โยคะเป็นไปเพื่อดับการปรุงแต่งของจิต
Group Blog
 
All blogs
 

ย า ห ลั ง อ า ห า ร นั้ น ส ำ คั ญ ไ ฉ น ??

ได้ฤกษ์เขียนบล็อกนี้ซะที ไม่รู้เกี่ยวกันมั๊ยนะ 555 เป็นความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาค่ะ


พอดีช่วงนี้เพื่อนป่วย หมวยเลยไปเยี่ยมเพื่อนซะหน่อย เพราะเพื่อนอยู่คนเดียว เอาข้าวปลาอาหาร ผลไม้ไปเยี่ยม

นึกว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา วันถัดมาพบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ หมวยเลยได้จัดยาสมุนไพรไทยไปให้ นั่นคือ ...ฟ้าทะลายโจร ซึ่งบนกล่องบอกให้ทาน 4 เม็ด หลังอาหารสามมื้อและก่อนนอน มีบอกอยู่เท่านี้จริงๆ

พออ่านไปก็เกิดคำถามขึ้นมา...ไม่รู้คนอื่นจะมีคำถามเหมือนกันรึปล่าว ซึ่งจริงๆหมวยรู้คำตอบอยู่แล้วหล่ะ แต่เอามาเล่าให้ฟังอีกที

ปัจจัยที่จะช่วยให้หายจากโรคได้ดีที่สุดไม่ใช่ยาดีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นอาหาร

การที่ยาจะนำไปใช้ได้ดีจะต้องมีตัวพาค่ะ ซึ่งตัวพานั้นก็คืออาหารค่ะ แต่ที่มากกว่านั้นคือถ้าคนไข้ไม่สามารถทานอาหารได้ก็ทำให้ระบบต่างๆไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็น ทำให้ระบบแปรปรวนและไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ ก็จะทำให้โรคเรื้อรังค่ะ

พี่เละ ธีรเดช อุทัยวิทยารัตน์ เคยเล่าให้ฟังว่า อาจารย์ของพี่เละเคยมีคนไข้อยู่คนหนึ่ง ซึ่งไม่ว่าไปรักษาที่ไหนต่างก็ส่ายหน้า ไม่สามารถรักษาได้แน่ๆ เพราะผอมแผ้ง ไม่ทานอาหารและต่างคาดว่าจะเสียชีวิตในไม่ช้า แต่อาจารย์ของท่านให้พริกก้นครกที่ภรรยาของชายหนุ่มคนนั้นตำน้ำพริกตอนทำอาหารมาป้ายบนลิ้น ชายหนุ่มและครอบครัวกลับไปด้วยความงงๆ แต่ก็ทำตาม

ไม่นานชายหนุ่มผู้นั้นก็กลับมาพร้อมด้วยร่างกายที่มีเนื้อหนังและดูสมบูรณ์ และก็หายจากโรคได้

ที่ชายคนนี้ป่วยเพราะว่าไม่สามารถทานอาหารได้ สาเหตุที่ทานอาหารไม่ได้เพราะเขารู้สึกว่าอาหารไม่มีรสชาติ อาหารไม่อร่อย เพราะว่าลิ้นมีฝ้าเกาะหนา เมื่อกวาดลิ้นด้วยพริกก้นครก พริกนั้นจะไปกัดฝ้าที่ลิ้นทำให้เมือกที่เคลือบบริเวณปุ่มรับรสหลุดออก เมื่อเขาสามารถรับรสได้ก็สามารถทานอาหารได้ ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพิ่มมากขึ้นจึงแข็งแรงขึ้น และมีภูมิต้านทานกับโรคที่เป็นอยู่และหายได้เร็วขึ้น

แม้ว่าจะมีบางครั้งที่เราได้ยินว่าการที่เรารู้สึกไม่อยากอาหารเป็นเพราะระบบในร่างกายต้องการพัก เราก็ไม่ได้จำเป็นต้องทานอะไรสักพักก็ได้ แต่ที่จริงคือควรจะทานบ้าง เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารที่จะเป็น ดังนั้นอาหารของผู้ป่วยจึงมักเป็นอาหารเหลวค่ะ ซุปหรือโจ๊กเละๆ เพราะต้องการให้ระบบต่างๆได้พักด้วยแต่ก็ต้องการสารอาหารและพลังงานด้วยค่ะ เมื่อมีแรงก็จะสามารถลุกยืนยืดตัว ทำให้กล้ามเนื้อมีแรงมากขึ้น ระบบต่างๆก็จะกลับมาทำงานได้เป็นปกติค่ะ

ดังนั้นจึงเป็นภูมิปัญญาที่ต้องการให้ทานอาหาร จึงกำหนดว่า...หลังอาหาร  เราจึงรู้สึกว่าต้องทานอาหารก่อนนะ จะได้ทานยา ยาโดยส่วนใหญ่ก็เพียงเพื่อให้ครอบคลุมการออกฤทธิ์ทั้งวัน จึงแบ่งออกเป็นเวลาๆ เพื่อไม่ให้ลืมจึงกำหนดไปตามมื้ออาหาร ง่ายสุดค่ะ

หริโอมตัสสัส
-/|-




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2556    
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2556 9:56:51 น.
Counter : 291 Pageviews.  

ผู้ ห ญิ ง กับ ป ร ะ จ ำ เ ดื อ น ตอนที่ 1

เรื่องระดูสตรี ตอนที่ 1

มาพร้อมเรื่องดีๆที่ได้รู้จักร่างกายของเรามากขึ้น เพราะเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหมวยได้ไปเรียนแพทย์แผนไทยตามปกติและก็ได้เรียนเรื่องคัมภีร์มหาโชตรัติซึ่งเกี่ยวกับเลือดของสตรีค่ะ ซึ่งอธิบายถึงอาการปกติที่จะเกิดขึ้นได้ก่อนมีประจำเดือน และอธิบายถึงคำว่าผิดปกติค่

ซึ่งหมวยเองก็เคยเข้าใจไม่ถูกต้องเสมอมาจนได้มาเรียนคัมภีร์นี้ค่ะ

อาการปกติที่เกิดขึ้นได้ก่อนมีประจำเดือนคือ
กลุ่มอาการที่ 1 อารมณ์ที่หงุดหงิด ระส่ำระสาย ขี้หงุดหงิด ขอบตาเขียว
กลุ่มอาการที่ 2 มีไข้ เซื่องซึม นอนหลับแล้วสะดุ้งผวา
กลุ่มอาการที่ 3 มีอาการร้อน คันผิวหนัง เป็นผื่นแดง หรือเป็นผด
กลุ่มอาการที่ 4 สะบัดร้อนสะบัดหนาวคล้าบจับไข้ ปวดศีรษะและร่างกายทั่วตัว
กลุ่มอาการที่ 5 ปวดเมื่อยตามข้อ เจ็บเอวหลังและท้อง เกียจคร้าน นอนซม

อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ เพียงกลุ่มหนึ่งหรือหลายกลุ่มรวมกัน ซึ่งมักจะเป็นได้ในสุภาพสตรีตั้งแต่ก่อนเริ่มมีประจำเดือนจนถึงอายุสัก 25 ปี เมื่อร่างกายเติบโตเต็มที่แล้วค่ะ เพราะ อาการพวกนี้เกิดจากระบบในร่างกายในช่วงที่กำลังเติบโต


กลุ่มที่ 1 เกิดจาก หัวใจ -เลือดไม่เพียงพอทำให้หัวใจทำงานเพิ่มขึ้นจึงเกิดอาการ
กลุ่มที่ 2 เกิดจาก ระบบความร้อนในร่างกาย(ขั้วดี) ซึ่งเกิดจากการบีบตัวเพื่อลอกผนังมดลูกออก อาจทำให้เกิดอาการอักเสบและเป็นไข้ได้ ซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กับตับด้วย
กลุ่มที่ 3 เกิดจากการไหลเวียนเลือดไม่ดี
กลุ่มที่ 4 เกิดจากระบบเลือดและน้ำเหลือง ซึ่งต้องใช้การหดเกร็งกล้ามเนื้อในการไหลเวียนน้ำเหลืองในร่างกาย
กลุ่มที่ 5 เกิดจากระบบการไหลเวียน การฟอกโลหิต ซึ่งเกี่ยวกับอวัยวะ หัวใจ ปอด ตับและการสร้างเม็ดเลือดที่ไขกระดูก

เพราะฉะนั้น อาการพวกนี้ในแพทย์แผนไทยเรียก ปกติโทษ คือจะหายไปเมื่อระดูมาก และอาการจะลดลงเมื่อพยายามดูแลร่างกายให้อยู่ในสภาวะที่พร้อมและแข็งแรงตามปกติ อาหารที่เหมาะสมกับการสร้างเลือดค่ะ การออกกำลังกาย ยืดเหยียดกล้ามแนื้อ พยายามไม่เครียดค่ะ

จึงไม่ต้องกังวลนะคะว่าทำไมเป็นอย่างนี้อย่างนั้น ฉันจะปกติดีอยู่หรือเปล่า สรุปว่าปกติค่ะ

และหลังจากที่ร่างกายสร้างและเติบโตเต็มที่แล้วอาการก็อาจจะคงเดิมหรือเปลี่ยนไปซึ่งขึ้นอยู่กับอาหาร สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไปค่ะ(ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าสู่วัยทำงานหรือแต่งงานมีครอบครัว

ซึ่งคงต้องต่อเป็นตอนหน้าค่ะ  ^^

หริโอมตัสสัส
-/|-

เครดิตภาพจาก phuketbulletin.co.th




 

Create Date : 15 มกราคม 2556    
Last Update : 15 มกราคม 2556 16:17:33 น.
Counter : 287 Pageviews.  

สู่ เ ส้ น ท า ง เ ดิ น ที่ ย า ว ไ ก ล ของ นั ก บ ำ บั ด

สวัสดีค่ะ

ดิฉันไม่เคยคิดเลยว่ากว่าจะค้นพบสิ่งที่ต้องการในชีวิตจะใช้เวลายาวนานถึงสามสิบกว่าปี

สมัยเด็กๆคุณแม่มักจะพูดให้ฟังเสมอว่าให้เรียนเป็นหมอ การเป็นหมอมีเกียรติ แต่ในใจที่ดื้อรั้นไม่ยอมรับสิ่งเหล่านั้น มันมีสิ่งที่ต้องการค้นหาในโลกใบนี้

หลายๆคนบอกว่ามันเสียเวลาเปล่าๆมาตั้งหลายปี ทำไมไม่เลือกเรียนอย่างนี้ตั้งแต่แรก ใช้เวลากับการเรียนศิลปะ เลี้ยงลูก ฝึกโยคะ แต่ฉันกลับไม่คิดว่ามันเสียเวลาอะไรเลยมันเป็นการสะสมความรู้ทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ ให้ฉันพร้อมที่จะนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้อย่างเหมาะสม

แม้ว่าฉันกำลังศึกษาเพื่อเป็นแพทย์แผนไทยแต่ฉันไม่คิดว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะอยากให้ใครเรียกว่าหมอ สิ่งที่ฉันต้องการจะเป็นคือนักบำบัด

การเป็นหมอนั้นมักจะรักษากันที่ปลายเหตุหรืออาการที่เป็นขณะนั้น แต่นักบำบัดนอกจากการรักษาด้วยยายังจะต้องหาสาเหตุอละดูแลที่ต้นเหตุของโรคที่ไม่ใช่เพียงแค่ทางร่างกายแต่มันอาจจะมีสาเหตุมาจากทางด้านจิตใจ พฤติกรรม สิ่งแวดล้อมหรืออื่นๆ

การเป็นนักบำบัดจะต้องมีความรู้ความสามารถรอบด้าน มีมุมมองที่มากกว่า 360 องศา มีคุณธรรมจริยธรรมและจิตใจที่มีความเป็นกลาง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ แสวงหาความรู้ใหม่ๆ เป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดี มีอารมณ์ขัน เข้าใจธรรมชาติและร่างกาย และมีความสามารถในการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆเข้าหากัน และอื่นอีกมากมาย

แม้ว่าในตอนนี้ยังไม่อาจพูดได้ว่าฉันเป็นนักบำบัดที่มีคุณสมบัดครบถ้วนเพียบพร้อม แต่ฉันก็เชื่อว่าฉันกำลังทำในสิ่งที่ดี ดีมากที่สุดที่ฉันจะเป็นได้ในตอนนี้

หริโอมตัสสัส
-/|-
เครดิตรูปจากwww.ayurveda-sangha.com




 

Create Date : 30 ธันวาคม 2555    
Last Update : 30 ธันวาคม 2555 17:21:06 น.
Counter : 429 Pageviews.  


หมวยเกี๊ยะA2
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 41 คน [?]




สาวน้อย(อิอิ)ธรรมดา ที่มีพี่ๅน้องแสนฉลาด พี่สาวคนโตจบดอกเตอร์ทางด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร พี่ชายคนโตจบศิลปะแต่ได้ผันตัวเองมาทำงานภาพยนตร์จนเป็นผู้กำกับ พี่ชายคนเล็กก็เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการสื่อสารที่คนเขาแย่งตัวกัน ส่วนน้องสาวคนเล็กก็เป็นหมอฟันประจำตัวให้เราน่ะเอง

ส่วนตัวเองเรียนจบมาทางด้านภาพยนตร์ ที่ล้วนแล้วแต่มายา แต่ดันผ่าอยากศึกษาด้านธรรมะและโยคะ เพราะความล้มเหลวด้านชีวิตครอบครัวเป็นเหตุ

วันดีคืนดีจึงนั่งเครื่องบิน บินไปอินเดียที่เป็นแหล่งกำเนิดโยคะและศึกษาอย่างจริงจัง (เที่ยวอย่างจริงจังด้วย)
ที่ Yoga Vidya Gurukul
ณ เมืองนาสิก ประเทศอินเดีย
เมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ.2549

ตอนนี้ก็รับสอนโยคะอย่างจริงจังมาก็เริ่มปีที่ห้าแล้ว

ในปี 2553 ได้จบหลักสูตรต่างๆทุกหลักสูตรที่มีอยู่ในสถาบันแล้ว รวมทั้งศึกษาศาสตร์อื่นๆมามากมายก่ายกอง ไม่ว่าจะเป็น โยคะบำบัด อายุรเวท เรกิ ธรรมชาติบำบัด :-D

ตอนนี้เริ่มสอนอีกครั้งแล้วค่ะ ถ้าสนใจเรียนเป็นกลุ่มหรือเรียนตัวต่อตัวหรือเป็นวิทยากร
ก็ติดต่อมาได้นะคะ
Tel.+66 (0)85 1420201
[Add หมวยเกี๊ยะA2's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.