Group Blog
 
All blogs
 

ไปใช้แรงงาน/กิน/เที่ยวที่ Houston อีกซักที

เมื่อช่วงวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีเหตุให้ต้องไปเยือน Houston อีกทีค่ะ
คราวก่อนพาลูกชายคนเล็กของพี่ N ไปเยี่ยมแม่เค้าและพาบีเที่ยว Houston

คราวนี้แม่เด็กขอช่วยให้ไปย้ายข้าวของเครื่องใช้ที่เคยฝากไว้ที่บริษัทรับฝากเข้าบ้าน
งานนี้ไปใช้แรงงานกันทั้งครอบครัว ประหนึ่ง reunion ค่ะ 555

ใช้แรงงานเสร็จประมาณ 4 โมงเย็น บีกับพี่ N ก็มา check in ที่โรงแรม
คราวนี้เปลี่ยนโรงแรมบ้าง แต่ก็ยังเป็นในเครือ Hilton อยู่ค่ะ

โรงแรมนี้อยู่กึ่งกลางระหว่างบ้านแม่เด็กกับ china town ที่พี่ N ติดใจอาหารจีนร้านที่กินคราวที่แล้วนักหนา จะต้องมากินอีกให้ได้เลยเลือกพักที่นี่จะได้ไม่ต้องขับรถไกลมากเกินไป



โรงแรมขนาดเล็กเมื่อเทียบกับของ Hilton หลักแต่ก็ตกแต่งได้น่ารักดีค่ะ
เข้ามาถึงส่วนของ lobby ก็เจอต้นไม้ดอกไม้อย่างนี้ อืมม สดชื่นนนน



มุมเล็กๆตรง lobby ตามสไตล์ cowboy น่ารักเนอะ



สระว่ายน้ำเล็กๆ ถ่ายจากห้องพัก ช่วงนี้ปิดปรับปรุงตอนหน้าหนาว
น้ำตกเล็กๆ (ทุกอย่างเล็กๆหมดเลย) ตรงข้างสระทำได้น่ารักดีค่ะ



เข้ามาในห้องเลยนะคะ ซ้ายมือของห้องเป็นมุมไมโครเวฟ กาแฟ และตู้เย็น
ที่ตกใจคือ โรงแรมนี้ไม่ให้น้ำดื่มฟรี Smiley



มุมโทรทัศน์และโต๊ะทำงาน



มุมนั่งเล่น



ภาพรวมๆของห้องพักค่ะ



เตียงนอนแบบชัดๆพร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้
เตียงและหมอนนุ่มสบายมากค่ะ ผ้าปูและปลอกหมอนก็หอมสะอาดดีตามมาตรฐานโรงแรม



ห้องน้ำขนาดพอเหมาะ แต่ไม่มี his & her sink เหมือนของ Hilton
แต่แชมพู สบู่หอมมากค่ะ ชอบ (เห็นจากข้างขวดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ของ Neutrogena)
ผ้าเช็ดตัวเช็ดหน้ามีให้พอใช้ และมีไดร์เป่าผมให้ด้วยค่ะ



พักที่โรงแรมได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพี่ N บอกว่าหิ๊ววว หิววว เลยต้องเด้งออกจากโรงแรมไปร้านโปรดของพี่ N กัน จำได้ไหมคะ ร้านอยู่ตรง china town ชื่อ Sinh Sinh

จานแรกขอสั่งเกี๊ยวน้ำมาซดให้อุ่นๆท้องค่ะ



เกี๊ยวและน้ำซุปอร่อยมากกก เกี๊ยวก้อนโตๆกัดแล้วได้เนื้อๆเน้นๆ
ส่วนน้ำซุปหอมหวานมากจริงๆค่ะ

ต่อมาเป็นจานที่พี่ N เรียกร้องว่าต้องกินให้ได้ แถ่น...แทน...แท๊นนน
lobster ซอสขิงค่า อร่อยจริง อร่อยจังจานนี้กินกันหมดเรียบเลย



ถัดมาเป็นเป็ดย่างหมูกรอบค่าา
เป็ดย่างอร่อยเหมือนเคย หมูกรอบพอใช้ได้ค่ะ ของที่นี่มีมันน้อยมาก เนื้อมันเลยกระด้างไปนิด
แต่ก็ดีค่ะไม่อ้วนมาก (แต่กินเยอะขนาดนี้ก็คงไม่ผอมล่ะนะ) Smiley



ของคาวเสร็จแล้วก็ข้ามไปซื้อขนมหวานร้านจีนกลับมากินที่โรงแรม
ผิดหวังอย่างแรงค่ะ นึกว่าจะเป็นสาคูกะทิเผือกเหมือนบ้านเรา แต่ที่นี่เหมือนใช้นมแทน
ไม่อร่อยอย่างแรง ทำกินเองอร่อยกว่าเยอะ (Chai krub ...พี่ N ยกมือสนับสนุน)
Smiley



คืนนั้นหลับสบายมากๆค่ะ คาดว่าเพราะเหนื่อยจากช่วงกลางวันและอิ่มตื้อๆจากมื้อเย็น
รู้สึกตัวตอนเจ็ดโมงเช้าก็อาบน้ำลงมาทานข้าวเช้ากันค่ะ

คุณพี่คนนี้เค้าเป็นผู้จัดการตรงส่วนนี้ค่ะ บีขออนุญาติถ่ายรูปเค้าก็ยิ้มให้อย่างใจดีอย่างนี้เลย
อาหารในถาดก็เป็น American Breakfast ปกติเช่น แฮม ไส้กรอก ออมเล็ต ประมาณนี้
รสชาดก็โอเคค่ะ



มุม cereal, rice pudding



น้ำผลไม้ แช่เย็นไว้ในเหยือกแบบนี้ดูน่ากินกว่ากดจาก cooler นะคะ



ผลไม้สดๆ อร่อยทุกอย่างเลยค่ะ ชอบมาก ตักกินไปสามรอบ
Smiley



มุมขนมปังและ pastry ค่ะ



มีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ บีไม่เดือดร้อน เพราะบีไม่กิน
Smiley



แต่ที่น่าสนใจคือมีเครื่องทำ waffle ค่ะ น่าสนุกมาก แต่บีไม่กินเลยไม่ได้เล่นเจ้าเครื่องนี่เลย
เด็กๆน่าจะชอบนะคะ



สรุป...
เฉยๆกับโรงแรมนี้ค่ะ พนักงานที่ Front หน้าตาไม่ค่อยรับแขก แต่พนักงานโซนห้องอาหารน่ารักทุกคนค่ะ ตัวห้องพักเล็กไปนิดนึงและไม่มีน้ำดื่มให้ และอาหารมีให้เลือกค่อนข้างน้อย รสชาดธรรมดาไม่ได้ติดใจค่ะ

คราวหน้าถ้าต้องมาที่นี่อีก บีกับพี่ N ลงมติกันแล้วว่าจะกลับไป Hilton ที่เดิมอีกแน่นอน ฟันธง ฟึ่บๆ

Check out แล้วก็ออกเดินทางเที่ยวกันต่อนะคะ จุดหมายวันนี้คือเมืองชายทะเลที่เรียกว่า Galveston ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง Houston ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณหนึ่งชั่วโมง



ที่เห็นด้านหลังนั้นเป็นสวนสนุกเล็กๆที่ยื่นไปในทะเลค่ะ
เสียดายที่พี่ N ไม่ชอบเครื่องเล่นหวาดเสียวทุกชนิดไม่งั้นบีจะชวนขึ้นไปปล่อยแก่กัน

น้ำทะเลสีขุ่นๆไม่ใสเหมือนบ้านเราค่ะ แต่ทรายบนหาดเนียนละเอียดเหมือนแป้ง

ดูสิคะ แม้แต่นกก็ยังมายืนขมทะเล Smiley



วันนี้ฟ้าใสจริงๆค่ะ ไม่มีเมฆแม้แต่ก้อนเดียว



นั่งชมทะเลกันสักพักก็ออกเดินทางไป Old town กันค่ะ
ถนนเส้นนี้อยู่ไม่ห่างจากชายหาดมาก มีร้านรวงที่น่าสนใจหลายร้าน
และตึกสวยๆหลายตึกเลยค่ะ

อ๊ะ... ตัวเลขตรงป้ายไม่ใช่ปีเกิดบีนะคะ บอกไว้ก่อนเลย Smiley
แต่เป็นรูปตัวตึกที่อยู่ข้างหลังปีก่อนที่เค้าจะบูรณะค่ะ







เห็นแล้วนึกถึงบรรยากาศตึกในยุโรปนิดๆนะคะ






มีรถม้าเที่ยวรอบเมืองด้วยค่ะ



และนี่... ตารางหมากรุกขนาดยักษ์
เลิศมากกกกก

บีกับพี่ N กินเที่ยงที่ร้าน YaGas ที่เห็นด้านหลังนะคะ ประมาณว่าอยากกินข้าวอาบแดด



วันนี้คนแถวนี้เลยแสบตาหน่อยเพราะมีพระอาทิตย์สองดวง
Smiley



กินเสร็จก็เดินเล่นอีกสักพัก ก็ได้เวลาออกเดินทางกลับบ้านแล้วค่ะ
ระหว่างทางกลับบ้านผ่านถนนเส้นนึง ชื่อเป็นดังนี้ค่ะ




บีว่าตลกดี และหากจำไม่ผิดมันเป็นชื่อน้ำอัดลมยี่ห้อนึงสมัยบีเด็กๆด้วยค่ะ
เอ้า... ใครเกิดรุ่นๆเดียวกันก็ยกมือขึ้นเลยค่าาา
Smiley

ขอบคุณที่ตามมาเที่ยวกันอีกตามเคยนะคะ แม้ว่าบีจะ up blog ช้าาาามากกก 555
สวัสดีค่า Smiley




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2556 10:21:08 น.
Counter : 2536 Pageviews.  

บ้านสวนหน้าผลไม้

สงกรานต์ที่ผ่านมาบ้านเราไปบ้านสวนที่ตราดกันค่ะ หลังจากมีบ้านสวนที่นั่น ส่วนใหญ่พอมีวันหยุดยาวเราก็ต้องไปที่นั่นกันตามระเบียบเนอะ (แปลว่าไม่ค่อยได้เที่ยวที่อื่น 555)


ช่วงนี้เป็นหน้าผลไม้ค่ะ ผลไม้ทุกอย่างกำลังออกลูกออกผลกันอย่างสนุกสนาน วันนี้เลยเก็บมาฝากเพื่อนๆที่ blog ค่ะ Smiley

เริ่มด้วยทางเดินเข้าสวน ต้องผ่านสวนยางเหมือนเคย ตอนนี้ต้นยางเริ่มโตมากแล้วค่ะ ทำให้ทางเดินตรงนี้ร่มรื่นดี 


ร่องรอยการกรีดยาง วันนี้แดดสวยเชียวค่ะ น่ามานั่งเล่นมาก (ถ้าไม่เกรงใจ บรรดาเจ้าถิ่นเช่น มดคันไฟบ้างล่ะ ยุงป่าตัวใหญ่ๆบ้างล่ะ ไหนจะงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ที่ตอนตั้งศาล ร่างทรงบอกว่าที่นี่มีบ่อพญานาคด้วยนะเอ้อ) Smiley

ตอนกลางคืนโดยเฉพาะวันที่มีฝน ถ้าเราออกมาเดินเล่นจะเจอหิ่งห้อยเยอะแยะไปหมดเลยค่ะ ครั้งนี้มีไม่เยอะ แต่มีอยู่ตัวนึงตลกดี เค้าบินจากป่ายางมาบินวนๆๆบนหัวบีอยู่พักนึง แล้วบินตามแม่มาเกือบถึงบ้านที่มีแสงไฟสว่างน่ะค่ะ เรียกเสียงหัวเราะจากพวกเราได้มากเลยทีเดียว



กดกดก


ผัก + ผลไม้ที่ออกค่ะ คราวนี้แทบไม่ได้ซื้อจากตลาดนะคะ จะทำกับข้าวทีก็เดินไปเก็บ พริก ตะไคร้ มะนาว กะเพรา ใบชะอม ผักบุ้ง แตงกวา ฟัก แล้วก็ถั่วฝักยาว จากในสวนนี่ล่ะค่ะ ของสดๆไม่ฉีดยาฆ่าแมลงกินแล้วมันอร่อย สบายใจจริงๆค่ะ

ส่วนผลไม้ที่ออกก็มี ทุเรียน มังคุด กะท้อน ชมพู่ มะไฟ สัปปะรด มะละกอ เรียกได้ว่าเดินเก็บกินกันทั่วสวน แต่ว่าก็กลับมาพร้อมรอยมดกัดทั่วตัวเหมือนกัน Smiley



มังคุดสดๆจากต้นค่ะ เก็บมากับมือเลยนะคะ

ครั้งนี้ได้เรียนรู้ว่าการเก็บมังคุดเนี่ย ไม่ได้เก็บตอนลูกมันเริ่มสุกจนเป็นสีม่วงดำๆนะคะ ให้สังเกตุว่าหากที่ลูกมีรอยสีเลือดฝาดๆ ถึงแม้จะมีแค่จุดสองจุดก็เก็บได้แล้วค่ะ หากเก็บในวันที่แดดดีก็จะทำให้มองง่ายขึ้น

โอ้โห ไม่ใช่ง่ายนะคะ บีลองเดินเก็บมาสิบกว่าต้นยังมองไม่ค่อยออกเลยค่ะ แถมใบมังคุดก็ด๊ก ดก บีเลยมองหาแต่ลูกดำๆซะงั้น Smiley



ส่งรูปมังคุดไปให้พี่ N ดู พี่ N จะลงแดงเอาค่ะ แกโปรดมังคุดมากถึงมากที่สุด ไหนจะสัปปะรดหวานฉ่ำ มาคราวที่แล้วแกกินแบบเหมาสวน 555 Smiley

จากนั้นก็พาน้องอวบไปตระเวนเล่นสงกรานต์ในเมือง ส่วนอาบี นั่งหลบอยู่ข้างหน้าอ่ะ กลัวเปียก Smiley

ส่วนวันถัดมาก็ไปเที่ยวทะเลตรงหาดลานทรายกันค่ะ



แว่บแรกที่เห็นทะเลก็ตกใจนะคะ เนื่องจากว่าน้ำมันลดลงไปไกลมาก แบบว่าจากฝั่งมองเห็นคนที่เดินในทะเลตัวเล็กๆๆน่ะค่ะ 

แล้วเพิ่งมีข่าวแผ่นดินไหว สึนามิด้วยแล้ว ตอนแรกก็หวั่นๆ จนพี่สาวของพี่สะใภ้พูดว่านี่ถ้าเป็นที่ภาคใต้คนคงวิ่งแล้วเนอะ เค้าบอกว่าเป็นปกติของหาดนี้ค่ะ

เราเลยลงไปเก็บหอยกัน เห็นบีมั้ยค่ะ ใส่เสื้อสีชมพูเข้มๆ นั่งขะมักเขม้นคุ้ยหาหอยอยู่ค่ะ ส่วนที่ยืนอยู่ตรงกลางทำท่าโก้งโค้งตัวกลมๆนั่นก็ไม่ใช่ใคร น้องอวบผู้จัดระเบียบหอยลงถุงค่ะ Smiley

เราเก็บกันจนเพลิน ได้มาเป็นร้อยตัวเลย เก็บแช่น้ำไว้ พอเลิกเก็บเราก็เอาไปปล่อยต่อค่ะ เห็นหลายคนเก็บเอากลับไปทำกับข้าวที่บ้านด้วย แต่บ้านเราไม่ค่อยนิยมกินหอย แล้วก็แบบว่า สงสารอ่ะ Smiley เก็บพอสนุกแล้วก็ปล่อยเค้ากลับบ้านดีกว่า แค่นี้น้องอวบก็มีความสุข (อาบีก็มีความสุขไปด้วย) มากๆในวันสงกรานต์แล้วค่ะ

สุดท้ายขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรงๆนะคะ Smiley




 

Create Date : 17 เมษายน 2555    
Last Update : 17 เมษายน 2555 11:03:15 น.
Counter : 579 Pageviews.  

ตะลอนทัวร์อุบลราชธานี ตอน#1



มาส่งการบ้านทริปอุบลราชธานีกับที่บ้านแล้วนะคะ ทริปนี้เป็นทริปที่อบอุ่นมากค่ะ เพราะมีทั้งหมด 16 ชีวิตกับอีก 1 ตัว (Tiny ตุ๊กตาหมาที่รักของน้องอวบเองจ้า) พูดถึง Tiny เนี่ยไปมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำนะคะเนี่ย (โชคดีกว่าเราอีก) เพราะน้องอวบชอบกระเตงขึ้นเหนือลงใต้มาตลอดตั้งแต่ที่ (อาบี) ได้มาเลยทีเดียว (แปลว่าตั้งแต่ได้มาเนี่ย มันแย่งอิฉันไปกกไปกอดเยี่ยงเป็นเจ้าของตลอดเลยค่า)

ขอเริ่มต้นการเดินทางทริปนี้ด้วยรูปนี้ค่ะ เป็นไฟลท์ที่จองกันข้ามปีช่วงมีโปร 555 น้องอวบคลั่งไคล้เครื่องบินและอากาศยานมาก เพราะฉนั้นในบ้านเราจึงมีโมเดลเครื่องบิน ยานอวกาศ นานาชนิด (อาและทุกคนในบ้าน ไม่เว้นแม้กระทั่งลุง N เลยโดนหางเลขถูกไถให้ซื้อให้ตลอดทุกช่วงเทศกาลและไม่เทศกาล) แต่ลำที่น้องอวบโปรดสุดเห็นจะเป็นลำนี้ค่ะ ไปไหนต้องพกไปด้วยตลอดๆ รูปนี้หลานอาหน้าบู้บี้มากเพราะทนแสงแดดไม่ไหว สู้อาไม่ได้มีอุปกรณ์ช่วยตลอดๆ ฮี่ๆๆ





ขึ้นเครื่องแล้วค่า ทำไมอวบยังหน้าบู้อยู่ละเนี่ย เอ้าาาา ถ่ายคู่ Tiny สักนิดจะได้เอาไปอวดลุง N ว่าผมเอา Tiny มาเที่ยวอีกแล้วนะคร้าบบบ





วันแรกเราพักที่บ้านพักตรงเขื่อนสิรินธรค่ะ ทริปใหญ่ๆอย่างครอบครัวเราต้องนี่เลย โตโยต้า คอมมิวเตอร์ นั่งสบายดีแท้ แล้วก็บ้านพักหลังใหญ่ๆ สามหลัง หน้าบ้านมีต้นตะแบกด้วย เราชอบมาก เพราะดอกมันสีม่วงโดนใจสุดๆ มีฉากนึงในหนังเรื่องเวลาในขวดแก้ว สมัยโก้ นฤเบศร์เล่นกับเจี๊ยบปวีณา มีกล่าวถึงกลอนที่มีดอกตะแบก เห็นต้นนี้ทีไรก็นึกถึงหนังเรื่องนี้ทุกที (บอกวัยอีกละ)






บ้านพักที่นี่มีหลายแบบหลายหลังให้เลือกนะคะ ที่จริงอยากได้หลังที่ติดน้ำเพราะวิวสวยมาก แต่ว่าห้องเป็นแบบสองคนนอน เลยต้องตัดใจเลือกหลังใหญ่ที่อยู่อีกฝั่งถนนแทนค่ะ

จากนั้นก็เดินทางไปเที่ยวแก่งตะนะกันก่อน เดินทางจากที่พักประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ

สภาพพื้นที่โดยทั่วไปของแก่งตะนะเป็นที่ราบสูง เป็นเขาเตี้ยๆ มีแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงไหลผ่านตามแนวเขตทางด้านทิศเหนือ ไปออกประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บริเวณแก่งตะนะจะมีสายน้ำที่เชี่ยวและลึก อีกทั้งยังมีถ้ำใต้น้ำหลายแห่ง จึงทำให้มีปลาอาศัยอยู่ชุกชุม ตรงกลางมีโขดหินขนาดใหญ่เป็นเกาะกลาง มีเนื้อที่ประมาณ 80 ตารางกิโลเมตร หรือ 50,000 ไร่





วันนั้นลมแรงมากค่ะ ไม่กล้ายืนใกล้ๆปลายหินเลย กลัวตกลงไปแล้วน้ำก็นะ อย่างแรงงง นี่ถ้ามีใครเกลียดๆถีบตกลงไปอย่าหวังว่าจะรอด เง้อออ ออกแนวโหดซะงั้น เห็นสะพานไกลๆนู่นมั้ยคะ เดี๋ยวเราจะเดินไปดูพระอาทิตย์ตกกันค่ะ จากจุดนี้มีทางเดินเลาะแนวป่าไปประมาณ 500 เมตร กำลังดีเลยค่ะ ไม่เหนื่อยมากทางเดินสะดวกมาก เดินๆวิ่งๆแป๊บเดียวก็ถึงแล้วค่าา





เป็นสะพานยาวมากและก็สูงจากน้ำมาก ตอนเดินก็เสียวๆ เพราะบางแห่งแผ่นไม้ชำรุด สะพานก็โยกไปเยกมาแต่ว่ายังแข็งแรงนะคะ ขาเดินกลับพระอาทิตย์กำลังตกพอดี (รีบเดินกลับเพราะกลัวตกลงไปแล้วโดนน้ำพัดไปลาว อาจจะอดแต่งงานได้ ก๊ากก) เหมือนไข่แดงมั้ย สวยจัง โรแมนติกจัง คิดถึงอ่าาาาา อยากให้เธอได้มาอยู่ตรงนี้จังงงง





เสร็จแล้วก็กลับที่พักค่ะ ไปถึงก็ค่ำพอดี ตอนกลางคืนอากาศเย็นมาก ต่างขั้วกับกลางวันสุดๆ คืนนี้มีกิจกรรมเล่นเกมส์นับเลขกันค่ะ ใครได้ใครเสียดิชั้นไม่รู้เพราะไม่ได้ไปร่วมวง เกิดพลัดผลูโดนจับทั้งวงจะได้เหลือคนไปประกันตัว 555

ตื่นเช้ามาอากาศดีมากๆค่ะ หนาวมากๆด้วยจากที่พักเดินไปกินข้าวประมาณ 300 เมตร ตรงนี้เป็นจุดนั่งกินข้าวมองออกไปเห็นบึงใหญ่ๆอย่างนี้ค่ะ สวยดี อาหารเช้าที่นี่อร่อยนะคะ เรากินข้าวต้มหมูร้อนๆคลายหนาวไปได้เยอะเลย





เสร็จแล้วแวะไปดูโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ ของเขื่อนสิรินธรกันค่ะ โรงไฟฟ้าแห่งนี้มีขนาดกำลังผลิตติดตั้ง 1 เมกะวัตต์ ด้วยนวัตกรรมติดตามดวงอาทิตย์แบบถ่วงน้ำหนักด้วยน้ำแห่งแรกของประเทศไทย (เจ๋งอ่ะ) สามารถเพิ่มค่าประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้ร้อยละ 15-20 ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้ปีละ 1.46 ล้านหน่วย ทดแทนการใช้น้ำมันเตาปีละ 348,000 ลิตร ลดการปล่อย CO2 ลงปีละ 851 ตัน เป็นการใช้พลังงานทดแทนที่ดีเลยค่ะ โดยเฉพาะประเทศเมืองร้อนอย่างเรา





หมวกโซล่าเซลล์ที่แปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าแล้วแปลงต่อเป็นพลังงานกลให้พัดลมเล็กๆที่ติดอยู่ตรงส่วนหัวหมุนได้ น้องอวบเห็นแล้วชอบใจเลยขอให้พ่อซื้อให้ตรงตลาดช่องเม็ก





ถึงที่นี่น้องอวบขอเอาหมวกโซล่ามาสู้แผงโซล่า เอ้อออ เอาไม้ซีกมางัดไม้ซุงแท้ๆน้อหลานอา






จุดหมายต่อไปของเราคือผาแต้มค่ะ แต่ก่อนถึงผาแต้มจะเจอสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งนี้ก่อน ที่นี่คือ เสาเฉลียงค่า

เสาเฉลียงเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยแม่น้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลานาน

วันนี้ฟ้าแจ่มแดดแรงเป็นอันมาก เราเลยได้รูปฟ้าสีฟ้าสวยๆมาแบบเน้





ระหว่างทางที่เดินขึ้นไปจุดชมวิวตรงลานหินแตกก็เห็นคนเอาหินมาซ้อนๆกันอย่างนี้เรียงรายตลอดทางคิดว่าคงเป็นกองหินบุญเกิดจากความเชื่อที่ว่า การเดินป่าหากใกล้กับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในป่า ผู้คนจะเก็บก้อนหินข้างทางมากองไว้ริมทาง ด้วยความเชื่อว่าจะได้บุญมาก เราไม่ได้กองค่ะปล่อยให้มันอยู่ตามธรรมชาติของมันดีกว่าเนอะ





เดินขึ้นไปถึงจุดชมวิว สะดุดตากับดอกไม้บนหินดอกนี้ค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าอากาศแล้งและร้อนอย่างนี้เจ้าดอกไม้นี่ยังมีสีสวยงามโดดเด่นอยู่บนลานหินแห่งนี้ค่ะ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเป็นผู้หญิงแม้จะบอบบางแต่ก็ต้องอดทนสู้ให้ได้ในทุกสภาพการณ์ (เอิ่มม เกี่ยวกันป่ะ)





ตามธรรมเนียมเนอะ ถ่ายป้ายไว้ซักหน่อยเพื่อเตือนความจำว่าที่นี่มันที่หนายยย (ความจำมักวิ่งสวนทางกับอายุเสมอเลยต้องใช้เครื่องมือช่วยจำเช่นนี้แล)





ตรงนี้เป็นหินแยกบนลานหินแตก ตอนกระโดดข้ามเสียวนิดหน่อยเพราะชำเลืองมองแล้วไซส์เหมาะกับตัวเราดี (จะคิดทำไม) แต่ความลึกนี่ไม่สามารถคะเนได้เพราะจ้องลงไปก็เห็นแต่ความมืดมน เฮ้ออ รีบไปดีกว่า เสียวววโว้ย






วันนี้จบแบบเสียวๆแค่นี้ก่อนนะคะ ภาคต่อไปจะต่อด้วยผาแต้มกันค่ะ ขอบคุณที่แวะมาเที่ยวนะคะ




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2555 23:08:27 น.
Counter : 643 Pageviews.  

ตรุษจีนแบบไทยๆที่เยาวราช



วันนี้เอารูปตอนไปเที่ยวงานตรุษจีนกับแม่มาฝากค่ะ โหลดรูปมาไว้จนเปรี้ยวและเค็มได้ที่แล้ว หลุดช่วงเทศกาลไปหน่อยนึง ไม่ว่ากันเนอะ

ส่วนตัวเป็นคนขยาดฝูงชนค่ะ ถ้าเห็นคนเยอะๆเราจะเลี่ยงก่อนเลย ผิดกับแม่มาก แม่ดิชั้นเป็นคนชอบดูมหรสพเกือบทุกชนิด เวลามีงานแบบนี้แม่จะมาอ้อนให้พาไปดู ก็นะเพื่อแม่ถึงไม่ค่อยชอบคนแน่นๆก็ต้องไป เพื่อแม่... สู้เว้ยยย

แม่อยากดูวันที่เค้ามีแข่งเชิดสิงโต 5 หรือ 6 คณะนี่ล่ะค่ะ ต้องออกจากบ้านตอนประมาณสี่โมงเย็น ไปถึงเยาวราชก็เกือบๆห้าโมง เห็นฝูงชนแล้วเพลียค่ะ แต่ก็นะ เพื่อแม่... สู้ๆเว้ยยย

สถานที่จัดงาน แดงได้ใจมากค่ะ





แดดเปรี้ยง ฟ้าใสมากตัดกับโคมจีนสีแดง โชะๆๆ





แล้วก็มีสิงโตขาวคณะนี้กำลังเชิดอยู่บนเสา มีคนเชิดสองคนค่ะ คนนึงบังคับส่วนหัว อีกคนบังคับส่วนท้ายทั้งสองคนต้องประสานจังหวะกันอย่างดีทีเดียวถึงจะเลี้ยงตัวบนเสาแบบนี้ได้





กระโดดต่อตัว ฮึบบบบบบ





ถัดจากสิงโตขาวก็เป็นสิงโตน้ำเงินค่ะ คณะนี้คนชอบเยอะ ตบมือกันเกรียวกราวเชียวค่ะ





อุ๊ยยย จับได้ละว่าโดนเค้าแอบถ่าย





สิงโตทำท่าห้อยขา น่ารักเชียวววว





ต่อมาเป็นสิงโตเหลืองค่ะ ลีลาไม่แพ้กันเลยทีเดียว เสียอย่างเดียวอากาศร้อนโฮกกกกก แม่เพลิดเพลินแต่ดิชั้นจะเป็นลม เห็นหัวคนที่เรียงรายอยู่ข้างหน้าพาลเอาตาลาย แถมด้วยกลิ่นเหงื่อผสมน้ำหอมหลากหลายกลิ่น ทำเอาหายใจติดขัดไปเลยทีเดียว





สีสันสดใสดีเนอะ ขนาดมึนๆอึนๆยังอดที่จะยกกล้องถ่ายไม่ได้เลยค่ะ





อุ๊ยย.. จ้องหน้าเค้าอีกแล้ว เขินนนน





เมื่อยอ่ะ อยากมีที่นั่งชั้นพิเศษแบบน้องคนนี้บ้างอะไรบ้าง





ยืนมาชั่วโมงครึ่ง..ไม่ไหวแล้วต้องหันไปบอกแม่......แม่จ๋าาาา ออกจากที่นี่ซักพักได้มั้ยเค้าจาเป็นลมมมม ไม่งั้นแม่ต้องแบกเค้านะ ดูฝูงชนสิฮะ





Angry Birds ก็มากับเค้าด้วย





คนนี้ก็มา (เค้าเป็นใคร?) แม่เห็นแล้วชอบใจ เลยเดินไปให้เงินค่าแรงกะเค้าด้วย ปอลิง แม่เค้าไม่ใช่คุณลุงเสื้อน้ำเงิน แล้วก็ไม่ใช่น้องสาวเสื้อเขียวนะ เค้าถ่ายไม่ทัน แม่เค้าไม่อยากออกสื่อ





ป๋องแป๋งที่เล่นกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ (ไม่อยากนึกถึงเพราะมันนานโฮกกกกก)





แวะเข้าซอยที่ขายของเยอะๆ สอยเกาลัดมาแทะกันสองแม่ลูก หย่อยๆๆๆ มีให้เลือกทั้งไซส์เล็กและใหญ่ ไซส์เล็กจะหวานอร่อยกว่านะจ๊ะ อันนี้พูดจากประสบการณ์จริง





เริ่มหิวแล้วเลยต้องเดินหาร้านนั่งกินอะไรอร่อยๆกัน เดินผ่านร้านนี้เป็นร้านเขียนคำมงคล เห็นลูกค้าเดินมาซื้ออยู่เรื่อยๆ เราว่ามันเป็นงานศิลป์ที่มีเสน่ห์ของเส้นเยาวราชอย่างนึงเลยนะ





แล้วก็มีธุรกิจแปลกๆแต่ได้รับความนิยมมากกกก อย่างนี้เกิดขึ้นบนถนนสายนี้ น่าสนใจนะ (ไม่รู้เค้ารับถอนขนตะหมูกด้วยมั้ย) แต่ไม่กล้าลองอ่ะ





เดินผ่านร้านขนมผักกาด... แม๊กลิ่นมันหอมยั่วใจ เลยต้องสอยไปกินด้วยหนึ่งกล่องเนอะแม่เนอะ





ต่อด้วยเส้นหมี่ต้มยำลูกชิ้นปลาทำเอง โอววว ลูกชิ้นเนื้อเนียนนุ่มยิ่งกว่าผิวสาววัยขบเผาะ น้ำซุปกลมกล่อมแต่เผ็ดซะจนน้ำมูกไหลย้อย ซี้ดๆๆ (แม่แอบมองด้วยสายตาหยามหมิ่นนัยว่า แค่นี้หรือเผ็ด เสียชื่อเด็กใต้สะตอดองจริงๆเลยลูกฉัน)





กินเสร็จย้อนกลับมาดูโชว์ต่อค่ะ รายการถัดไปเป็นการเชิดมังกร กรี๊ดดดด (เสียงในฟิล์มจากแม่ดิฉันเอง ส่วนดิฉันก็ยืนทำหน้าสะโหล เพราะอิ่ม เผ็ด และ เบียด สารพัดกลิ่นให้สูดดม โอวววว ค่ำคืนนี้คงยาวนาน)





มาแล้วค่าาา มังกรมาแล้วววว นี่ต้องยืนเขย่งถ่ายนะคะ เพราะหนึ่งคนเยอะมากกก สองดิฉันเตี้ยยยยย ยืนเขย่งท่าบัลเลต์จนเกร็งหัวแม่เท้าไปหมดกว่าจะถ่ายรูปนี้มาได้ ความพยายามสูงมะ





แล้วมังกรก็เชิดหัวมาให้ถ่ายง่ายๆหน่อย เย้... เห็นใจคนเตี้ยอย่างเราแท้ๆ





รอแล้วรอเล่า มังกรก็ไม่ออกเชิดซักที แม่หันมามองหน้าลูกสาวแล้วเกิดความสงสารจับหัวใจ เพราะสภาพลูกสาวแม่ตอนนั้น โทรมมาก !!! แม่เลยบอกว่า กลับกันเถอะลูก เราบอกว่าอยู่ต่อได้ แต่แม่บอกว่าแม่เริ่มเหนื่อยแล้วเหมือนกัน ไม่ต้องดูก็ได้ เราเลยตัดสินใจกลับ ก่อนกลับแวะถ่ายตรงซุ้มเฉลิมพระเกียรติ สวยดีค่ะ





คืนนั้นกลับถึงบ้าน เราต้องนั่งทำงานต่อ แม่ก็เดินวนเวียนมาดูถามว่า ยังไม่เสร็จเหรอลูก แป๊บๆมาอีกละแม่พูดว่าเสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำนอนเถอะดึกแล้ว เราเลยเก็บๆของเตรียมขึ้นนอน แม่ก็เดินเข้ามากอดเราแล้วพูดว่า แม่ขอโทษนะวันนี้แม่ทำให้ลูกเหนื่อย โฮ... น้ำตาแทบไหล โถๆที่แม่ยังไม่ยอมขึ้นนอนแต่มาเดินทำนู่นทำนี่ก็เพราะรอจะพูดคำนี้กับลูกน่ะนะ บอกแม่ไปว่า ไม่เป็นไรหรอก อะไรที่แม่อยากดูอยากทำแม่ก็บอก อะไรที่ลูกทำให้ได้ลูกก็จะทำจ้ะ จัดไปซึ้งๆอีกหนึ่งดอก

ตบท้ายด้วยสุดที่รักของอา โดนอาจ๊บแก้มยุ้ยๆจนลิปสติกติดแก้มเป็นรอยอย่างนี้ ฮี่ๆๆ สาวไหนจะกล้าแหยมมาจีบน้องอวบของอาน้ออ






 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2555    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2555 21:24:00 น.
Counter : 579 Pageviews.  

สวนสวยที่บ้าน Monet - ฝรั่งเศส



เที่ยวไปตามใจบี series "เอาภาพเก่ามาหากิน" ชุดนี้ขอย้อนเวลาพาไปอีกทริปผจญภัยที่บ้าน Monet กันนะคะ

โกลด มอแน Claude Monet; เป็นจิตรกรสมัยอิมเพรสชันนิสม์ และเป็นจิตรกรคนสำค้ญของประเทศฝรั่งเศสในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึง 20 ค่ะ ปกติภาพเขียนของ Monet จะออกแนวธรรมชาติ หนึ่งในจำนวนภาพเขียนที่เป็นที่นิยมก็ที่นี่เลยค่ะ สวนน้ำในบ้าน Monet ที่ร่ำลือว่าสวยยยย

ทริปนี้มีน้อง (ผู้หลงผิดและไม่รู้ชะตากรรมที่จะเกิด) 2 คนที่หลวมตัวตามเราเที่ยวค่ะ บ้าน Monet อยู่หมู่บ้านชื่อ Giverny เมือง Vernon ค่ะ จากในรูปบ้าน Monet จะอยู่ตรงล่างๆกลางภาพนะคะ (แผนที่เค้าน่ารักดีเนอะ)





Vernon อยู่ห่างจากปารีสประมาณ 75 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟ แล้วไปต่อด้วยรสบัสอีกที สิริรวมแล้วประมาณชั่วโมงกว่าๆค่ะ

เอาล่ะ... ทุกคนนนน พี่บีเตรียมแผนเที่ยวพร้อมแล้ว ตั๋วรถไฟพร้อมแล้ว หยิบกระเป๋า ใส่รองเท้าแล้ว ลุยโลดดดด (คึกฮ่ะคึก เพราะยังไม่รู้ชะตากรรมอีก)

ฉึกๆฉักๆ และแล้วรถไฟยี่ห้อฝรั่งเศสก็พาเรามาถึงนี่ค่ะ สถานี Vernon (เที่ยวนี้ไม่พลาดรถเที่ยวแรกแล้วค่ะ ศึกษามาดี โฮะๆๆ) เห็นสถานีแล้ว วันนี้แดดแรงดีมากค่ะ อากาศกำลังสบายๆไม่ต้องพึ่งเสื้อหนาวเลย





ถึงสถานีแล้วก็ตามธรรมเนียม ถ่ายรูปกับสถานีไว้ไชว์ผู้ปกครองว่ามาจริงๆนะ





ตามด้วยน้อง 2 คนที่ตามมาเที่ยว (เน้นค่ะเน้น ว่าอย่างไม่รู้ชะตากรรม) จากนั้นก็ไปซื้อตั๋วรถบัสที่จะนั่งต่อไปบ้าน Monet กันค่ะ





นั่งรถมาประมาณ 15 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ จากนี้ต้องเดินเท้าต่อเองนะคะ ระหว่างทางเดินผ่านร้านขายเบเกอรี่ร้านนี้ จัดร้านได้น่ารักมากมาย ยิ่งตัวเองเป็นคนชอบโทนสีม่วงอยู่แล้ว เห็นร้านนี้ปุ๊บน้ำหมากกระจาย อยากเข้าไปนั่งทำโก้จิบชาเป็นผู้ดีเมืองน้ำหอมกะเค้ามั่ง แต่ดูสภาพการแต่งตัวของตัวเองแล้ว ไม่เข้ากันอย่างแรงฮ่ะ





นี่ก็อีกร้านค่ะ ชอบบบบ เพราะหนุ่มที่นั่งหน้าร้านหล่อโฮกกก ตอนถ่ายรูปเค้าเมินหน้าหนี โถๆๆ สามัญชนอย่างดิชั้นเศร้าใจนัก แฮ่... จริงๆแล้วชอบต้นกุหลาบหน้าบ้านเค้าต่างหากค่ะ สมัยนั้นไม่ได้มองหนุ่มๆฝรั่งเศสเลย ขนาดเพื่อนร่วมงานมาปิ๊งยังไม่รู้ตัวเลยน่ะ มึนขนาดดดดด





ก่อนที่ดิชั้นจะพาออกนอกลู่นอกทางไปมากกว่านี้ เราเดินทางไปบ้าน Monet กันต่อเถอะค่ะ ถึงแล้วค่ะ บ้าน Monet กรี๊ดดค่ะ กรี๊ดด ดอกไม้เยอะมากกกก คุณนายแม่ดิชั้นมาเห็นต้องแข่งกรี๊ดกะดิชั้นแน่นอน





แอบส่องเข้าไปดูตัวบ้านนินุง รู้สึกว่าเป็นส่วนครัวนะคะ ว่าจะย่องเข้าไปหาของกินแต่ว่าเค้าปิดปรับปรุงค่ะ อดไปตามระเบียบ





ชอบกระเบื้องที่ปูฝาผนังอ่ะ น่ารักสุดๆ แต่ติดเยอะไปนิด ดูแล้วเวียนเฮด ว่าแล้วก็ไปหาดอกไม้สวยๆดูดีกว่า

นี่เลยค่ะ สวนดอกไม้หน้าบ้าน สะพรั่งมาก บานสวยยยย บานกว่าหน้าดิชั้นอีก ชอบกุหลาบตรงนี้มาก หอมมมมม ไม่อยากย้ายไปไหน จินตนาการว่าได้อยู่ในสวนสวยกับหนุ่มผู้โชคดีคนนั้น แอร๊ยยย





แถมอีกรูป เค้าอยากจินตนาการนานๆอ้ะ




ต่อด้วยรูปสวนที่ถ่ายจากชั้นสองของบ้านค่ะ เขียวขจีดีเนอะ อยากมีสวนใหญ่ๆอย่างนี้บ้างจัง





เดินไปสวนน้ำค่ะ สวยมากกก ขอบอกกกก สวยยิ่งกว่าในรูปอีก





มาถึงมุมนี้ฝันอีกละ อยากได้เปลญวน กับหนังสือดีๆซักเล่ม และหนุ่มผู้โชคดีคนนั้นคอยเสริฟน้ำ เสริฟขนมให้ 555 เพ้อเจ้ออ่ะ





เดินไปเดินมา หมดเวลาแล้วค่ะ ต้องรีบกลับไปให้ทันรถบัสที่ต้องนั่งไปสถานีรถไฟ อุ๊ยย แต่ว่าเดินผ่านร้านขายของที่ระลึกไงคะ มาทั้งทีก็ต้องแวะซักหน่อยเนอะ เพลินมากค่ะ ของน่ารักมากมายยย เพลินจนลืมเวลาค่ะ

ดูนาฬิกาแล้วร้องจ๊ากเลยค่ะ ตายๆๆ อีกสองนาทีรถออก

น้องๆโว้ยยย ไม่ต้องซื้อแล้ว วิ่งๆๆๆๆ วิ่งสถานเดียว ไม่ทันรอบนี้เราตายแน่ๆมันเป็นรอบสุดท้ายด้วย บ้าน Monet ไกลจากลานจอดรถประมาณ 400 เมตรค่ะ วิ่งสู้ฟัดสถานเดียวงานนี้

สุดท้ายมาถึงแล้วค่ะ ลานจอดรถ เหนื่อยแทบอ้วก เลทไปสามนาที ยังไม่เห็นรถ ฮี่ๆๆ สงสัยเรามาก่อน ยืนๆรออยู่ห้านาที รถก็ยังไม่มาอ่ะ ชักแปลกๆ เลยเดินไปถามตำรวจจราจรแถวนั้น ได้ความว่า รถเที่ยวสุดท้ายมันออกไปแล้วคร่าาาา ตรงเวลาเป๊ะๆๆๆ ทำไมไม่ยักกะเหมือนบ้านเราแฮะ

เรา: แล้ววว แล้ววว ดิชั้นจะต้องทำไงง่ะ มีรถอื่นๆให้ขึ้นไปได้มะ
ตำรวจ: เสียใจครับ (ตรูไม่เชื่อว่าเอ็งเสียใจจริงๆ) แถวนี้เป็นชานเมือง ไม่มีรถโดยสารสาธารณะครับ
เรา: อ้าวววว แล้วววว แล้ววว ดิชั้นจะกลับบ้านยังไงคะ
ตำรวจ: เสียใจครับมิส (อย่าพูดดดด...ตรูบอกแล้วว่าตรูไม่เชื่ออออ) คุณคงต้องโบกรถกลับครับ
เรา: ไม่ไปส่งกันหน่อยเหรออออ (อันนี้แค่คิดค่ะ ไม่กล้าพูด กลัวโดนเตะ)

ซวยล่ะตรู... เดินกลับไปหาน้องสองคน ที่ตอนนี้กำลังหัวร่อต่อกระซิก (อย่างไม่รู้ชะตากรรมเช่นเคย)

เรา: น้องๆเอ๋ยยย เราตกรถว่ะ รถคันสุดท้ายมันออกไปแล้ว เราคงต้องโบกรถกลับน่ะ
น้องๆ: ห๊าาาาา จริงเหรอพี่ แล้วเราทำไงดีล่ะ
เรา: ไม่เป็นไรน้องๆ มากับพี่ พี่จะดูแลน้องๆเอง (ยังไง... ยังไง.... และยังไง)

เราเห็นคุณป้าคนนึงเดินมาพร้อมหลานอีกสองคน ป้าเดินตรงมาหาเราแล้วถามว่า ตกรถเหมือนกันเหรอ เราบอกว่าใช่ค่าาา ป้าก็ด้วยเหรอคะ ป้าหน้าตาดีใจมากกกก (แต่ตรูดีใจกว่า เพราะป้าพูดฝรั่งเศสได้ ต้องช่วยเราได้แน่นอน รอดๆๆ)

ป้าบอกว่างั้นเรามายืนด้วยกันนะ แล้วหารถโบกไปด้วยกันดีมั้ยๆ (ดีคร่าาา น่ารักมากคร่าาา) เราหันไปบอกน้องๆ รอดแล้วเวัยยยย

สักพักมีรถตู้เล็กๆคันนึงกำลังเลี้ยวออกจากที่จอดรถ ป้าบอกว่าเดี๋ยวป้าไปเจรจานะ เราก็ได้ค่าๆๆๆ สู้ๆนะคะป้า โบกมือให้ป้าแล้วส่งยิ้มหวานๆให้กำลังใจ

ป้าไปส่งภาษาสักพักแล้วเดินกลับมาหน้าตายิ้มแย้ม (เราหันไปบอกน้อง รอดแล้ว รอดแล้ววววว ) ป้าเดินมาถึงเราแล้วพูดว่า

ป้า: หนูจ๊ะโชคดีจังเลย รถตู้คันนั้นเค้ากำลังจะเข้าเมือง พอดี
เรา: จริงเหรอคะๆๆ โชคดีจริงๆ
ป้า: จ้ะ..... แต่ว่านะ เค้ามีของเต็มรถเลย นั่งไปได้แค่สามคนเท่านั้น
เรา: อ้าวว เหรอคะ (คิดในใจ ป้าจะสละให้พวกหนูชิมิๆ)
ป้า: ป้าขอโทษนะ แต่ป้ามีหลานสองคน เพราะงั้นป้าไปก่อนนะ พวกหนูๆหารถคันถัดไปนะ อยู่รวมกันนะ อย่าแยกกันล่ะ
เรา: อ้าวว อิป้า มาทิ้งกันอย่างนี้เลยนะ ถึงไม่บอกพวกตรูก็ไม่แยกจากกันหรอก

ป้าโบกมือจากเราไปพร้อมรถตู้คันนั้น น้องสองคนหันมามองหน้าเรา ตอนนี้มันรู้ตัวแล้วว่าหายนะกำลังมาเยือน 555

น้องๆ: เอาไงดีพี่
เรา: ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่หาเหยื่อรายใหม่ คราวนี้ไม่พลาดแน่ ใครตกรถมาอีกอย่าไปคุยกะมันนะ 555

รอซักสิบนาทีก็มีหญิงชายวัยประมาณสามสิบกว่าๆเดินมาที่จอดรถค่ะ เรางี้วิ่งลมกรดตามไปเลยค่ะ เค้าคงตกใจว่าอีนี่จู่โจมได้น่ากลัวมาก (จริงๆแล้วกลัววิ่งไม่ทันเค้าค่ะ กลัวเค้าออกรถไปก่อน)

ประชิดตัวได้แล้วก็เริ่มพ่นๆๆๆ ช่วยหนูด้วย เห็นใจหนูเหอะ ไปส่งหนูหน่อยยยยย.........แต่ปรากฏว่าเค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ค่ะ ฮือๆๆ สุดท้ายเราเลยใช้ไม้ตายค่ะ ควักตั๋วรถไฟออกมา แล้วส่งภาษาว่า ตรูจะไปที่นี่ พลีสสสสสสสสสสส

เค้าหันไปปรึกษากันสักครู่ก็หันมาบอกว่า อ่ะขึ้นรถมาเลยน้องสาวววว เย้.. รอดค่ะรอด ระหว่างทางเค้าน่ารักมากค่ะ พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องแต่เค้าก็หันมาพยายามคุย แล้วก็ยิ้มให้เราบ่อยๆ เค้ามาจากต่างเมืองเหมือนกันเลยไม่ค่อยรู้ทาง แต่ก็พยามถามทางแล้วพาพวกเราไปส่งที่สถานีจนได้ แม่พระ พ่อพระมาโปรดแท้ๆ

ทริปนี้ก็จบลงด้วยประการฉะนี้ เอวัง... น้องสองคนบอกว่าทีหลังขอไปด้วยอีกนะ มันส์ดี ซะงั้น




 

Create Date : 24 มกราคม 2555    
Last Update : 24 มกราคม 2555 9:33:18 น.
Counter : 1064 Pageviews.  

1  2  3  

Born to Bee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Friends' blogs
[Add Born to Bee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.