ทวิภพ - หนังนอกสายตาแต่สะเทือนถึงใจ
ทวิภพ







เรื่องย่อ


มณีจันทร์ หรือ เมณี่ นางเอกของเรื่องเป็นบุตรีของ เอกอัครราชทูตไทย ที่บิดา มารดาต้องไปอยู่ต่างบ้าน ต่างเมือง ตัว "เมณี่" เองได้ซื้อกระจกบานหนึ่งมา และต่อมาได้พบว่า กระจกบานนั้น สามารถพาเธอย้อนกลับอดีตไปในยุคของ รัชกาลที่ 5 ได้ และได้โผล่ไปที่เรือนของ " คุณหลวง อัครเทพวรากร" ข้าหลวงประจำกรมเจ้าท่า ทำให้บ่อยครั้งที่ตัว "เมณี่" หายไปจากบ้านอย่างไร้ร่องรอย เป็นเหตุให้เพื่อนสนิท อันมี กุลวรางค์ , ไรซ์ (ตรอง) , ไรวัติ (หนุ่มที่มาติดพัน) ต้องเดือดร้อนตามหาตัวกัน


ในขณะเดียวกัน เมื่อ "เมณี่" หรือ มณีจันทร์ ได้ทำความคุ้นเคยกับ คุณหลวงอัครเทพวรากร และ คุณหญิงแสร์ มารดาของคุณหลวงแล้ว จึงได้รู้ว่าที่กระจกนำตนกลับมาในอดีตนั้น นอกเหนือจากที่จะมาพบกับเนื้อคู่ ที่แท้จริงในอดีตแล้ว ยังต้องมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ของประเทศสยาม ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงคับขัน ที่ทางประเทศ "ฝรั่งเศส" กับ ประเทศ "อังกฤษ" ที่อยู่ในยุคล่าเมืองขึ้น กำลังจะเอาประเทศสยามเป็นแดนกันชน และลงท้ายจะแบ่งแยกประเทศออกโดยเอาแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นแดนปักปันเขต


มณีจันทร์ หรือ เมณี่ จึงต้องใช้ภูมิความรู้ทางด้านภาษา ช่วย "คุณหลวงอัครเทพวรากร" และ "เจ้าคุณวิศาลคดี" แก้เกมของประเทศนักล่าเมืองขึ้นทั้งสอง ในขณะเดียวกันเธอ ก็เริ่มผูกพัน กับอดีตภพ และความรักที่มีต่อคุณหลวง อัครเทพวรากร มากขึ้นเรื่อยๆ


บทประพันธ์ชิ้นนี้ คุณทมยันตี ได้ใส่รายละเอียดของความเป็นอยู่ของบุคคลในสมัยเก่าได้อย่างแนบเนียนยิ่ง เป็นนวนิยายรัก ที่ แฝงไปด้วยเรื่องของประวัติศาสตร์บ้านเมือง และเกร็ดความรู้ ทางด้านความเป็นอยู่ของบุคคลสมัยนั้นเป็นอย่างดี ถึงแม้เยาวชน หรือ วัยรุ่นอ่านก็เหมาะสม เพราะไม่ได้มีความรักที่เป็นเรื่องราวของทาง "เพศ" แต่เป็นเรื่องราวความรักที่มีความผูกพันข้ามชาติที่ดูลึกซึ้ง


จากเวบ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%9E



ความเห็นส่วนตัว



ไม่รู้ว่าคิดบ้าอย่างไรถึงได้ไปซื้อนิยายเรื่องนี้มาอ่าน ทำให้เกิดอาการคลั่งคุณหลวงอัครเทพวรากรถึงขนาดไปนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านพระอาทิตย์ และอ่านหนังสือเรื่องนี้ไปส่องบ้านคุณหลวงไป 555+ จบเรื่องคลั่งแล้วจึงลองไปควานหาหนังเรื่องนี้มาดู


ตอนแรกพยายามทำใจแต่แรกแล้วว่าหนังสือและหนังต้องไม่เหมือนกันแน่ๆ เพราะในหนังนั้น “เมณี่” นั้นข้ามไปช่วงปลาย ร.4 ซึ่งน่าจะไกลกว่าในหนังสือ แต่สองสิ่งที่ทำให้มีความรู้สึกสะเทือนใจได้พอๆกัน


ทั้งหนังและหนังสือเรื่องนี้ต่างให้ข้อคิดได้ดีจริงๆ โดยเฉพาะหากมองแต่ตัวหนัง การเสียดสีสังคมและคนในยุคนี้ช่างแทงใจเหลือเกิน อย่างตอนที่เมณี่พูดกับคุณหลวงถึงการบ้าตามหลังตามก้นฝรั่ง หรือกระทั่งประเทศอื่นๆที่ไม่ใช่ไทยของเราเอง เรารับวัฒนธรรมของต่างชาติจนลืมความเป็นเรา นั่นทำให้พอมามองย้อนแล้วสะเทือนและสะท้อนใจ


หรือจะเป็นตอนที่คุณหลวงอัครเทพวรากรบอกว่าอาวุธที่ร้ายแรงของชาวสยามก็คือความรู้ และพาเมณี่ไปดูชั้นหนังสือที่พระเจ้าอยู่หัวสมัยนั้นทรงเก็บไว้เพื่อลูกหลานไทยจะได้ฉลาด นั่นทำให้เรายิ่งรู้สึกสะท้อนใจ


หากที่ฮาสำหรับเห็นจะเป็นตอนที่คุณหลวงอัครเทพวรากรบอกว่าคนไทยไม่กลัวฝรั่งหรอก...หากคุณหลวงได้มาเกิดสมัยนี้ คุณหลวงจะพบว่าคนไทยกลัวกันเอง เราทำลายกันเองต่างหาก หึหึ


ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกรักชาติมากขึ้น ไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยกลายเป็นคนลืมง่ายได้ขนาดนี้


อย่างทั้งในหนังและหนังสือบอก...กว่าเราจะก้าวข้ามผ่านความขมขื่นมาไม่ใช่เรื่องง่าย คนสมัยโน้นเค้าพยายามทำอย่างดีที่สุด เพื่อรักษาไทยให้เป็นไทย...ให้สยามยังอยู่ยั้ง ยืนยง หากไม่เคยเข้าใจเลยว่าคนไทยสมัยนี้ ไยไม่คิดเช่นนั้น


ทำไมถึงคิดบ่อนทำลายประเทศชาติของตนเองได้ลงคอในขณะนี้...


ลองมองย้อนกลับไปสักนิดว่า บรรบุรุษของเราต้องขมขื่นกันแค่ไหน กว่าจะทำให้เรามีวันนี้


แต่ทำไมคนในวันนึ้ถึงได้ทำลายปัจจุบัน...แล้วเราจะมองเห็นอนาคตกันได้อย่างไร?


สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้ถ้าไม่ได้ตั้งใจดูดีๆ คงบอกว่าไม่สนุก หากบ้าหนังสือมากๆคงทนดูไม่จบ


แต่อยากให้ตั้งใจดูดีๆ ให้ซึมซับ “ความเป็นไทย...ความอยู่รอดของไทย” มากกว่า


อยากให้ดูเพื่อเตือนใจตัวเองเอาไว้ว่า “หยุดทำร้ายกันเองเสียที...เราไม่ได้รอดจากการล่าอาณานิคมเมื่อร้อยกว่าปีก่อนเพื่อมาให้มันล่มจมในรุ่นของเราเอง”






Create Date : 13 มิถุนายน 2553
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 16:42:32 น.
Counter : 974 Pageviews.

6 comment

การิ๋งกิ๋งกิ๋ง
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีต้อนรับเข้าสู่บ้านหลังน้อยของธีรตี - พิรฏาค่ะ ^^
ผ่านไปผ่านมาแวะทักทายกันได้นะคะ



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537
ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม
New Comments
Group Blog