ชวนดู...แตงสา หรือเสาวรสยักษ์ ผลไม้หาทานยากในสมัยนี้
ทักทายกันด้วยภาพ "ธิดาแตงสา" (แต่งตั้งเอง...ฮิฮิ)



จากที่เดือนกันยาที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปพักผ่อนสูดอากาศที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงรายกะเค้ามั้ง
พบเห็นของกิน ของใช้ แปลกตาน่าตื่นเต้นมากมาย 
วันนี้ถึงแม้จะผ่านมาร่วมเดือนแล้ว แต่คิดว่าผลไม้ดีๆของไทย ต้องนำมาบอกต่อกันบ้าง
แม้จะไม่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป แต่รสชาตินั้น สุดยอดของความหอมที่ธรรมชาติจะมอบให้ได้
ติดใจแค่ไหน ถึงขนาดหอบหิ้วขึ้นรถทัวร์กลับมา ร่วม 10 ลูก 
หิ้วผลดิบมาบ่มต่อที่กทม. และทานหมดไปหลายวันแล้วคะ Smiley

ข้อมูลดูรวดเดียวข้างล่างเลยเนอะ เราขออธิบายสรรพคุณคร่าวๆ

ผลสุก = อร่อย (อธิบายสั้นไปมั้ย - -;)
ผลดิบ(อ่อน) = ลวกจิ้มน้ำพริก หรือนำไปแกง ผัด 
เหมือนฟัก เหมือนแตงโมอ่อนทั่วไป
ยอดอ่อน = ลวกจิ้มน้ำพริกโลด
ใบ = ตากแห้งทำเป็นชาสมุนไพร
.
.

หาสาระดีๆไม่มีเลย มาอ่านเนื้อหาสาระจริงๆเน้นกันดีกว่า


ต้นเเตงสา บ้านแม่อำภา อ.แม่สรวย จ.เชียงราย




พืชชนิดนี้ พบเห็นได้ทั่วประเทศ มีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น ว่า สุคนธรส (ภาคกลาง) แตงกะลา มะแตงสา หรือ แตงสา (ภาคกลางและตะวันตก) มะละกอย่าน (ภาคใต้) มะถั่วรส หรือ มักซูรด (ภาคเหนือ) รวมทั้งกะทกรกยักษ์ เนื่องจาก มีขนาดผลใหญ่ที่สุดในบรรดากะทกรก (เสาวรส) ทั้งหลาย

ในหนังสือพรรณไม้แห่งประเทศไทย ของ ศาสตราจารย์เต็ม สมิตินันทน์ ระบุว่า พืชชนิดนี้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Passifloraquadrangularis L. ชื่อสามัญ Giant Granadilla เป็นพืชสกุลเดียวกันกับ เสาวรส (กะทกรกฝรั่ง) และกะทกรกป่า (หญ้ารกช้าง) ผลดิบและผลสุก นำมากินได้เช่นเดียวกับกะทกรก หรือเสาวรสชนิดอื่นๆ มีสรรพคุณทางยา ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด หากนำใบมาตากแห้งเป็นชาชงดื่ม แก้ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และลดไขมันในเส้นเลือด



ความหอมหวานของแตงสา ทำให้ไก่(ศัตรูตัวฉกาจของเรา) ด่อมๆเวียนๆ คอยจะจิกกินผลสุก

"แตงสา" ป็นไม้เถาเลื้อย ใบเดี่ยว ขอบใบหยักลึก ออกดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ กาบดอกหุ้มสีเขียว กลีบชั้นนอกเป็นรูปกระบอก ปลายแฉกด้านหลังมีสีเขียวแก่ ด้านในมีสีม่วงอ่อนประกอบด้วยจุดแดงๆ กลีบชั้นในลักษณะคล้ายกับตัวแฉกของกลีบชั้นนอก สีม่วงอ่อนหรือชมพูอ่อนมีประสีแดงแซม กลีบย่อยกลางมีเป็นชั้นๆ สองชั้น แต่ละกลีบค่อนข้างกลม สีม่วงแก่ พาดด้วยปลายสีขาวสลับแดง มีเกสรอยู่ตรงกลางสีเขียวนวล ดอกมีกลิ่นหอมแรงจัดมาก 



ดอกจริงๆสวยมาก นี่คือดอกที่กำลังจะติดผล 



ผล : เป็นรูปไข่ หรือไข่ยาว ผลดิบมีสีเขียว ลักษณะคล้ายลูกมะละกอลูกเล็กๆ เนื้อภายนอกนำไปปรุงอาหารหลากหลายเมนู เช่น ผัดใส่ไข่ ต้มจืด แกงเลียง หรือนำไปลวกจิ้มกับน้ำพริก ภายในผลดิบจะมีเมล็ดสีดำ ที่ถูกหุ้มด้วยรกสีขาว มีรสเปรี้ยว เช่นเดียวกับเสาวรส ชาวบ้านนิยมนำเมล็ดไปคลุกกับเกลือก่อนกิน เพื่อเพิ่มรสชาติ ผลสุกมีสีเหลือง ภายในผลจะมีรสชาติเหมือนกะทกรก แต่มีรสหวาน หอมกว่า การขยายพันธุ์ โดยใช้เมล็ด จากผลที่สุกจัด นำมาเพาะต้นกล้า

ผลสุกสามารถทานได้สดๆ นำผลสุกมาเขย่าให้เนื้อข้างในเข้ากัน แล้วผ่าครึ่งผล ใช้ช้อนตักทานได้เลยค่ะ มีกลิ่นหอมหวานกว่าเสาวรสมากนัก ยิ้ม


7 ลูก สุกคาต้น หอมหวานสุดๆ ขอบคุณแตงสาของแม่อำภา อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

ไม่ได้ช่วยเก็บ แต่ช่วยกิน ซัดคนเดียวเลย 7 ลูก Smiley



ลูกที่เอากลับมาบ่มต่อที่กทม. ยังไม่สุกดีนัก

แต่เห่อ อยากให้แม่ชิม ><



ผ่ากลางออกมาเป็นชะนี้ กลิ่นยังไม่หอมตลบอบอวนมากนัก

รสชาติเปรี้ยวใช้ได้เลย แต่ไม่เท่าเสาวรส โรยเกลือนิดหน่อย...อู๊ววววววววว



10 วันผ่านไป เหลืองอมส้ม สวยงาม แกะกระดาษห่อออกมากลิ่นหอมฟุ้ง





ผ่ากลางลูก เอาช้อนตักเทใส่ภาชนะ ผลสุกมันจะนุ่มนิ่ม เละมือมากๆ



เนื้อขอบๆก็ทานได้นะ แต่ไม่มีคนเค้าทานกัน รสชาติจืดๆ หอมๆ คล้ายๆฝรั่งสุก

เราชอบจิ้มๆๆ ชิม แต่ไม่เยอะ เพราะมันจืด..



อู๊วววววววว...สำเร็จแล้ว แก้วนี้ที่รอคอยมาแรมอาทิตย์

แช่เย็นไว้ ตักทานเปล่าๆ ไม่ต้องเติมอะไรทั้งสิ้น 

รสชาติหอมหวานชื่นใจ คือเสน่ห์ของแตงสา 


หมายเหตุ : ข้อมูล และรูปประกอบบางรูป อ้างอิงจากอินเตอร์เนตคะ




Create Date : 20 ตุลาคม 2556
Last Update : 20 ตุลาคม 2556 15:01:29 น.
Counter : 8860 Pageviews.

8 comment
เสียทรัพย์ กับ เกษตรแฟร์ ประจำปี ๒๕๕๕
มีเรื่องราวมาให้อัพเดทในบล๊อคกันอีกแล้ว วันนี้เลยจะมาเปิดถุงช๊อปเบาๆ ชุ่มฉ่ำหัวใจ เนื่องด้วยเพื่อนตัวดีชวนไปงานเกษตรแฟร์ ปี๒๕๕๕ จัดขึ้นที่เกษตรบางเขน บอกตามตรงว่าทีแรกกะว่าจะไม่ไปอยู่แล้ว เนื่องจากช่วงนี้ฝนตกทุกวัน(กระทั้งวันนี้) แต่ก็...หน่ะ ตามใจเพื่อนหน่อยคะ ไม่ได้เจอกันนาน วันนี้เลยได้ไปเกษตรแฟร์สมใจอยาก(เพื่อน) โดยตั้งเป้าไว้ว่า ฉันจะดูแค่ต้นไม้ ฉันจะดูแค่สัตว์เลี้ยง ฉันจะไม่ซื้อ ฉันจะไม่ช๊อป ฉันจะไม่กินหนม...แล้วฉันจะมาทำไม??

   เอาหล่ะเกริ่นมาซ่ะยาว สรุปที่คิดไว้ข้อท้ายๆฟาวล์หมดคะ ฉันซื้อ ฉันช๊อป ฉันกิน...ฉันมีความสุข ไปเปิดถุงกันดีกว่าาาาาาาาาาา ^0^





เสื้อนกฮูก ตัวละ 150บาท ได้มา 2ตัว จากร้านคุณป้าขายถุงเท้าเสื้อแฟชั่นและไอติมโบราณ(ไม่เข้ากันสักนิด) ช่วยอุดหนุนคุณป้าคะ ส่วนถุงเท้าข้างล่างคุณป้าแถมให้คะ...น่ารักมาก ^^




น้ำหอมและเซรั่ม...ค่าเสียหายหลักๆในวันนี้คะ





Bergamo White Gold Pearl Ampoule 15ml(สูตรไข่มุก+ทองคำคาเวียร์)

ราคาเต็ม 395บาท ลดเหลือ 295บาท


แกะกล่องออกมาหน้าตาเป็นเยี่ยงนี้ พร้อมคำเปรย... สูตรใหม่ล่าสุดเพื่อผิวหน้าขาวกระจ่างใสไร้ริ้วรอยจุดด่างดำผิวดูเนียนนุ่มชุ่มชื่น ด้วยส่วนผสมทรงคุณค่าจากทองคำและไข่มุกบริสุทธิ์ ผสานคุณค่าสมุนไพรจากเกาหลีและยังมี Coenzyme Q10 ซึมซาบอย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผิวหน้า - กระจ่างใส - เรียบเนียน - ซึมเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ - ชุ่มชื่นสุดๆ - กระชับรูขุมขน - ลดเลือนจุดด่างดำ



ริงเคิลแคร์อินเทนซ์รีแพร์เซรั่ม 13ml 2ชิ้น(แพคคู่) Bergamo ลักซ์ชัวรี่โกลด์
ราคาเต็ม 590บาท ลดเหลือ 399บาท... แบ่งกับเพื่อนคนละขวดค่ะ


แอมเพิลเข้มข้นที่มีส่วนผสมของทองคำแท้บริสุทธิ์ ช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึงกระชับไร้ริ้วรอย พร้อมทั้งลดเลือนความหมองคล้ำลดปัญหาจุดด่างดำจากฝ้า กระแดด รอยแผลเป็นจากสิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และด้วยการผสานคุณค่าจากคอลาเจนสดเข้มข้นที่จะเข้าฟื้นฟูผิวพรรณ ที่ถูกทำลายจากมลภาวะที่เป็นเหตุให้ผิวร่วงโรย ช่วยฟื้นคืนและส่งเสริมการทำงานของคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ให้กลับมาเต่งตึง ริ้วรอยแลดูลดเลือน รอยพับรอยย่นยกกระชับ ผิวหน้าที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึง พร้อมทั้งช่วยปกป้อง ลดฝ้า กระ ที่เกิดจากแสงแดด




น้ำหอม Butterfly ขนาด 10มล. 259บาท

น้ำหอมร้านนี้เราเคยดมมาเมื่อ 3ปีที่แล้ว กลิ่นยังคงตราตรึงกับเราจนถึงทุกวันนี้ กับกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วง เท่าที่จำได้ตอนนั้น คนขายฉีดกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงใส่เรา กลับบ้านไปกลิ่นยังไม่หายเลย ทำให้เราเอียนข้าวเหนียวมะม่วงไปเป็นปีๆ แต่เรากลับติดใจในกลิ่นที่ติดทน โดยหลักๆเป็นกลิ่นไม้หอมเครื่องหอมไทย มีกลิ่นทั้งหมด 12 กลิ่น เพื่อนเราซื่อกลิ่นไม้กฤษณา ส่วนตัวเราซื้อกลิ่นชามะตูม เราว่ากลิ่นมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆดี แต่กลิ่นเบสหลักจะเป็นกฤษณา(คนขายบอก) ติดทนดีคะ ชอบ...อุดหนุนน้ำหอมคนไทย กลิ่นไม้กลิ่นไทยๆ เราว่าโรแมนติกมากอ่ะ




น้ำหอม kengsohigh กลิ่น Wild Musk Iris 30มล. 340บาท

น้ำหอมร้านนี้เราพึ่งรู้จัก และพึ่งลองดมกลิ่นดูคะ มีกลิ่นหอมหลายกลิ่นอยู่นะ เลือกยากแต่ตัดสินใจเลือกขวดนี้มา ไม่ต้องบอกอะไรมาก ชื่อมันชัดเจนเลยคะ 555 โดยรวมกลิ่นนี้เราว่าหอมดี หอมแบบหวานๆ ดอกไม้อบอวน สงสัยเราจะชอบกลิ่นแนวนี้หล่ะมั้ง ตัดสินใจอยู่นานระหว่าง Beta catalyst, Prestige แต่สุดท้ายก็สอยไอริสมา ใครที่ชื่นชอบน้ำหอมก็ไปลองดมที่บูธนี้ได้น่ะคะ อยู่ซุ้มติดแอร์เยื่องๆ อาคารจักรพันธ์... เจอน้ำหอมแปลกๆใหม่ๆที่ไร อดใจไม่ไหวสักที ><




ผลิตภัณฑ์จากกระดาษสา นำมาทำเป็นกระเป๋า... เข้าไปทำกิจกรรมภายในบูธกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมสิ่งแวดล้อม ได้มาฟรีคะ ฮี๊ฮี๊ ^0^



Create Date : 03 มิถุนายน 2555
Last Update : 4 มิถุนายน 2555 3:14:21 น.
Counter : 2611 Pageviews.

0 comment
งานมหัศจรรย์กล้วยไม้แห่งแผ่นดิน ครั้งที่๕ ณ สยามพารากอน
เนื่องจากวันนี้มีภาระกิจที่ต้องทำมากมายในวันเดียว และเป็นโอกาสพิเศษวันพิเศษที่จะได้เจอพี่ที่ไม่ได้เจอกันมา ปีกว่าๆ พี่ที่รู้จักกันเมื่องานกล้วยไม้ปีที่แล้ว วันนี้พี่เค้าบอกจะเอาของขวัญมาให้...ดีใจ ไม่ใช่เพราะจะได้ของขวัญ แต่เพราะเราจะได้เจอกันอีกต่างหาก ^,^ ไปหาพี่เค้าซึ่งอยู่ซุ้มกล้วยไม้ของโครงการศูนย์วิจัย พี่บอกจะให้กล้วยไม้เราต้นนึง ให้เลือกเอาต้นไหนก็ได้ ไม่ได้ถ่ายรูปที่บู๊ทมา เสียดายมาก ส่วนใหญ่มีแต่ฟาแลน หลากหลายชนิด เราเองก็ไม่ค่อยนิยมชมชอบมากมาย แค่เห็นว่ามันสวยดี แต่ที่ชอบก็คือต้นไหนที่มันหอมนั่นแหละ จะชอบมาก สุดท้ายหลังจากยื้อยุดเกี่ยงกันอยู่นานว่าจะเอาต้นไหน ก็ได้ต้นนี้มา ด้วยเหตุผลที่ว่า...
- ทนทาน ดูแลง่าย ดอกไม่โรยเร็ว
- ในกระถางมีหน่อเล็กๆอีก 2 หน่อ เอาไปเพาะเพิ่มได้...หุหุ
- ดอกเล็กๆ สีแปลกๆดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ



ฟาแลน...ของขวัญวันเกิดชิ้นแรกที่เป็นสิ่งมีชีวิต จากพี่หนำเลี๊ยบ ^,^

คุยกันได้สักพัก ไม่นาน เราคงต้องขอตัวแยกไปไม่รบกวนพี่เค้า เพราะมีพี่คนอื่นๆอยู่เกรงใจ...แค่นี้ก็ปลื้มใจสุดๆแล้ว พอลงมาข้างล่าง ซ้อซิ๋มถ่ายรูปกล้วยไม้ประกวดกันเต็ม คนหนาแน่น เราเดินรอบนอกทำให้ไปสะดุดกับเสียงพริตตี้ที่พูดว่า ทำนายดอกไม้วันเกิดค๊า...จัดไปของฟรี!!




อ่ะฮ๊า...จากนั้นภาระกิจต่อไป เสาะแสวงหาชาเขียวที่เค้าว่าอร่อยนักอร่อยหนา ชิมให้ครบ...วันนี้ถึงคิวของ Chaho สั่งชาเขียวปั่นใส่พุดดิ้ง 75- ก็อร่อยดี พอกินได้ แก้ขัดยามขัดสน ชาเขียวโอเคหอมเข้ม แต่ยังให้
- อันดับหนึ่ง Starbucks
- อันดับสอง Chaho
- อันดับสุดท้าย Coffee World (ถึงมีอันดับสาม คอฟฟี่เวิร์ลก็อยู่สุดท้ายอยู่ดี - -")

จากนั้นเริ่มมีแรง มีพละกำลัง ไปตามล่า Paula's choice @Siam Disc จัดไป BHA lotion 1% 860฿ แล้วเดินกลับมาทำภาระกิจที่พารากอนกันต่อ
- รับบัตร M card (สำเร็จ)
- รับเทสเตอร์จากลังโคมฟรี!! (สำเร็จ) แต่...โดนค่ารองพื้น Maqui Miracle 1,900฿ - -"
- ดูหนัง Insidious. (ไม่สำเร็จ) เพราะมันไม่ลง IMAX เริ่มติดใจจอยักษ์ซ่ะแร่ะ ^,^
- จิบชา @Whittard of Chelsea สั่งชาพีชเย็น 1 แก้ว, สโคน 1 ชิ้น
- ซื้อชา @Whittard of Chelsea ได้ 1. English Breakfast (ให้พ่อ) 2. Raspberry & Peach และ 3. English Rose (ให้แม่) ดูดีแลดูเป็นลูกกตัญญูแต่ที่จริงมันจัดโปรซื้อ 2Free1 ^0^

จากนั้นก็นั่งแท๊กซี่มาข้าวสาร มาเจอพี่เลี๊ยบอีกครั้ง จากที่ระหว่างนั่งเปลี่ยวจิบชา พี่แกก็โทรมาชวนไปนั่งกินเล่นกะเพื่อนแกตั้งแต่สมัยม.ต้นนู๊๊นนนนน เอ้า...หนังก็ไม่ได้ดูไปก็ไป ไปไหนก็ไป สรุปสุดท้ายไปโผล่ที่ ร้านAir Barพักพิงอิงทาง งามวงศ์วาน แต่เราขอตัวกลับก่อนเพราะห้าทุ่มจะเที่ยงคืนแล้ว พ่อแม่มารอรับที่ BTSหมอชิต เราก็รีบบึ่งแท๊กซี่มาอย่างเร็ว อ๊า...วันนี้มีความสุขได้เจอได้สนทนากะพี่



Create Date : 03 มิถุนายน 2554
Last Update : 22 พฤษภาคม 2555 15:43:33 น.
Counter : 291 Pageviews.

0 comment
ทริป 7วัด...สำลักบุญ (จบ)
     มาต่อกันที่วัดที่สี่เลยน่ะคะ อยู่ตรงข้ามกับศาลหลักเมืองเลยคะ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(หรือวัดพระแก้ว) กว่าจะมาถึงวัดที่สี่ก็ปาไปบ่ายสี่โมงแล้วคะ เหนื่อยและล้าสุดๆ แต่ไม่เป็นไรคะ สู้เค้าชาวพุทธ!!



บรรยากาศรอบๆพระอุโบสถค่ะ คนรอต่อแถวเข้าไปสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต คนเยอะมากตามเคย


รอบๆพระอุโบสถประดับตกแต่งด้วยครุฑจับนาค ส่วนใหญ่จะมีคนเอาเหรียนใส่ในปากครุฑคะ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพื่ออะไร




ยักษ์ประจำวัดพระแก้วคะ มาทุกครั้งต้องถ่ายเก็บไว้ทุกครั้ง ^^

    
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วนั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๓๒๗ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง ตามแบบวัดพระศรีสรรเพชญ สมัยอยุธยา
    
รัชกาลที่๑ โปรดเกล้าให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรหรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของไทย มาประดิษฐาน ณ ที่นี้ วัดพระศรีรัตนศาสดารามนี้ ภายหลังจากการสถาปนาแล้ว ก็ได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชกาล เพราะเป็นวัดสำคัญ จึงมีการปฏิสังขรณ์ใหญ่ทุก ๕๐ ปี


    
วัดที่ห้าค่ะ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร(หรือวัดโพธิ์) เดินมาจากวัดพระแก้วได้เลยคะไม่ไกล เดินมาทางแยกวงเวียนรด.




หอนาฬิกาตรงข้ามวัดโพธิ์ สวยดีเพื่อนเลยถ่ายมา

    
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ จัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร และเป็นวัดประจำรัชกาลในรัชกาลที่1 ทั้งยังเปรียบเสมือนเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศด้วย เนื่องจากเป็นที่รวมจารึกสรรพวิชาหลายแขนง และทางยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำโลกเมื่อ มีนาคม พ.ศ. 2551
    
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารถือได้ว่าเป็นวัดที่มีพระเจดีย์มาก ที่สุดในประเทศไทย โดยมีจำนวนประมาณ 99 องค์ พระเจดีย์ที่สำคัญ คือ พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์ประจำพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วัดโพธิ์ไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ เนื่องจากตากล้องขี้เกียจ ไม่ยอมทำงานเลยอ่า ไหว้พระอย่างเดียว


     วัดที่หกค่ะ นั่งตุ๊กตุ๊กจากวัดโพธิ์มา 50บาท ถึง..ภูเขาทอง ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ตื่นเต้นมากค่ะวัดนี้ อยากมานานแล้ว ตั้งแต่งานลอยกระทองปี53 ใครที่ไม่เคยมาแนะนำว่าต้องมาให้ได้น่ะคะ ประทับใจสุดๆ มีภูเขาตั้งอยู่กลางกรุงอ่ะ มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนภูเขาอีก คนก็..หยุบหยับตามเคย555










พระ
พุทธนิมิตวิชิตมารโมลี ศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ พระพุทธรูปประธานประดิษฐานตรงทางเข้าองค์พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
พระนามว่า "พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลี ศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ(ปางทรงเครื่องจักรพรรดิ์)"


    
วัดสระเกศ ตั้งอยู่ริมคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ "วัดสระแก" รัชกาลที่1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ และพระราชทานนามว่า "วัดสระเกศ" ส่วนพระบรมบรรพต ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า "ภูเขาทอง" นั้น เริ่มสร้างในสมัยรัชกาลที่3 โดยจำลองแบบมาจากพระเจดีย์ของวัดภูเขาทองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่เนื่องจากพื้นดินในบริเวณนั้นลุ่ม ดินจึงอ่อน รับน้ำหนักพระเจดีย์ไม่ไหวจึงทรุดลงจำต้องหยุดสร้าง ต่อมาในรัชกาลที่4 ทรงโปรดเกล้าให้ทำการสร้างต่อ แต่ก็มีการซ่อมตลอดรัชกาลจนมาสำเร็จลงในสมัยรัชกาลที่5 ใช้เวลาการสร้างถึง 3รัชกาลด้วยกัน เป็นเวลาประมาณ 50ปี
    
พระบรมบรรพตภูเขาทองนี้มีความสูงประมาณ 100 เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาจากเมืองกบิลพัสดุ์ ประเทศอินเดีย



  มาถึงวัดสุดท้ายของทริปนี้แล้วค่ะ เนื่องจากเริ่มไม่ไหวกันแล้ว 55 ทุ่มกว่าๆออกจากภูเขาทองนั่งตุ๊กตุ๊กมาลงวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร อยู่แถวๆซอยรามบุตรีค่ะ



พระประธานในพระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นแล้วบุด้วยดีบุกลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย


    
วัดชนะสงคราม เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา เดิมอยู่กลางทุ่งนาจึงเรียกว่า "วัดกลางนา" สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงสถาปนาขึ้นใหม่ และรัชกาลที่1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญเพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ทหารรามัญในกองทัพของ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ชาวบ้านนิยมเรียกว่า "วัดตองปุ" ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญ เช่นเดียวกับวัดตองปุที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อเทิดเกียรติทหารชาวรามัญในกองทัพสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับพม่าในสงครามเก้าทัพ เมื่อ พ.ศ. 2328 สงครามที่ท่าดินแดงและสามสบ เมื่อ พ.ศ. 2329 และสงครามที่นครลำปางป่าซาง เมื่อ พ.ศ. 2330 ต่อมาเมื่อมีชัยชนะต่อกองทหารข้าศึกจึงพระราชทานนามใหม่ว่า "วัดชนะสงคราม" เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย พระนามว่า "พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฎฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ"


หมดวันแล้วคะ สำหรับทริปเจ็ดวัด..สำลักบุญ หวังว่าจะทำให้เพื่อนๆที่อ่านบล็อคอยากไปเที่ยววัดในกรุงเทพบ้างนะ ประวัติความเป็นมายาวนานไม่ใช่น้อยเลย และยังไม่นับสถาปัตยกรรมที่วิจิตรงดงามมากมาย คราวนี้ยอมรับว่าเก็บภาพมาน้อยนิดไปหน่อยคะ โอกาสหน้าคนไม่เยอะจะเก็บภาพมาอัพบล็อคกันอีกน่ะคะ






Free TextEditor




Create Date : 07 มกราคม 2554
Last Update : 5 เมษายน 2554 2:25:50 น.
Counter : 518 Pageviews.

1 comment
ทริป 7วัด...สำลักบุญ

   สวัสดีปีใหม่คะชาวบล็อคแก๊งค์(ไม่ช้าไปเนอะ)

   เนื่องจากปีใหม่นี้มีเพื่อนมานอนที่บ้านค่ะ เลยเป็นหน้าที่ ที่ต้องพาเพื่อนเที่ยวกรุงซะหน่อย แล้วพอดีกับที่หญิงได้จัดทริปทำบุญ 9วัดไว้ด้วย แต่ก็น่ะ..ดูจากหัวข้อบล็อคก็น่าจะเดาออกว่าไปไม่ครบ 9วัด แห่ะๆๆ
   เริ่มกันตั้งแต่ตื่นเลยคะ..ตื่นสาย 55 กว่าจะอาบน้ำแต่ตัวกันเสร็จก็ปาไปเกือบ 9โมงแล้ว นัดกับเพื่อนคนอื่นๆไปเจอกันที่หมอชิตคะ เพื่อไปขึ้นรถเมย์ฟรีทัวร์ 9วัด(อันนี้เพื่อนเป็นคนแพลนอ่ะ) กว่าจะมาถึงหมอชิตก็ปาไปเที่ยงกว่าแล้ว กว่าจะมาถึงวัดแรกก็บ่ายโมงพอดี



   เริ่มต้นที่วัดนี้เลยค่ะ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม คนเยอะมว๊าก!! ไม่ได้ถ่ายรูปบริเวณวัดไว้เพราะมึนแดดและผู้คน แอบเก็บภาพพระประธานมาฝากคะ




พระพุทธชินราช (จำลอง)


   วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อใด เดิมชื่อ วัดแหลม หรือ วัดไทรทอง ภายหลังได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวใหม่ ว่า วัดเบญจบพิตร ซึ่งหมายถึง วัดของเจ้านาย 5 พระองค์ที่ทรงร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างสวนดุสิตขึ้นพระองค์ทรง ทำผาติกรรมสถาปนาวัดขึ้นใหม่และพระราชทานามว่า วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม อันหมายถึง วัดของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5


   แล้วก็มาต่อที่วัดที่สองกันเลยคะ วัดราชนัดดาโลหะปราสาท วัดนี้ผ่านบ่อยมาก อยากเข้าไปสัมผัสนานแล้ว คราวนี้หละได้โอกาส..




โลหะปราสาท


โลหะปราสาทสร้างในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นโลหะปราสาทองค์แรกและองค์เดียวของไทย และถือเป็นองค์ที่ 3 ของโลก สร้างอยู่ในพื้นที่วัดราชนัดดาราม และอยู่ในบริเวณ ลานพลับพลามหาเจษฏาบดินทร ยอดปราสาทประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ



อยากจะบอกว่าสวยมากๆคะได้มีโอกาสขึ้นไปบนโลหะปราสาทด้วย วิวสวยมาก ลมเย็น สดชื่น หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลย ^^



   บ่ายสามโมงกว่าๆ คราวนี้มาต่อกันที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพกันคะ คนเยอะมากถึงมากที่สุด แทบจะมองไม่เห็นอนาคตเลยว่าจะไปสักการะหลักเมืองยังไง แต่ก็ไหลๆตามเพื่อนไปอ่ะคะ ^^




ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นศาลที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี ตามธรรมเนียมพิธีพราหมณ์ว่า ก่อนที่จะสร้างเมืองจะต้องทำพิธียกเสาหลักเมืองในที่อันเป็นชัยภูมิสำคัญ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองที่จะสร้างขึ้น

ปล. วันนี้อัพแค่สามวัดแรกก่อนแล้วกัน บอกตามตรง..ยังอัพบล็อคไม่ค่อยคล่องเลยอ่ะ แห่ะๆๆ





Free TextEditor




Create Date : 07 มกราคม 2554
Last Update : 5 เมษายน 2554 2:26:20 น.
Counter : 256 Pageviews.

5 comment
1  2  

yingu
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]



เมื่อเห็นให้สักแต่ว่าเห็น
เมื่อฟังให้สักแต่ว่าฟัง
เมื่อทราบให้สักแต่ว่าทราบ
เมื่อรู้ให้สักแต่ว่ารู้ โดยไม่ปรุงแต่ง
เมื่อใดเธอทำได้อย่างนี้
เมื่อนั้นเธอก็จักไม่มี
คือ ว่างอย่างยิ่งทั้งในโลกนี้และโลกหน้า..