Imagine - จินตนาการ


IMAGINE

จินตนาการ

   

            John lennon

                 วรุณนฤมล

Imagine there's no heaven
   จินตนาการไกลไร้แมนสรวง
It's easy if you try
มิยากดวงฤทัยหากใฝ่หา
No hell below us
อเวจีฤๅใช่ใต้พารา
Above us only sky
เบื้องบนฟ้าเดียวกันนิรันดร
Imagine all the people
   ทุกชีวาพากันร่วมฝันใฝ่
Living for today...
อยู่อาศัยเพื่อวันนี้ฤดีสอน
Imagine there's no countries
ไร้อาณาจักรใดกั้นใครจร
It isn't hard to do
เอื้ออาทรเพียรพากมิยากลอง
Nothing to kill or die for
   วิวาทฆาตกรรมทำไมหรือ
And no religion too
โอ้ศาสน์คือสิ่งใดใครสนอง
Imagine all the people
จินตนาการขานชวนมวลพี่น้อง
Living life in peace...
ทุกเผ่าครองสันติอริวาง
You may say I'm a dreamer
   คุณอาจว่าละเมอหลงเพ้อฝัน
But I'm not the only one
มิใช่ฉันคนเดียวเที่ยวกล่าวอ้าง
I hope someday you'll join us
หวังวันหนึ่งซึ่งเราเข้าร่วมทาง
And the world will be as one ..
โลกถูกสร้างเป็นหนึ่งโปรดพึงตรอง
Imagine no possessions
   จินตนาการผู้คนไร้ชนชั้น
I wonder if you can
หวังคุณมั่นร้อยเรียงร่วมเคียงผอง
No need for greed or hunger
มิโลภหลงกระหายใคร่ครอบครอง
A brotherhood of man
เป็นพี่น้องคล้องแขนแทนฤทัย
Imagine all the people
   จินตนาการว่าคนทุกชนชั้น
Sharing all the world...
ร่วมแบ่งปันโลกาอยู่อาศัย
You may say I'm a dreamer
คุณอาจหาว่าฉันเพ้อฝันไป
But I'm not the only one
แต่นั้นไม่ใช่ฝันสักวันจริง

I hope someday you'll join us
   หวังวันหนึ่งซึ่งเราเข้าร่วมทาง
And the world will live as one

โลกมิร้างแต่เป็นหนึ่ง...  ดั่งพึงเป็น..

..

 

 

 

 

 

 

 

 




Create Date : 29 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2555 13:45:47 น.
Counter : 1096 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog