~หากเคียงชิดใกล้ แต่เธอต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อฉัน .... ห่างเพียงนิดเดียว ให้รักเป็นสายลมผ่านระหว่างเรา~

หัวขโมยแห่งบารามอส

ปรัชญาชีวิตของหัวขโมย..ขอทาน..เจ้าชาย..กษัตริย์ และ ปิศาจ

มันจะน่าสนุกซักแค่ไหนนะถ้าหากเราได้เข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝัน มีกษัตริย์ปกครองดินแดน มีอัศวินปกป้องเจ้าหญิง มีพ่อมดและมังกร มีเวทมนตร์และความลี้ลับ

ความคิดนี้เริ่มต้นจาก การยืมหนังสือของเพื่อนคนนึงมาอ่าน แล้วเกิดถูกใจ
จนต้องไปซื้อมาเก็บเป็นของตัวเองทั้งชุด 4 เล่มจบ

ไม่น่าเชื่อว่าจะสนุกจนวางไม่ลง ต้องอ่านเล่มละ 2 รอบ ก่อนจะอ่านเล่มต่อไปได้
พออ่านครบทั้ง 4 เล่มแล้ว ก็ย้อนกลับมาอ่านเล่ม 1 ใหม่
...ไม่นึกว่าตัวเองจะบ้าได้ขนาดนี้

จนถึงเวลานี้ ยังหยุดอ่านไม่ได้ ต้องเที่ยวหาฟิคของชาวบ้านมาอ่านต่อ
ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ คืออยากแนะนำให้ใครหลายๆคนได้รู้จักกับหนังสือดีๆ เรื่องนี้
อยากให้หนังสือเล่มนี้ได้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลา ในหลักสูตรการเรียนการสอน
ถึงขนาดอยากให้มีใครเอาไปทำเป็นภาพยนตร์ หรือละคร หรือการ์ตูนก็ได้ เพราะอยากเห็นตัวละครในหนังสือ ออกมาเป็นตัวตนจริงๆ
(แต่อีกใจนึงก็ยังกลัวๆ ว่าภาพพจน์ตัวละครที่ฝันไว้จะพังทลายลงมา)

และจะดีใจมากที่สุด หากใครสักคนได้แรงบันดาลใจจากเรา ไปหยิบเรื่องนี้มาอ่านแล้วชอบเหมือนกัน

ภาคแรก มงกุฏแห่งใจ




ถือเป็นภาคแนะนำตัวละครทั้งหลาย เพราะทีแรกที่อ่านเนี่ยตัวละครเยอะซะแทบจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร (เลยต้องอ่านซ้ำ 2 รอบ..ฮาาา)

เริ่มต้นจากการเข้าเรียน ในโรงเรียนพระราชา ของหัวขโมยตัวแสบ มีเรื่องตื่นเต้น ปนตลกขบขัน พอประมาณ จะมาสนุกเอาตอนท้ายๆ เล่ม..
อ่านรอบแรก รู้สึกว่าเรื่องนี้รับอิทธิพลมาจาก แฮร์รี่ พอตเตอร์ ของเจ.เค.โรวลิ่ง ค่อนข้างเยอะทีเดียว ทำให้อ่านไปก็เปรียบเทียบไปว่าอันนู้นก็เหมือน อันนี้ก็เหมือน (อาจจะเป็นเพราะ เห็นว่านักเขียนเป็นคนไทยด้วยมั๊ง เลยมีอคตินิดหน่อย) แต่ก็ยังได้กลิ่นอาย และสำนวนไทยๆ ของผู้เขียนอยู่บ้าง

เมื่อมาอ่านอีกที หลังจากอ่านเล่ม 4 จบแล้ว ถึงรู้สึกได้ว่า สิ่งที่กล่าวไว้ในภาคแรกนี้ ทุกเรื่องมันมีเหตุมีผลของมันนะ และเป็นเหตุผลที่เข้าท่าดีทีเดียว

ภาคสอง คฑาแห่งพลัง



ภาคนี้เป็นภาคผจญภัยในต่างแดน ตัวละครเด่นจากภาคแรกโผล่มาแค่ 5 คน ทำให้สับสนน้อยหน่อย
เนื้อหาเริ่มสนุก เข้มข้นมากขึ้น มีมุขตลกมากขึ้น มีบทหวานๆ นิดๆ ให้พอเขินเล่น
รวมไปถึงมีข้อคิดต่างๆ แทรกอยู่มากมาย... ทำให้ยิ่งอ่านก็ยิ่งติดใจ ใช้เวลาอ่านน้อยกว่าเล่มแรกเยอะมาก เพราะว่าอ่านแล้ววางไม่ลงจริงๆ

ใครจะไปคิดว่า จ้าวแห่งปีศาจก็มีหัวใจ พ่อมดมืดก็ยังมีคุณธรรม นักฆ่าอาจจะไม่ได้เลวอย่างที่คิด ส่วนเจ้าชายเองกลับไม่น่าไว้วางใจ (อ๊ะ..อ๊ะ spoil นิดๆ แต่ไม่ทั้งหมดนะ)

ภาคสาม แหวนแห่งปราชญ์



การเรียนปีที่สองในโรงเรียนพระราชา ภาคนี้เหมือนจะเน้นเนื้อหา สาระ ถึงความสำคัญของกษัตริย์ ประชาชน ประเทศชาติ บ้านเมือง
มีประโยคหลายประโยค ที่ถูกบอกเล่าผ่านทางตัวละคร ที่มันโดนใจเรามากๆ อ่านแล้วถึงกับจุกไปเลย

อย่างเช่น
"ลดความเห็นแก่ตัวของเราลงหน่อย แล้วให้คนข้างนอกได้สบายขึ้นบ้าง ความเห็นแก่ตัวในโลกก็ไม่ลดลงสักเท่าไหร่หรอก"

ทำให้เราหันกลับมามองตัวเอง ว่าตอนนี้เราสบายกว่าคนอื่นอีกตั้งเป็นล้าน...
ถ้าเราจะยอมลำบากเพิ่มขึ้นอีกซักนิดนึง แลกกับการที่ให้คนอื่นมีความสุขเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย มันก็ไม่เสียหายอะไรหรอก..จริงไหม
แล้วหากคนส่วนมากคิดได้แบบนี้ เราว่า สังคมนี้ ประเทศนี้ หรือแม้กระทั่งโลกใบนี้ คงมีความสงบสุข มีมิตรภาพหยิบยื่นให้แก่กันมากขึ้น ความทุกย์ยากคงบรรเทาเบาบางลงได้บ้าง

ไม่ได้บอกให้เสียสละของของเราให้กับคนอื่น แต่แค่เพียงลดความสบายของเราลงแค่นั้นเอง เราจะทำไม่ได้เลยหรือ

ภาคสี่ ดาบแห่งกษัตริย์



ภาคนี้มีครบทุกรสชาติ ตั้งแต่หวานที่สุด ตื่นเต้นที่สุด เศร้าที่สุด ซึ้งที่สุด และประทับใจมากที่สุด (ในความเห็นของเรานะ.. ส่วนนักอ่านคนอื่นอาจจะชอบภาคอื่นมากกว่า)
มีฉากต่อสู้สุดมัน ให้ลุ้นตัวโก่ง ว่าใครจะอยู่ใครจะไป
การเกิดขึ้นของสงคราม.. หากลองหลับตานึก อาจจะเห็นภาพสงครามในเรื่อง Lord of the Ring
ต่างกันก็ตรงที่ว่า ปีศาจอาจไม่ได้เลวเสมอไป และมนุษย์ทำสงครามเพื่อใคร อ่านถึงตอนนี้ ไม่อยากให้มีผู้แพ้ หรือผู้ชนะ

นับตั้งแต่อ่านหนังสือมาหลายเล่ม ดูหนังมาก็หลายเรื่อง... เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่เราไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นคนร้าย ใครเป็นคนดี
เพราะแต่ละคนมีเหตุผลของตนเอง ถ้าเรายอมรับไม่ได้ เขาก็จะกลายเป็นคนไม่ดีในสายตาเรา แต่ถ้าเราลองเปิดใจยอมรับมัน หัวขโมยอาจจะมีคุณธรรมขึ้นมาก็ได้

ขอสารภาพว่า ระหว่างอ่านภาคนี้ไป ฟังข่าวเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันไป ทำเอาน้ำตาไหลพรากๆ
คำสอนหลายๆ คำในนี้ มันกระแทกใจอย่างแรง.. คำกล่าวถึงหัวใจแห่งกษัตริย์ หัวใจแห่งนักปกครอง

"อำนาจที่แสวงหาจากภายนอก ไม่เคยเป็นนิรันดร
ชัยชนะเหนือใจตัวเองเท่านั้น จึงเป็นนิรันดร"


เรื่องที่พูดง่าย แต่ทำยาก... ทำไมนะผู้ที่มีอำนาจในบ้านเมืองเราถึงไม่เคยแม้แต่จะคิดกันซักนิด

พออ่านจบทั้งสี่ภาค มันรู้สึกว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ เพียงแต่เราต้องเป็นฝ่ายจินตนาการต่อเอาเอง ว่าเรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร
เหมือนผู้เขียนจะฝากอะไรไว้ให้คิดต่อ ทำต่อ

โลกของบารามอส และโลกความเป็นจริงมันคาบเกี่ยวจนเกือบจะเป็นโลกเดียวกัน


ปล. ใครที่เริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว..ถ้าไปงานหนังสือครั้งนี้ แวะได้ที่บูท สำนักพิมพ์สถาพรบุ๊ค โซน C1 บูทM09




 

Create Date : 07 เมษายน 2549    
Last Update : 7 เมษายน 2549 2:22:43 น.
Counter : 274 Pageviews.  


WoNaM
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add WoNaM's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.