W H I T E A M U L E T
Group Blog
 
All blogs
 
ปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

==========================================

ปล. เนื่องจากบล็อคยาวมากเปิดอ่านในไอโฟนแล้วโหลดแทบไม่ขึ้นเลย เลยจัดการแยกเป็นหลายๆบล็อค บล็อคนึงเขียนแค่ 1-2 เดือนก็พอ ถ้าอยากไปดูของเดือนอื่นๆเลือกคลิกตามลิงค์ด้านล่างนี้เลยนะคะ

1. มกราคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
2. กุมภาพันธ์ : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
3. มีนาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
4. ปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
5. ปลายเมษายนถึงพฤษภาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
6. มิถุนายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
7. กรกฏาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
8. สิงหาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
9. กันยายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
10. ตุลาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
11. พฤศจิกายน : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง
12. ธันวาคม : มาญี่ปุ่น(โตเกียว)เดือนไหนแต่งตัวยังไงดี มีอะไรให้เที่ยวบ้าง

-------------------------------------

เท่าที่อ่านบอร์ดมาจนบัดนี้ ปัญหาที่สาวๆหนุ่มๆที่ไม่อยากล้าสมัยแม้เวลามาเที่ยวกังวลกันมาก จนมาตั้งกระทู้ถามกันบ่อยๆก็คือว่า "จะมาเที่ยวญี่ปุ่นวันที่ XX อากาศเป็นยังไงบ้าง แต่งตัวยังไงดี"

จริงๆอุตส่าห์มาเที่ยวก็อยากแนะนำให้แต่งสบายๆ รองเท้าผ้าใบมานะคะเพราะที่นี่เดินเยอะจริงๆ ถ้ารองเท้าเดินลำบากหรือปล่อยให้หนาวเกินไปจะพลอยไม่สบาย เที่ยวไม่สนุกเอาได้ เพราะเวลาหนาวมันหนาวทรมานจริงๆ แต่ก่อนไม่เคยเข้าใจว่าหนาวตายมันจะเป็นไปได้ยังไง มาอยู่ประเทศหนาวแล้วถึงเข้าใจว่า หนาวตายนี่มันเป็นไปได้จริงๆ

และเรายังยืนยันคำเดิมว่า ถ้าอยากอินให้มาซื้อเอาที่นี่ดีที่สุดค่ะ เราเคยเอามาจากไทย ไม่ว่ามันจะดูกิ๊บเก๋ที่ไหนตอนอยู่ไทยพอมาอยู่นี่มันเอ้าท์ทันทีเลย ยิ่งโดยเฉพาะเสื้อผ้าผู้หญิงด้วยแล้ว

แต่ก็นะ เรื่องความสวยความงาม เข้าใครออกใครที่ไหนกัน บล็อคนี้ก็จะรวมๆ เทรนด์หลักๆทั่วไปในแต่ละช่วงเดือนไว้ให้นะคะ แต่ที่บอกคงไม่เป๊ะๆนะคะ เพราะที่นี่แฟชั่นเปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อยอยู่ตลอด ปีก่อนฮิต trench coat ลูกฟูกกระดุมทองๆใหญ่ๆ มาปีนี้ก็เปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นๆอีก แต่ก็พอมีแบบหลักๆคลาสสิคที่ใช้ได้เรื่อยๆทุกปีเหมือนกัน

ก่อนอื่นอยากให้ไปอ่านบล็อค แรกเริ่มควรรู้ก่อนเตรียมเสื้อผ้ามาญี่ปุ่น ก่อนนะคะ บางอย่างก็เขียนรวมๆไว้ในส่วนนั้นแล้ว

ถ้าอยากรู้ที่อินๆเป๊ะๆก็ลองดูได้ที่เว็บ http://www.style-arena.jp/ จะเป็นภาพอัพเดตของ street fashion ตามย่านแฟชั่นปัจจุบันเลย อาจดูว่าเว่อร์ แต่คนที่นี่แต่งอย่างนี้จริงๆค่ะ ชุดเดรสเดินช้อปปิ้งที่นี่ เอาไปใส่ไปงานแต่งงานที่ไทยได้เลย

อีกอย่างที่อยากบอกคือ ที่เราเขียนนี้เราอิงจากคนที่เน้นว่าตามแฟชั่นนะคะ แต่เอาเข้าจริงที่ญี่ปุ่นก็มีทั้งคนที่แต่งตามแฟชั่นเป็นหลัก และคนที่แต่งตามอากาศเป็นหลักค่ะ สาวที่ตามแฟชั่น ก็มักแต่งตามเดือนและฤดู เข้าเดือนไหนปุ๊บก็เปลี่ยนทันที แม้ว่าจริงๆจะยังร้อนหรือหนาวอยู่ ก็ทนๆไปค่ะ

แต่คนที่แต่งตัวตามอากาศจริงก็ไม่ใช่ไม่มีนะคะ ช่วงไหนหนาวก็ใส่ตามนั้น ช่วงไหนร้อนก็ใส่ตามนั้นค่ะ ถ้าอยู่ญี่ปุ่นจนชินอากาศ สองแบบที่ว่าก็จะไม่ได้โดดกันมากนักค่ะ ส่วนใหญ่ที่เห็นการแต่งตัวโดดแยกออกมาเลย มักเป็นนักท่องเที่ยวมากกว่า

อ้อ เน้นก่อนนะคะว่า ข้อมูลทั้งหมดในนี้อ้างอิงจากอากาศของโตเกียวค่ะ เป็นประสบการณ์ของเราล้วนๆที่สังเกตสังกามาได้ อาจผิดหรือไม่ตรงใจใครบ้างก็อย่าว่ากันเลยนะคะ ที่เขียนไว้เป็นอากาศและอุณหภูมิที่ควรจะเป็นแต่เอาเข้าจริงแต่ละปีก็มีอากาศแปรปรวนไม่เหมือนกัน อาจไม่หนาวเท่าที่ควร หรือหนาวกว่าปกติก็ได้ค่ะ (แต่ถ้าเน้นแต่งตามแฟชั่นสาวญี่ปุ่นล่ะก็ อากาศไม่เกี่ยวค่ะ ดูกันที่เดือนเป็นหลัก)



ปลายมีนาคม ถึงประมาณกลางๆเมษายน


++++ อากาศ ++++

อุณหภูมิน่าจะอยู่ในช่วง 10-20 องศา ยังกึ่งๆเป็นพวกรอยต่อฤดูอยู่แล้วแต่ปี ก็เลยอาจมีอากาศแปรปรวนหลงมาบ้าง บางวันก็ร้อนเหงื่อซึมๆโดยเฉพาะเจอแดดดีตอนกลางวันเข้า แต่บางวันอุณหภูมิอาจลดลงทีเดียว 5-10 องศากลายเป็นหนาวแทบแย่ไปเลยก็มีค่ะ

ช่วงนี้ลมแรงยังมีอยู่ ถ้าเจอลมแบบนั้นเข้า ยิ่งบวกฝนด้วยก็หนาวสั่นหน่อยล่ะค่ะ โดยเฉพาะถ้าเพิ่งมาจากเมษาเมืองไทยด้วย (แต่ถ้าลมไม่พัดแรง อากาศช่วงนี้กำลังเย็นสบายๆเลย) บางวันเจอพายุหรือฝนตก อุณหภูมิก็ drop ลงไปต่ำกว่าสิบองศาได้ค่ะหนาวอยู่เหมือนกัน

ช่วงนี้จริงๆฮีตเตอร์ไม่ค่อยจำเป็นแล้วล่ะค่ะ ยกเว้นวันไหนหนาวจริงๆก็แอบเปิดบ้าง แต่ถ้าเอาตามคนญี่ปุ่นเลย(ดูจากที่แล็บเราน่ะค่ะ)พอเข้าเมษามาเนี่ย เค้าจะใช้วิธีเปิดหน้าต่างเอาแทนแล้วค่ะ ให้อากาศเย็นจากด้านนอกเข้ามาในห้องแทน ไม่เปิดแอร์ ไม่เปิดฮีตเตอร์ค่ะ

สรุปๆมาช่วงนี้เราคิดว่าถ้าแต่งตัวมาพอดี อากาศกำลังเย็นสบายเลย แต่ก็ยังต้องระวังอากาศแปรปรวนควรเผื่อหนาวกะทันมาด้วยค่ะ (แต่เอาเข้าจริง เราเจอคนไทยมาเที่ยวช่วงนี้ตอนสงกรานต์ ยิ่งถ้าอยู่หลายวันยังไงก็ต้องเจอหนาวน่ะค่ะ เห็นบ่นกันทุกคนเลยอ่ะค่ะบอกว่า ไม่นึกว่าลมที่นี่จะหนาวขนาดนี้ จากคนขี้ร้อนตอนอยู่ไทยกลายเป็นคนขี้หนาวไปเลยค่ะ)

++++ เดือนนี้มีอะไรน่าสนใจ ++++

ช่วงเมษาโรงเรียนและมหาลัยเปิดเทอมกันเลยไม่ค่อยมีเทศกาลอะไรเท่าไหร่ค่ะ นึกออกอย่างนึงคือ ประมาณสักกลางๆเมษาเนี่ย จะมี sale เสื้อผ้าใบไม้ผลิประปรายค่ะ

sale ของใบไม้ผลิ กับ ใบไม้ร่วงเนี่ย จะต่างกับ sale ของหน้าร้อนกับหน้าหนาวนะคะ สองอันแรกเนี่ยจะลดกันแบบประปรายค่ะ บางแบรนด์ก็ลด บางแบรนด์ก็ไม่ลด(ส่วนใหญ่ไม่ลดมากกว่า) แล้วก็ลดกันไม่มาก ของไม่เยอะ ไม่มีโปรโมทกันใหญ่โตเท่าไหร่

แต่ลดของสองฤดูหลังเนี่ย จะถือเป็นการลดราคาครั้งใหญ่เลยล่ะค่ะ ทั้งห้างทั้งเว็บขายเนี่ยจะโปรโมทกันสุดๆ ของลดราคาเยอะมากๆ มีการdumpราคาและลงของใหม่ๆเกือบทุกวัน และลดเยอะสุดๆเลยค่ะ เรียกได้ว่าไม่มีแบรนด์ไหนไม่ลดกันเลยทีเดียว

ส่วนตัวแล้วคิดว่าคงเพราะเสื้อหน้าร้อนกับหนาวนี่ มันออกแนวสุดโต่งไปหน่อย ค่อนข้างจำเพาะกับฤดูมากๆ คือ สำหรับช่วงร้อนไปเลย กับ ช่วงหนาวไปเลย แต่ถ้าของใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วงนี่ยังออกกลางๆ ใช้ตอนหน้าร้อนก็ยังพอได้ เอาไปadaptใช้ตอนหน้าหนาวก็ยังได้อีก เพราะงี้หรือเปล่าถึงไม่มีการลดแบบล้างสต๊อคสำหรับสองฤดูนี้เท่าไหร่

สำหรับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ที่ขายในเดือนเมษานี่ จะดูบางลงอีกค่ะ นอกจากบางลงยังแขนสั้นซะมากด้วย เรียกว่าเตรียมใช้หน้าร้อนได้แล้ว(ญี่ปุ่นเสื้อผ้าขายล่วงหน้าอากาศหลายเดือนค่ะ) ถ้ารับไ้ด้กับราคาที่ไม่ลดก็ซื้อกลับไปใช้ที่ไทยได้เลยไม่มีปัญหาค่ะ

++++ การแต่งกาย ++++

เสื้อผ้าเป็นแนวใบไม้ผลิเต็มที่แล้ว ก็เป็นพวกลายดอกต่างๆ โทนสีอ่อนสีพาสเทลต่างๆใช้ได้เลย ขนๆลูกฟูกต่างๆ เสื้อนวมๆทั้งหลาย เก็บเข้ากรุรอหน้าหนาวครั้งหน้า แต่ยังไม่ถึงขนาดใส่เสื้อยืดชั้นเดียวเหมือนที่ไทย ยังใส่เลเยอร์ๆอยู่

เนื้อผ้าที่แต่งกันตอนนี้หลักๆที่เราสังเกตว่าเหมือนๆกันทุกปีคือ

  • เสื้อหรือเดรสผ้าบางๆพลิ้วๆ(เรียกว่า ผ้าชีฟองหรือเปล่าหนอ???) เข้าใบไม้ผลิทีไรจะมีพวกเสื้อทรง tunic หรือทรงจั๊มชายบอลลูนที่ดูพองๆพลิ้วๆ ปล่อยๆชาย ไม่เน้นทรวดทรงองค์เอวทุกปีเลยค่ะ เสื้อทรงนี้ไม่เหมาะกับคนมีสะโพกอย่างเราเท่าไหร่ถ้าจะใส่ก็ต้องแม็ตกับโค้ทยาวไป จะพอพรางๆความอ้วนได้บ้าง
  • ช่วงกลางๆเดือนๆมักเริ่มเห็นเป็นแฟชั่นผ้าลูกไม้มา พวกเดรสลูกไม้สีขาวๆครีมๆ ดูคล้ายๆถักด้วยโครเชต์ เราเห็นมาสองปีติดแล้วล่ะค่ะ

ส่วนเสื้อโค้ท ที่เราสังเกตมาได้ แบบที่ดูเบสิคๆเห็นอยู่ทุกๆปีคือ (ช่วงนี้ยังใส่เป็นแขนยาวกันซะมากนะคะ ยังไม่ใช่เสื้อแขนสั้น แต่ถ้ามาจากไทยให้เน้นเสื้อที่กันลมได้เป็นหลักค่ะไม่ต้องเน้นเสื้อหนาก็ได้ เพราะเดือนนี้หนาวเพราะลมเป็นหลักค่ะ)

  • Trench coat (โค้ทมีปกเหมือนสูทยาวปิดสะโพกลงไป) สีขาว สีครีม หรือสีอ่อนๆทั้งหลาย (ถ้าtrench coat สีน้ำตาล จะกลางๆใช้ได้ทั้งใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง) แต่ละปีก็จะมีรายละเอียดตกแต่งตรงโน้นนี้ต่างไป สำหรับเราก็ต้องมีโค้ทนี้แบบเบสิคไว้ตัวนึงค่ะ ใช้ได้หลายงานดี
  • แจ็กเก็ตยีนส์แขนยาว อันนี้ก็เห็นทุกใบไม้ผลิค่ะ ช่วงใบไม้ร่วงก็(พอ)ใช้ได้ เคยได้ยินว่าแจ๊กเก็ตยีนส์สีอ่อนสำหรับใบไม้ผลิ สีเข้มสำหรับใบไม้ร่วง แต่เราว่ามันก็ไม่ตายตัว ก็มีสีที่ชอบไว้ตัวนึง แล้วก็ใช้มันทั้งสองฤดูนั่นแหล่ะค่ะ
  • เสื้อนอกลักษณะเป็นผ้ายืดแขนยาวมีฮู้ด ซิปกลางด้านหน้าอันนี้ก็เป็นอีกแบบนึงที่เราเห็นใส่กันทั่วไปนะคะ (จะดูเด็กหน่อย) มีทั้งแบบสั้นประมาณเอว ยาวเท่าเอว หรือ ยาวปิดสะโพกเลยก็มี ทุกปีก็จะมีแบบใหม่ๆออกมา ดัดแปลงเล็กๆน้อยตามเทรนด์ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าสีเทา เรียบๆดูจะใช้ได้บ่อยสุดค่ะ เข้าได้ตลอดทุกปี
  • Blazer แขนยาว(หรือเกือบยาว) ที่เนื้อผ้าไม่หนาไม่บาง (ที่ไม่ใช่ผ้าลูกฟูกหรือขนๆ หรือ บางจ๋อยไปเลยน่ะค่ะ) เห็นได้ทั่วๆไปเลย ทั้งสีดำ และ สีอ่อนประมาณขาวหรือครีม แต่เสื้อนอกแบบนี้เราว่ามันไม่กันหนาวเท่าไหร่นะคะ ถ้าไม่ชัวร์ว่าทนหนาวได้ควรเผื่อไว้หน่อยค่ะ แบบนี้นี่อารมณ์คล้ายๆเสื้อใส่ที่ไทยเวลาทำงานห้องแอร์เย็นๆหรือเข้าโรงหนังน่ะค่ะ เราชอบแบบนี้เป็นการส่วนตัวด้วย ดูกลางๆดีใช้กันได้ยาวๆเลย เพราะให้ลุคทางการก็ได้ด้วย

นอกนั้นก็พวกสารพัดเสื้อนอกที่กำลังอินๆกันอยู่ ที่เราคงอธิบายไม่หมดค่ะ หลักๆคือเสื้อนอกพวกนี้จะไม่หนามาก ไม่มีขนๆหรือลูกฟูกแล้ว แค่ใส่พอเป็นเลเยอร์สวยๆ และกันหนาวได้บ้างเวลาลมแรงๆ

การแต่งตัวทั่วไปก็เผยผิวมากขึ้น เช่น เปิดเห็นผิวช่วงคอ (มีพันผ้าพันคอ บางๆเป็นแฟชั่นไปบ้าง แล้วแต่คน บางอันดูแล้วไม่น่าช่วยให้ความอุ่นได้เลย แต่ก็นะพันไว้เก๋ๆ) หรือเห็นผิวช่วงขาบ้าง ไม่ได้ปิดซะทึบหมดเหมือนหน้าหนาว

รองเท้ายังไม่ถึงกับเป็น sandal ที่เปิดเท้าหมด แต่ก็จะดูโปร่งมากขึ้น แนวรองเท้าคัตชูนี่ใช้ได้หน้านี้เลยค่ะ บางทีก็เป็นคล้ายๆคัตชู ที่ปิดส่วนหัวเท้าเปิดส่วนหลังเท้า หรือแบบที่เปิดเห็นนิ้วเท้าหน่อยๆ ปิดหลังเท้าอะไรอย่างนั้นค่ะ (ที่นี่ถ้าเห็นนิ้วมือนิ้วเท้า จะต้องทาเล็บเสมอนะคะ สำหรับสาวที่อยากเนี้ยบแบบสาวแฟชั่นญี่ปุ่นตัวจริง)

รองเท้าบู๊ตยังใส่ได้อยู่(แต่จะหาซื้อยากมากๆ เพราะเค้าแทบไม่ขายกันแล้ว ไม่ค่อยมีออกแบบใหม่ๆมาแล้วค่ะตอนนี้ ที่เห็นเหลือๆก็มักเป็นของลดค้างสต็อคมานานไม่หมดสักที) แต่จะเป็นทรงของใบไม้ผลิหรือทรงที่กลางๆหน่อย ไม่ดูหน้าหนาวจ๋า ไม่ควรมีขนฟูฟ่อง และไม่บุอะไรนวมๆน่ะค่ะ (แต่เอาจริงๆนะคะ คนที่ตามแฟชั่นมากๆนี่ จะไม่ค่อยใส่บู๊ตแล้วเดือนนี้ ต่อให้วันไหนหนาวก็เหอะค่ะ)

พ้นหน้าหนาวมาแล้ว ใบไม้ผลิก็เป็นหน้าของถุงน่องล่ะค่ะ ถุงน่องหน้านี้ จะเป็นพวกสีเนื้อๆเหมือนสีผิว หรือสีดำก็ยังใส่กันอยู่ในเดือนนี้ แต่จะเป็นสีดำแบบบางมองทะลุเป็นเนื้อผิวอยู่บ้าง ไม่ทึบหรือดำปี๋ เหมือนหน้าหนาวแล้ว

มีอีกแบบนึงที่เราชอบมาก ดูคล้ายหน้าหนาวแต่ก็เข้ากันได้ดีกับใบไม้ผลิ เหมาะใส่วันอากาศหนาวๆ(กะทันหัน)เป็นอย่างยิ่ง ดูอินเข้ากับฤดูสุดๆ(เข้ากว่าบู๊ต) จะใส่เป็น tight หรือถุงน่องสีดำสนิท จะว่าไปก็ค่อนข้างดูทึบและหนาเลยนะคะ แต่เค้าจะใส่กับคัตชูสีดำ ให้รองเท้าดูกลืนกันไปกับตัว tight แล้วใส่กับกระโปรงหรือกางเกงสั้นๆนี่ น่ารักไปอีกแบบค่ะ ดำจริงแต่ไม่ทึบเท่าใส่กับรองเท้าบู๊ต หรือถ้าไม่คัตชูดำก็รองเท้่าส้นสูงแบบอื่นๆสีอื่นๆก็ได้ค่ะ

เทรนด์ถุงเท้ายาวก็ยังใส่ได้ค่ะ ใส่กับรองเท้าส้นสูงคัตชู หรือกับบู๊ตก็ยังได้ แต่ก็อย่าให้มันปิดทึบไปนะคะ ถ้าใส่บู๊ตก็ควรโชว์ผิวเหนือเข่า ถ้าใส่เลคกิ้งก็น่าจะใส่รองเท้าส้นสูงให้เห็นผิวส่วนขาบ้าง หน้าใบไม้ผลิกับใบไม้ร่วงนี่ คติการแต่งตัวคือ ปิดบางส่วนและ เปิดบางส่วนค่ะ ถ้าปิดหมดนี่ของหน้าหนาว (แต่ใส่ถุงเท้ายาวกับส้นสูงที่ไม่ใช่บู๊ต ดูอินกับใบไม้ผลิมากกว่าบู๊ตนะคะเราว่า)

ส่วนเทรนด์กระเป๋าที่ดูเฉพาะสำหรับหน้าใบไม้ผลิเลย ก็คือ กระเป๋าที่เป็นทรงคล้ายๆตะกร้าสานแข็งๆน่ะค่ะ มีทั้งทรงกลม ทรงยาว ทรงเหลี่ยมแล้วแต่จะเลือกค่ะ แต่ถ้าจะซื้อไปใช้ที่ไทย เลือกแบบที่มีอะไรปิดด้านบนหน่อยนะคะ ส่วนใหญ่กระเป๋าตะกร้านี่มันจะแค่มีคล้ายๆเข็มขัดคาดไว้สวยๆด้านบน ที่เหลือเปิดอ้าซ่าเลย ใส่อะไรไว้เห็นกันหมด ใช้ที่ไทยของหายหมดแน่ๆค่ะ เอาแบบที่มันมีผ้าปิดด้านบนหน่อยก็ยังดี





Create Date : 07 ตุลาคม 2555
Last Update : 1 พฤษภาคม 2556 0:31:17 น. 0 comments
Counter : 45279 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
White Amulet
Location :
Bangkok Thailand / Tokyo Japan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]




บล็อคนี้ถึงไม่ค่อยมีอะไรแต่ถ้าจะก๊อปปี้ข้อความหรือรูปอะไรไปโพสที่อื่น ก็รบกวนช่วยใส่เครดิตลิงค์บล็อคนี้ไว้ด้วยนะคะ

เราไม่สงวนลิขสิทธิ์การนำภาพและข้อความในบล็อคไปเผยแพร่(ในแบบที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์)แต่สงวนลิขสิทธิ์ความเป็นเจ้าของภาพถ่ายและเนื้อหาค่ะ

ค้นหาทุกสิ่งอย่างในบล็อคนี้

New Comments
Friends' blogs
[Add White Amulet's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.