All Blog
เมื่อเริ่มปวดเข่าจะรักษาอย่างไรดี???

ไหนๆแม่ยี่หวาก็เขียนเรื่องการบริหารข้อเข่าแล้วเลยอยากจะเขียนต่อเรื่องที่ว่า

ถ้าข้อเข่าคุณเริ่มเสื่อมหรือเริ่มมีอาการปวดเข่า คุณจะทำอย่างไร

สิ่งที่แม่ยี่หวาจะเขียนต่อไปนี้แม่ยี่หวาเคยใช้รักษาตัวเอง และเพื่อนฝูงในวัยเดียวกันมาแล้วค่ะ

เมื่อมีอาการปวดเข่าหรือปวดมาแล้วพักใหญ่ บางคนอาจมีอาการอักเสบจนเข่าปวมใหญ่ จนเดินไม่ได้

เตรียมขิงสด+เหล้าขาว28 ดีกรี+ผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับประคบ

วิธีเบื้องต้นคือหาขิงสดแก่(เน้นแก่นะคะ) มาจำนวนหนึ่ง ฝานเป็นชิ้นแล้วตบให้ช้ำ ต้มในน้ำเดือด

ปริมาณพอสมควรเพื่อใช้ในการแช่เท้าค่ะ

ต้มขิงให้เดือดสัก5 นาทีประมาณว่าเหมือนเรากำลังยืนอยู่ข้างร้าน เต้าฮวยน้ำขิง

ค่อยๆเทเหล้าขาวลงในหม้อแล้วรีบปิดไฟ ปิดฝาหม้อ รอให้เย็นพอที่จะใช้แช่เท้าได้ เทน้ำขิงใส่กะละมัง แช่เท้าที่ปวดปวม พร้อมกับหาผ้าขนหนูมาจุ่มน้ำขิงร้อนๆมาประคบหัวเข่าที่ปวดหรือบวมค่ะ

แช่และประคบหัวเข่าเช้าเย็นหรือจนกว่าจะหายปวด แล้วเริ่มต้นบริหารข้อเข่า

ส่วนน้ำขิงที่ใช้แช่แล้วสามารถเทกลับลงหม้อต้ม มื้อต่อไปที่ต้องต้มใหม่ก็เพียงแค่ตบขิงใส่เพิ่มลงไปเพื่อเพิ่มความเผ็ดร้อนของน้ำขิงค่ะ ใช้น้ำขิงหม้อเดิมได้อีก 2-3 ครั้งค่อยเททิ้งค่ะ

แต่ถ้าใครยี้กับน้ำขิงที่แช่เท้าไปแล้วก็เททิ้งแล้วต้มใหม่ได้ค่ะ อาจได้ความเผ็ดร้อนน้อยหน่อยใช้เวลาในการเยียวยาเพิ่มขึ้นอีกหน่อยก็หายเหมือนกันค่ะ

สูตรน้ำขิงผสมเหล้ารักษาข้อเข่านี้แม่ยี่หวาได้มาจาก พ่อบุญธรรมที่เป็นแพทย์แผนจีนฝังเข็มของแม่ยี่หวาเองนะคะเคยใช้รักษามามี้ของแม่ยี่หวาเองด้วย เพราะฉะนั้น

แม่ยี่หวาการันตีค่ะ




Create Date : 14 กันยายน 2555
Last Update : 14 กันยายน 2555 18:54:56 น.

2 comment
มา **บริหารหัวเข่า แก้เข่าเสื่อม** กันดีกว่าค่ะ

หลังจากที่วิ่งในสนามฟุตบอลของหมู่บ้านมาได้ระยะหนึ่ง ว่ายน้ำและเริ่มยกเวทเน่าๆที่พี่ชายทิ้งเอาไว้ แม่ยี่หวาเริ่มอยากเข้าสู่สังเวียน

สนามในสมัยนั้นของแม่ยี่หวาก็ไม่พ้นสวนลุมค่ะ

ช่วงเวลานั้นนักวิ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้ชาย หานักวิ่งผู้หญิงเรียกว่ายากค่ะ แม่ยีหวาจึงจัดเป็นหนึ่งในจำนวนผู้หญิงไม่กี่คนที่วิ่งสวนลุมในสมัยนั้น

เฮ้อ....คิดถึงบรรยากาศค่ะอยากมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนอีกสักครั้ง ไปดูว่าพี่และเพื่อนที่เคยวิ่งด้วยกัน ยังสุขสบายกันรึเปล่า คิดถึงมากๆๆๆๆ

กลับเข้าเรื่องที่แม่ยี่หวาอยากเล่าค่ะ เมื่อแม่ยี่หวาได้วิ่งในสวนลุม แม่ยี่หวาพบว่าแม่ยี่หวากลายเป็นน้องเล็ก เพราะเจอแต่พี่ๆที่เก๋าประสบการณ์ พี่ทุกคนเต็มใจสอน เทคนิคในการวิ่งให้แม่ยี่หวา มีพี่บางคนเห็นหน่วยก้านแม่ยี่หวา ชวนไปวิ่งทีมชาติก็มี แม่ยี่หวาได้แต่หัวเราะ

เพราะตอนนั้นแม่ยี่หวาอายุเกินไปหลายปีแล้วค่ะ

วิ่งไปสักพักแม่ยี่หวาเริ่มปวดเข่า ต้องเริ่มฟิตเนส เพื่อให้เข่าแข็งแรง

จบเรื่องเข่า แม่ยี่หวาก็มีปัญหากับเอ็นข้อเท้า แต่แม่ยี่หวาไม่สนใจมันค่ะซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงมากๆสำหรับนักกีฬา แม่ยี่หวาอึด ยังคงวิ่งมันทุกวัน วิ่งแล้วก็นวดทานยาคลายกล้ามเนื้อ ตอนนั้นแม่ยี่หวาเขยกอยู่4 เดือนจนท้ายที่สุดแม่ยี่หวาก็ทนไม่ไหว พี่สาวและพี่ชายแม่ยี่หวามาหิ้วปีกค่ะ ต้องใช้คำว่าหิ้ว เพราะเดินไม่ไหวแล้วค่ะ

แม่ยี่หวาถูกฝังเข็มที่ข้อเท้าและขาทั้งข้าง พร้อมกับเสียงบ่น (ด่า)จากพ่อบุญธรรมแม่ยี่หวาค่ะ (แม่ยี่หวาลืมบอกว่าแม่ยี่หวามีพ่อบุญธรรมเป็นหมอฝังเข็ม)แล้วแม่ยี่หวาก็เดินได้ เอาเป็นว่า ขาไปหิ้วปีก ขากลับวิ่งออกมาเลยล่ะค่ะ ฮิๆ ก็หนีเสียงด่าไงค่ะ

แต่ถึงจะหายข้อเท้าข้างขวาของแม่ยี่หวาก็ไม่ปกติแล้ว เพราะเดินนานไม่ได้ ใส่ส้นสูงไม่ได้เหมือนก่อน เป็นอยู่สิบกว่าปี เพิ่งมาหายได้สักสิบปีนี่เอง แม่ยี่หวาหายด้วยโยคะค่ะ

วันนี้แม่ยี่หวาจะเอาวิธีบริหารเข่าให้ฝึกกันค่ะมีเวลาทำทุกวันนะคะ

เวลาแก่เหมือนแม่ยี่หวาจะได้ไม่ปวดเข่าค่ะ

อันที่จริงสำหรับคนที่เล่นโยคะใช้ท่าโยคะเลยดีกว่าค่ะ ได้ผลเร็วกว่ามากๆ

ก่อนอื่นต้องมีถุงทรายค่ะไว้ถ่วงน้ำหนัก เพื่อความแข็งแรง หาซื้อตามร้ายขายยาใหญ่ๆค่ะ หรือแผนกเครื่องกีฬา ในห้างสรรพสินค้าค่ะ



ที่เหลือคือท่าบริหารลองทำกันดูนะคะ


ข้างขวาค่ะ (ข้างซ้ายทำแบบเดียวกันค่ะ ทำสลับซ้าย-ขวา ข้างละ 10 ครั้ง 3 ชุด)


ทำพร้อมกันทั้งสองข้าง (10 ครั้ง 3 ชุดค่ะ)


ภาพที่ถ่ายออกมาอาจจะมืดไปนิดเนื่องจากถ่ายจากโต๊ะทำงานแม่ยี่หวาในวันฝนตก เลยเป็นแบบที่เห็นค่ะ






Create Date : 11 กันยายน 2555
Last Update : 11 กันยายน 2555 20:33:09 น.

2 comment
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนมีเวลาลดน้ำหนัก

ใครที่กำลังอยากจะลดความอ้วนหรือมีเป้าหมายอยู่ในใจแต่ยังไม่สามารถจัดการกับเวลาที่มีน้อยนิดได้ลองมาดูเทคนิคเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ดูนะคะแม่ยี่หวาเรียกมันว่า

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารที่ทำให้น้ำหนักลดค่ะ

ทานอาหารให้ครบทั้ง3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด

ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลงโดยเฉพาะอาหารเย็น

อย่าทานจนอิ่มให้เหลือที่ว่างในการดื่มน้ำแล้วอิ่มพอดี

ในระหว่างวันให้ดื่มน้ำมากๆแทนการทานขนมขบเคี้ยวน้ำถือเป็นสารอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่ง หากดื่มน้ำน้อยไประบบเผาผลาญจะลดลงเหมือนขาดสารอาหารโดยตับจะเก็บน้ำไว้ แทนที่จะนำไปใช้ในหน้าที่อื่นๆ เช่นเผาผลาญไขมันการดื่มน้ำเย็นๆจะช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญได้เล็กน้อยจากการที่ร่างกายต้องรักษาระดับอุณหภูมิในร่างกาย

ทานอาหารให้ช้าลงเคี้ยวอาหารให้ละเอียด

อย่าปล่อยให้หิวจัดเพราะจะทำให้ทานอาหารมากขึ้น

ไม่ทานถ้าไม่รู้สึกหิว

ถ้าหิวตอนกลางคืนทานแค่โยเกิร์ตพร่องไขมันหรือแอปเปิ้ลหรือฝรั่งสัก2 ชิ้น

ลดอาหารที่ให้พลังงานสูง

ทานอาหารที่มีเส้นใยมาก

ชั่งน้ำหนักทุกวันในเวลาเดียวกันเพื่อจะได้ทราบว่าน้ำหนักของเราลดลงบ้างหรือเปล่าน้ำหนักลดลงสัก1 ขีดก็ถือว่าดีแล้ว

ก่อนทานอาหารจิบน้ำส้มคั้นสดๆไม่ใส่น้ำตาลสักครึ่งแก้ว หรือสับปะรดสัก 1 ชิ้น

ถ้าอยากทานอะไรให้ทานแค่คำสองคำพอให้หายอยากเท่านั้นเช่นถ้าอยากทานพิซซ่าก็ทานแค่คำเดียวไม่เกินสองคำนะ แค่ให้หายอยากเท่านั้นเพราะถ้าอยากทานแล้วไม่ทานเลย พอเลิกคุมน้ำหนักจะหันไปทานอาหารที่อยากทานจนทำให้น้ำหนักดีดกลับไปได้อีก

ตักอาหารให้น้อยกว่าที่เคยทานถ้าไม่อิ่มค่อยเติม ดีกว่าตักมาให้อิ่มเลยทีเดียว

อย่านั่งแช่กับที่นานๆขยับแข้งขยับขาเพื่อเผาผลาญไขมันบ้าง

เติมเครื่องเทศรสเผ็ดในอาหารเพราะอาหารรสจัดสามารถเพิ่มระบบเผาผลาญได้20% เป็นเวลา 30 นาที

ทั้งหมดเป็นเพียงเกร็ดเล็กๆที่คุณสามารถใช้ปฎิบัติก่อนที่จะสามารถจัดสรรเวลามาเริ่มคอสลดความอ้วนกันอย่างจริงจังค่ะ

ส่วนเคล็ดลับส่วนตัวของแม่ยี่หวาเองที่มักมีคนมาถามบ่อยๆคือ

เช้าอิ่ม เที่ยงลด เย็นอด งดกลางคืน ค่ะ

มีเวลาจะมาเขียนต่อค่ะ




Create Date : 04 กันยายน 2555
Last Update : 4 กันยายน 2555 20:40:53 น.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  
สาวเอยจะบอกให้
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



แม่ยี่หวาเป็น สว. คนหนึ่ง ที่เคยทุกข์ทรมานเนื่องจากสุขภาพที่ย่ำำแย่มาตลอดตั้งแต่เด็กจนถึงวัยสาว เสียเวลาและเงินทองมากมาย
แล้ววันหนึ่งแม่ยี่หวาก็ุลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเอง มาเป็นนักกีฬาค่ะ วิ่ง วิ่งและวิ่ง หลังจากนั้นชีวิตก็เปลี่ยน เลิกกินยา เลิกป่วย แต่กว่าจะเป็นอย่างนี้ก็ต้องใช้เวลานะคะ
นอกจากออกกำลังกายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคือ การใช้หลักโภชนาการ ในการดูแลสุขภาพควบคู่กันไปด้วยค่ะ
บล็อกที่เขียนส่วนหนึ่งเป็นการเล่าเรื่องชีวิตและประสบการณ์ของตัวเอง กับการใช้อาหารเป็นยา การใช้สมุนไพรในการดูแลตัวเองเบื้องต้น
หวังว่าจะมีคนเข้ามาอ่านและนำไปใช้บ้าง ไม่รังเกียจที่จะูถูกเรียกว่า พี่ ป้า หรือ ยาย ค่ะ
New Comments