~~ผู้หญิงธรรมดาบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน~~
Group Blog
 
All blogs
 

ในขณะที่เราคิดว่าเราเป็นไม้ขีดไฟ...เราอาจกำลังเป็นพระอาทิตย์ของใครอยู่ก็ได้

(วันนี้ชื่อบล็อกยาวจังนิ ^^~)

ตะกี๊นั่งฟังเพลง "ไม้ขีดไฟ กับดอกทานตะวัน"

เพลงรักโศกนาฏกรรมที่แต่งโดยคุณประภาส...ฮีโร่ในดวงใจ

นั่งฟังไปก็คิดตามไป...อืม ไม้ขีดไฟน่าสงสารจังเลยเนอะ ต้องลงทุนจุดตัวเองเพื่อให้เค้าหันมามองเพียงชั่วแวบ

แต่พอดอกทานตะวันในดวงใจหันมามองเข้าจริงๆ...ไม้ีขีดไฟก็ดับไปแล้ว

ไม่ทันได้รับรู้ด้วยซ้ำว่าดอกทานตะวันหันมามอง...

เอ...แล้วการที่ไม้ขีดไฟสละชีวิตตัวเิอง มันจะมีค่าอะไรกันล่ะเนี่ย

จากมุมมองของคนอย่างเรา...เรารู้สึกว่า ไม้ขีดไฟทำเกินไปหน่อยมั้ยเนี่ย

รักที่ทำร้ายตัวเอง...ไม่น่าจะเป็นรัก เรียกให้ถูกน่าจะเป็นหลงมากกว่า

ส่วนรักที่ทำร้ายคนอื่น...ก็ไม่น่าจะใช่รักอีกแหละ อย่างนั้นเราเรียก เห็นแก่ตัว

โดยส่วนตัว เราชอบความรักของดอกทานตะวันที่มีต่อดวงอาทิตย์มากกว่า

ก็ไม่รู้หรอกนะว่าดอกทานตะัวันคิดอะไรอยู่

แต่ประโยคที่บอก "ดอกไม้จะบาน และหันไปตาม แต่แสงจากดวงอาทิตย์"

มันน่าจะสื่อให้รู้ได้ว่า ดอกทานตะวันคงมีความสุขไม่น้อยที่ได้คอยมองตามดวงอาทิตย์

เราชอบวิธีการมองเฉยๆ ได้เห็นในสิ่งที่เค้าเป็น สิ่งที่เค้าทำ...แค่นั้นก็มีความสุขเพียงพอ

ไม่หวังครอบครอง...ก็จะไม่ดิ้นรน ไม่เดือดร้อน ไม่กระวนกระวายใจ

ฟังดูเป็นรักในอุดมคติไปหน่อยเนอะ...แต่สำหรับเรา นี่แหละคือนิยามของรักที่แท้จริง

รักที่ไม่คาดหวัง ไม่บีบคั้น ไม่ทำร้าย ไม่ทำลายคนที่รัก...และไม่ทำร้ายตัวเอง

ปล่อยให้เค้ามีความสุขกับสิ่งที่เค้าทำ สิ่งที่เค้าเป็น...แล้วเรา ก็คอยมีความสุขกับความสุขของเค้า

(ปากดีไปงั้นเอง จริงแล้วก็ทำแบบนั้นไม่ได้เหมือนกันน่ะล่ะ)

ส่วนคนที่น่าขำที่สุดในเพลง...เห็นจะเป็นพระอาทิตย์แหละ

ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับใครเค้าเลย...ทำตัวเป็นปกติ หมุนรอบตัวเองไปเรื่อยๆ

แต่แค่นั้นก็ทำให้คนคนนึงเฝ้าดูอยู่ห่างๆอย่างชื่นชม

...และอีกคนที่ต้องเจ็บช้ำกับการมีตัวตนอยู่ของมัน

แต่จะว่าไปแล้ว...ในขณะที่เรากำลังคิดว่าตัวเองเป็นไม้ขี้ไฟก้านน้อยด้อยค่า

คอยเฝ้ามองแต่ดอกทานตะวัน ที่ไม่เคยหันมาเหลียวมองตัวเองเลย

เพราะสาวเจ้ามัวแต่เหม่อมองแสงจากอาทิตย์ที่จัดจ้ากว่า

แต่ในขณะที่เอาแต่เฝ้ามองดอกทานตะวัน

ก็อาจมีใครบางคนกำลังเฝ้ามองมันอยู่ด้วยความชื่นชม

ไม่ต่างไปจากที่ดอกทานตะวันที่มันหมายปอง...เฝ้ามองแต่ดวงตะวัน

ไม้ขีดไฟที่ไม่เคยเหลียวมองไปรอบตัว..

จึงไม่รู้ตัว ว่ามันก็อาจเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ของใครอยู่
.
.
.
ในชีวิตจริง...เราอาจรู้สึกต่ำต้อย เหมือนไม้ขี้ก้านจ้อย

แต่ในขณะเดียวกันก็อาจกำลังส่องแสงเจิดจ้าในใจใครบางคน

เพราะฉะนั้น...อย่าเพิ่งจุดตัวเองให้สว่างเพียงเพื่อให้ดอกไม้ดอกเดียวหันมามอง

โดยที่ยังไม่ทันได้เหลียวมองไปรอบตัว

เพราะเธอจะไม่มีวันได้รับรู้ว่าตัวเองกำลังเป็นดั่งดวงตะวันของใครบางคนอยู่ ^^






 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2550 8:45:16 น.
Counter : 149 Pageviews.  

คิระคิระ...ความรู้สึกหลังจากอ่านอีกรอบ



เมื่อคืนอ่านคิระคิระ...เป็นประกาย จนจบ หลังจากที่ปล่อยทิ้งไว้หลายวัน

อืม...ความจำของเราเกี่ยวกับนิยายเรื่องนี้คลา่ดเคลื่อนไปเยอะเลยเนอะ...

ก็แหงล่ะ...ไม่ได้อ่านตั้งหลายปีแล้วนี่

ถึงอย่างนั้น...ความประทับใจที่ได้จากนิยายเรื่องนี้ยังคงมีเหมือนเดิม...อาจจะมากขึ้นด้วยซ้ำ

เมื่อปิดหนังสือลง...คำถามแรกที่เกิดขึ้นคือ เรารักใครได้มากอย่างนี้มั้ย

จริงๆแล้วเราถามตัวเองอย่างนี้บ่อยๆ เวลาได้เจอความรักที่หวานชื่นของใคร

เรารักใครได้อย่างที่มุทสึกิรักโชโกะมั้ย...

แล้วเรารักใครได้อย่างที่โชโกะรักมุทสึกิรึเปล่า

ไหนจะค่งอีกล่ะ...เราเคยรักใครได้อย่างที่สามคนนี้รักกันมั้ย

ถึงจะบอกว่า...พวกเขาอยู่ด้วยกันเพราะเงื่อนไขบางอย่างก็เถอะ

แต่ถ้าไม่มีความรักประกอบ...คงทนไม่ได้ขนาดนั้น

คงทนรับอารมณ์แปรปรวนชวนอึดอัด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายไม่ได้อย่างที่มุทสึกิทนโชโกะ

ึคงรับไม่ได้ที่สามีจะไปมีคนอื่น...แม้เค้าจะเอาใจใส่เราเป็นอย่างดี แต่แค่รู้ว่าใจเค้ามีใครอีกคน...เราก็คงไม่อาจรับได้

หรือแม้แต่ค่งเอง...ทนได้ยังไงที่เห็นคู่รักของตัวเองดูแลเอาใจใส่คนอื่นเป็นอย่างดีขนาดนั้น

มันไม่ใช่แค่รักแบบคู่รัก แต่มันเป็นความรักที่มีต่อมนุษยชาติด้วยกัน

รักที่เต็มไปด้วยความเมตตา ปรารถนาดี และเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

เราชอบคำโปรยหลังปกที่เขียนไว้ทำนองว่า...นี่คือเรื่องราวของคนที่มีส่วนบกพร่องสามคน

แต่น่าแปลก ที่เมื่อพวกเขาอยู่ร่วมกัน กลับเป็นส่วนเติมเต็มซึ่งกันและกัน

นั่นไม่ใช่คำพูดเกินจริง...แต่เป็นบทสรุปเรื่องราวทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ได้อย่างดีทีเดียว

เพราะอย่างนี้ เราถึงได้เคยเขียนเอาไว้ว่า นี่คือครอบครัวในอุดมคติ

และเพราะอย่างนี้...เราถึงได้รักนิยายเรื่องนี้นัก





 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2550 20:33:57 น.
Counter : 102 Pageviews.  

คิระ คิระ...เป็นประกาย...ครอบครัวในอุดมคติ


ไม่ได้ไปร้านหนังสือมาชาตินึงได้แล้วมั้ง

เมื่อวานมีโอกาสไปเดินๆที่ซีัเอ็ด สาขาโอเอซิส ขอนแก่น แล้วไปเจอหนังสือเล่มนึง

ความดีใจวิ่งตามเส้นเลือดจากปลายเท้าพุ่งสู่หัวใจเลย

เราเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย...หนังสือของห้องสมุด

อ่านแล้วชอบมาก อยากซื้อเก็บไว้ แ่ต่ไปหาที่ไหนๆก็ไม่มี

จนเมื่อวาน ที่ซีเอ็ดเค้าเอามาลดราคา ตั้ง 20 % แน่ะ

โหย...ไม่ซื้อได้ไง จ่ายตังค์อย่างไม่คิดเลยล่ะ

(อ้อ ก่อนจ่ายมีถามเค้าอีกว่า ราคาที่ลดเนี่ย ใช้บัตรสมาชิกลดอีกได้มั้ย...ไอ่งก!!)

หนังสือเล่มนั้นชื่อ Kirakira...เป็นประกาย

นวนิยายญี่ปุ่น เขียนโดย เอคุนิ คาโอริ แปลโดย น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ

เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงติดเหล้าคนนึง ที่แต่งงานกับจิตแพทย์

ส่วนตัวคุณหมอ ก็มีแฟนเป็นเด็กผู้ชายอยู่ที่ห้องชั้นล่างในคอนโดเดียวกัน

เรื่องฟังดูเหมือนจะซับซ้อน เป็นรักสามเศร้า มืดมน หม่นหมอง

แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย...

ตรงกันข้าม นิยายเรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยความรักที่มีสีสันสดสวยงดงาม

ความรัก...ที่ไม่ใช่รัีกแบบหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและการครอบครอง

แต่เป็นคนรักในมวลมนุษยชาติ

รักที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดี...

คุณหมอแต่งงานกับหญิงติดเหล้า...เพื่อที่เขาจะได้ช่วยดูแลและบำบัดเธอให้หายขาดจากโรคที่เธอเป็น

หญิงสา่ว...รักคุณหมอ เพราะคุณหมอดีต่อเธอ...และเธอยังเอื้อเฟื้อความรักนี้ไปยังเด็กหนุ่ม คู่รักของสามี

คนในตึก...ก็ดีแสนดี

เป็นนิยายที่น่ารักมากๆเลยสำหรับเรา....

ปกติเราค่อนข้างซาบซึ้งกับเรื่องราวของความรักอยู่แล้วไง

แล้วยิ่งเป็นความรักที่มันเลยความรักของหนุ่มสาวออกไป...เรายิ่งซึ้งมากขึ้นไปอีก

ดีใจ...ที่เจอหนังสือเล่มนี้อีกครั้ง ^__^

แค่นี้แหละ




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2550 22:41:40 น.
Counter : 125 Pageviews.  

เงียบๆคนเดียว...พี่เบนทำเราอ่อนไหวซะงั้น


อยู่ดีช่วงนี้เราก็ชอบเพลง "เงียบๆคนเดียว" ของพี่เบิร์ดขึ้นมาซะเฉยๆ

ฮึมฮัมเพลงนี้่อยู่คนเดียวได้ทั้งวัน ทั้งที่ก็ไม่ได้มีอะไรที่ทำให้เราอินกับเนื้อเพลงได้เลย

วันนี้เลยลองคลิ้กไอ้จิก หาเพลงนี้ฟัง

แล้วบังเอิญไปเจอเวอร์ชั่นที่เบน ชลาทิศ ร้องในคอนเสิร์ตไหนซักงาน

ด้วยความชอบเบนเป็นการส่วนตัว เลยลองคลิ้กมาฟังดู

พระรัตนตรัยช่วย....ชลาทิศ เธอทำฉันอ่อนไหวแต่เช้าเลยนะเนี่ย

ฟังแล้วน้ำตา่คลอซะงั้นอ่ะ....อะไรกัน อะไรกัน

ยิ่งท่อนนี้นะ....ดันน้ำตาขึ้นมาจากตาตุ่มเลยอ่า T_T
.
.
.
"อยากจะมองฟ้าที่ว่างเปล่า เหงาๆคนเดียวลำพัง

ให้รอยร้าวมันเจอจาง ให้ใจมันดีกว่านี้บ้าง

อยากให้เธอนั้นลืมทุกสิ่ง แล้วทิ้งฉันไว้ลำพัง

ฉันต้องการทบทวนบางอย่าง...อยากอยู่เงียบๆคนเดียว"

.
.
.
คอนเฟิร์มเลยว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ในอารมณ์อกหัก รักคุด ตุ๊ดเมิน ใดๆทั้งสิ้น

แต่ทำไมฟังเพลงนี้แล้วอิน...ฟระ
.
.
.
รู้ละ...เพราะเป็น ชลาทิศ น่ะเองแหละ ^__^




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2550 8:20:18 น.
Counter : 99 Pageviews.  

คนหลงทาง...เราไม่ชอบเพลงอย่างนี้



คนหลงทาง : ฺBig ass

(Cradit : siamzone.com)

ขอบคุณอีกครั้ง ขอบคุณอีกที
ขอบคุณในความหวังดี ที่มีให้คนที่มืดมัว
แต่มันคงไม่คุ้ม เข้าใจใช่ไหม
ออกจากชีวิตฉันไป ไม่อยากให้เธอถลำตัว

คนอย่างฉันไม่ดีอย่างใครใคร
หลงทางมาไกลจนน่ากลัว
ทางเดินวันนี้ไม่มีสิทธิ์กลับตัว

อย่าฝากชีวิตดีดีไว้ที่ฉัน
อย่าเอาความฝันของเธอมาเสี่ยงรู้ไหม
เก็บเอาชีวิตของเธอเดินออกไปให้ไกล
ไม่อยากทำร้ายคนดีอย่างเธอ

มีแต่ความรัก มีแต่ความฝัน
นั่นมันคงไม่สำคัญ เมื่อมันไม่ใช่ชีวิตจริง

คนอย่างฉันไม่ดีอย่างใครใคร
หลงทางมาไกลจนน่ากลัว
ทางเดินวันนี้ไม่มีสิทธิ์กลับตัว

อย่าฝากชีวิตดีดีไว้ที่ฉัน
อย่าเอาความฝันของเธอมาเสี่ยงรู้ไหม
เก็บเอาชีวิตของเธอเดินออกไปให้ไกล
ไม่อยากทำร้ายคนดีอย่างเธอ

ไม่ใช่ไม่รัก ไม่อยากทำร้ายคนดีอย่างเธอ
.
.
.
เพิ่งมีโอกาสได้ฟังเพลงนี้เมื่อไม่กี่วันนี่เอง...เชยเนอะ

ฟังแล้วก็รู้สึกนึุกถึงเพลงที่มีเนื้อหาึคล้ายๆอย่างนี้อีกหลายเพลง

(แต่วันนี้ดันนึกไำม่ออกว่ามีเพลงอะไรมั่ง...ให้ตายสิ -_-")

ซึ่งโดยส่วนตัว เราไม่ชอบเพลงที่มีเนื้อหาคล้ายๆอย่างนี้

อารมณ์อิน ฟังเพลงแล้วชอบคิดตามน่ะนะ

มันจะรู้สึกคล้ายๆกับว่า...แหม ไอ้คนพูดอ่ะ แมนจังเนอะ เสียสละโคตร

แต่ถามเราซักคำป่ะ ว่าอยากให้ทำอย่างนั้นมั้ย

คือมันเหมือนกับเอาความรู้สึกของตัวเองมาตัดสินความรู้สึกของคนอื่นอ่ะ

อย่ามาทำเป็นยอมเสียใจที่ต้องเสียเราไปในวันนี้ เพื่อวันที่ดีกว่า

ถามจริงว่า...คิดว่าทำอย่างนั้นแล้วจะเสียใจคนเดียวเหรอ

เราเองก็เสียใจนะเว้ย

บอกไว้ก่อน ที่วันนี้ยังอยู่ข้างเธอตรงนี้ แปลว่าฉันยังรับสิ่งที่เผชิญหน้าอยู่ไหว

เอาไว้รับไม่ได้เมื่อไหร่...ฉันจะไปของฉันเอง ไม่ต้องมาคิดแทน

แล้วถ้ารู้ตัวว่าไม่ดีพอ ไม่คู่ควร...ก็ไม่ควรเอาตัวเองมายุ่งเกี่ยวด้วยตั้งแต่แรก

ถามจริงๆเถอะ...ที่พูดออกมาอย่างนั้น เพราะห่วงฉันหรือห่วงตัวเอง

กลัวใช่มั้ยว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เราทนรับเรื่องยากๆไม่ไหว แล้วเราจะทิ้งเธอไป

ถึงได้ชิงทิ้งกันก่อน ถึงได้ทำตัวเป็นพระเอกผู้เสียสละซะขนาดนั้นน่ะ

อยากบอกว่า...คนเราเวลาีที่รักใครซักคน

มันไม่ได้รักที่เค้าดี เค้ารวย อยู่ด้วยแล้วสุขสบายหรอกนะ

แต่มันรักเพราะรัก รักแล้วพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความลำบาก...

และเพราะรู้ว่าที่เธอต้องเจอมันหนัก มันยาก มันลำบากไง ถึงได้อยากยืนอยู่ข้างๆ

เพราะฉะันั้น อย่ามาผลักไสกันด้วยเหตุผลแค่นี้
.
.
.
มีความหลังอะไรวะแ้ก้ม...ทำไมวันนี้อินแปลกๆ -__-"







 

Create Date : 24 ตุลาคม 2550    
Last Update : 28 ตุลาคม 2550 17:57:21 น.
Counter : 204 Pageviews.  

1  2  

ยินดีปรีดา
Location :
ร้อยเอ็ด Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงธรรมดาคนนึงจ้ะ

มีสุขสม มีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิิดขึ้นได้ทุึกวัน..เหมือนทุกคน

แต่ถ้่าอยู่ในอารมณ์ปกติก็เปิ่น โก๊ะ เอ๋อ ฮาแตก

เป็นผู้หญิงอารมณ์ดี ยิ้มง่าย ไำม่ซึมเปื้อน

ร้องไห้ง่าย แต่หัวเราะง่ายกว่า^__^

Friends' blogs
[Add ยินดีปรีดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.