Group Blog
 
All blogs
 

ศาสตร์การใช้ออร่า


ศาสตร์การใช้ออร่า

การใช้เน็นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างมาก ไม่ใช่ว่าแค่ฝึกสำเร็จก็จะใช้งานได้ตลอดไป เพราะออร่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันระหว่างร่างกายและจิตใจ ปัจจัยรอบข้างจึงสามารถสร้างผลกระทบรุนแรงได้ตลอดเวลา




สภาพจิตใจกับออร่า


นอกจากเทคนิคพื้นฐานที่ว่ามา เน็นยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะเรื่องของบุคลิก อารมณ์และสภาพจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากฮัตสึหรือคุณสมบัติออร่าที่แบ่งออกตามสายตามบุคลิกแล้ว ปริมาณออร่าและคุณสมบัติยังจะสามารถเพิ่ม,ลดรึเปลี่ยน ตามสภาพจิตใจณ.ตอนนั้นอีกด้วย
โดยในภาวะอารมณ์และจิตใจเชิงลบ เช่นหดหู่,เสียใจ,เศร้า,ไม่พร้อม,หวั่นไหว,ลังเล,หวาดกลัว,ประหม่าฯลฯ จะทำให้คุณสมบัติออร่าและออร่าที่ปล่อยออกมาได้ลดน้อยลงกว่าปกติ
เช่นในยามปกติปล่อยออกมาได้100% หากอารมณ์ไม่พร้อมจริงๆ อาจจะปล่อยออกมาได้เพียง50% เลยด้วยซ้ำ  ตรงกันข้าม หากเป็นอารมณ์เชิงบวก เช่น ยินดี,พอใจ,สนุกสนาน,ความทุ่มเท ไปจนถึงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
เช่น โกรธแค้น,สะใจ,บ้าคลั่ง,เกลียดชัง ก็จะทำให้คุณสมบัติออร่าและออร่าที่ปล่อยออกมาสูงขึ้นกว่าปกติได้ อาจจะถึง150-200%เลยก็ได้      

 


กอร์นที่พึ่งฝึกเน็นมาเมื่ออารมณ์ขึ้นถึงขีดสุด ก็สามารถงัดข้อเอาชนะโนบุนากะที่เหนือกว่าตัวเองหลายเท่าได้

 

 

 

นอกจากออร่าที่พุ่งขึ้นรึลดลงแล้ว ในบางกรณียังสามารถเปลี่ยนคุณสมบัติออร่าได้อีกเช่นกัน เช่นคุราปิก้าที่ปกติเป็นสายแปรสภาพหากอยู่ในสภาพเนตรสีเพลิง(อารมณ์รุนแรงขึ้น) ก็จะกลายเป็นสายพิเศษที่มีคุณสมบัติของทุกสาย

ด้วยเหตุนี้การสร้างฮัตสึหรือท่าไม้ตายเฉพาะตัว จึงมักสร้างในรูปแบบที่เจ้าตัวชื่นชอบ ถนัด และไม่เครียดเวลาใช้งานจริง  
และการเพิ่ม"เงื่อนไขและสัตย์สาบาน"ให้กับท่า ก็เป็นการเพิ่มพันธะกับจิตใจให้เกิดความแน่วแน่ที่จะใช้ความสามารถ หรือสร้างแรงจูงใจขึ้นกับผู้ใช้ได้ ทำให้ผลของออร่าที่ออกมานั้นทวีคุณหลายเท่าตัวด้วยเหมือนกัน



สิ่งเหล่านี้ทำให้การต่อสู้ของผู้ใช้เน็นไม่ได้วัดกันแค่เพียงปริมาณออร่าหรือเทคนิคเท่านั้น เพราะบางทีคนเก่งกว่าแต่สภาพจิตใจไม่พร้อมก็อาจเป็นรองคนด้อยกว่าที่สภาพจิตใจพร้อมกว่าได้


 

 

 

 

 

 

 

ความสามารถเน็นที่ทำงานหลังผู้ใช้เสียชีวิต

ตามปกตินั้นหากผู้ใช้เน็นตายไปแล้ว ออร่าก็จะสลายลงไปด้วย  หากแต่ว่าผู้ใช้ความสามารถนั้นมีความผูกพันที่แรงกล้าต่อสิ่งใดสิ่งนึง เน็นที่ใช้ไว้ก่อนตายก็อาจจะแสดงพลังออกมามหาศาลยิ่งกว่าตอนที่เจ้าของยังมีชีวิตอยู่ด้วยเสียอีก
โดยพุ่งเป้าไปที่สิ่งที่ตนผูกพันเป็นจุดศูนย์กลางแทน  บ่อยครั้งที่การเคลื่อนไหวของเน็นในลักษณะนี้อาจถูกคนทั่วไปมองเห็นว่าเป็นเรื่องของภูติผีและวิญญาณแทน



 

                         ฟิงคซ์อธิบายเรื่องเน็นของคนตายให้กอร์นฟัง

 

 

 

การขจัดเน็น

ความสามารถเน็นบางความสามารถ โดยเฉพาะสายควบคุม เป็นความสามารถที่ใช้ครอบงำเป้าหมาย ด้วยความสามารถลักษณะนี้ทำให้ผู้ใช้เน็นบางคนก็สร้างความสามารถที่สามารถลบล้างเน็นที่ครอบงำผู้อื่นได้เช่นกัน
โดยผู้ที่ใช้ความสามารถขจัดเน็นได้นั้น ว่ากันว่ามีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยอีก

 

 


มองในมุมคนธรรมดา เน็นคือเรื่องเหนือธรรมชาติ และผู้ที่ลบล้างมันได้ก็ต่างถูกมองว่าเป็นพ่อมดหมอผี

 

 

 

อักษรเทพ 

อักษรเทพ เป็นความลับที่ภายในเรื่องยังไม่มีการเฉลยมากนักนัก รู้กันเพียงแต่ว่าเป็นลวดลายที่ทำปฏิกริยากับออร่าได้ในรูปแบบต่างๆ วิงก์ใช้มันกับด้ายคำสัญญา หากสัมผัสกับออร่าด้ายนั้นก็จะขาดง่ายๆทั้งๆที่ยามปกติจะเหนียวแน่นเกินด้ายธรรมดา
จินใช้มันเขียนบนแท่งเหล็กที่ประกอบเป็นกล่องเหล็กเสริมพลังให้แข็งแกร่งจนเปิดไม่ออก แต่กลับคลายตัวเองได้ง่ายๆเมื่อสัมผัสกับออร่า   ลูกน้องของเรเซอร์ในเกมส์G.I.ใช้มันเขียนลวดลายบนเวที ทำให้สามารถใช้ความสามารถของตนได้อย่างอิสระบนนั้น



                            

                                                       ลวดลายอักษรเทพ

 

 

 

 

 

 การต่อสู้ของผู้ใช้เน็น

ในการต่อสู้ของผู้ใช้เน็นมักมีคำกล่าวว่า "การต่อสู้ของผู้ใช้เน็น ไม่ได้ตัดสินกันด้วยปริมาณออร่า"
จริงอยู่ที่ผู้ที่มีออร่าสูงมักจะมีความได้เปรียบสูงกว่า แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เทคนิคการใช้ออร่า ความสามารถร่างกาย ประสบการณ์ แผนการ สภาพจิตใจ สายของฮัตสึและความสามารถเน็นมักจะถูกนำมาใช้ตัดสินกันด้วย
ผู้ใช้เน็นมือดีจึงมักเตรียมการทุกอย่างให้เพรียบพร้อมก่อนสู้เสมอ แต่ก็นั่นแหละ หากอีกฝ่ายเตรียมการรับมือไว้เหมือนกัน ปัจจัยเพียงเล็กน้อยจากหนึ่งในนี้ก็อาจส่งผลเป็นตายได้อยู่ดี

- เทคนิคการใช้ออร่า
เทคนิคการใช้ออร่า คือการใช้เทคนิคพื้นฐานให้คล่องแคล่วดังใจ  หากออร่าคือแหล่งพลังงานที่ต้องใช้ในการต่อสู้ การใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดและการประหยัดให้ได้มากที่สุดถือเป็นปัจจัยสำคัญเลยทีเดียว

ในการต่อสู้ปกติแล้ว นอกจากการใช้เร็นเพื่อเปล่งออร่าให้ออกมาคราวละมากๆ และริวเคลื่อนย้ายออร่าให้ทันการเคลื่อนไหวของร่างกายแล้ว การใช้เท็นหรือสมาธิให้สมบูรณ์ก็สำคัญเช่นกัน
ยามปกติการใช้เท็นที่สมบูรณ์แบบจะกักออร่าไว้ได้หมดจรดไม่มีรั่วไหล แต่ในภาวะที่ต้องระมัดระวังรอบข้างและต้องขยับตัวไปมาบ่อยๆนั้นยากที่จะใช้เท็นให้ได้สมบูรณ์แบบ  ทุกๆการเคลื่อนไหวจึงเผาผลาญออร่าสิ้นเปลืองกว่าปกติร่วม6-10เท่า
หากใช้งานออร่าได้ไม่คล่องแคล่ว ก็จะยิ่งสิ้นเปลืองมากกว่าปกติ แม้จะมีออร่าสูงขนาดไหนก็จะหมดไปไวกว่าผู้ที่ใช้ได้คล่องแคล่วกว่าอยู่ดี 
ยิ่งถ้าเป็นการใช้ฮัตสึหรือท่าไม้ตายที่ส่วนมากจะใช้พลังงานสูงอยู่แล้ว หากใช้พลาดไปก็เหมือนกับการเทออร่าที่มีทิ้งในคราวละมากๆเลยทีเดียว
 
- ความสามารถร่างกาย
ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอยู่แล้ว ในยามรุกรับปกติ หากสู้กับศัตรูที่มีพลังออร่าเท่าๆกันรึมากน้อยกว่ากันเพียงนิดหน่อย พลังกายก็จะเข้ามาเป็นตัวชี้วัดแรงปะทะที่เกิดขึ้น
นอกจากนั้นความคล่องแคล่วยืดหยุ่นของร่างกายและประสาทสัมผัสที่เฉียบคมก็มีผลไม่น้อยเลยทีเดียว ผู้ใช้เน็นทั่วไปจึงฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งไปพร้อมกับการเพิ่มพูนออร่าด้วย

- ประสบการณ์และแผนการ
ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในทุกศึก ประสบการณ์จะทำให้ประเมิณสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปได้แม่นยำขึ้น การล่วงรู้ข้อมูลความเป็นไปและความสามารถของศัตรูให้มากที่สุดจะทำให้หาทางรับมือได้ดีขึ้น
และการวางแผนรับมือที่ดีจะทำให้สามารถควบคุมการต่อสู้ให้อยู่ในทิศทางที่ได้เปรียบได้เสมอ

- สภาพจิตใจและอารมณ์
อย่างที่พูดไว้ข้างต้นว่าสภาพจิตใจนั้นส่งผลกับออร่าใหญ่หลวง ดังนั้นการเตรียมใจให้พร้อมจึงถือเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกัน

                            

                             แผนผังความเป็นไปได้ในการต่อสู้ระหว่างผู้ใช้เน็น

 

- สายของฮัตสึ
ในการต่อสู้แบบเผชิญหน้า ถ้าไม่นับความสามารถเน็นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง สายเสริมพลังที่สามารถรุกรับเสริมพลังหมัดได้100% จะได้เปรียบกว่าสายอื่นที่จะลดหลั่นลงมาตามระยะห่างในผัง1ช่วงต่อ20%
เช่นสายควบคุมที่ห่างออกไป2ช่วงก็จะเสริมพลังร่างกายได้แค่60%  หมายความว่าหากสู้กันด้วยวิธีแลกหมัดระหว่างผู้ใช้เน็นที่ฝีมือเท่าๆกัน สายเสริมพลังจะสามารถทะลวงการป้องกันของสายควบคุมไปได้40%
ส่วนสายควบคุมจะไม่สามารถทะลวงการป้องกันของสายเสริมพลังได้เลย 
แต่ถึงกระนั้นสายอื่นๆที่ห่างจากสายเสริมพลัง จะมีรูปแบบของความสามารถเน็นที่หวือหวาซับซ้อนเข้ามาแทนที่ ต่างกับสายเสริมพลังที่จะเป็นรูปแบบเรียบง่ายแต่ทรงพลัง

             

             ในการรุกรับปกติที่ไม่มีตัวแปรอื่น สายเสริมพลังจะเป็นสายที่ได้เปรียบที่สุด

 

- ความสามารถเน็น
อย่างที่บอกไปข้างบน ว่าแต่ละสายจะมีรูปแบบการต่อสู้ที่ต่างกันออกไป การหวังผลในการต่อสู้จึงต่างกันไปตามแต่ความสามารถพิเศษของตนด้วย เช่นสายเสริมพลังที่ส่วนมากจะเป็นรูปแบบที่เน้นจู่โจมทำร้ายศัตรู
แต่สายควบคุมก็จะเน้นไปทางที่เคลียร์เงื่อนไขเพื่อใช้ความสามารถของตนเข้าควบคุมศัตรู รึใช้ควบคุมคนรึสิ่งของอื่นเข้าสู้แทนเป็นต้น  ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสายไหน หากใช้ความสามารถเน็นได้ลงตัวกับสถานการณ์การต่อสู้
และลงมือใช้ความสามารถของตัวเองสร้างผลแพ้ชนะได้ก่อน ก็อาจจะล้มศัตรูที่แข่งแกร่งกว่าตนหลายเท่าได้

นอกจากการใช้ความสามารถของตนเองได้คล่องแคล่ว  การล่วงรู้ความสามารถของอีกฝ่ายก่อนก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ได้เปรียบสูงขึ้นเช่นกัน ผู้ใช้เน็นส่วนมากจึงจะมักเก็บงำความสามารถของตนเอาไว้กับตัวไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้


 

 

 

 

 

 
     

 การต่อสู้ของกอร์นและปีโต้แสดงให้เห็นชัดเจนสุดว่าเป็นการต่อสู้ของจิตใจที่เหนือกว่าพลังกาย

 

 

 

 

 

 


 

 

.




 

Create Date : 18 เมษายน 2554    
Last Update : 27 เมษายน 2554 13:16:02 น.
Counter : 4526 Pageviews.  

ฮัตสึ



ฮัตสึ (แสดง)
เพราะแต่ละคนมีบุคลิกลักษณะนิสัย สภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูความชอบและความเกลียดที่แตกต่างกันไป คุณสมบัติของออร่าจึงแตกต่างกันไปด้วย
ฮัตสึเป็นพื้นฐานการใช้ออร่าตามสายให้แสดงเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลออกมา เพราะรูปแบบที่ต่างกันไปในแต่ละคนจึงเรียกว่าเป็นการออกท่าเฉพาะตัวรึไม้ตายเลยก็ได้

โดยคุณสมบัติของออร่านั้น จะแบ่งกว้างๆออกเป็น6สายดังนี้

 


 

ซึ่งการทดสอบว่าตนเองอยู่สายไหนนั้น จะทำได้โดยการหาน้ำเปล่ามาใส่แก้วให้เต็ม และวางใบไม้หรือกระดาษให้ลอยบนน้ำ จากนั้นก็เอามือป้องแก้วน้ำและผนึกออร่าลงไปเพื่อสังเกตุผลที่ได้



      การใช้น้ำทดสอบว่าตนเองสังกัดอยู่สายไหน กรณีที่น้ำมีปริมาณมากขึ้นแสดงว่าอยู่สายเสริมพลัง

 

 

 

 

 

 

 

 



強化
สายเสริมพลัง
เคียวกะ / Reinforcement

เสริมพลังร่างกายหรือสิ่งของทำให้เคลื่อนไหวได้รุนแรง,ทรงพลังและแข็งแกร่งมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติดั้งเดิมของออร่า(พลังชีวิต)เต็มเปี่ยม ฟื้นฟูรักษาร่างกายได้รวดเร็ว
เป็นสายที่รูปแบบไม้ตายเรียบง่ายแต่ทรงพลังที่สุดใน6สาย และนับว่าเป็นสายที่มีพลังรุกรับสูง เหมาะกับการสู้ตัวต่อตัวมากที่สุด

*บุคคลที่อยู่สายเสริมพลัง เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ ปริมาณของน้ำในแก้วจะเพิ่มขึ้น

 



変化
สายเปลี่ยนแปลง
เฮ็นกะ  / Tranformation

เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติดั้งเดิมของออร่า(พลังชีวิต) ให้เป็นคุณสมบัติอื่นๆ เช่นเหนียวหนืด,ความร้อน,ความเย็น,รูปรสกลิ่นสี เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นรูปทรงให้เป็นรูปต่างๆได้สะดวกและใช้ออร่าจับต้องกระทบกับสิ่งอื่นได้ด้วย
เป็นสายที่รูปแบบเริ่มตื่นตาขึ้นแลกกับพลังที่ลดลง แต่ก็ยังเหมาะแก่การสู้แบบตัวต่อตัวอยู่

*บุคคลที่อยู่สายเปลี่ยนแปลง เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ รสชาติของน้ำจะเปลี่ยนแปลงไป

 



放出
สายแผ่พุ่ง
โฮชูสึ / Emission

ยามปกติเมื่อปล่อยออร่าหลุดออกจากร่างกาย ออร่านั้นๆจะขาดแหล่งพลังและค่อยๆสลายตัวไปในที่สุด สายแผ่พุ่งเป็นสายที่ลดข้อเสียด้านนี้ลงไปและสามารถปล่อยออร่าออกห่างจากตัวได้นานและไกลขึ้น
เป็นสายที่เหมาะแก่การต่อสู้ระยะกลางที่ควบคุมระยะได้ ยังมีความทรงพลังที่ใกล้เคียงสายเสริมพลังแต่ก็สามารถสร้างรูปแบบที่หลากหลายได้มากขึ้น

*บุคคลที่อยู่สายแผ่พุ่ง เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ สีของน้ำจะเปลี่ยนไป

 



操作
สายควบคุม
โซสะ / Manipulation

แฝงออร่าไว้ในวัตถุหรือบุคคลเพื่อควบคุมสิ่งนั้นๆได้ตามใจชอบ การควบคุมจะมีทั้งแบบอัตโนมัติ และแบบออกคำสั่ง รวมถึงในรูปแบบชักใยร่างกาย รึบงการจิตใจ แตกต่างกันไปตามแต่จะถนัด
เป็นสายที่พลังรุกรับตกลงไปมาก ไม่เหมาะในการสู้แบบเผชิญหน้า แต่หากวางแผนและเข้าควบคุมอีกฝ่ายได้ก็จะสามารถเอาชนะได้ทันที

*บุคคลที่อยู่สายควบคุม เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ ใบไม้หรือกระดาษที่ลอยอยู่จะขยับ

 



具現化
สายแปรสภาพ
กูเก็นกะ / Materialization

 แปรสภาพออร่าให้กลายเป็นวัตถุสิ่งของจริงๆที่คนปกติสามารถจับต้องได้และแปรสภาพกลับคืนเป็นออร่าได้  มักจะแฝงออร่าของตนเองไปในวัตถุนั้นเพื่อสร้างเป็นอาวุธหรือเครื่องอำนวยความสะดวกที่มีความสามารถพิเศษแฝงอยู่ได้
เป็นสายที่พลังรุกรับตกลงไปมาก ไม่เหมาะในการสู้แบบเผชิญหน้า แต่ก็มีรูปแบบที่หวือหวาและความสามารถแฝงที่เอาไว้ใช้ประโยชน์ได้

*บุคคลที่อยู่สายแปรสภาพ เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ จะมีสิ่งแปลกปลอมเจือปนในน้ำ

 



特質
สายพิเศษ
โทคูชิตสึ / Specialization

เป็นสายที่ไม่มีลักษณะเหมือนสายใดสายนึงข้างต้น มีรูปแบบเฉพาะตัวค่อนข้างสูง  มีบางปัจจัยที่ทำให้สายอื่นก็เปลี่ยนมาเป็นสายพิเศษได้เหมือนกัน โดยเฉพาะสายควบคุมหรือแปรสภาพ  แต่ก็มีโอกาสไม่สูงนัก
เพราะเป็นสายที่ไม่มีรูปแบบตายตัว จึงมีลักษณะการใช้ต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคลมากกว่า

*บุคคลที่อยู่สายพิเศษ เมื่อทดสอบด้วยแก้วน้ำ จะให้ผลไม่เหมือนสายใดๆที่กล่าวมาข้างต้น

 

 

 

 

 

 



การสร้างความสามารถ

เมื่อระบุได้แล้วว่าตนเองอยู่สายไหน ก็ถึงขั้นตอนการสร้างความสามารถที่เหมาะกับสายของตน

ด้วยเหตุที่ว่าเน็นเป็นเรื่องที่ได้รับอิทธิพลมาจากลักษณะนิสัยส่วนตัวของบุคคลนั้นตัว การสร้างความสามารถให้มีภาพลักษณ์โดยรวมออกมาในรูปแบบที่ตนเองชื่นชอบหรือสอดคล้องกับตยเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ
เช่นหากชอบวาดรูป ก็สร้างความสามารถที่เกี่ยวโยงถึงการวาดรูปออกมา หากรักในดนตรี ก็สร้างความสามารถที่เกี่ยวกับดนตรีออกมา ทั้งหมดนี้จะทำให้ผู้ใช้ใช้งานความสามารถของตนได้เต็มที่

ซึ่งการสร้างความสามารถนั้น แบ่งออกเป็น2หมวดกว้างๆคือความสามารถที่อยู่ตัวและความสามารถที่มีเงื่อนไขกับสัตย์สาบานเข้ามาเกี่ยว
- ความสามารถที่อยู่ตัว  คือความสามารถที่ประยุกต์สามารถใช้งานได้ทุกสถานการณ์  ไม่ส่งผลเสียให้กับผู้ใช้แต่อย่างใด 
- ความสามารถที่มีเงื่อนไขกับสัตย์สาบาน  เป็นการใช้เรื่องของจิตใจเข้ามาทำให้ออร่ารุนแรงขึ้น เพื่อสร้างความสามารถที่รุนแรงขึ้นได้
  แต่ความสามารถพวกนี้เปรียบเสมือนดาบสองคมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงและความลำบากแก่ผู้ใช้ด้วย

เพราะพลังของออร่าที่สามารถลดหรือเพิ่มได้ตามสภาพจิตใจในขณะนั้น(อ่านรายละเอียดเรื่องสภาพจิตใจกับออร่าได้ที่นี่) ทำให้มีการใส่เงื่อนไขหรือสัตย์สาบานลงไปในท่า เพื่อความรุนแรงให้กับความสามารถอีกด้วย
โดยเงื่อนไขและสัตย์สาบานนี้เหมือนจะสร้างพันธะกับจิตใจให้เกิดความแน่วแน่ที่จะใช้ความสามารถ หรือสร้างแรงจูงใจขึ้นกับผู้ใช้ได้ ทำให้ผลของออร่าที่ออกมาขณะปล่อยท่านั้นทวีคุณหลายเท่าตัว
ยิ่งเงื่อนไขและสัตย์สาบานเข้มงวด พลังของท่าก็จะยิ่งปะทุออกมามหาศาล  เปรียบได้ดังโป๊กเกอร์หรือไพ่นกกระจอก ที่หน้าไพ่ยิ่งขึ้นยากเท่าไหร่ก็จะยิ่งนับแต้มสูงขึ้นเท่านั้น

แต่ก็ต้องระวังด้วยว่าการสร้างเงื่อนไขและสัตย์สาบานนั้น ต้องสร้างด้วยมุ่งมั่นแน่วแน่เท่านั้นถึงจะเป็นผล หากตั้งขึ้นมาเหลาะแหละด้วยความคิดครึ่งๆกลางๆ หรือว่าตั้งมาแล้วทำผิดเงื่อนไข อาจจะส่งผลให้สูญเสียความสามารถนั้นไปเลยก็ได้

ดังนั้นความสามารถเน็นส่วนใหญ่แล้ว ภาพลักษณ์โดยรวมล้วนจะสะท้อนบุคลิกของผู้ใช้ออกมาได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะทั้งเงื่อนไขการใช้หรือผลลัพธ์ 
การสร้างความสามารถที่ไม่เข้ากับตนนั้นเห็นได้บ่อยครั้งในเรื่อง และจุดจบของบุคคลเหล่านั้นก็มักจะออกมาไม่สวยนักซะด้วย



      บันจี้กัมและเท็กเจอร์พิศดารของฮิโซกะ เป็นความสามารถที่เรียบง่ายแต่ประยุกต์ใช้ได้ตลอด
              เป็นความสามารถที่สะท้อนมาจากนิสัยชอบหลอกลวง มากเล่ห์ของฮิโซกะ

 


  โซ่เน็นทั้งของคุราปิก้า บางเส้นก็พึ่งเงื่อนไขและสัตย์สาบาน ทำให้ใช้งานได้ในสถานการณ์ที่เจาะจงเท่านั้น
   แต่ก็ได้พลังงานมหาศาลแลกกลับมา ทำให้นำมาใช้สู้กับผู้ใช้เน็นชั้นแนวหน้า(แมงมุม)ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

 

 

 

 

 

 

การใช้งานออร่าข้ามสาย

ไม่ว่าจะอยู่ในสายไหนก็ตาม ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถใช้คุณสมบัติของสายอื่นได้เลย เพียงแต่ว่าคุณสมบัตินั้นจะด้อยลงทุกๆ20%ต่อ1ช่วงสายตามกราฟ  ยกเว้นสายพิเศษที่อาจจะเป็น0-100%ได้แล้วแต่กรณี(ปกติจะเป็น0)

  เช่น หากอยู่สายเสริมพลัง ก็จะสามารถแสดงคุณสมบัติของสายเสริมพลังได้เต็ม100% และสายแผ่พุ่งกับเปลี่ยนแปลงที่ห่างออกไป1ช่วงก็จะแสดงคุณสมบัติได้เพียง80%
ส่วนสายควบคุมและแปรสภาพที่ห่างออกไป2ช่วงก็จะแสดงคุณสมบัติได้เพียง60%  ส่วนสายพิเศษจะเป็น0-100%ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
  แต่หากอยู่สายพิเศษ ก็จะสามารถแสดงคุณสมบัติของสายพิเศษได้เต็ม100% และสายควบคุมกับแปรสภาพที่ห่างออกไป1ช่วงก็จะแสดงคุณสมบัติได้เพียง80%
ส่วนสายแผ่พุ่งและเปลี่ยนแปลงที่ห่างออกไป2ช่วงก็จะแสดงคุณสมบัติได้เพียง60%  ส่วนสายเสริมพลังจะแสดงออกได้เพียง40%  เป็นต้น

 

แต่ทั้งหมดนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการฝึกสายอื่นควบคู่ไปด้วย หากฝึกแต่สายใดสายนึง ก็จะได้แค่ความถนัดของสายนั้นๆมาเท่านั้น

 

ดังนั้นการใช้งานออร่าให้ตรงกับสายของตน หรือใช้งานสายข้างเคียงควบคู่สายหลักไปด้วยเพื่อความสะดวก จึงเป็นสิ่งที่พบบ่อยๆ  กลับกันการใช้งานสายอื่นเป็นความสามารถหลักและละเลยสายหลักของตนนั้นถือเป็นสิ่งต้องห้ามเลยทีเดียว


กราฟรูปภูเขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้งานสายอื่นๆกรณีที่สังกัดสายเสริมพลัง (แน่นอนว่าต้องฝึก)

 

 

 

 

ลักษณะนิสัยของแต่ละสาย

ผู้ใช้เน็นแต่ละสายมักจะมีลักษณะนิสัยต่างกันออกไป เหมือนกับการแบ่งลักษณะนิสัยตามกรุ๊ปเลือด  (น่าจะบอกว่าเพราะมีนิสัยแบบนั้น ออร่าจึงมีคุณสมบัติออกมาตามสายนั้นๆมากกว่า)
โดยหลักการเหล่านี้เป็นความคิดเห็นของฮิโซกะเพียงคนเดียว ไม่ได้รับการยืนยันเป็นทางการใดๆ (ซึ่งแม่นมาก)

- สายเสริมพลัง   ...เถรตรง ซื้อบื้อ
- สายเปลี่ยนแปลง   ...โลเล ขี้โกหก
- สายแผ่พุ่ง   ...ใจร้อน มักง่าย
- สายควบคุม   ...เจ้าหลักการ ทำอะไรตามใจตัวเองไม่สนคนอื่น
- สายแปรสภาพ   ...หงุดหงิดง่าย เจ้าอารมณ์
- สายพิเศษ   ...ทำอะไรสไตล์เฉพาะตัว มีพลังในการโน้มน้าวคนอื่นได้

 

 

 

 

ข้อเข้าใจผิดและความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับฮัตสึ

มีการเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแบ่งสายของฮัตสึบ่อยๆหลายอย่าง จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายเลยนะครับ
- มาจิและบิสเก็ตอยู่สายเปลี่ยนแปลง รวมเล่มของNedแปลผิดเอาไว้เป็นแปรสภาพ
- อาเบนกาเน่อยู่สายแปรสภาพ รวมเล่มของNedแปลผิดเอาไว้เป็นเปลี่ยนแปลง
- สายแผ่พุ่งมีความสามารถในการปล่อยออร่าออกจากตัว ไม่จำเป็นต้องเป็นการยิงรึปล่อยพลังแรงๆเท่านั้น  แค่ทำให้ออร่าห่างจากตัวโดยที่ยังคงรูปร่างของออร่าไว้ได้ก็ถือเป็นสายแผ่พุ่งแล้ว
- สายเปลี่ยนแปลงกับสายแปรสภาพต่างกันตรงที่สายแปรสภาพจะสร้างวัตถุขึ้นมาจริงๆที่สามารถจับต้องและมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ซึ่งวัตถุนี้จะแยกไม่ออกว่าเป็นเน็นหรือของจริง ยกเว้นจะทดสอบด้วยความสามารถเน็นที่สามารถแยกออกเท่านั้น
  (เช่นโซ่ของคุราปิก้าหรือของในเกมGIที่อุโบกิ้นหรือเงามายาคนอื่นแยกไม่ออก แต่สามารถทดสอบได้ด้วยเดเม่จังของชิซึคุที่ไม่สามารถดูดของที่สร้างด้วยเน็นหรือแฝงเน็นเอาไว้ได้)  
   ส่วนสายเปลี่ยนแปลงนั้นจะแค่ทำให้ออร่าเปลี่ยนรูปร่าง และทำให้เป็นของแข็งมีเหลี่ยมมีคมยืดหยุ่นได้เท่านั้น ไม่ได้ทำให้เป็นวัตถุจริงๆแต่อย่างใด
- การปั้นออร่าหรือทำให้ออร่าเป็นรูปร่างทำได้ทุกสายอยู่แล้ว(แต่ไม่ได้แปรสภาพออกมาเป็นวัตถุ) เช่นกรรไกรของกอร์น 14ปิศาจของเรเซอร์ ดังนั้นถ้าเห็นความสามารถที่ออกมาเป็นรูปร่างแปลกๆแล้ว ก็ใช่ว่าจะเป็นแปรสภาพพลังทั้งหมด
  *คนบ่นเยอะมากว่าคนเขียนเอาแต่ยัดให้สายเสริมพลังเยอะกว่าสายอื่น ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ แต่เป็นสายอื่นที่สร้างความสามารถออกมาเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นต่างห่าง
- ความสามารถของสายพิเศษ ไม่ใช่ความสามารถที่ทำให้ใช้เน็นได้ทุกสาย คนที่ทำยังงั้นได้มีแค่คุราปิก้า ส่วนคุโรโร่หรือเลโอแม้จะใช้ความสามารถของสายอื่นได้แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ดีทั้งหมด และสายพิเศษคนอื่นๆก็ไม่มีความสามารถแนวนี้เลย
- เงื่อนไขกับสัตย์สาบานไม่ใช่คุณสมบัติของออร่า แต่เป็นรูปแบบเฉพาะทางที่ทำให้ปล่อยออร่าออกมาได้รุนแรงขึ้นเท่านั้น    ส่วนคุณสมบัติของออร่าจะแสดงออกมาหลังจากใช้เงื่อนไขนั้นสำเร็จต่างหาก
  (เช่นโบโนเลนอฟที่สามารถสร้างอาวุธทำลายล้างได้ตามบทเพลงที่เล่น(บทเพลงเป็นเงื่อนไข ส่วนการสร้างอาวุธเป็นฮัตสึสายแปรสภาพ)
   ซึ่งคนมักสับสนกับเซ็นริทสึที่เป็นสายแผ่พุ่งที่ปล่อยออร่าออกไปตามเสียงเพลงที่ตนเล่นได้(เล่นเพลงคือเงื่อนไข ส่วนปล่อยออร่าไปบรรเทาจิตใจคือฮัตสึสายแผ่พุ่ง))

 

                             

                                                    จริงๆต้องเป็นสายเปลี่ยนแปลง -*-

 

 

 

 

การวิเคราะห์ว่าความสามารถไหนอยู่สายไหน

ความสามารถหลายๆความสามารถภายในเรื่องไม่ได้บอกว่าเป็นความสามารถของสายไหน แต่รูปแบบของมันก็บ่งบอกชัดเจนอยู่ภายใต้กฏของเน็นที่ค่อนข้างละเอียด  เนื้อที่ส่วนนี้คือหลักการที่ใช้วิเคราะห์ง่ายๆของผมครับ

1. ตัดสายพิเศษที่ครอบคลุมวงกว้างทิ้ง และวิเคราะห์โดยอิงกับ5สายที่ชัดเจนก่อน
2. มองจุดเด่นของความสามารถให้ออกและเอามาเทียบกับจุดเด่นของสายนั้นๆ
2.1 แบ่งคร่าวๆ(จริงๆไม่ต้องก็ได้ เพราะต้องดูแบบละเอียดอีกที)
  - มองตามรูปแบบการต่อสู้ ถ้าสู้โดยหวังผลโดยใช้พลังทำลาย หรือสร้างบาดแผลกับศัตรู มักจะมีโอกาสเป็น3สายครึ่งบนของกราฟสูง (เสริมพลัง,แผ่พุ่ง,เปลี่ยนแปลง)
  - ถ้าสู้โดยหวังผลในการผนึก ครอบงำ จับกุม เคลียร์เงื่อนไขเพื่อจะเอาชนะคู่ต่อสู้ มักจะมีโอกาสเป็น3สายครึ่งล่างของกราฟสูง (ควบคุม'แปรสภาพ'พิเศษ)
2.2 แบ่งละเอียด
  - สายเสริมพลัง มีรูปแบบการต่อสู้แบบประชิด ไม่ซับซ้อน ใช้ออร่าเสริมพลังร่างกาย เลยไม่มีรูปลักษณ์ของออร่าที่โดดเด่นเท่าไหร่
  - สายเปลี่ยนแปลง ความสามารถมักจะออกไปทางทำให้ออร่ามีคุณสมบัติแปลกๆ หรือไม่ก็ทำให้ออร่ามีรูปทรงที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่ใช้คลุมร่างปกติ
  - สายแผ่พุ่ง ความสามารถจะไม่ยึดติดกับตัวเอง ถ้าไม่เกาะติดที่เป้าหมายก็จะเป็นลักษณะยิงออกมารึปล่อยออกมาจากตัว
  - สายควบคุม ใช้อาวุธหรือบุคคลอื่นเข้าสู้แทน(เป็นวัตถุจริงๆ ไม่ใช่ของที่สร้างโดยการแปรสภาพ) สามารถสั่งงานออร่าที่ปล่อยออกไปครอบงำบุคคลหรือวัตถุอื่นในลักษณะที่ซับซ้อนได้
  - สายแปรสภาพ ใช้อาวุธหรือบุคคลอื่นเข้าสู้ (แต่เป็นวัตถุที่สร้างด้วยเน็น) อาจจะแยกได้โดยดูว่าสามารถเรียกได้แบบผลุบๆโผล่ๆหรือไม่  หรือมีคนธรรมดาในเรื่องมองเห็นหรือไม่(ถ้าเรียกออกมาจากออร่าได้และคนธรรมดาเห็นถือว่าใช่)
     และอาจทำให้วัตถุเหล่านั้นจะมีความสามารถแฝงที่ต่างออกไปจากสายอื่นๆแฝงอยู่ด้วยก็ได้
3. บางความสามารถอาจมีหลายจุดเด่น แยกมาให้หมดแล้วดูว่าใกล้เคียงหรือจับกุ่มไปทางสายไหนมากที่สุด ให้คิดว่าเป็นสายนั้น
4. เทียบกับลักษณะนิสัยตามสายที่ฮิโซะกะแบ่ง เพื่อยืนยันอีกที
5. ถ้าไม่ตรงกับสายใดเลยก็มีโอกาสเป็นสายพิเศษสูง


เช่น ความสามารถขิงนัคเกิ้ล(ฮาโควาเระ) ถ้าแบ่งลักณะเด่นออกมา ความสามารถจะมี3ส่วนด้วยกันคือ
1. ปล่อยพอทคลีนออกไปเกาะติดศัตรู (สายแผ่พุ่ง)
2. ให้อีกฝ่ายยืมออร่าของตน (สายเสริมพลัง)
3. ผนึกให้อยู่ในสภาพเซ็ตสึ (สายควบคุม)
จะเห็นได้ว่าจุดเด่นนั้นต่างออกไป แต่ถ้ามองโดยรวมสายเสริมพลังและควบคุมก็มีสายแผ่พุ่งเป็นสายข้างเคียงอยู่แล้ว ถ้ามองภาพรวมความสามารถทั้ง3จะมีสายแผ่พุ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ดังนั้นฮาโควาเระ จึงเป็นความสามารถของสายแผ่พุ่งนั่นเอง
ซึ่งตามลักษณะนิสัย สายแผ่พุ่งจะเป็นพวกใจร้อน มักง่าย ซึ่งตรงกับนัคเกิ้ลพอดีอีกด้วย
 





ความสามารถเน็นในแต่ละสาย(กดลิ๊งค์ได้เลย)
- ความสามารถเน็นสายเสริมพลัง
- ความสามารถเน็นสายเปลี่ยนแปลง
- ความสามารถเน็นสายแผ่พุ่ง
- ความสามารถเน็นสายควบคุม
- ความสามารถเน็นสายแปรสภาพ
- ความสามารถเน็นสายพิเศษ
- ความสามารถเน็นที่ไม่ชี้ชัดว่าอยู่สายใด
 

 

 

 


 

 

.




 

Create Date : 17 เมษายน 2554    
Last Update : 27 เมษายน 2554 13:15:42 น.
Counter : 4218 Pageviews.  

4มหาวิถีและเทคนิคการใช้ออร่าชั้นสูง


4มหาวิถี

เป็นพื้นฐานของเน็น4อย่างที่จะขาดไม่ได้เลยในการฝึกเน็น มีความสำคัญมากไปหาน้อยตามลำดับ





 


เท็น (คลุม)
เป็นพื้นฐานของพื้นฐานทั้งหมด เท็นเป็นการใช้สมาธิเพื่อทำให้ออร่าอยู่ในรูปทรงที่ต้องการ ซึ่งแฝงอยู่กับเกือบทุกกิจกรรมการใช้เน็น
โดยในพื้นฐานแรกสุดก็คือการใช้เท็นทำให้ออร่าไม่รั่วไหลสู่ภายนอกให้ได้ซะก่อน






เซ็ตสึ (ปิดกั้น)
เป็นพื้นฐานที่ใช้ในการกักเก็บออร่าเข้าสู่ร่างกาย(ยามปกติรึใช้เท็นออร่าจะล้อมรอบร่างกาย) ส่งผลให้มีสมาธิและสงบมากขึ้น รวมถึงฟื้นฟูร่างกายได้ไวขึ้น
สามารถประยุกต์ใช้ในการพรางตัวได้ จะทำให้คนอื่นรับรู้ตัวตน(พลังชีวิต) ของเราได้น้อยลงแม้จะยืนอยู่ต่อหน้าก็ตาม  แต่การใช้เซ็ตสึในการต่อสู้ต้องถือเป็นเรื่องควรระวัง เพราะจะทำให้สภาวะรุกรับกลายเป็นศูนย์ไปในตัว






เร็น (เค้น)
เป็นพื้นฐานเบื้องต้นสำหรับการต่อสู้  เร็นเป็นการบังคับให้ร่างกายปลดปล่อยออร่ามากกว่าปกติ เพื่อเตรียมใช้ต่อด้วยเทคนิคอื่นๆ แต่การปล่อยออร่าออกมาอย่างรวดเร็วนั้นจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานและหมดไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ใช้เน็นฝีมือดีส่วนมากจะฝึกเร็นให้เปล่งออร่าออกมาได้คราวละมากๆเพื่อที่จะใช้ไม้ตายได้รุนแรง และก็ฝึกให้เปล่งออกมาได้นานๆเพื่อที่จะยืดระยะเวลาต่อสู้และปริมาณออร่าให้มากขึ้นด้วย




ฮัตสึ (แสดง)
เป็นพื้นฐานการใช้ออร่าตามสายซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลออกมา เพราะรูปแบบที่ต่างกันไปในแต่ละคนจึงเรียกว่าเป็นการออกความสามารถเฉพาะตัวรึไม้ตายเลยก็ได้
เกี่ยวกับเทคนิคนี้ค่อนข้างซับซ้อน ผมขอแยกอธิบายเอาไว้"ตรงนี้"ล่ะกันครับ


 

 

 

 

 

เทคนิคการใช้ออร่าชั้นสูง
 

 

เทคนิคขั้นสูงเป็นเทคนิคที่จะละเลยไม่ได้หากต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นเทคนิคที่ยากเย็นแต่ก็ต้องฝึกฝนให้คล่อง  แต่ถึงจะยากเพียงใดยอดฝีมือในเรื่องกลับใช้เทคนิคเหล่านี้ได้ง่ายราวกับกระพริบตา


 



เงียว (ผนึก)
รวมออร่าเอาไว้ที่จุดๆเดียว ส่งผลให้ออร่าที่อื่นเบาบางลง แต่จุดที่รวมจะแข็งแกร่งขึ้น ผู้ใช้ที่เชี่ยวชาญสามารถกำหนดปริมาณมากน้อยได้ตามความต้องการที่จะใช้ได้พอดี
ส่วนมากจะใช้กับตาเพื่อที่จะทำให้มองออร่าของอีกฝ่ายที่ถูกพรางไว้ด้วย"อิน"ออก




อิน (พราง)
เทคนิคขั้นสูงของเซ็ตสึ คือการปกปิดร่องรอยของออร่าที่ตนเองใช้อยู่ ทำให้คนอื่นมองออร่าไม่ออก แต่ก็สามารถแก้ทางได้ด้วยการรวม"เงียว"ไว้ที่ตา

 



เอ็น (รัศมี)
เทคนิคขั้นสูงของเท็นและเร็น คือการกระจายรัศมีของออร่าที่ปกคลุมตัวให้กว้างกว่าปกติ และใช้ออร่าสัมผัสวัตถุและการเคลื่อนไหวภายในนั้นแทนประสาทสัมผัสปกติของตน
ส่วนมากจะใช้ในการตรวจจับรึค้นหาพื้นที่กว้างๆ เอ็นจะเป็นการกระจายรัศมีออกไปมากกว่า2เมตร ถ้าต่ำกว่านี้จะเป็นการตรวจจับปกติแทน ไม่ใช่เอ็น)
สำหรับผู้เชี่ยวชาญ สามารถใช้เอ็นแยกคนปกติกับผู้ใช้เน็นออกได้ด้วยการตอบสนองของออร่าของอีกฝ่ายเมื่อถูกเอ็นกระทบ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและไหวพริบสูง



 



ชู (หุ้ม)
เทคนิคขั้นสูงของเท็น เป็นการแบ่งออร่าออกไปปกคลุมให้วัตถุที่ตนถืออยู่ ส่งผลให้เพิ่มพลังและความแข็งแกร่งให้วัตถุนั้นๆด้วย

 



เค็น (แข็ง)
เทคนิคการใช้เร็นและเท็นพร้อมกัน ใช้เร็นเปล่งออร่อออกมาให้มากกว่าปกติและใช้เท็นคงสภาพนั้นไว้ เป็นเทคนิคที่ใช้ก่อนการต่อสู้ที่ต้องพร้อมใช้ออร่ามากๆ แต่ก็เป็นการเผาผลาญออร่าให้หมดไวกว่าปกติด้วย



 



โค (แกร่ง)
เทคนิคที่รวมเร็น เท็น เซ็ตสึ เงียว เข้าด้วยกัน  เปล่งออร่าออกมาให้มากด้วยเร็น นำมารวมไว้ที่จุดใดจุดนึงด้วยเงียว ปิดออร่าจุดอื่นๆให้หมดสิ้นด้วยเซ็ตสึ(ส่งผลให้ออร่าที่รวมกันมากขึ้น) และคงสภาพนั้นไว้ด้วยเท็น
เป็นเทคนิคที่ฝึกยากที่สุด สิ้นเปลืองสมาธิและออร่าสูง แต่ก็แลกมากับพลังที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า จนหลายๆคนมักใช้โคเป็นกระบวนท่าขั้นต้นสำหรับไม้ตายกัน

 



ริว (เวียน)
เป็นเทคนิคการใช้เงียว โค เค็น ให้คล่อง  ทำให้เคลื่อนย้ายออร่าไปมาในร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วและคุ้มค่ากับปริมาณที่ต้องการใช้ให้มากที่สุด
โดยเรียกเป็นอัตราส่วนการรุกรับ เช่นรุกรับ60/40 ก็หมายถึงใช้เงียวรวมออร่าไปไว้ในส่วนที่ต้องการใช้60%และส่วนอื่นๆเหลือไว้40%

 

 

 

 


 

 

.




 

Create Date : 17 เมษายน 2554    
Last Update : 27 เมษายน 2554 13:15:16 น.
Counter : 8375 Pageviews.  

เน็น



เน็น(สัมผัส)


เน็นคือเทคนิคการกักเก็บและใช้ออร่าหรือพลังชีวิตในร่างกายมนุษย์ ให้เกิดประโยชน์ขึ้นมากกว่าเดิม

 

 

 

         

                                           ซึ่งส่วนใหญ่ภายในเรื่องก็เอาไว้สู้กันนั่นแหละ

 

 

ออร่าหรือพลังชีวิต
โดยปกติมนุษย์ทุกคนจะมีออร่ากันอยู่แล้ว  แต่จะค่อยๆไหลออกจากร่างเรื่อยๆเป็นสาเหตุให้เกิดอาการอ่อนเพลียเหนื่อยล้า  ยิ่งมีกิจกรรมที่ใช้กำลังรึความมุ่งมั่นสูงก็จะยิ่งทำให้รั่วไหลออกไปเร็วขึ้นเท่านั้น
ในการฝึกเน็นพื้นฐานขั้นต้นก็คือการใช้เท็น(สมาธิ)เพื่อเก็บออร่าเหล่านี้ไม่ให้รั่วไหลออกนอกกายอย่างสมบูรณ์ ส่งผลทำให้สมรรถภาพร่างกายดีขึ้น อายุยืนยาวขึ้น ไม่หลับไม่นอนได้ติดต่อกันหลายๆวัน 
สำหรับผู้ฝึกในขั้นสูงๆแล้ว ก็สามารถอยู่ในสภาพนั้นแม้แต่ตอนหลับนอนก็ได้

แต่แม้จะเก็บออร่าได้สมบูรณ์แบบขนาดไหน ในการต่อสู้รึกิจกรรมที่ละเอียดอ่อน ก็เป็นการสิ้นเปลืองสมาธิ(รึพลังจิต) ยิ่งใช้เทคนิคขั้นสูงพลังจิตก็ยิ่งสิ้นเปลืองมาก ทำให้ออร่าเก็บไว้อย่างสมบูรณ์เริ่มรั่วออกไปบ้างไม่มากก็น้อย

หากออร่าหมด ร่างกายจะเข้าสู่สภาพอ่อนเพลียหมดเรี่ยวแรง ต้องพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อที่จะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง


 

                                        

          ทางซ้ายคือสภาพออร่าของคนปกติ ส่วนทางขวาคือผู้ใช้เน็นที่สามารถเก็บออร่าไม่ให้รั่วไหลได้แล้ว

 

 

สำหรับการจะเป็นผู้ใช้เน็นได้ มี2วิธีกว้างๆด้วยกัน
 

1. คือการนั่งสมาธิสัมผัสถึงออร่าภายในร่างกาย หลังจากนั้นก็ค่อยๆผึกพื้นฐานไปทีละขั้น  เป็นวิธีที่เสถียรแต่กินเวลานาน  สำหรับคนที่เป็นอัจฉริยะยังใช้เวลาหลายเดือน อย่างเร็วสุดก็เป็นอาทิตย์กว่าจะสัมผัสได้
2. การเปิดช่องออร่าด้วยเน็นของคนอื่น จะพูดให้ถูกก็คือการถูกโจมตีด้วยเน็นนั่นเอง เรียกอีกอย่างว่าการรับน้อง เป็นวิธีลัดที่เสี่ยง เพราะร่างของคนปกติไม่สามารถต้านพลังของผุ้ใช้เน็นได้อยู่แล้ว
หากถูกโจมตีเข้าไปอาจบาดเจ็บ พิการ ไปจนถึงเสียชีวิตได้ เมื่อถูกเปิดช่องออร่าแล้ว ออร่าในสภาพปกติจะไหลรุนแรงขึ้นจนจับทางง่ายแต่หลังจากนั้นหากยังจับเคล็ดในกักออร่าไว้กับตัวไม่ถูก
ออร่าก็จะไหลออกจนหมดจนหมดเรี่ยวแรง  ต้องไปโดนรับน้องใหม่อีก

นอกจาก2ข้อที่กล่าวมาด้านบน คนบางคนที่ถูกนับว่าเป็นอัจฉริยะด้านใดด้านนึง ก็มักจะเปล่งออร่าออกมาในเวลาที่ใช้สมาธิสูงๆกับผลงานของตนเองได้เช่นกัน
ซึ่งบางคนก็ใช้ออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่บางคนก็เรียนรู้ตัวและฝึกปรือต่อจนแตกฉานลึกซึ้ง บุคคลเหล่านี้แม้จะไม่รู้เรื่องเน็น แต่ด้วยความสามารถที่สูงส่งกว่าคนปกติ จึงมักจะถูกเรียกขานว่าเป็นอัจฉริยะ,ผู้นำ,พ่อมด,เซียน,ยอดมนุษย์


 

 

                                     

                                                   วิงก์กำลังเปิดช่องออร่าให้กอร์นด้วยวิธีลัด

 

 

                          

                                                    กอร์นและคิรัวร์กำลังฝึกเท็นด้วยการทำสมาธิ

 

 

สำหรับการฝึกเน็นของผู้ที่จับร่องรอยออร่าได้แล้ว จะแบ่งเป็น2ช่วง คือ4มหาวิถีซึ่งเป็นเทคนิคพื้นฐาน4อย่าง และเทคนิคขั้นสูง  ทั้งยังมีศาสตร์การใช้ออร่าให้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งอยู่อีก



 

 

 

 


 

 

.




 

Create Date : 17 เมษายน 2554    
Last Update : 27 เมษายน 2554 13:14:55 น.
Counter : 4535 Pageviews.  

กองโจรเงามายา(Genei Ryodan)

          


                                     เปิดฉากการปล้นการประมูล


กองโจรเงามายา(Genei Ryodan,Phantom Troupe)
กลุ่มอาชญากรที่ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ มีสมาชิก13คนประกอบไปด้วยหัว(หัวหน้า)
และขาอีก12ข้าง โดยแต่ละคนจะมีรอยสักรูปแมงมุม12ขาพร้อมหมายเลขประจำตัว โดยในบางที
จะเรียกกันเองในหมู่คนใกล้ชิดว่า"แมงมุม" โดยทั่วไปจะปล้นและฆ่า แต่ในบางครั้งก็ทำเรื่องดีๆ 


กฏ
- แขนขาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของหัวอย่างเคร่งครัด แม้แต่กรณีคอขาดบาดตายก็ไม่เว้น
- ถ้าเกิดหัวตายไป หาคนขึ้นรับตำแหน่งแทน สิ่งสำคัญสุดไม่ใช่หัว แต่เป็นแมงมุม
- กรณีขัดแย้งกันภายในกลุ่มให้ตัดสินกันโดยการโยนหัวก้อย ห้ามสมาชิกสู้กันเอง
- หากคนนอกต้องการเข้ากลุ่มต้องโค่นสมาชิกเก่าเพื่อเข้าไปแทน แต่หากจำนวนสมาชิกขาด
  หัวหน้าจะทำการเลือกคนเข้ากลุ่มเอง



  ภาพสัญลักษณ์แมงมุม และเหรียญสำหรับโยนหัวก้อยแบบที่มีรูปกะโหลกตรงกลางสัญลักษณ์


 


สมาชิก(กดลิ๊งค์เพื่อดูข้อมูลของแต่ละคน)
หัวหน้า(Danchou)
- คุโรโร่ ลูซิเฟอร์
สมาชิก
- โนบุนากะ(หมายเลข1), แฟรงคลิน , มาจิ , ฟิ๊งคซ์ , เฟย์ตัน
- ชาร์แน็ค(หมายเลข6หรือ9) , ชิซึคุ(หมายเลข8), กอลโทปี้ , โบโนเลนอฟ , คัลโต้(หมายเลข4)
อดีตสมาชิก
- อุโบกิ้น (หมายเลข11), ปาคูโนด้า (หมายเลข6หรือ9), ฮิโซกะ(หมายเลข4)


 



                      ภาพในขณะตั้งกลุ่มและหน้าตาสมาชิกในขณะนั้น



                    เหล่าสมาชิกกำลังฉลางความสำเร็จในการปล้น



นครดาวตก(Ryuseigai)
กลุ่มโจรเงามายามีที่มาจากเมืองนี้ สถานที่ที่ว่ากันว่าสามารถทิ้งอะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็นขยะ สารพิษ รวมถึงมนุษย์
ผู้คนในเมืองนี้จึงถือว่าไม่มีตัวตนในเชิงสังคม ทำให้สมาชิกที่มาจากเมืองนี้กลายเป็นบุคลที่ไร้ประวัติ
ว่ากันว่ากลุ่มมาเฟียก็ใช้สถานที่นี้ลักลอบส่งของเถื่อน พอรู้ว่ากองโจรเงามายามีเส้นสายกับนครดาวตก
จึงรีบทำการยกเลิกค่าหัว



                                พวกแมงมุมในนครดาวตก




ตำแหน่งหน้าที่
สมาชิกในกลุ่มจะแบ่งหน้าที่ชััดเจนกันไปตามความสามาถ และจะลงมือกันตามที่หัวหน้ากำหนด
โดยหลักๆจะแบ่งออกเป็นกองหน้า สำหรับคนที่มีความสามารถในการรบ และกองหลัง สำหรับคน
ที่มีความสามารถสำคัญหาทดแทนได้ยาก โดยกองหน้ามีหน้าที่ปกป้องคุ้มกันกองหลัง


ในการปล้นการประมูลในยอร์คชิน คุโรโร่แบ่งหน้าที่ให้กับคนในกลุ่มดังนี้
คุโรโร่ สั่งการ
อุโบกิ้น สู้รบ
โนบุนากะ สู้รบ
แฟรงคลิน สู้รบ
ฟิ๊งคซ์ สู้รบ
เฟย์ตัน สู้รบ ,หาข้อมูล(ทรมาน)
ปาคูโนด้า หาข้อมูล(ตั้งคำถาม)
ชาร์แน็ค หาข้อมูล(ค้นหา),วิเคราะห์
มาจิ แกะรอย,รักษา
ชิซึคุ กวาดทรัพย์สิน,ทำลายหลักฐาน
กอลโทปี้ สร้างของมีค่าเก๊
โบโนเรนอฟ เฝ้ารัง
ฮิโซกะ เฝ้ารัง




ภาพอุโบและชาร์ปลอมตัวเป็นผู้ประมูล
และเฟย์,แฟรงคลิน,ฟิ๊งซ์,ฮิโซกะ,ปาคู
ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่(จนท.อีกคนโดน
ชาร์ควบคุมอยู่)


ทางซ้ายเป็นภาพคุโรโร่ปลอมตัว
เพื่อเข้าไปขโมยความสามารถ


 



 


 


 


 


 


 


 ลำดับเหตุการณ์ภายในกลุ่ม
- 5ปีก่อน กวาดล้างเผ่าคูลท์ ปล้นเนตรสีเพลิง
- 3ปีีก่อน ครอบครัวโซลดิ๊กเข้าสังหารสมาชิกในกลุ่ม คุโรโร่ได้สู้กับซิลเวอร์ จากข้อมูลที่ว่าครอบครัวโซลดิ๊กไม่เคยทำงานพลาด
กับข้อมูลที่ว่าชิซึคุกับฮิโซกะเข้ากลุ่มมาใหม่ในช่วง1-4ปี แต่ฮิโซกะเข้ามาโดยการสู้กับหมายเลข4เอง ทำให้พอเดาได้ว่า
สมาชิกที่โดนสังหารคือหมายเลข8คนเก่า และคนที่เข้ามาแทนคือชิซึคุ
- 1-4ปีก่อน ชิซึคุเข้ากลุ่มแทนหมายเลข8
- 2-3ปีก่อน ฮิโซกะเข้ากลุ่มแทนหมายเลข4
- กันยายนปี99 เข้าปล้นการประมูลที่เมืองยอร์คชิน
- กันยายนปี99 อุโบกิ้นและปาคูโนด้าตาย ฮิโซกะออกจากกลุ่ม ส่วนคุโรโร่โดนผนึกเน็น
- ตุลาคมปี99-ต้นปี00 รับคัลโต้เข้ากลุ่มแทนฮิโซกะ ตามหาผู้ขจัดเน็นให้คุโรโร่
- ช่วงสิงหาคมปี00 บางส่วนของสมาชิกปะทะกับซาซันที่นครดาวตก



         ภาพในวัยเด็ก คุโรโร่ ฟิ๊งซ์ แฟรงคลินและชาร์กำลังเล่นกันอยู่(ผู้หญิงแก่ๆอีกคนไม่ทราบว่าใคร)


ลำดับการงัดข้อ
1.อุโบกิ้น
2.ฟิ๊งคซ์
3.ฮิโซกะ
4.แฟงคลิน
5.เฟย์ตัน
6.มาจิ
7.คุโรโร่
8.โบโนเรนอฟ
9.โนบุนากะ
10.ชาร์แน็ค
11.ปาคููโนด้า
12.ชิซึคุ
13.กอลโทปี้


                  ทิ้งท้ายกันด้วยภาพเปิดตอนขณะที่สมาชิกกำลังใส่ชุดดำไว้อาลัยแด่อุโบกิน



 


 


 


 





 

Create Date : 21 ธันวาคม 2552    
Last Update : 22 ธันวาคม 2552 1:47:55 น.
Counter : 14552 Pageviews.  

1  2  3  

Aya+EVE
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add Aya+EVE's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.