ความทรงทำ...ที่ไม่เคยลืม

วันนั้นเป็นวันศุกร์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๔
ผมทำงานตามปกติ อย่างมีความสุข
เพราะวันศุกร์ก็จะได้กลับไปอยู่กับลูกที่กรุงเทพฯ
รู้ว่าเย็นนี้จะมีงานเลี้ยงส่งเพื่อนพนักงานที่ตัวจังหวัด
ผมเป็นคนออกความเห็นเองนะ เรื่องสถานที่งานเลี้ยง
เพราะเพื่อนได้ย้ายกลับภูมิลำเนา ข้ามไปหลายจังหวัด
หาร้านที่มันเหมาะสมหน่อย งบประมาณไม่น่ามีปัญหา

วันนี้ ออกไปทำงานในท้องที่เป็นปกติ
เที่ยงลูกค้าที่ผมสนิทมาก ชวนทานอาหารที่บ้าน
ผมปฏิเสธไปเพราะว่าตอนเย็นจะมีงานเลี้ยง
เลยถือโอกาสโทรไปคุยกับลูกชายว่า...
คืนนี้พ่อกลับดึกหน่อยนะ เพราะมีงานเลี้ยง

ปรากฎว่า ลูกชาย บอกว่า...
หนูและน้องจะไปบ้านคุณตาคุณยายกับแม่ที่ราชบุรี
ผมก็เลยบอกไปว่า...
ไม่เป็นไร ง้านเราพบกันวันศุกร์หน้า

งานเลี้ยงคืนนี้ผมก็คงสนุกกับมันได้อย่างเต็มที่
ความคิดแรกเลย "เมา ไม่ ขับ"
ขาไปนั่งรถธนาคารไป
งานเลี้ยงเลิก เพื่อนคนที่ได้ย้ายกลับสุรินทร์
ชวนผมไปสังสรรค์กันต่อ
ด้วยความเกรงใจเพื่อน(((จริงๆ)))
เพราะปกติผมจะไม่ค่อยดื่มกับเพื่อนก๊วนนี้

เพื่อนคนอื่นก็ชวนผมกลับรถธนาคารพร้อมกัน
เวลานั้น ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องคนขับรถเลย
ตกลงไปต่อกัน 4 คน ชาย 3 หญิง 1
ไปถึงผับแห่งหนึ่งในตัวเมือง
ผมโทรไปชวนน้องผู้หญิงอีกคนหนึ่งมาร่วมวงด้วย

ออกจากผับก็ไปต่อดิสโก้เธค กันอีก
หลังจากนั้นก็มานั่งทานข้าวต้มกันก่อนแยกย้าย
เวลา ไม่น่าจะต่ำกว่า 02.00 น.
ผมอิ่มเรียบร้อย ก็มานอนรอเพื่อนที่เบาะหลังเลย

ระหว่างเดินทางกลับ ผมโทรศัพท์คุยกับน้องผู้หญิง
คนที่ผมชวนมาร่วมวงด้วยทีหลัง ด้วยความเป็นห่วง
เพราะขับรถยนต์กลับบ้านคนเดียว
จนดูเหมือนส่งเธอกลับบ้านเรียบร้อย
หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

มารู้สึกตัวอีกครั้งอย่างมีสติสัมปชัญญะ
เวลาก็ผ่านไปอีก 10 วัน ผ่านไปแล้ว 4 โรงพยาบาล



Create Date : 26 มีนาคม 2549
Last Update : 26 มีนาคม 2549 11:32:24 น.
Counter : 572 Pageviews.

10 comment
เชิญมารู้จักกันก่อนครับ...
สวัสดีครับ

ผมชื่อเล่นชื่อ "ต๋อง" ปีนี้อายุ 39 ปี
(((ลืมตาดูโลกเมื่อ 11 ก.พ.2510)))

จบกฎหมาย ม.รามคำแหง
(((เป็นนักเรียนเก่าอำนวยศิลป์ รุ่นที่ 58
เป็นเด็กซึ่งเกเรมิใช่น้อย เพื่อนฝูงเพียบ
เรียนกฎหมาย เพราะตามใจคุณพ่อ
ท่านเป็นตุลาการ ศาลทหาร กรมพระธรรมนูญ
ระห่างเรียน รับราชการทหาร ไปด้วย
ตำแหน่งเสมียนศาลทหารกรุงเทพ)))

ปัจจุบันเป็นพนักงานองค์การของรัฐ ระดับ7
(((หลังจากเรียนจบ ก็ทำงานที่นี่มาโดยตลอด
ตั้งแต่ 9 มีนาคม 2536
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร)))

ใช้ชีวิตบน Wheelchairs มากว่า 4 ปี
(((ตัดสินใจกลับมาทำงาน หลังออกจาก ร.พ.
เมื่อ 1 เม.ย.2545 ต้องปรับสภาพตัวเองมากมาย
คุณแม่และพี่สาว แนะนำให้ออกจากงาน
แต่ผมต้องการที่จะสู้กับมัน เท่าที่ทำได้
สู้ไม่ไหวถึงจะกลับไปตายรัง)))

ผมประสบอุบัติเหตุเมื่อ 24 พ.ย.2544
(((เพื่อนหลับใน ขับรถชนต้นไม้
ผมนอนอยู่เบาะหลัง ตัวผมคงลอยมากระแทก
คันเกียร์ด้านหน้า ทำให้กระดูกหลังหัก)))

กระดูกสันหลังหักกดทับไขสันหลัง ระดับ t7-t8
(((มีผลทำให้ตั้งแต่ใต้ราวนมลงมาไร้ซึ่งความรู้สึก
ประมาณกลางหลังเส้นประสาทขาด
ยังไม่มีที่ไหนในโลกสามารถรักษาได้อย่างสมบูรณ์
แต่ใกล้ความจริงแล้วหล่ะ คงอีกไม่กี่ปี)))

ไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายได้
(((ปัสสาวะต้องใช้สายยางสวนออกเป็นเวลา
วันละ3ครั้ง เช้า บ่าย และก่อนนอน
ส่วนอุจจาระต้องควบคุมอาหารให้ดี
ใช้ยากระตุ้นช่วยถ่ายวันเว้นวัน)))

และมีผลกระทบส่วนอื่นๆ อีกมากมาย
(((เช่น นั่งนานมากๆ ไม่ได้ จะปวดหลัง
กล้ามเนื้อจะเกิดอาการเกร็ง
และอีกอาการหนึ่งซึ่งน่าเบื่อมาก
คือ อาการปวดแสบปวดร้อน
ในส่วนที่มันไม่มีความรู้สึก
ประสาทมันจะหลอกเรา เช่น
ว่าขาเราปวดแสบปวดร้อนมากนะ
มันจะเป็นอาการที่น่ารำคาญมาก คุณหมอบอกว่า
สาเหตุเกิดจากปลายประสาทมีปัญหา
ต้องทานยาระงับประสาททุกวัน
ถ้าไม่ทานยาจะอยู่อย่างไม่มีความสุขเลยหล่ะ)))

4 ปีกว่า ที่ผ่านมา...
ชีวิตมีปัญหาอุปสรรคมากมาย ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน
(((เริ่มตั้งแต่ ต้องยอมรับกับสภาพร่างกายที่แปรเปลี่ยน
เคยไปไหนมาไหนได้ ปัจจุบันมันไม่ใช่
ต้องนั่งอยู่บนWheelchair ตลอด
ใหม่ๆ จะรู้สึกอายสายตาผู้อื่นมากมาก
มันเหมือนว่าเราเป็นตัวประหลาดอ่ะ
เดี๋ยวนี้ชักเริ่มชิน แต่ก็ขาดความมั่นใจไปเยอะหล่ะ)))

ปัญหาหนักๆ ก็ผ่านมันมาได้หมดแล้ว
(((ต่อมาคนรักจำต้องเลิกรากันไป
เราจากกันด้วยดี ด้วยความเข้าใจ
แต่ความเข้าใจมันสวนทางกับหัวใจของผม
ก่อนอุบัติเหตุเรามีโครงการที่จะแต่งงานกัน
ตั้งแต่อุบัติเหตุเธอดูแลอยู่เคียงข้างผมมาตลอด
จนผมสามารถช่วยเหลือตัวเองได้
เราจึงตกลงกันให้เธอไปเริ่มชีวิตใหม่
เธออายุน้อยกว่าผม 13 ปี
ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ ในโลกใบนี้
มันเป็นการตัดสินใจในภาวะที่ต้องจำยอม
มันเจ็บปวดมากเลยนะ แต่ต้องถือว่าผ่านมันมาได้แล้ว
ทุกวันก็ยังคงระลึกถึงเธออยู่ตลอดเวลา
และไม่เจ็บปวดไปกับมันอีกแล้ว)))


...ณ ที่ใด ดวงใจ มิไหวหวั่น...

...จะฝ่าฟัน อุปสรรค และขวากหนาม...

...แม้นสิ้นชาติ วาสนา ชะตากรรม...

...ขอฝากนาม ให้โลกรู้ กู ก็ ชาย...


[EDIT 25 MARCH 06]




Create Date : 25 มีนาคม 2549
Last Update : 26 มีนาคม 2549 11:33:08 น.
Counter : 790 Pageviews.

30 comment

...วัยกลางคน...
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



Many times in our lives,we are dropped,crumpled,and ground into the dirt by the decisions we make and the circumstances that come our way. We feel as though we are worthless. But no matter what has happened or what will happen, you will never lose your value.