WishRich
Group Blog
 
All Blogs
 

ข้อแนะนำใน การปลูกเลี้ยงไม้ใบประดับในอาคาร



การเลี้ยงไม้
ประดับในอาคารนั้น
ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรนักหนา
แต่สำหรับผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นเลี้ยงหรือผู้ที่เลี้ยงมานานแล้ว
แต่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจดีพอ
อาจประสบปัญหาได้เพราะการปลูกเลี้ยงไม้ประดับในอาคารนั้นใช่ว่าจะมีเพียงแค่
การรดน้ำและการให้ปุ๋ยเท่านั้น
แต่ยังมีข้อปลีกย่อยต่างๆ
ที่เป็นประโยชน์ที่จะนำท่านไปสู่ความสำเร็จในการปลูกเลี้ยงไม้ประดับในอาคาร

ต่อ
ไปนี้คือข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ปลูกเลี้ยงไม้ประดับในอาคารควรจะ
ทราบ

1.
การเลือกซื้อไม้ประดับ
2. ข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อไม้ประดับ
3.
ข้อปฎิบัติในการนำต้นไม้กลับบ้าน
4. ข้อปฎิบัติเมื่อนำต้นไม้มาถึงบ้าน
5.

ข้อควรคำนึงในการตั้งกระถางไม้ประดับ
6. ข้อควรจำในการรดน้ำต้นไม้
7.

การดูแล่ต้นไม้ในฤดูร้อน
8. การทำความสะอาด
9.
การทำหลักยึดเกาะ
10.การตัดแต่งกิ่ง
11.
การรักษาความชุ่มชื้นให้กับต้นไม้
12. อันตรายจากความงาม
13.
การสังเกตอาการผิดปกติของไม้ประดับและการแก้ไข



1.
การเลือกซื้อไม้ประดับ

ก่อนที่จะซื้อต้นไม้เข้ามาปลูกภายในบ้าน
ควรจะต้องมีการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าเสียก่อน
ไม่ใช้ไปพบเข้าโดยบังเอิญและเกิดชอบใจก็ซื้อกลับบ้าน
คุณจะต้องแน่ใจก่อนว่าสภาพแวดล้อมภายในบ้านเหมาะกับต้นไม้ชนิดที่ต้องการ
หรือไม่
ถ้าคุณเริ่มต้นที่จะปลูกต้นไม้เป็นครั้งแรก
อาจเริ่มต้นโดยการซื้อต้นไม้ที่มีความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ
เมื่อเลี้ยงให้รอดและเจริญเติบโตได้แล้วก็ค่อยเขยิบขึ้นไปทีละขั้นจนคุณมี
ความชำนาญ
ค่อยหาพันธุ์ไม้ที่เลี้ยงยากมาปลูก

การปลูปต้นไม้ภายในบ้านนั้นคุณ
ต้องไม่ลืมว่าต้นไม้ต้องการแสง
น้ำ อากาศ อุณหภูมิ ความชื้นและอาหาร เช่นเดียวกับต้นไม้ที่อยู่นอกบ้าน
เพราะฉะนั้นก่อนที่คุณจะซื้อต้นไม้เข้ามาประดับภายในบ้าน
คุณต้องรู้ถึงความต้องการของต้นไม้ว่าต้นไม้ชนิดนั้นต้องการปัจจัยสำคัญใน
การดำรงชีวิตมากน้อยบแค่ไหน
เพราะต้นไม้แต่ละอย่างย่อมมีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คุณอาจถามมาจากผู้ขายโดยตรงก็ได้

สิ่งสำคัญอีก
อย่างที่คุณต้องคำนึงถึงก็คือถ้าในบ้านของคุณมีเด็กหรือเลี้ยงสุนัข
คุณตะต้องมีการเตรียมการป้องกันไว้ล่วงหน้าเสียก่อน
เช่นกรณีที่คุณจะตั้งกระถางต้นไม้ไว้ที่พื้น
คุณจะต้องหาพืชที่ทนทานต่อการเสียดสีหรือการจับต้องพอสมควร
ส่วนต้นไม้ที่บอบบางเสียหายง่าย
ควรจัดให้อยู่ในที่สูงหรือบริเวณที่จะไม่ถูกการจับต้องเสียดสีบ่อยนัก
อีกข้อหนึ่งที่คุณไม่ควรจะลืมก็คือ
คุณมีเวลาเหลือพอที่จะดูแลต้นไม้ที่คุณุซื้อมาปลูกบ้างหรือไม่ถ้าคุณพร้อม
แล้วก็ไปเลือกซื้อต้นไม้มาประดับบ้านกันได้เลย

2.
ข้อควรคำนึงในการเลือกซื้อไม้ประดับ

1.
ควรซื้อจากร้านที่มีชื่อเสียงเชื่อถือได้ หรือซื้อจากสวนที่ผลิตโดยตรง
2.

ไม่ควรซื้อต้นไม้ที่ตั้งขายอยู่นอกร้าน
3.
ไม่ควรซื้อต้นไม้ที่มีตำหนิหรือร่องรอยของความเสียหายจากโรคและแมลง
4.ตรวจ
ดูกระถางและกันกระถางให้ดีอย่าเลือกต้นไม้ที่ปลูกอยู่ในกระถางที่มีรอยร้าว
หรือแตกอย่างเลือกต้นไม้ที่รากโผล่ออกมาจากรูก้นกระถาง
  
แล้วเป็ฯอันขาด
เพราะทั้งสองอย่าง่นี้จะทำให้เกิดความเสียหายในขณะเคลื่อนย้ายได้
5.
ไม่ควรซื้อต้นไม้ที่ดินในกระถางแฉะ
เพราะนั้นแสดงว่าน้ำในกระถางไม่สามารถระบายออกไปได้
ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหารากและโคนเน่าได้
6. ในกรณ๊ที่เป็นไม้ดอก
ควรเลือกเอาต้นที่ดอกกำลังตู่มเต็มที่ยังไม่บาน
7.
จะต้องดูจนแน่ใจว่าต้นไม้ที่ซื้อนั้นไม่มีร่องรอยหรือตำหนิใด ๆ เลย
8.
ไม่ควรซื้อต้นไม้ที่ใบเหี่ยว ใบลู่ลง หรือได้รับความเสียหายเป็นอันขาด
9.

ไม่ควรซื้อต้นไม้เพราะเห็นว่าราคาถูกเป็นอันขาด
10. ขณะนำต้นไมักลับบ้าน

ควรระมัดระวังอย่าให้ต้นไม้ได้รับความกระทบกระเทือนโดยเด็ดขาด

3.ข้อปฎิบัติในการนำต้นไม้กลับ
บ้าน

การนำต้นไม้ที่ซื้อมาแล้วกลับบ้านมีหลักปฎิ
บัติดังนี้
1.
อย่าขนถ่ายต้นไม้ในวันที่มีลมแรง ฝนตกหนักหรืออากาษร้อนมาก ๆ

2.ถ้านำต้นไม้บรรทุกรถยนต์กลับบ้าน ควรยึดต้นไม้ไว้กับต้วรถให้แน่น
อย่าให้ล้มหรือตะแคงได้
3. ต้นไม้ที่มีใบยาว ๆ
หรือใบใหญ่มากควรใช้เชือกมัดรวบเข้าด้วยกันเพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิด
จากลม
4.
รถยนต์ที่จะขนถ่ายต้นไม้ควรมีหลังคาเพื่อกันแดด ลมและฝนด้วย
5.
ในกรณีที่ใช้รถกระบะที่ไม่มีหลังคาขนต้นไมั
ควรใช้ตาข่ายหรืออวนคลุมต้นไม้ไว้เพื่อไม่ให้ลมตีใบไม้เสียหายขณะเดินทาง
(ปัจจุบันใช้ซาแรน)
6.
ควรขนถ่ายต้นไม้ในตอนเช้าและตอนเย็นที่อากาศไม่ร้อน
7.
เมื่อนำต้นไม้มาถึงบ้าน ควรวางไว้ในที่ร่มเย็นสบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก
8.

อย่ารดน้ำต้นไม้ทันทีที่นำมาถึง ควรให้ต้นไม้ได้ปรับตัวเอง
ให้เข้ากับสภาพอากาศภายในบ้านสักพักหนึ่งก่อน

4.
ข้อปฎิบัติเมื่อนำต้นไม้มาถึงบ้าน

1. อย่าให้น้ำทันทีที่ต้นไม้มาถึง
ควรนำต้นไม้ไปตั้งไว้ในที่ร่มเย็นสบาย อากาศถ่ายเทได้สะดวก
2.
ในระยะแรกควรให้น้ำแต่น้อย อย่าให้มากจนแฉะขัง
3.
เมื่อต้นไม้สามารถปรับตัวได้แล้วคือประมาณ 2-3 สัปดาห์
จึงนำไปวางไว้ในตำแหน่งที่ต้อง
4. ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
5.
อย่าพึ่งให้ปุ๋ยใด
ๆ แก่ต้นไม้เป็นอันขาด
6. อย่ากระทำการใด ๆ กับต้นไม้ที่ใบและดอกร่วง
นั้นคือผลจากการกระทบกระเทือนในขณะที่ขนต้นไม้มาบ้าน
7.
เมื่อต้นไม้ตั้งตัวได้ดีแล้ว คือประมาณ 30-50 วัน
จึงให้ต้นไม้ได้รับแสงแดดบ้างในช่วงเช้าที่แดดไม่ร้อนจัดจนเกินไป

5.
ข้อควรคำนึงในการตั้งกระถางไม้ประดับ

1.ไม่ควรตั้งกระถางไม้ประดับในที่ที่มีลมพัด
แรงๆหรือมีไอร้อนหรือไอเย็นพัดผ่านออกมาอยู่ตลอดเวลาเพราะไม้ประดับส่วนมาก
ไม่ชอบลมโกรกหรือ

   มีอุณหภูมิสูง
เนื่องจากจะมีการะเหยของน้ำออกมามากจนต้นไม้นั้นเหี่ยวเฉาตายได้
2.ต้อง
สังเกตหรือพิจารณาถึงแสงแดดหรือแสงสว่างเพราะไม้ประดับนั้นมีความต้องการแสง
ที่แตกต่างกันบางชนิดที่ต้องการแสงมากก็อาจตั้งไว้ใกล้กับ
   ประตู
หน้าต่างหรือในที่ที่แสงสว่างส่องมาได้มากแต่บางชนิดที่ต้องการแสงน้อยก็ไม่
ควรวางใกล้กับประตูหรือหน้าต่าง
3.ไม้ประดับที่มีกิ่งก้านเป็นพุ่มและ
ต้องการเนื้อที่มากใม่ควรนำมาตั้งประดับใกล้กับทางเดินหรือทางเข้าออกเพราะ
จะทำให้กีดขวางต่อการสัญจรไปมา
   
และอาจเป็นอันตรายต่อต้นไม้นั้นได้
4.
ไม่ควรนำสิ่งใดมาผูกมัดกับไม้ประดับในกระถาง
เพื่อตกแต่งประดับประดาสถานที่เป็นอันขาด
5.
การใช้ไม้ประดับเพื่อตกแต่งภายในอาคารนั้น
จำเป็นต้องมีไม้เพื่อสับเปลี่ยนไม่ควรใช้ไม้ประดับชุดเก่านานเกินไป
เพราะจะทำให้โทรมได้
6. กระถางไม้ประดับนั้นควรจะมีจานรองก้นกระถาง
เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลออกจากรูกระถาง
จนก่อให้เกิดความสกปรกเลอะเทอะ
7.ไม้ประดับที่ใช้ในอาคารนั้นควรมีความ
สูงไม่เกิน
6 ฟุต เพราะจะทำให้รก
นอกจากจะเป็นอาคารที่มีหลังคาสูง
8.ควรระวังอย่าให้ไม้ประดับในกระถางรก
เป็นอันขาดเพราะอาจเป็นที่ซุกซ่อนของสัตว์ร้ายเช่นงูหรือเป็นที่อยู่ของยุง
และไม่ควรใช้ยาปราบศัตรูพืช
   กับไม้ประดับับในอาคาร
9.
อย่าลืมว่าไม้ประดับที่อยู่ในกระถางนั้น
ก็เหมือนกับสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในกรง
นอกจากจะให้น้ำแล้ว ยังจะต้องไม่ลืมให้อาหารคือปุ๋ยอีกด้วย
10
การรดน้ำไม้ประดับที่อยู่ในอาคาร ควรรดแต่เฉพาะที่โคนต้น

6.
ข้อควรจำในการรดน้ำต้นไม้

1.
ควรรดน้ำต้นไม้ในตอนเช้าหรือตอนเย็นที่อากาศไม่ร้อน
2.
น้ำที่ใช้รดไม่ควรใช้น้ำร้อนหรือน้ำเย็นรด
3.
ต้นไม้ที่มีใบขนาดใหญ่ควรรดน้ำให้มาก เพราะพืชที่มีใบใหญ่จะมีการคราบน้ำมาก

เพราะฉนั้นจึงต้องการปริมาณน้ำมากเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไป
4.ต้นไม้ขนาด
เล็กที่ปลูกอยู่ในกระถางใบใหญ่อย่ารดน้ำให้มากตามขนาดของกระถางเพราะต้นไม้
ไม่สามารถที่จะรับได้หมดและถ้าหากระบายไม่ทัน
  
อาจทำให้เกิดอาการรากเน่าได้
5.
อย่ารดน้ำลงบนบริเวณดอกหรือใบในขณะที่แสงแดดร้อนจัด
6.
ในฤดูหนาวไม่จำเป็นต้องรดน้ำมาก รดแค่เดือนละสองครั้งก็พอ
7.
การรดน้ำแต่ละครั้งควรรดให้ชุ่มโชก
แต่อย่ารดนานเกินไป
8.ต้นไม้บางชนิดมีใบบอบางเกินกว่าที่จะทนการรดน้ำที่
แรงๆได้ควรยกกระถางไปแช่น้ำโดยให้ระดับน้ำเสมอกับระดับผิวดินแช่ไว้จนแน่ใจ
ว่าน้ำชึม
  
เข้าดีแล้วจึงยกกระถางขึ้นจากน้ำ
9.
อย่ารดน้ำให้ขังอยู่บริเวณส่วนยอดของต้นไม้
นอกจากต้นไม้จำพวกสับประรดสี ที่มึวามสามารถเก็บน้ำไว้ทรงบริเวณยอดได้

7.
การดูแลต้นไม้ในฤดูร้อน

ในฤดูร้อนนั้นอากาศมีอุณหภูมิสูงมาก
และพืชก็จะมีการคายน้ำสูงขึ้น ถึงแม้ว่าผู้ปลูกจะให้น้ำมากเพียงใดก็ตาม
รากของพืชก็ไม่สามารถทำจะดูดน้ำได้ทันกับอัตราการคายน้ำของพืชในหน้าร้อนที่
มีอุณหภูมิสูงมาก

เราจะสังเกตเห็นใบของไม้ประดับที่เคยสวยงามของเราหมองและไม่สดชื่นมีชีวิตชี
ว่าเอาเสียเลย
แต่เหตุการณ์แบบนี้เราสามารถแก้ไขได้โดยการเพิ่มความชื้นในอากาศ
ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้คือ

1.
หมั่นฉีดพ่นน้ำให้กับต้นไม้อย่างสม่ำเสมอเป็นการเพิ่มความชื้นในอากาศ
เพื่อให้ต้นไม้คงความสดชื่นไว้ได้
2. นำถาดใส่น้ำมาวางไว้ใกล้ ๆ
กับต้นไม้หรือวางไว้ใต้กระถางโดยมีก้อนหินหรือภาชนะคว่ำรองก้นกระถางไว้ไม่
ให้น้ำท่วมถึงก้นกระถาง
    เพื่อให้น้ำระเหยเป็นไอขึ้นมาลอยอยู่รอบ

ต้นไม้
3.นำพืชหลายชนิดมาวางรวมกันอยู่ในภาชนะที่มีขนาดใหญ่เป็นกลุ่มๆ
เพื่อให้ไอน้ำที่เกิดจากการคายน้ำและไอน้ำจากดินในกระถางของพืชแต่ละต้น
   

ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของกันและกันไว้
ในการเลือกเอาต้นไม้มารวมกันนี้ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่พืชต้องการนั้น
จะต้องใกล้เคียงกันมากที่สุด
4.ในช่วงที่อากาศร้อนจัดของฤดูร้อนอาจช่วย
ให้ต้นไม้รอดตายได้ด้วยการยกกระถางต้นไม้มาฝังดินไว้ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่
รอจนกระทั่งฤดูร้อน
   
ผ่าน
ไปจึงค่อยยกกระถางกลับเข้ามาไว้ในบ้านเดิม

วิธีการฝังกระถางนั้นจะ
ไม่ฝังจนกระทั่งจมหมด
แต่จะเหลือส่วนที่เป็นคอของกระถางไว้ให้อยู่เหนือดิน






 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2553 14:38:46 น.
Counter : 313 Pageviews.  

การจัดวางต้นไม้ภายในอาคาร

http://www.maithip.com/imagesshow/lady_80.jpg


    สำหรับอาคารสำนักงาน ธุรกิจสปา
ที่ต้องการพรรณไม้ที่ให้ความสวยงามอยู่ตลอดเวลา
ไม้ที่ต้องการดูแลรักษาใบเป็นพิเศษ ต้นไม้สำหรับประดับในออฟฟิศ ในห้องทำงาน
ห้องประชุม ไม้ทิพย์ดอทคอมมีบริการนี้สำหรับคุณโดยเฉพาะ
ด้วยวัสดุปลูกที่สามารถอุ้มน้ำไว้ได้นานและประกอบด้วยธาตุอาหารที่จำเป็น
สำหรับต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ของเราไม่เหี่ยวเฉาง่าย แต่จะแข็งแรงทนทาน
และเป็นต้นไม้ที่คัดเลือกสำหรับสถานที่ที่ต้องการแสงน้อย




 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2553 14:35:30 น.
Counter : 208 Pageviews.  

การจัดวางต้นไม้ภายในบ้าน,

http://www.maithip.com/images/houseplant.jpg
 เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าฝุ่นละอองและควันพิษต่างๆ
ที่ปกคลุมอยู่ภายในชั้นบรรยากาศนั้นมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของมนุษย์
มหานครใหญ่ๆ ที่แออัดไปด้วยรถยนต์ที่ปล่อยควันเสียออกมาจากท่อไอเสีย
โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยควันและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
เราคงจะเคยสังเกตุกลิ่นสีที่ทาใหม่ๆ กลิ่นฟอร์นิเจอร์ใหม่ พรม
กลิ่นเหล่านี้มีการละเหยออกมาปะปนในอากาศ เมื่อนำมาวางไว้ในตัวบ้าน
ในห้องนอน
ซึ่งโดยมาเราจะปิดหน้าต่างประตูเพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละออกหรือควันจากภาย
นอกเข้ามาข้างในห้อง แต่หารู้ไม่ว่าภายในห้อง หรือตัวบ้าน
กลับไม่ได้รับการถ่ายเทของอากาศ
หรือสารบางอย่างที่ละเหยออกมาจากเครื่องฟอร์นิเจอร์ สารเคลือบเนื้อไม้ สี
ที่อยู่ภายใจตัวบ้าน.



    เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้ผลดีที่สุดก็คือ
การนำต้นไม้มาปลูกไว้ในตัวบ้าน ในห้องที่ปิดหรือไม่ค่อยมีอากาศถ่ายเท
เราคงทราบดีอยู่แล้วว่าต้นไม้เปรียบเสมือนปอดของโลกที่คอยฟอกอากาศ ให้กับมนุษย์
จากงานวิจัยต่างๆ
ของต่างประเทศทำให้มีการตื่นตัวในการนำเอาต้นไม้มาปลูกในบ้าน (houseplant)
้เพื่อช่วยกำจัดสารพิษต่างๆ ภายในอากาศ ซึ่งต้นไม้แต่ละ
ต้นแต่ละพันธุ์ก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป ในการกำจัดสารพิษชนิดต่างๆ



     นอกจากต้นไม้จะช่วยกำจัดสารพิษและคอยฟอกอากาศให้เราโดยตรงแล้ว
ต้นไม้ยังมีพลังที่ช่วยบำบัดโรคภัยไข้เจ็บให้มนุษย์อีกด้วย
เพราะว่าต้นไม้บางชนิดสามารถปล่อยอ๊อกซิเจน ที่บริสุทธิ์ออกมาให้กับมนุษย์
ได้ในปริมาณที่มาก
เกิดเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์เมื่อมนุษย์หายใจด้วยอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไป
มากๆ ก็เกิดเป็นพลังที่จะสามารถไปต่อสู้กับความเจ็บป่วยเหล่านั้นได้
ข้อเท็จจริงนี้มีการพิสูจน์มาในต่างประเทศมากมาย



     ธรรมชาติได้สร้างพันธุ์ไม้ไว้มากมาย หลากหลาย
ทั้งชนิดที่มีใบสวยงาม มีดอกสีสันสดสวย มีรูปทรงที่งดงาม
ซึ่งเป็นความจริงที่เราเห็นได้เมื่อเรามองต้นไม้ที่มีดอกสวยงาม
หรือมีใบสวยงาม จิตใจเราก็จะเกิดความรู้สึกมีความสุข ซึ่งความรู้สึกนี้เอง
เป็นเสมือนธรรมชาติบำบัดชนิดหนึ่ง โดยที่เราไม่รู้ตัว
แต่น้อยคนนักที่จะนำเอาต้นไม้ไปวางไว้ในบ้าน หรือในห้องนอน
เพราะด้วยความเชื่อผิดๆ ที่ว่าเมื่อนำต้นไม้ไปวางไว้ในห้องนอนแล้ว
ในตอนกลางคืนต้นไม้เหล่านั้นจะแย่งอากาศเราหายใจ...ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย
ปริมาณอ๊อกซิเจนในอากาศที่ต้นไม้ดูเข้าไปไม่มากพอที่จะทำให้มนุษย์ขาดอากาศ
เพราะแย่งอากาศกับต้นไม้ ซึ่งความจริงแล้วต้นไม้บางชนิดจะปล่อยอ๊อกซิ
เจนออกมาในตอนกลางคืน
เช่นต้นไม้ตระกูล Sansevieria.
หรือต้นลิ้นมังกรของเรานั่นเอง.






 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2553 14:32:58 น.
Counter : 127 Pageviews.  

การดูแลรักษาเส้นผมเบื้องต้น

   เส้นผมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
ถือเป็นมงกุฎวัฒนะประจำศีรษะที่ธรรมชาติให้มาตั้งแต่แรกเกิด
เส้นผมจะอยู่กับเราหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดูแลและรักษาของเจ้าของเส้นผมเอง 
อย่าให้เกิดปัญหาก่อนแล้วค่อยแก้ไข  ผมร่วง  ผมบาง  รวมไปถึงศีรษะล้าน
สามารถสกัดกั้นปัญหาเหล่านี้ได้
ถึงแม้บางท่านจะได้รับปัญหามาจากพันธุกรรมของบรรพบุรุษก็ตาม 
ถ้ารู้ตัวหรือตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดปัญหาผมบางหรือศีรษะล้านเหมือน
บรรพบุรุษในอนาคตได้ สิ่งแรกที่ควรลงมือกระทำคือ
การใส่ใจดูแลเส้นผมในเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่ปัญหาจะเกิด
ซึ่งเป็นการป้องกันไว้ล่วงหน้าสำหรับผู้ที่ไม่ประมาท
เส้นผมเป็นเซลล์ประเภทโปรตีนโดยก่อตัวขึ้นมาจากใต้ชั้นของผิวหนังศีรษะ
สูญเสียได้โดยง่ายเมื่อกระทบกับสิ่งแปลกปลอม
ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยจากภายในร่างกายหรือปัจจัยจากภายนอก
สิ่งของเครื่องใช้และสิ่งแวดล้อมรอบกาย ล้วนมีผลทั้งสิ้น
เส้นผมหลุดร่วงง่าย แต่เกิดใหม่ยาก

     
การดูแลรักษาเส้นผมเบื้องต้นที่ทุกคนสามารถทำได้ทันที .-
    
 1 )
หมั่นสำรวจอัตราการร่วงของเส้นผมเป็นประจำ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
และสังเกตการเปลี่ยนแปลง
 2 ) พฤติกรรมต่างๆ เช่น
       2.1 
วิธีการสระผม ต้องถูกวิธี  ไม่ขยี้  ไม่รุนแรง ไม่เกาแรงๆ
       2.2  
วิธีการเช็ดผม ห้ามขยี้ผ้ากับเส้นผม เพราะจะทำให้ผมร่วงง่ายขึ้นกว่าปกติ
      
2.3   การนวดหนังศีรษะ
ซึ่งส่วนมากจะผิดวิธีหรือปฏิบัติไม่ถูกต้อง มีผลทำให้เส้นผมร่วงมากขึ้น
ไม่ควรขยี้หรือขยำที่รุนแรง 
แรงกดและแรงเสียดทานจากมือจะทำให้เส้นผมที่อ่อนแอและเส้นผมอ่อนที่กำลังงอก
ใหม่หลุดร่วงได้ 
ผมใหม่ก็จะงอกขึ้นไม่ได้สักทีในขณะที่ผมเก่าก็หลุดร่วงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทำให้เกิดการไม่สมดุลกันระหว่างงอกใหม่กับส่วนที่ร่วงไป
จึงมีผลทำให้ผมบางลงเรื่อยๆอย่างที่เห็น (
ดูการนวดที่ถูกต้องจากบทความด้านล่างของเว็บไซต์นี้ )
การนวดหนังศีรษะมีทั้งผลดีและผลเสียในเวลาเดียวกัน
ในกรณีผู้ที่ไม่มีปัญหาผมร่วงหรือผมบาง จะเป็นผลดี
แต่ถ้ากรณีผู้ที่มีปัญหาผมร่วงและผมบางอยู่แล้ว จะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น
ข้อดีของการนวดหนังศีรษะก็คือช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดี
แต่ผลเสียก็คือผมจะร่วงมากขึ้นกว่าปกติ ผมที่อ่อนแอก็จะพลอยร่วงเร็วขึ้น
ในขณะที่ผมที่กำลังงอกใหม่ ซึ่งยังไม่แข็งแรง เมื่อมือไปนวดสดุดเข้า
ก็จะร่วงตามไปด้วย
ทำให้ผมที่งอกขึ้นมาใหม่ไม่เจริญเติบโตเป็นเส้นใหญ่ตามธรรมชาติของมัน
ผลที่ตามมาก็คือทำให้ปริมาณเส้นผมลดลงอย่างต่อเนื่อง
ทำให้เกิดปัญหาผมบางติดตามมาในภายหลัง
       2.4   การ คุ้ย แคะ  แกะ 
เกา บนหนังศีรษะ ซึ่งบางท่านทำเป็นประจำต้องเลิกทันที
เพราะจะกระทบกับปริมาณเส้นผมได้
โดยเฉพาะการเกาหนังศีรษะที่แรงๆเวลามีอาการคันศีรษะ
ซึ่งจะมีผลกับการหลุดร่วงง่ายของเส้นผมอย่างแน่นอน
บางครั้งอาจถึงขั้นผิวหนังศีรษะติดเชื้อได้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเกา
ควรใช้หวีปลายห่างค่อยๆหวีบริเวณที่คันเพื่อบรรเทาอากรคันดังกล่าว
  3 )
หมั่นทำความสะอาดเส้นผมและผิวหนังศีรษะอย่างสม่ำเสมอ 
เพราะบนหนังหนังศีรษะของเราซึ่งมีเส้นผมปกคลุมอยู่เป็นแหล่งย่อยสลายสิ่ง
สกปรกของแบคทีเรียในบรรยากาศ (
ของเสียที่ร่างการขับออกมาทางรูขุมขนบนผิวหนังศีรษะ ) 
การทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะอย่างน้อยที่สุด 2 วัน/ครั้ง
สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาเรื่องเส้นผมและหนังศีรษะมัน 
แต่สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมมันหรือหนังศีรษะมันถึงมันมาก
รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเส้นผม ควรทำความสะอาดในทุกๆวัน
ทั้งนี้เพื่อขจัดสิ่งสกปรกเน่าเสียต่างๆบนผิวหนังศีรษะและเส้นผมไม่ให้
หมักหมม ซึ่งจะสร้างปัญหาให้กับเส้นผมได้ทุกเมื่อ 
เป็นการเข้าใจผิดอย่างมากสำหรับเรื่องการทำความสะอาดหนังศีรษะและเส้นผมบ่อย
( สระผมบ่อย ) จะทำให้ผมร่วงมากขึ้น 
ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่คลาดเคลื่อนมาตั้งแต่อดีตปากต่อปากต่อเนื่องกันมา 

ในทางตรงกันข้ามการไม่ค่อยได้ทำความสะอาดหนังศีรษะและเส้นผมนานๆต่อเนื่อง
กันหลายวันนั่นแหละจะทำให้ผมร่วงและผมเน่าเสียได้ง่ายขึ้น
  4 )
การใช้แชมพู ควรเลือกใช้แชมพูให้เหมาะสมกับตัวเอง
ควรเน้นไปที่แชมพูที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรงจนเกินไป ( แชมพูอ่อน )
ซึ่งค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (  pH  )อยู่ที่ประมาณ  6.5 - 7.5
  5 )
การใช้สารเคมีต่างๆ เช่น การโกรกผม  เจล  ควรระมัดระวัง
หรือควรหลีกเลี่ยงถ้าทำได้


การบำรุงเส้นผม
เน้นอาหารที่มีไขมันต่ำ พืชผลไม้ประเภท กล้วย ฟักทอง งาดำ สาหร่ายทะเล
และอาหารที่มีสารไอติน เบต้าแคโรทีน ซิงค์ เป็นต้น
ซึ่งมีอยู่ในอาหารหลายชนิด เพื่อให้รากผมแข็งแรง





 

Create Date : 29 มิถุนายน 2553    
Last Update : 29 มิถุนายน 2553 16:03:31 น.
Counter : 109 Pageviews.  

ระกำแสด

http://www.thaipalmtree.com/image//phoenicophorium_borsigianum.jpg

Phoenicophorium > ระกำแสด


















































































































ลักษณะประจำพันธุ์  
Distribution & Habitat : หมู่เกาะเซเชลส์
Scientific name : Phoenicophorium borsigianum
Synonyms : -
Common name : ระกำแสด
ใบ : ใบรูปหางปลาปลายใบหยักคล้ายฟัน
เลื่อย สีเขียว ทางใบสีส้มยาวประมาณ 2-2.5 เมตร
เพศ : มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่
แยกกัน แต่ดอกทั้งสองชนิดอยู่ในช่อดอกเดียวกัน (Monoecious)
ดอก : -
ผล : ผล ขนาดประมาณ 1-1.2 เซนติเมตร
สีเหลือง เมื่อแก่มีสีแดง
ความสูง : 15 เมตร
ลักษณะทั่วไป : เป็นปาล์มลำต้นเดี่ยว ไม่แตกกอ
ลำต้นกลมสีน้ำตาล สูงได้ถึง 15 เมตร
เมื่อต้นเล็กมีหนามยาวแหลมสีดำรอบต้นและบริเวณทางใบ เมื่อโตไม่มีหนาม
การเจริญเติบโต : ปานกลาง
แสงสว่าง : เมื่อต้นเล็กชอบร่มรำไร
เมื่อโตสามารถอยู่กลางแจ้งได้
อุณหภูมิต่ำสุด : -
ดิน : ชุ่มชื้น ระบายน้ำดี
การขยายพันธุ์ : เพาะเมล็ด





 

Create Date : 29 มิถุนายน 2553    
Last Update : 29 มิถุนายน 2553 15:00:25 น.
Counter : 175 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  

WishRich
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มาเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองไปพร้อม ๆ กัน เพื่อความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงานครับ
Friends' blogs
[Add WishRich's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.