อยากให้ทุกคนมีความสุข! เหมือนผม ร้านผมเองครับ ไปดูได้นะ www.waydhanarshop.com
Group Blog
 
All Blogs
 

3. พันธุ์ไม้ 3 ชนิด ( พันธุ์บาป พันธุ์บุญ พันธุ์กลางๆ)

บนที่ดินแปลงสวยที่เราเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของ(กายกับใจอันนี้) มีต้นไม้หลายพันธุ์ที่เจริญงอกงามอยู่เยอะ ผสมๆกันอยู่ บางพวกก็เป็นไม้ชั้นดี บางพวกก็เป็นพันธุ์ชั่ว

ต้นไม้ 1 ต้น จะเท่ากันการกระทำ 1 อย่าง
ทำดี 1 ครั้ง จะเท่ากับปลูกต้นไม้ดีๆไว้ในสวน 1 ต้น
ทำชั่ว 1 ครั้ง จะเท่ากับปลูกต้นไม้เลวๆไว้ในสวน 1 ต้น

ขอแบ่งพืชพันธุ์ที่มีอยู่ในโลกนี้เป็น 3 พวก
1.พวกที่ขึ้นมาแล้วให้ผลงอกงาม สดสวย มีกลิ่นหอม สร้างความเจริญใจ
ความสุข ความดี ให้กับเรา พวกนี้คือต้นไม้แห่งบุญกุศล ที่เจริญงอกงามมาจากเมล็ดพันธุ์ของการทำดี ทั้ง 3 ทาง คือทางการกระทำ ทางคำพูด และทางความคิด ***พวกนี้แหละเป็นพวกที่เราต้องขยันปลูก

2.พวกที่ขึ้นมาแล้วให้ผลเหม็นเน่า รสขมอมทุกข์ แสบๆคันๆ เห็นแล้วอึดอัด คับข้อง รำคาญกายใจ พวกนี้คือต้นไม้แห่งบาปอกุศล ที่เจริญงอกงามขึ้นมาจากเมล็ดพันธุ์ของกิเลส คือ โลภ โกรธ หลง การกระทำใดก็ตามที่มีความโลภ โกรธ หลงผสมอยู่ทั้งทาง กาย วาจา หรือใจ ผลของมันไม่ค่อยน่ายินดี ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้มาเกิด มาโตในสวน ไอ้ที่เห็นมันขึ้นๆอยู่ก็ต้อง รีบกำจัดออกไป อย่าให้แพร่พันธุ์ตามใจ

ต้นไม้พวกนี้มันโตไว ขึ้นเร็วเหมือนวัชพืช หญ้ารก ที่เผลอไปปลูกไว้แค่ต้นเดียว ก็ดันโตทันใจทั้งๆที่ไม่อยากให้ขึ้น แถมโตมาก็ยังเป็นที่อยู่ของหนู งู แมลงสาปที่จะมากัด มาฉก มาหลอกให้ตกใจอีก ความร้ายกาจของมันยังมีอีกเยอะ ต้องสาธยายกันยาว เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง

3.พวกที่ขึ้นมางั้นๆ ไม่มีพิษภัย ไม่มีคุณประโยชน์อะไร คือการกระทำกลางๆที่ไม่ได้เป็นคุณหรือโทษที่จะโตก็ช่างจะตายก็เชิญ เลยจะขอข้ามๆไปไม่พูดถึง




 

Create Date : 11 มีนาคม 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2553 0:21:58 น.
Counter : 145 Pageviews.  

3.2 มีเมล็ดแล้วต้องทะยอยปลูก (1)

เงินทองทรัพย์สินปัจจัย 4 ของเรา จะเปรียบเหมือนเมล็ดพันธุ์แห่งทานที่เรามี ก่อนจะปลูกเพื่อนเก็บเกี่ยวดอกผล ต้องคำนวณให้ดีๆว่า ระหว่างที่ต้นใหม่ยังไม่โตพอที่จะออกผลผลิตเรายังพอมีเมล็ดพันธุ์ธัญาหารเอาไว้กินไว้ใช้พอไหม

บางคนเวลาทำบุญมักใจใหญ่ ไม่พิถีพิถันคิดหน้าหลังให้ดีก่อนทำ เทหมดกระเป๋าทำบุญให้ทาน จนเกิดเดือดร้อนเพราะไม่มีอะไรกินเป็นหนี้สินตามมา

การทำทานคือการปลูกต้นไม้แห่งทรัพย์สินที่แม้จะมีดอกผลที่หอมหวานชวนให้อยากปลูกรอกินผลมหาศาลข้างหน้า แต่ต้องคิดดีๆแบ่งสรรปันส่วนว่า ตอนนี้เรามีเงินมีทรัพย์อยู่เท่าไร ควรจะแบ่งไปทำทานเท่าไรจึงเหมาะสม ตามกำลังความสามารถ กำลังศรัทธาของเรา จะแบ่งไว้กินไว้ใช้ส่วนตัว หรือเลี้ยงดูลูกเมียสักเท่าไรจึงจะดี ต้องคำนวณดีๆ

สมมติว่าเรามีเงินอยู่ 100 บาท พระพุทธเจ้าท่านแนะนำให้ใช้จ่ายให้พอดีสมหับฐานะของตน(สมชีวิตา) โดยใช้ชีวิตความเป็ยอยู่ให้ดีพอกับฐานะไม่ขี้เหนียวเกินไป หรือฟุ่มเฟือยเกินไป คือรู้จักใช้ทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์แบ่งเป็นข้อๆตามนี้
1. ใช้เลี้ยงดูตัวเอง ซื้ออาหาร เครื่องใช้ เสื้อผ้า ต่างๆตามสมกับฐานะของเรา ถ้าจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายก็ก็น่าจะพูดเรื่องรถยนต์ ยานพาหนะกันดีกว่า
คนแรกเรียนจบทำงานดี มีเงินเดือน สองสามหมื่น ที่ทำงานไกลจากบ้านมาก
ก็เลยเก็บเงินซื้อรถราคาปานกลาง 1 คัน เพื่อไว้ใช้ขับไปทำงานไม่ให้ตัวเองเหนื่อยเกินไป มีความสุขพอควร แบบนี้ก็เรียกว่าใช้จ่ายสมฐานนะ

คนที่สองเป็นเจ้าของกิจการ มีรายได้หลักล้าน ที่ทำงานไกลจากที่บ้านพอใช้
ก็แบงเงินมาซื้อรถที่มีความสะดวกสบายสูง ถึงแม้ว่าจะราคาป็นล้านๆ แต่ก็พอจ่ายได้โดยไม่เดือนร้อนและก็สามารถขับไปทำงานได้อย่างมีความสุข สบาย แบบนี้ก็เรียกว่าใช้จ่ายสมฐานนะ

คนที่สามเป็นเจ้าของกิจการ มีรายได้หลักแสน แต่อยากมีรถราคาหลายล้าน ถึงแม้จะมีความสบายสูงแต่ตนเองต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่าเพื่อเก็บเงินไว้จ่ายเงินค่ารถ จนความเป็นอยู่ประจำวันลำบากขึ้นจนบั่นทอนความสุขของชีวิตไปมาก แบบนี้ก็เรียกว่าใช้จ่ายไม่สมฐานะ

คนที่สี่เป็นเจ้าของกิจการมีเงินเยอะนับไปถ้วน ต้องเดินทางไปทำงานที่ไกลแต่ขี้เหนียวไม่ยอมจ่าย ทนขับจักรยาน หรือซื้อรถเก่ามาใช้โดยที่เงินที่เหลือก็เก็บไว้เฉยๆไม่ไปทำอะไร แบบนี้ก็เรียกว่าเป็นคนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินเงินทองที่ตนหามาได้อย่างเหมาะสม

ในข้อนี้แต่ละคนจะต้องคิดๆพิจารณาเอาเองว่าระดับไหนที่เป็นระดับฐานนะของใช้ที่เหมาะกับฐานะความเป็นอยู่ที่จะมีความสุขกับเงินทองที่หามาได้ของตัวเอง




 

Create Date : 08 มีนาคม 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2553 0:22:25 น.
Counter : 130 Pageviews.  

2. ทำไมสวนของฉัน ไม่เหมือนสวนของเธอล่ะ

สวนของแต่ละคนหรือชีวิตของแต่ละคน ก็จะแตกต่างกับไปตามผลของการกระทำที่เคยทำนั้นเอง แต่เพราะแต่ละคนมีความรู้ความเข้าใจกฏของธรรมชาติ รวมถึงวิธีการให้ผลของมันไม่เท่ากัน การกระทำที่ทำก็จะเป็นไปตามสติปัญญาความรู้ของคนคนนั้น


พวกแรกศึกษามาน้อยก็เข้าใจว่า การไปปล้นเขา ฆ่าเขามา ง่ายดีทำแล้วก็มีความสุขเร็ว อยากได้เมียใคร ผัวใคร ก็ไปล่อหลอกมา ได้กันง่ายๆ พวกนี้ก็ต้องสับสนวุ่นวาย เพราะไม่รู้จักศีล ไม่รู้จักกรรม ถ้าเปรียบเทียบก็คือพวกที่ปลูกต้นไม้ที่เต็มไปด้วยพิษภัย ที่จะค่อยเติบโตออกผลที่ร้ายกาจ ทำลายเจ้าของสวนให้เจ็บปวดทุกข์ทน ดินแดนที่หมั่นปลูกพืชพันธุ์เหล่านี้ ก็จะค่อยๆกลายเป็นสวนของพวกเดรัจฉาน เปรต อสูรกาย สัตว์นรกในที่สุด

พวกต่อมารู้จักศีลธรรม การทำดี รู้ว่าการให้เป็นเมล็ดพันธุ์ของความร่ำรวย
การรักษาศีลเป็นเมล็ดพันธุ์ของความสุขสบายก็ให้ทานรักษาศีล งดเว้นการทำชั่ว ผลที่ได้ก็คือชีวิตความเป็นอยู่ที่รวย ดี และมีความสุข เพราะรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง ปลูกต้นไม้ถูกต้น

อีกพวกหนึ่งยิ่งฉลาดขึ้นอีก มีข้อมูลเต็มเอี้ยดเกี่ยวกับการกระทำดีชั่ว รู้ว่าทำดีมีความสุข หลงทำชั่วก็ทุกข์ทม และรู้ว่าความสุขเองก็มีความสุขที่เป็นความสุขระดับสูงที่ลงทุนน้อยแต่ได้รับผลเมาก เหมือนปลูกต้นไม้พันธุ์ดีที่ทั้งปลูกง่ายและผลดกมีรสหอมหวาน

ต้นไม้ที่ว่านั้นคือต้นไม้ของฌานสมาบัติหรือความสุขจากการบำเพ็ญสมาธิภาวนา เป็นความสุขที่ไม่ต้องแสวงหา และปนเปไปด้วยความทุกข์เหนื่อยยากเหมือนความสุข ของรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อย่างหยาบที่เรียกศัพท์เทคนิคว่า "กามสุข"(เช่น กินข้าวอร่อย อ่านการ์ตูนสนุก ดูหนังมันส์ดี ฟังเพลงเพราะ เที่ยวเล่นไปในที่ต่างๆ และความถึงความสุขจากการร่วมรัก)ซึ่งหากเทียบกับความสุขของสมาธิและผลของมัน ความสุขแบบ "กามสุข" นั้นหายไปเร็วมากและไม่ค่อยมั่นคงซะเลย ก็เลยหาเวลาสะสมเมล็ดพันธุ์ของสมาธิที่จะแนะนำวิธีปลูกอย่างถูกต้องและเข้าใจง่ายในบทหลังๆ

สุดท้ายเป็นพวกที่หายากที่สุดที่มีความรู้ขั้นสุดยอด มองผ่านความลับที่ปิดกั้นของธรรมชาติได้ รู้ว่าการดูแลสวนนี่ จริงๆแล้วเป็นเรื่องเหนือยยากและจริงๆแล้วเจ้าของสวนก็ไม่ใช่ตัวเราหรอก มันมีเจ้าของสวนตัวจริงที่หลอกใช้ให้เราปลูกพันธุ์ไม้ใหญ่น้อย ต้องดูแลกายใจอันนี้อย่างตั้งอกตั้งใจเหมือนเป็นของเราเอง

พวกสุดท้ายนี้เป็นพวกที่มีน้อยที่สุดและต้องผ่านการเก็บข้อมูล ทำวิจัยอย่างยาวนาน ต้องคอยถางสวนให้ร่มรื่น อยู่สบายมากพอที่จะมีเวลามามองให้เห็นถึงความจริงข้อนี้ จนสามารถเดินออกจากสวนกลับไปบ้านของตัวเอง ที่มีความสุขที่สุดไม่ต้องเหนื่อยยากอีกต่อไป


ถ้าสังเกตดูตามนี้ จะเข้าใจว่าจริงๆแล้วทุกคนแหละอยากมีความสุข หลีกหนีความทุกข์ คืออยากมีสวนสวยสดใจไม่ชอบสวนและๆเน่าๆ ดังนั้นเราต้องมีใจกว้างกับเพื่อนร่วมทางที่เขาทำดีที่สุดตามสติกำลังความสามารถของเขา และไม่ลืมดูแลสวนของตนเองให้ดี จนกว่าหมดภาระส่วนตัว




 

Create Date : 03 มีนาคม 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2553 0:21:11 น.
Counter : 141 Pageviews.  

1.ชีวิตคือสวนส่วนตัว ที่ปลูกต้นไม้ได้ดังใจ ปลูกอะไรก็ได้อย่างนั้น

คนเราเกิดมาพร้อมกับมรดก เป็นสวนส่วนตัวที่มีต้นไม้งอกงาม
บางต้นก็มีผลรสหอมหวาน บางต้นก็ออกดอกสวยงาม อาจจะมีบางต้นที่มันเหี่ยวๆ บางทีก็มีลูกรสขมเพราะชาวสวนอย่างเราๆ ดันเลือกต้นผิด แต่โดยรวมก็ยังเป็นสวนสวยน่าดู น่าชมอยู่ดี

ถ้าจะนับตามความสุขสบาย การเกิดมาเป็นคนนับว่าเป็นชีวิตที่มีความสุขสบายมากระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับสัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าๆอีกหลายพวก ทั้งพวกเปรตที่หิวอยู่ตลอดเวลาต้องคอยหาอาหารใส่ท้องบางทีไม่มีอะไรอื่นกิน ก็ฆ่ากันกินกันเอง(ยังกับหนังสยองขวัญ) พวกอสูรกายที่ต้องใช้ชีวิตชุกซ่อนตามที่ลึกลับคอยและชอบทะเลาะกันอยู่เรื่อยๆ
หรือพวกที่เกิดในนรกที่ทุกข์ทั้งกายใจ ตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีเว้นวรรค

เปรียบเทียบกับที่ดินขนาดใหญ่ที่มีชาวสวนคนขยันเดินปลูกต้นไม้ตลอดเวลาไม่เว้นวัน(ลงมีทำความดีความชั่ว ทั้งทางกาย วาจา ใจ ตลอดเวลา) พอก้มหน้าก้มตาปลูกไปเรื่อยๆต้นไม้ที่เคยปลูกเมื่อวันก่อนๆ ก็เริ่มงอกเงย ถ้าเคยปลูกต้นดีๆไว้ เผลอแป๊ปเดียวก็กลายเป็นสวยสวยน่ามอง แต่ถ้าปลูกต้นแย่ๆเน่าๆ บางต้นจับแล้วคัน หนามก็ทิ่ม ไว้เรื่อยๆบ่อยๆ(ทำกรรมชั่ว) เดินวนไปเดินมาในสวนก็ต้องเจอความแสบคันเพราะต้นไม้ที่เคยปลูกเองสักวัน

ที่ได้เกิดมาเป็นคนเพราะมีความดีชักพาให้มาเกิด คือมีต้นไม้ที่ดีมากกว่าต้นเน่าๆก็เลย แต่ก็ไม่ได้ดีเท่าพวกเทวดาที่มีต้นไม้ระดับA++ อยู่ในสวนทั่งต้นสูง ผลผลิตดี จะเก็บลูกกินเมื่อไรก็มี แถมลูกยังหวานหอม กินก็จนแน่นก็ไม่ยอมหมดต้น แถมกินเท่าไรก็ไม่อ้วนอีกตังหาก(ยังกับก็เม็ดแมงลักเลย)

สวนของคนก็เลยเป็นสวนที่น่าอภิรมย์พอใช้ มาเดินเที่ยวเล่นเก็บผลไม้ที่ปลูกเองกับมือลงมากิน แต่เพราะสวนมันใหญ่มากเพราะปลูกมานานหลายภพหลายชาติ บางทีก็ลืมไปว่าบางต้นปลูกขึ้นมากับมือเสียอีก บางทีเดินวนไปวนมาสองสามวัน ไอ้ต้นจิ๋ววันก็มันดันโตเร็วเกินคาด โตแซงเพื่อนแถมออกผลให้เราก็กินอีกด้วย


ในความโชคดีของฉันที่เป็นเจ้าของสวนสวย สวนเล็กๆสวนหนึ่งที่คอยปลูกต้นไม้ส่วนตัวอยู่เงียบๆ บางทีก็แอบไปดูสวนเพื่อนที่ปลูกอยู่ใกล้ๆ อย่างมีความสุข แต่ด้วยความโชคดีซ้อนอีกชั้น ที่สวนของฉันอยู่ใกล้สถาบันวิจัยขนาดใหญ่(พุทธศาสนา) ที่มีแผนกที่ปรึกษาเพื่อการทำสวนชั้นเลิศ(เรื่องกฏแห่งกรรม และแนวทางของความสุขของชีวิต) ที่มีข้อมูลที่ค้นคว้ามาแล้วจากนักวิจัยแสนดี ที่ใช้กันได้ผลมาแสนนาน ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง แค่ศึกษาวิธีให้ดี ปลูกๆไปตามลำดับ อดทนรอบ้าง ใส่ปุ๋ยเร่งบ้าง ก็จะเป็นเจ้าของสวนสวยน่ารัก

ฉันเดินไปถามในสถาบันไปศึกษามาแล้ว ปลูกเองกับมือจนได้ผลอร่อยถูกใจ หรือบางต้นก็ไม่เคยปลูกแต่แอบดูของเพื่อนบ้าง แล้วเอาวิธีปลูกมาเล่าให้ฟังตั้งแต่วิธีเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ถูกต้อง รดน้ำ ใส่ปุ๋ย เร่งดอก เร่งใบ พวกเราจะได้มีสวนสวยส่วนตัว ที่ต้นไม้ออกดอกกลิ่นหอม และผลอร่อยตรงที่อยากกิน ไม่ใช่ว่าปลูกฝรั่งได้มังคุด ปลูกละมุดได้ทุเรียน แล้วมาบ่นกับเพื่อนว่าปลูกมาตั้งนาน รอมาเป็นชาติ ทำไมฝรั่งของช้านนนนนน กลายเป็นมังคุดไปแล้ววว




 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2553 0:20:58 น.
Counter : 197 Pageviews.  

เริ่มเรื่อง--ปลูกฝรั่งได้ละมุด ปลูกมังคุดได้ทุเรียน (ถ้าจะทำดี ก็ต้องได้ดีเท่านั้น ...ไม่ใช่ได้ชั่ว)

มารู้จักวิธีดูแลสวนชีวิต ให้มีสวยงามร่มรื่น

สารบัญ

1. ชีวิตคือสวนส่วนตัว ที่ปลูกต้นไม้ได้ดังใจ ปลูกอะไรก็ได้อย่างนั้น
2.ทำไมสวนของฉัน ไม่เหมือนสวนของเธอล่ะ
3. มารู้จักไม้พันธุ์ดี ที่จะมาเลือกปลูกลงสวนสวยกันก่อน(บุญบาปต้องศึกษา)
3.1 พันธุ์ไม้ 3 ชนิด ( พันธุ์บาป พันธุ์บุญ พันธุ์กลางๆ)
3.2 มีเมล็ดแล้วต้องทะยอยปลูก



4. คู่มือดูแลสวน ให้สวยงาม
ปลูกต้นสัก ไม่ใช่ถัวงอก (รอสักหน่อยอย่าใจร้อน)
-จะได้ผล ต้องรู้เหตุ เหตุปัจจัย นิยาม4
-เลือกเมล็ด ที่ชอบ
ปลูกทีเดียวหลายๆต้นโตพร้อมกันเพราะต้องใช้เวลา
-เลือกทำเล
-รดน้ำ ใส่ปุ๋ย ทุกวัน
-ดูอากาศ สมบัติ วิบัติ
-เก็บเกี่ยว






 

Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2553 0:23:17 น.
Counter : 190 Pageviews.  


waydhanar
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ผมเป็นคนชอบกิน
ต้อง กินของอร่อยๆ
เลยเปิดร้านขนมอร่อย ที่มีแต่ของอร่อย
กินแล้วมีความสุข

ผมเป็นคนสนใจธรรมะ
เคารพธรรม
มีธรรมแล้วมีความสุข
เลยเขียนธรรมะให้อ่านง่ายๆ
ให้มีความสุขง่ายๆเหมือนผม
Friends' blogs
[Add waydhanar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.