A life in the day.
Group Blog
 
All blogs
 

I ASK FOR THE RIGHT TO DIE

"I ASK FOR THE RIGHT TO DIE" หรือ "Je vous demande le droit de mourir" หรือในชื่อภาษาไทยที่ว่า"ผมขอใช้สิทธิ์ที่จะตาย" หนังสือเล่มนี้มีชื่อหลายภาษาเนื่องจากว่ามันได้ถูกตีพิมพ์ให้คนที่ต่างชาติต่างภาษาได้รับรู้ถึงความทุกข์ทรมานของคน ๆ หนึ่งและความรักของแม่ที่ยอมทำผิดเพื่อที่ลูกจะไม่ต้องทรมานอีกต่อไป

ข้อมูลทางบรรณานุกรมหอสมุดแห่งชาติ
เอิงแบรต์, แวงซองต์.
ผมขอใช้สิทธิ์ที่จะตาย.-กรุงเทพฯ, โพเอม่า บุคส์, 2547.
156 หน้า
1. เรื่องแปลร่วมสมัย I. วาสนา สุนทรปุระ, ผู้แปล. II.ชื่อเรื่อง
ISBN : 974-91902-1-1

ในนามแห่งเสรีภาพในการเลือก
ในนามแห่งศักดิ์ศรีของมนุษย์
ในนามแห่งเสรีภาพส่วนบุคคล
จงยอมรับความสมัครใจส่วนบุคคล
การสนับสนุนการจบชีวิตคนไข้ ก็คือการสนับสนุนชีวิต

เขาตัดสินใจเขียนคำร้องต่อประธานาธิบดีชาร์ค ชีรัก เพื่อให้ท่านช่วยให้เขาได้ตายสมใจ "ท่านประธานาธิบดี ชีรัก ผมขอสิทธิ์ที่จะตาย..."
ชายวัย 22 ปี(2003) ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ทำให้เขาโคม่าอยู่ 9 เดือน และต้องอยู่ในภาวะผักคือไม่สามารถมองเห็น พูด หรือแม้แต่จะเคลื่อนไหว เพียงสิ่งเดียวที่ชี้ว่าเขายังเป็น"คน"อยู่ก็คือนิ้วหัวแม่มือ เพียงนิ้วเดียวที่เขาควบคุมให้มันถ่ายทอดความทุกข์ทรมานตลอดเวลาสามปีของเขาออกมาได้ เขาทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้สิ่งทีเขาต้องการเพียงสิ่งเดียว คือ สิทธิ์ที่จะตาย แต่สิ่งนี้มันไม่ได้เพียงแค่เขาเท่านั้นทีตัดสินใจได้...มันยิ่งใหญ่ และตลอดเวลาของการรอคอยความหวังที่จะได้สิทธิ์นั้นก็ดูจะเลือนลางลงทุกที แต่ ณ ตอนนี้ เขาได้สิทธิ์นั้นไปแล้ว ไม่ใช่จากประธานาธิบดี จากศาล หรือจากใครที่ไหน แต่เป็นจากผู้ให้กำเนิดเขา ที่ไม่สามารถทนเห็นลูกมีความทุกข์ทรมานได้อีกต่อไป...26 กันยายน 2546 คือวันที่ผู้เป็นแม่ทำให้ลูกของเขามีความสุขเป็นครั้งสุดท้าย แต่เป็นสุขที่นิรันดร์....

เรื่องนี้ทำให้เราเสียน้ำตาได้เลย ที่ต้องอ่านความทุกข์ทรมาน ความกดดัน ความคับแค้น ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครบอกได้ว่าการตัดสินใจนี้ผิดหรือถูก เพราะเราไม่สามารถมองเพียงด้านเดียว กฎหมาย หรือ ความต้องการของผู้ป่วยหลังจากนั้นเมื่อเราได้เรียนวิชาหนึ่งเราก็ได้รู้ว่าการตัดสินใจแบบนี้มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก ๆ ไม่มีขาวหรือดำ ไม่มีถูกหรือผิด มันอยู่ที่คุณมองจากมุมไหน หลักที่ได้เรียนมาที่ว่า Autonomy Beneficence Non-maleficence และ Justice จะช่วยให้การตัดสินใจมีเหตุผลมากขึ้น

ถ้าเป็นคุณบ้างล่ะ คุณจะตัดสินใจเช่นไร ลองหามาอ่านกันดูนะ

ปล.แอบเพิ่มคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง(ไม่มากเท่าไร)
Euthanasia(from Greek: ευθανασία -ευ, eu, "good", θάνατος, thanatos, death) is the practice of terminating the life of a person or animal in a presumably painless or minimally painful way, usually by lethal injection.




 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2550 22:10:27 น.
Counter : 278 Pageviews.  

คำมั่นสัญญา

ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อนหนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกของทมยันตีที่เราได้อ่าน และเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่อ่านหนังสือแล้วร้องไห้



ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
ทมยันตี
คำมั่นสัญญา.--กรุงเทพฯ : ณ บ้านวรรณกรรม กรุ๊ป ,2544
407 หน้า
1. นวนิยาย. I.ทมยันตี,ผู้แต่ง. II. ชื่อเรื่อง
895.913
ISBN 974-7229-40-4

คำมั่น-สัญญาพี่รินจะจำรสน้ำตานี้ไว้ อย่าร้องไห้พี่สัญญา...ไม่ว่าพี่อยู่ที่ไหน พี่จะคิดถึงน้องดา...คนเดียว

จ้องมอง แต่มิอาจเห็น นี่เรียกว่าไร้รูป
สดับฟัง แต่มิอาจได้ยิน นี่เรียกว่าไร้เสียง
ไขว่คว้า แต่มิอาจจับต้อง นี่เรียกว่าไร้ตัวตน

บทประพันธ์นี้ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2528 และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และละครหลายครั้ง มีดารามารับบทเป็น ชลันดา-สาริน เพื่อสร้างความสุข ความประทับใจให้กับผู้ชมมาหลายยุคหลายสมัย แต่ก็คงไม่มีใครปฏิเสธว่าชลันดา-สาริน ในหน้ากระดาษก็มีเสน่ห์ให้ติดตามได้ เรื่องราวของเด็กชายผู้ซึ่งเป็นลูกจ่าที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตของท่านผู้ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและอดีตผู้บังคับบัญชาของคุณจ่า วันหนึ่งเด็กชายได้มีโอกาสช่วยชีวิตเด็กหญิงชลันดา ทำให้เขาเหมาเอาว่าชีวิตของเด็กหญิงเป็นของเขาตั้งแต่นั้นมา กาลเวลาผ่านไปเมือเด็กชายหญิงเติบโตขึ้นความผูกพันของทั้งคู่ก็เติบโตด้วย แต่ด้วยความต่างทำให้ทั้งสองต้องห่างกัน แต่เพียงกายเท่านั้นที่ต้องห่าง ส่วนใจนั้นแล้วหาได้ห่างไม่
อยากจะบอกถึงคนที่ได้อ่าน"blog" นี้ว่า ถ้าอยากจะอ่านนิยายรักที่มีแนวคิดดี ๆ แสดงถึงรักแบบเสียสละ(Love to give,but not take) เล่มนี้เป็นเล่มหนึ่งที่คุณจะไม่ผิดหวังและอาจมีของแถมเป็นหยดน้ำตาที่คุณร้องไห้ออกมาเพื่อรักของคนทั้งคู่ (เริ่มน้ำเน่าแล้ว)




 

Create Date : 23 เมษายน 2550    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2550 22:24:58 น.
Counter : 156 Pageviews.  

เลือดขัตติยา

หลวมตัวอ่านหนังสือของคนที่ตัวเองตั้งใจว่าจะไม่อ่าน เพราะเขาเขียนได้เศร้าจริง ๆ อ่านกี่เรื่อง ๆ ก็ร้องไห้ตลอด อีกเล่มหนึ่งแล้ว เรื่องนี้ตอนแรกคิดว่าต้องเสียน้ำตาอีกแน่ ๆ แต่ที่ไหนได้ไม่ถึงกับร้องแต่ก็เล่นเอาน้ำตาคลอ

ข้อมูลทางบรรณานุกรมของของหอสมุดแห่งชาติ
ลักษณวดี
เลือดขัตติยา กรุงเทพฯ : ณ บ้านวรรณกรรม กรุ๊ป, 2546
848 หน้า
1.นวนิยาย I.ลักษณวดี,ผู้แต่ง II. ชื่อเรื่อง.
ISBN 974-446-286-8


กฎของธรรมชาติเป็นอย่างนั้น ถ้าเมื่อไหร่มีดาราย่อมไม่มีอโณทัย
เลือดขัตติยา เป็นอีกหนึ่งผลงานของลักษณวดีที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์แล้ว(เสียดายไม่ได้ดู) และมีคนกล่าวถึงมากในขณะนั้น ผลงานชิ้นนี้ของลักษณวดีเริ่มจากคำพูดของเด็กชายคนหนึ่งที่ว่าถ้าเขาเป็นทหารจะให้ดาราเป็นราชินี เมื่อเติบใหญ่ขึ้นเขาก็ทำจริงอย่างที่พูด ถึงแม้ว่าเขาต้องลืมเรื่องของหัวใจตนเองและต้องใช้หัวของเขาเป็นเครื่องค้ำจุนราชบัลลังก์ก็ตาม
คิดว่าหลาย ๆ คนคงจะเคยดูละครเรื่องนี้หรืออาจจะเคยอ่านนวนิยายเรื่องนี้กันแล้ว เราชอบเรื่องนี้เพราะบทบาทของตัวละครทำให้เลือดรักชาติในกายเราเพิ่มขึ้นอย่างมากและบทสนทนาของตัวละครในเรื่องก็ถูกใจเรามาก ๆ อ่านแล้วเหมือนได้เข้าใจวิธีการคิดแบบนักการเมืองจริง ๆ (ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด) ด้วยเหตุนี้เราจึงหยิบเอาบางส่วนบางตอนที่เราชอบมาไว้บน blog นี้ ลองอ่านกันดูนะ

"คนทุกคน ไม่ว่าจะมีชาติกำเนิดอย่างไร ต่างมีหน้าที่ด้วยกันทั้งนั้นเพคะ และสิ่งเดียวที่จะวัดว่าคนคนนั้นมีค่าปานใด ก็คือสิ่งที่เขาแสดงออกมาว่า เขาทำหน้าที่ของเขาสมบูรณ์เพียงไหน คนเราส่วนมากไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ เป็นอยู่ ความทะเยอทะยานไขว่คว้าหาสิ่งอื่น เป็นธรรมชาติของมนุษย์"

"ไม่มีใครทูลตอบได้หรอกพระเจ้าค่ะ ว่าเขาฝันไว้ถึงไหน เพราะในความฝันทุกอย่างเป็นจริงได้เสมอ แต่ในความจริงสิ่งที่เราฝันมันไม่มีทางเป็นไปได้"

"ถ้าเมื่อใดกระหม่อมทำหน้าที่ของตนเอง กระหม่อมก็จำต้องลืมเรื่องราวของหัวใจให้สิ้น และถ้าเมื่อใดกระหม่อมทำตามหัวใจ หน้าที่ก็ไม่มีความหมาย"

"หัวใจผู้หญิงไม่ใหญ่กว่าสมองหรอกพระเจ้าค่ะ แต่ที่เรากลัวกันคือ ผู้หญิงที่มีสิ่งบรรจุอยู่ในหัวใจมากกว่าบรรจุอยู่ในสมอง"

ลองอ่านกันดูนะ คิดว่าน่าจะชอบและน่าจะทำให้เลือดรักชาติของทุกคนร้อนแรงขึ้นเหมือนเรา






 

Create Date : 19 เมษายน 2550    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2550 0:19:01 น.
Counter : 322 Pageviews.  

ปริศนา

ออกตัวก่อนเลยว่าไม่ใช่หนอนหนังสือ อ่านหนังสือเพราะหน้าที่บ้าง หรือเพราะเบื่อสิ่งรอบ ๆ ตัว เวลาที่อ่านหนังสือจะรู้สึกว่าตัวเองได้เข้าไปอยู่ในโลกของเราเอง ทิ้งปัญหาทุกอย่างไว้หลังปกหนังสือ...ไปกันใหญ่แล้ว เข้าเรื่องดีกว่า....

ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ
ว. ณ ประมวญมารค
ปริศนา.--กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์พับลิเคชันส์, ๒๕๔๘.
๘๕๖หน้า.
๑.นวนิยายไทย. I. ว. ณ ประมวญมารค. ผู้แต่ง. II. ชื่อเรื่อง.
๘๙๕.๙๑๓
ISBN 974-9906-03-9



เล่มนี้อ่านจบสด ๆ ร้อน ๆ เลย ตอนแรกตั้งใจจะไปยืมหนังสือเล่มหนึ่ง แต่ไปแล้วสองวันก็ยังหาหนังสือเล่มนั้นไม่เจอ (ไม่รู้ใครเอาไปซ่อน ฮึฮึ) ก็เลยเดินวุ่นในห้องสมุดจนไปเจอเล่มนี้เข้า เอ๊าหยิบมาอ่านรอเวลาเผื่อจะมีใครเอาเล่มนั้นมาคืน หน้าแรก หน้าสอง หน้าสาม.... เฮ้ยสนุกนี่ สุดท้ายเลยหยิบติดมือกลับมาด้วย อ่านไปอ่านมาอ้าวจบแล้ว เร็วกว่าอ่าน davinci code เสียอีก ใครจะรู้เล่าว่าหนังสือฆ่าเวลาจะสนุกถึงเพียงนี้ เรื่องราวของปริศนานั้นก็อย่างที่ใคร ๆ รู้จัก เพราะถูกนำมาสร้างแล้วถึงสามครั้งตั้งแต่ เกรียงไกร-จารุณี ฉัตรชัย-ลลิตา เจษฎาภรณ์-เทย่า (เหอ ๆ ไม่เคยดูสักครั้งแต่ก็ขอพูดถึงสักนิด)
ปริศนาเป็นเรื่องที่กล่าวถึง เด็กสาวที่เกิดหลังจากบิดาเสียชีวิตไปแล้ว 6 เดือน ทำให้หลายต่อหลายคนในครอบครัวสงสัยในสายเลือดนี้ ต่อมาอาได้รับปริศนาไปเลี้ยงดูที่อเมริกา จนเมื่ออายุ 19 ปีจึงได้ส่งปริศนากลับมาเมืองไทย ที่เมืองไทยปริศนามีครอบครัวเล็ก ๆ น่ารัก มีแม่และพี่สาวอีก 3 คน ชื่อ อุบล สิรี อนงค์ และที่เมื่องไทยปริศนาไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนสิกขาลัย และได้รู้จักกับประวิช ชายหนุ่มที่หลงรักปริศนาเมื่อแรกพบ ท่านชายพจน์ปรีชา ผู้ซึ่งปริศนาจะฝากหัวใจให้ดูแล (อิอิ เขียนไปได้ไง) นพเพื่อนรัก และอานนท์ชายที่ทุกคนคิดว่าปริศนาจะแต่งงานด้วย
เรื่องของเรื่องอยากจะแชร์ตอนที่ติดอกติดใจ อ่านซ้ำไปซ้ำมาแถมอมยิ้มให้กับหนังสือ เหมือนคนบ๊องส์อะ ก็เลยลุกขึ้นมาเขียนลง blog เผื่อจะมีคนเห็นดีเห็นงามด้วย
อย่างแรกเลย ชอบความคิดของปริศนา (หรือผู้แต่ง)กับท่านชายที่ว่าเราต้องทำงานอะ สมบัติที่ไม่ได้เกิดจากเรามันมีวันหมดอะ เป็นข้อเตือนใจเลยล่ะ นอกจากนี้ก็ชอบตอนสวีทกัน เช่นตอนที่หัวหินอะ ที่ปริศนาถามท่านชายว่าเสด็จมาทำไม แลวท่านชายก็อ้างเหตุผลร้อยแปด แต่สุดท้ายก็บอกว่าเพราะปริศนาคิดถึงเลยมา หรือจะเป็นตอนที่ปริศนาต้องไปตามหมอมารักษายายแต่ก็นึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนแล้วก็นึกถึงท่านชาย แล้วท่านชายก็ได้สารภาพรักออกมา และตอนสุดท้ายเลยที่ปริศนาเป็นห่วงไม่ได้หลับไม่ได้นอนกลัวท่านชายจะสิ้นพระชนม์ นอกจากนี้ยังมีคำบรรยายน่ารัก ๆ เช่น เนตรสามแบบของท่านชาย หรือว่าจดหมายระหว่างอากับหลานที่อ่านแล้วก็รู้สึกว่ามีความสุข อบอุ่นใจอย่างประหลาด ความเฮี้ยวของท่านหญิงและเพื่อน ๆ ต่ออาจารย์และตอนซึ้ง ๆ ที่แม่ยอมเล่าความจริงเกี่ยวกับพ่อของปริศนา เหอ ๆ พอดีกว่า ไม่งั้นก็คงจะไม่จบแน่ ๆ
สุดท้ายนี้ อ่านวนไปวนมาแล้วก็ไม่อยากวาง เพราะความน่ารักของตัวละคร และทำให้ต้องไปยืมเล่มอื่นในชุดนี้มาอ่าน ซึ่งก็น่ารักเหมือนกัน ยังไงก็ลองหาอ่านกันดูนะ รับรองความสนุกอะ







 

Create Date : 14 เมษายน 2550    
Last Update : 3 พฤษภาคม 2550 22:12:29 น.
Counter : 114 Pageviews.  


therapy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยากสร้างblogดี ๆให้คนอ่านจัง
Friends' blogs
[Add therapy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.