ยืนผ่อนคลายริมผนังพระราชวัง เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเผยให้เห็นประทุมถันข้างขวา
รอยยิ้มของหญิงสาว ที่เป็นรูปปูนปั้นลอยตัวขนาดมหึมา ในท่ายืนผ่อนคลายริมผนังพระราชวัง
เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเผยให้เห็นประทุมถันข้างขวา
ทรวดทรงของเธออวบอัด ตามความนิยมของสมัยฟื้นฟูวิทยาการ
มือซ้ายโอบตะกร้าผลไม้ไว้ที่เอว มือขวาเธอชูพวงองุ่นขึ้นในระดับใบหน้า
เพื่อหยอกล้อกับหนูน้อยผมหยิกน่ารัก ที่เกาะต้นขาขวาของเธอ และกำลังยื่นมือขึ้นเพื่อชิงพวงองุ่น
ซุ้มด้านหลังเป็นปูนปั้นลายแจกันไม้เลื้อย ประดับเชิงบัวหลายชั้นซ้อนกันอย่างงดงามแลดูอลังการ
หากสังเกตจะเห็นท่อนล่างของเด็กชายเป็นสัตว์กีบมิใช่มนุษย์
ใต้ฐานของรูปปั้นวางม้ายาว ไว้ให้นักท่องเที่ยวพักผ่อนอิริยาบถ




ความเหงาพัดพาผมไปถึงเยอรมัน พระราชวังสวิงเกอร์ที่เดรสเดน
ที่ซึ่งผมรอคอยคนรัก เพื่อสัมผัสรักอันอบอุ่นแนบแน่น ผมรอคอยเธอที่ม้านั่งใต้รูปปูนปั้นนี้มานานสิบห้าปีแล้ว
ทุกๆวันครบรอบแต่งงาน ผมยังคงมาคอยพบเธอเสมอ


.......สายลม ช่วยบอกเธอด้วยว่า
.......ผมยังรักเธอเหมือนที่เคยเป็น.......



Create Date : 20 สิงหาคม 2548
Last Update : 21 สิงหาคม 2548 16:07:17 น.
Counter : 457 Pageviews.

13 comments
  
สวัสดีค่ะ รูปปั้นสวยนะคะ

มีความสุขในวันหยุดนะคะ



โดย: รักดี วันที่: 20 สิงหาคม 2548 เวลา:13:56:10 น.
  
โอ้ว คารมพี่ท่าน
ข้าน้อยขอคารวะ
โดย: quin toki วันที่: 20 สิงหาคม 2548 เวลา:15:56:17 น.
  
สวัสดีค่ะ
สายลมแห่งรัก

โรแมนติกนะเนี่ยะ
โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 20 สิงหาคม 2548 เวลา:16:04:40 น.
  
ตามเข้ามาเพราะอยากเห็นประทุมถันนี่ล่ะค่ะ

ภาพสวยจังเลย
โดย: JewNid วันที่: 20 สิงหาคม 2548 เวลา:16:12:03 น.
  
ภาพสวย......
ภาษาสวยค่ะ
โดย: สเลเต วันที่: 20 สิงหาคม 2548 เวลา:16:38:11 น.
  
อ่านแล้วแอบอมยิ้มค่ะ
โดย: Hachimitsu วันที่: 20 สิงหาคม 2548 เวลา:20:19:36 น.
  
รูปปั้นสวย คำบรรยายก็สวยปานกันค่ะ

อืม... แล้วจะบอกเพื่อนสายลมให้ช่วยบอกให้นะคะ
โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 22 สิงหาคม 2548 เวลา:14:30:44 น.
  
รูปสวยจังเลยค๊า แวะมาหาเพราะคิดถึงน๊า
โดย: กีวี่สีฟ้า วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:2:38:16 น.
  
สวัสดีค่ะ...ขอบคุณค่ะ ที่มาทักทายกัน สบายดีนะคะ
โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 26 สิงหาคม 2548 เวลา:10:54:40 น.
  
สวยงาม
โดย: prncess IP: 61.91.219.7 วันที่: 27 สิงหาคม 2548 เวลา:11:27:32 น.
  
แวะมาเยี่ยมค๊า วันนี้เปงไงบ้างบายดีมั้ย เค้าคิดถึงตะเองด้วยน๊า
โดย: กีวี่สีฟ้า วันที่: 29 สิงหาคม 2548 เวลา:12:09:21 น.
  
หวัดดีคะ วี่แวะมาบอกว่าฝันดีนะค๊า จุ๊บๆๆๆๆ
โดย: กีวี่สีฟ้า วันที่: 31 สิงหาคม 2548 เวลา:0:36:21 น.
  
หวัดดีค๊า หายไปไหนค๊า บายดีปะ คิดถึงๆๆ
โดย: กีวี่สีฟ้า วันที่: 3 กันยายน 2548 เวลา:13:50:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog