~~ผู้หญิงธรรมดาบนดาวเคราะห์สีน้ำเงิน~~
Group Blog
 
All blogs
 

บทเรียนว่าด้วย...ความแตกต่างระหว่างเศร้ากับสลด

วันนี้เฮียดุมากัณฑ์ใหญ่...

ก็พอเข้าใจ...เราผิดเองแหละที่ทำอะไรคิดน้อยไปหน่อย

ไม่ได้โกรธที่เฮียแกว่าหรอกนะ...แต่มันเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปน่ะ

แล้วเค้าก็สอนอย่างอื่นอีกมากมายก่ายกอง

สอนเรื่องอริยสัจด้วย...แต่งงๆ..ฟังไม่ค่อยเข้าใจ

ได้แต่...ค่ะๆไปตามเรื่อง

แต่พี่เค้าก็บอกว่า...ที่พูดเนี่ยให้สลดนะ...ไม่ได้พูดให้เศร้า

แล้วก็แจกแจงว่า...เศร้าคือ..การที่เราปล่อยใจให้หดหู่..ไหลไปตามความคิด

ส่วนสลดคือ...ความรู้สึกเห็นความจริงของชีวิตว่าัมันก็แค่นี้เอง...

แต่ไม่ปล่อยให้ใจเราเศร้าหมองไปตามสิ่งที่เห็น

ความเศร้า...เป็นเรื่องทางโลก

ส่วนสลด...เป็นความรู้สึกทางโลกุตระ

อ้อ...อีกอย่าง...ชีวิตมันเป็นไตรลักษณ์


ปล.งงๆนะบล็อกมันนี้...มันสลดอยู่




 

Create Date : 08 มกราคม 2551    
Last Update : 8 มกราคม 2551 21:57:23 น.
Counter : 152 Pageviews.  

พระพุทธรูปมองต่ำ


อันนี้แอบเอาบล็อกเก่ามาเล่าใหม่ด้วยแหละ

คือวันนี้เจอเรื่องราวบางอย่างสะเทือนใจนิดหน่อย เลยเก็บมาคิด

พอคิดไปคิดมา...มันก็เลยจำได้ว่า ครั้งนึงเราก็เคยทำแบบนี้กับคนอื่นเหมือนกัน

เออ...ครั้งนั้น คนคนนั้นก็คงรู้สึกไม่ต่างกันกับเราซักเท่าไหร่อ่ะเนอะ

คำสอนของใครซักคนเลยผุดขึ้นมาว่า...

"ถ้าเราไม่ชอบให้คนอื่นมาทำกับเรายังไง ก็อย่าไปทำอย่างนั้นกับเค้า"

แล้วก็เลยนึกไปถึงคำสอนของพระอาจารย์ที่เคยบอกเราว่า

"เราอ่ะเป็นพวกชอบคิดมาก ชอบสอนคนอื่น"

แล้วพระอาจารย์ก็ถามต่อว่า..."เคยเห็นพระพุทธรูปมั้ย ท่านมองต่ำนะ"

"รู้มั้ย ทำไมพระพุทธรูปถึงมองต่ำ...เพราะท่านมองแต่ตัวเอง"

ท่านก็สอนว่า..."มองตัวเองให้มาก เีรียนรู้ตัวเองให้มาก ไม่ต้องไปห่วงคนอื่นหรอก เอาตัวเองให้รอด"

ประโยคสรุปที่กินใจ..."เพราะมัวแต่ห่วงคนอื่นงี้ไง ถึงได้ทุกข์อยู่อย่างนี้ แค่เรื่องตัวเองทุกข์ไม่พอเหรอ"

อืม ถูกของท่านนะ จะไปห่วงอะไรคนอื่นนักหนา เอาตัวเองให้ดีก่อนเหอะว้า

จริงแล้วที่เขียนวันนี้มันไม่ค่อยเกี่ยวกันหรอก แต่บังเอิญมันเป็นความคิดที่เกิดต่อเนื่องกันไง

แค่นี้แหละ




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2550 19:37:03 น.
Counter : 1099 Pageviews.  

คนฉลาดไม่กลัวตาย


พระอาจารย์เคยสอนว่า...มีแต่คนโง่เท่านั้นที่กลัวตาย

กลัวก็ตาย...ไม่กลัวก็ยังต้องตายอยู่ดี

แล้วจะไปกลัวสิ่งที่มันต้องเกิดอยู่แ้ล้วให้ใจมันทุกข์เปล่าๆไปทำไม

คนที่กลัวสิ่งที่ต้องเกิด...ไม่ใช่คนฉลาด

คนฉลาดเค้าไม่กลัวตายกันหรอก

เราเอง...ยังไม่เป็นคนฉลาดหรอก

ไม่ได้กลัวตาย...แต่กลัวไปเกิดในที่ไม่ดีมากกว่า -*-




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2550 10:51:56 น.
Counter : 141 Pageviews.  

รู้มั้ย...ยากแค่ไหนกว่าจะได้เกิดเป็นมนุษย์


ตอนที่ไปวัด พระอาจารย์เคยถามในห้องรวมว่า...คนเรากลัวอะไรมากที่สุด

ในตอนนั้นเราตอบในใจไปว่า...กลัวตายแล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์

เพราะอะไรน่ะเหรอ...เพราะเราคิดว่าการเกิดเป็นมนุษย์นั้นประเสริฐที่สุดแล้ว

มีคนเคยบอกเราว่า...มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่บรรลุธรรมได้

นั่นเพราะเทวดา มีแต่สุข ไม่มีทุกข์

ส่วนสัตว์นรกต่างๆก็มีแต่ทุกข์...ไม่มีสุข

สัตว์โลกอื่นๆที่ไม่ใช่มนุษย์...จริงอยู่ว่ามีทั้งทุกข์ทั้งสุข แต่พวกเค้าเหล่านั้นไม่มีปัญญา

มีแต่เพียงมนุษย์เท่านั้นที่ต้องเจอทั้งสุข ทั้งทุกข์...และมีปัญญาแยกแยะสิ่งต่างๆเหล่านั้น

พระอาจารย์สอนว่า...เราโชคดีมากแล้วที่ได้เกิดเป็นคน ได้พบพระพุทธศาสนา และมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรม

เพราะน้อยคนนักที่จะมีโอกาสอย่างเรา...เพราะฉะนั้น จงเร่งทำความดีซะ

รู้รึเปล่าว่า เกิดเป็นคนได้ มันยากแค่ไหน

ท่านยกพระไตรปิฎกมาเล่าให้ฟังว่า...

ครั้งนึง พระอานนท์เคยถามพระพุทธเจ้าว่า...โอกาสที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์มีมากน้อยแค่ไหน

พระพุทธเจ้าไม่ทรงตอบ แต่ใช้ปลายนิ้วแตะที่ลิ้น และแตะที่พื้นดิน

เศษฝุ่นที่ติดปลายนิ้วของพระพุทธองค์ขึ้นมา...นั่นแหละคือโอกาสที่จะไ้ด้เกิดเป็นมนุษย์....

เทียบกับเศษฝุ่นทั้งหมดบนผืนโลก!!!

หรืออีกนัยหนึ่ง...สมมติว่ามีเต่าตาบอดอาศัยอยู่ใต้ทะเลลึก

และบนผืนน้ำมีห่วงยางลอยอยู่อย่างไร้ทิศทางอยู่หนึ่งอัน

ทุกๆหนึ่งร้อยปี เต่าตัวนี้จะว่ายจากใต้ทะเลเพื่อขึ้นมาหายใจ

และโอกาสที่เต่าจะโผล่หัวขึ้นมาลอดห่วงยางพอดี...นั่นแหละโอกาสที่จะไ้ด้เกิดเป็นมนุษย์!!!

ไม่เคยรู้เลยว่าเกิดเป็นคนโอกาสมันน้่อยมากขนาดนั้น

รู้อย่างนี้แล้ว จะไม่ให้กลัวที่จะไม่ไ้ด้เกิดเป็นคนได้ยังไง

เคยคุยกับพี่เอ๋ แล้วเค้าบอกว่า...ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ปฏิบัิติธรรมแล้วจะไปเกิดที่ดีนะ

(นี่จะพูดให้กลัวหนักขึ้นไปอีกทำไมไม่รู้เนอะ)

เค้าบอกว่า...มันอยู่ที่จิตก่อนตายด้วยว่า อยู่ในอารมณ์ไหน

แต่การที่เราฝึกปฏิบัติ มันก็เป็นเหมือนการเตรียมพร้อมจิตของเรา

เราจะได้มีสติก่อนที่เราจะตาย...จะได้ไปในที่ที่ดี

ไอ้เรื่องจิตก่อนตายเนี่ยก็น่ากลัว คนเราตกอบายภูมิกันได้ง่ายดายเหลือเกินนะ

ถ้าจิตก่อนตายเราเป็นโทสะ อาฆาตพยาบาท เคียดแค้น...เปรตอสูรกายคือที่หมาย

แต่ถ้าจิตก่อนตายเราเป็นโลภะ...โลภโมโทสัน อยากได้ อยากมี อยากเป็น...(จะตายอยู่แล้วยังจะอยากอะไรกันอีก)

จองตั๋วได้เลย...ที่หมายไม่พ้นนรก

(คือ อันนี้ข้อมูลอาจมีการคลาดเคลื่อนได้ อาจสลับกันระหว่างสองอัน เพราะเราก็จำเค้ามาอีกที...เอาไว้ไปหไปหาข้อมูลมาแล้วจะแก้อีกทีละกัน)

ส่วนถ้าก่อนตาย ใครจิตมีโมหะ คือหลง ห่วงนั่นห่วงนี่ ห่วงลูกหลานญาติพี่น้อง หวงทรัพย์สมบัติ...ได้เกิดเป็นเดรัจฉานแน่นอน

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าวาระจิตก่อนตายของเราจะเป็นยังไง เราจะบังคับได้ยังไง

ตอบว่า...บังคับไม่ได้หรอกจ้ะ ทำได้อย่างเดียวคือ ฝึก !!!

พี่เอ๋บอกว่า พยายามคิดดีอยู่ตลอดเวลา คิดถึงความดีที่เคยทำเสมอๆ จิตจะได้จำได้แต่เรื่องดีๆ ^__^

ปล. แค่อยากเตือนตัวเองไว้เฉยๆว่าเกิดเป็นคนมันยากนะไอ้แก้ม

เพราะฉะนั้น ไหนๆก็ได้เกิดมาแล้ว ก็พยายามสะสมความดีไว้เยอะๆ

หมั่นคิดดี ทำดี พูดดีมากๆ...ก็แค่นั้นเอง ^__^




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2550 20:14:54 น.
Counter : 195 Pageviews.  

บุญเป็นน้ำ บาปเป็นเกลือ


ครั้งนึงเมื่อไม่นาน เรามีโอกาสได้ติดรถพ่อไปกรุงเทพ

ด้วยระยะทางที่ไกล ทำให้เรามีเวลาคุยกับพ่อหลายต่อหลายเรื่อง

เรื่องนึงที่คุยกันในวันนั้นคือเรื่องบุญกับบาป

เพราะเราสงสัยใคร่รู้มานานแล้วว่า ในเมื่อชาวพุทธเราไม่เชื่อว่าการทำบุญจะสามารถลบล้างบาปที่ทำได้แล้ว

แล้วทำไมบางคนทำดีมากๆ...เค้าไม่ต้องชดใช้กรรม

ตอนนั้นยกตัวอย่างพระอรหันต์เลยนะ...กล้ามากกก

เราถามพ่อว่า ทำไมพระอรหันต์ เค้าถึงหนีกรรมได้ล่ะ

ทำไมเค้าไม่ต้องชดใช้กรรมที่เคยทำไว้ แล้วกรรมมันหายไปไหน

พ่อเราเลยอธิบายให้ฟังว่า

มันไม่มีใครหนีกรรมได้หรอก เพียงแต่ว่า...มันจะตามเรามาทันมั้ย เท่านั้นเอง

ก็เหมือนเรามีรถคันนึง สมมติว่าเป็นรถความดี แล้วเราดูแลรักษาเครื่องยนต์ดีๆ

หมั่นเติมน้ำมันตลอดเวลา รถมันก็วิ่งได้เร็ว

แล้วรถความชั่วที่ตามมาทีหลัง ถ้าเราไม่เติมน้ำมันให้มันเลย...มันก็วิ่งตามเราไม่ทัน

แต่ถ้ารถความดีของเราขาดการดูแลดีๆ วันนึงเราก็จะโดนรถความชั่ววิ่งแซงเอาได้

ก็เหมือนการที่เราหมั่นทำบุญ รักษาศีล ทำความดีมากๆ แล้วเราไม่ทำชั่ว

กรรมชั่วที่เราเคยทำ มันก็ตามมาให้ผลไม่ทัน แล้วพอมันตามเราไม่ทัน มันก็หาเราไม่เจอ

...ก็เท่านั้นเอง...

แต่เราว่าอันนี้มันก็ไม่แน่เหมือนกัน...เพราะบางที ต่อให้เราทำดีมากๆ แต่รถความชั่วเครื่องแรงกว่า เราก็โดนมันแซงได้ง่ายๆ

เรื่องของบุญบาปเนี่ย...มันซับซ้อน ละเอียดอ่อน แต่เที่ยงธรรมมาก...พ่อว่างั้นนะ

พ่อบอกว่า สมมติว่าเรามีแก้วอยู่ใบนึง แล้วให้แทนบาปด้วยเกลือ แืทนบุญด้วยน้ำ

ถ้าในแก้วมีเกลือเยอะ น้ำน้อย น้ำในแก้วก็เค็ม

แต่ถ้าเราเติมน้ำมากขึ้นๆๆๆ...เกลือมันก็ยังอยู่เท่าเดิม เพียงแต่ปริมาณน้ำที่มากทำให้เราไม่ได้รสเค็มของเกลือ

ก็เหมือนบุึญกับบาปแหละ ความดีความชั่วที่ทำ มันไม่สา่มารถหักลบกลบหนี้ได้

มันไม่หายไปไหน เพียงแต่น้ำหนักของอะไรมากกว่ามันก็ส่งผลถึงเราเท่านั้นเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น...ที่เราต้องทำคือ ทำความดี ละเว้นความชั่ว แล้วก็ทำใจให้ผ่องใสนะจ๊ะ ^__^




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2550 18:25:09 น.
Counter : 207 Pageviews.  

1  2  

ยินดีปรีดา
Location :
ร้อยเอ็ด Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผู้หญิงธรรมดาคนนึงจ้ะ

มีสุขสม มีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิิดขึ้นได้ทุึกวัน..เหมือนทุกคน

แต่ถ้่าอยู่ในอารมณ์ปกติก็เปิ่น โก๊ะ เอ๋อ ฮาแตก

เป็นผู้หญิงอารมณ์ดี ยิ้มง่าย ไำม่ซึมเปื้อน

ร้องไห้ง่าย แต่หัวเราะง่ายกว่า^__^

Friends' blogs
[Add ยินดีปรีดา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.