แม่ของสมคิดป่วย ขอกำลังใจช่วยด้วยครับ
......ดังฟ้าฟาด จะขาดใจ ทำไมหนอ
ทุกข์มารอ หน้าประตู อยู่เสมอ
ผิดหวังเกิด ซ้ำซาก ไม่อยากเจอ
ไม่อยากเพ้อ ฝันใฝ่ เกินใจปอง

.....เกิดมาทำ แต่ความดี ไม่มีชั่ว
นอบนพทั่ว พุทธา เทวาผอง
พรหมวิหาร ตั้งไว้ ในใจครอง
มิผยอง เจียมตัว เกรงกลัวกรรม

.....มาวันนี้ อกร้าว เพราะคราวเคราะห์
โรคมาเกาะ ในทรวงองค์ อนงค์ช้ำ
สุดเคืองข้อง หมองสุด อยุติธรรม
ขอแต่งดำ ประท้วง ปวงเทวา

.....ถ้าให้เชื่อ ว่าทำดี ดีสนอง
โปรดอย่าลอง วัดใจ ให้ผวา
คืนสุขภาพ ทั้งผอง ของน้องมา
ปัญญ์สัญญา จะทรงธรรม น้อมนำใจ.....

จากปัญญ์ ปิยะอเนก



Create Date : 23 กรกฎาคม 2548
Last Update : 23 กรกฎาคม 2548 15:30:55 น.
Counter : 117 Pageviews.

0 comment
บทกลอน สำเนียงไพร
เกลื่อนดารากาลราตรีรัชนีแจ่ม
ปีบแรกแย้มกรุ่นกระจายพระพายเผย
จักจั่นสีคีตวนาหาคู่เชย
กระยาเลยแซมสักยางกลางผืนไพร

กึ่งรัตติกาลเสียงปักษีฤดีผวา
เงาเมฆาทับโสมจางนภางค์ไสย
น้ำค้างโปรยละอองพราวหนาวฤทัย
ละมั่งไซ้โป่งพลางระวังตน

สมิงย่องเยือกสยบตะปบเหยื่อ
ทะยานเงื้องาบเก้งวายสู่ไพรสณฑ์
อสรพิษแฝงเร้นกายอย่าได้ผจญ
ไนล่องหนจิ้งจอกล่าพญาลอ

นาฏลีลากลางไพรวิลัยโศลก
ธรรมคู่โลกย์นฤมลถกลก่อ
ร่ายสะล้อซอซ้องผองยศยอ
ห่อนลออเท่าเสียงสำเนียงไพร





Create Date : 22 กรกฎาคม 2548
Last Update : 22 กรกฎาคม 2548 23:03:02 น.
Counter : 122 Pageviews.

0 comment
ไวน์ขาวของสวิส จากแถบวาเลส์
good wine.
SWISS



Create Date : 16 กรกฎาคม 2548
Last Update : 16 กรกฎาคม 2548 21:56:19 น.
Counter : 346 Pageviews.

0 comment
ภาพโพไชดอนที่ริมทะเลสาบเลมังในสวิส
Posidon in switzerland
le mans , montreux



Create Date : 16 กรกฎาคม 2548
Last Update : 16 กรกฎาคม 2548 0:18:52 น.
Counter : 189 Pageviews.

10 comment

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม