media Accelerator 500
Harddisk เป็นแบบ IDE (PATA) 60GB
การเชื่อมต่อครบทั้ง LAN, Wi-Fi 802.11g
หน้าจอขนาด 12 นิ้ว บนความละเอียด 1280x800 พิกเซล
Webcam 1.3M
แบตเตอรี่อยู่ได้นานเพราะซีพียูประหยัดไฟ
ที่ชอบก็คือความบาง น้ำหนักเบา อันนี้เรื่องหลัก เพราะแบก Notebook ตัวละเกือบ 3 กิโลไม่ไหว ปวดไหล่เหลือเกิน ส่วน
คีย์บอร์ดก็เหมือนคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊คปกติ ไม่เล็กเกินไป
จุดเด่นคือประกันแบบ On-site ของ Dell



ก็เลยเลยลองเทียบๆกับ ASUS N10Jc ที่ชอบมานานเหมือนกัน จับตัวจริงชอบ แต่ในงานคอมมาร์ทดันไปเจอพนักงานเงียบ เพราะเราไปกับน้องที่ออฟฟิศ เราอธิบายให้เค้าฟังหมดเลย การ์ดจอแยก บลาๆๆๆๆ อันนี้ชอบนะ ราคา 21900 ยังไม่แวด เป็น Netbook การ์ดจอแยก มีสวิตซ์ปรับเลือกออนบอร์ดกับการ์ดจอแยก แต่อ่านรีวิวไปๆมาๆสะดุดตรงที่เล่นเกมส์ได้ แต่สุดท้ายกระตุก ไม่ลื่น เพราะ CPU มันเป็น Atom ลากไปไม่ไหวนั่นเอง

ท้ายที่สุดเราอยากได้จอ 12 นิ้ว น้ำหนักเบา พิมพ์งานสะดวก เล่นเน็ตได้ ในเมื่อโจทย์เรามีแค่นี้ ไม่เล่นเกมส์ ไม่ดูหนังบน Netbook ดังนั้น Dell Inspiron Mini 12 จึงเป็นคำตอบสุดท้ายของเราเลย

yokekung



Create Date : 25 มีนาคม 2552
Last Update : 26 มีนาคม 2552 23:23:32 น.

7 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  
yokekung
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ความสุขของคุณ คือความสุขของเรา

Yokekung Blog

เราเชื่อว่า ถ้าคุณได้อ่านบล็อกเรา แล้วมีความสุข เราก็มีความสุขเมื่อเห็นคนอ่านมีความสุข

ความสุขจากการแบ่งปันความรู้ ทิป เทคนิคต่างๆทั้งคอมพิวเตอร์ ไอที กล้องดิจิตอล มือถือ แม่และเด็ก พัฒนาการเด็ก

ติดต่อรับงานเขียน รีวิว ออกงานอีเว้นท์ yokekungworld [at] gmail.com
Creative Commons License
yokekung.bloggang.com โดย yokekung อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ yokekung.bloggang.com.
การอนุญาตนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญาอนุญาตนี้ อาจมีอยู่ที่ http://yokekung.bloggang.com
Visit M.B.A. for IT-Smart Program
จำนวนคนที่เข้ามาดูพร้อมกับคุณ
Friends Blog
[Add yokekung's blog to your weblog]