ชีวิตชายผู้มีป้ายติดราคา
ชีวิตชายผู้มีป้ายติดราคา


โอม... กำหนดจิตวันทาขอข้าเขียน
ต่างธูปเทียนส่งจิตอธิษฐาน
ฉันทลักษณ์ร่วมสมัยคล้ายโบราณ
เทพประทานพุทธมนต์นิพนธ์กลอน

อรุณรุ่งกรุงไกรกลางสยาม
ท้องฟ้าครามฝุ่นคลุ้งหนคนสลอน
อึกทึกรถรารีบพาจร
ต่างเร่งร้อนตามวิถีชีวีตน


ชานชาลาหนึ่งชายแลคล้ายโศก
ยืนชะโงกรถมาโกลาหล
ตาแดงดั่งคั่งคัดอัสสุชล
หรือกังวลจนใจเรื่องใดมา

เชิ้ตขาวเคราเกลี้ยงแท้ดูแลเฉียบ
ทั่วกายเพรียบงามพรรณสาวฝันหา
ถึงเศร้าแต่หล่อเลิศเพลิดเพลินตา
เชิดอุราเลยละอิสตรี

อาทิตย์ส่องต้องเบี่ยงเอนเอียงหลบ
กลิ่นน้ำอบโชยชวนนวลฉวี
นักศึกษาสาวงวยงันหวั่นฤดี
ชำเลืองชี้ชวนเพื่อนมองด้วยต้องใจ

หล่อระทมก้มหน้ามิกล้าสบ
มัวแต่ขบคิดข้องมิผ่องใส
ทุกข์รุมเร้าร้อนรนจนฤทัย
จะสนใครในตอนนี้ไม่มีทาง


รถเมล์มาห้าเก้าคันเก่าแก่
หนุ่มท้อแท้เหม่อลอยคอยด้านข้าง
ก้าวพลั้งพลาดสะดุดลงตรงหน้ายาง
เคว้งคว้างร่างดังว่าวขาดอนาถชะตา

ฉับพลันชายเงยเศียรเจียนสยอง
รถเมล์ล่องแล่นรี่ฤดีผวา
ลุกมิทันกลั้นใจหลับนัยนา
อนิจจาถึงตัวกลัววายปราณ


จริตดับลงปลงใจยามใกล้ม้วย
ระรวยแต่จิตมุ่งมิฟุ้งซ่าน
สว่างแจ้งสงบในใจเป็นฌาน
วาบนิ่งนานกาลหยุดลงคงเวลา

ชายหนุ่มผู้ล้มลงบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์ซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยธรรมทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญขีดอดีตตน

คำนึงถึงลมลอยอ้อยอิ่งเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมป่าในหน้าฝน
มัจฉาเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดลับนกกลับรัง

ราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรไพรร้องผาก้องดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยชีวิตชนชายป่า
นอนมองฟ้านับดาวสกาวโสม
หนาวนอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มแดนฟ้าลงมาครอง

สมเพชย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องขังวังเวงทรวง


นี่หรือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ล้วนหลอกลวงหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งอำนาจอวดบาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของได้ดังใจหมาย
ต่างละโมบโลภริยำศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตมลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อกรรมย่ำยีกัน

เข้าตาจนดังนี้ฤๅมีสุข
แค่มิทุกข์เพียงนิดลิขิตฝัน
อดอิ่มเอือมระอาให้สากรรจ์
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์เอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากนาเข้ามากรุง

พ่อก็แก่แม่เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันมิครั่นคราม


ออกเร่หางานในเมืองใจบาป
เหมือนถูกสาบแสงส่องแดนต้องห้าม
เป็นเด็กเสิร์ฟคาเฟ่เท่ห์กว่ายาม
แถวหน้ารามฯ ร้านดื่มกินรินสุรา

เงินเดือนน้อยทุเรศขอเศษทิป
เศษยี่สิบไม่พอใช้ใจผวา
สิ้นเดือนไหนค่าเช่าไหนข้าวปลา
ทุกข์อุราค่ารถค่าบทเรียน


อดมื้อกินสองมื้อคืองานหนัก
อาหารหลักข้าวน้ำปลาน่าปวดเศียร
แม้นอดอยากยากไร้ตั้งใจเพียร
ต้องเบียดเสียนเจียนตายไม่คล้ายคน

ร่ำร้องอ๋อนี้หรือคือชีวิต
สุจริตสู้ทำไปแต่ไร้ผล
เรียนตกต่ำช้ำใจให้กังวล
ชีวิตตนหมกไหม้อยู่ในกรุง


อุปมาเด็กชายหลงไพรกว้าง
อ้างว่างว้าเหว่ยันตะวันรุ่ง
ดึกผวาเสือขบนั่งตบยุ่ง
สว่างมุ่งจุดหมายที่ชายดง

ลุยกรุงยิ่งยากแค้นเกินลุยป่า
เรียนวิชาจบไปใช่ประสงค์
ต้องอดนอนอดข้าวรวดร้าวองค์
เพียงแค่ทรงกายได้เกือบวายชนม์


จึ่งตัดใจใช้ถนนสายแสงสี
เริงโลกีย์รูปกายหญิงชายสน
หล่อละเมียดชวนสมัครปักกมล
ขอใช้ตนแลกเงินตรายอมค้ากาม

แสงไฟส่องเวทีมีหลายหนุ่ม
ยืนเกาะกุมเสาส่ายเปลื้องกายหวาม
บริการเพศชายขายความงาม
เกย์ลายครามม่ายเหี่ยวเจี๊ยวจ๊าวเชียร์


เปลือยเปล่าแอ่นอกไหล่ส่ายสะโพก
เขย่าโยกยั่วใจแบบได้เสีย
เกย์เฒ่าใคร่เกลือกกลั้วเล่นผัวเมีย
แลบลิ้นเลียน้ำลายหยดทุ่มหมดตัว

ละอายใจจำมาละเลงเหลิง
เหมือนจุดเพลิงเผากายเป็นชายชั่ว
ราคะเล่นลวดลายเมามายมัว
สิ้นความกลัวเกาะหญิงชายขายชีวัน


ชายมอซอกลับกลายคล้ายมีคลาส
ใบหน้าวาดสอางค์สมแลคมสัน
เสื้อผ้าเนี้ยบเฉียบแนวเปรียวแพรวทัน
นำแฟชั่นหล่อร้ายชายชาตรี

เคยนอนรูกู้สตางค์มานอนตึก
ไม่อึกทึกคอนโดฯโก้สุดศรี
เทียมฟ้าอยู่ทำเลราชเทวี
ล้วนคนมีเงินทองจับจองนอน


กลางคืนมั่วกลางวันเรียนมิเพียรแล้ว
ตุ๋ยตุ๊ดแต๋วแถวเรียงมาเคียงหมอน
สาวใหญ่ซ้อไฮโซโผสะออน
โทรออดอ้อนจ๋าจ๊ะอยากฉะนาย

คอมฯ เครื่องเสียงมือถือมีหรือขาด
แหวนเพชรหยาดนาฬิกาบอกว่าหาย
แสร้งสะอื้นกลืนกล้ำร่ำไม่อาย
พวกนางกลายเร่งหาเอามาทูน


พอชีวิตติดตรึงด้วยวัตถุ
จึงแล้วอุดมการณ์วายมลายสูญ
วิชาเรียนดร็อบไว้ไม่อาดูร
เลิกเพิ่มพูนผลัดปีเพราะมีงาน

ดวงจิตถูกชโลมด้วยไฟบาป
เหลือแค่คราบร่างกายใจถูกผลาญ
คุณค่ามนุษย์สุดแล้วไม่แคล้วมาร
กายสะคราญชั่วช้าฟ้าลงทัณฑ์


กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนมนุษย์
ให้สะดุดเคราะห์กรรมธรรมเสกสรร
ดังฟ้าฟาดพ่อมลายวายชีวัน
ตายก่อนกันลูกดิ้นไร้ปริญญา

บัดนี้จึ่งซึ่งดวงอาทิตย์ดับ
ให้เคืองคับข้องใจในวาสนา
หลงระเริงลืมสรรพอัปรา
อนิจจาพ่อวายก่อนชายตรอง


เคยบอกพ่อรอจบแล้วจะบวช
อยากจะอวดปริญญาพ่ออย่าหมอง
ถึงตอนนี้ปริญญายากจับจอง
มุ่งไปครองผ้าเหลืองให้ผู้วายชนม์

ชีวิตคล้ายไม้กระดกมาผกผัน
เสียดายวันล่วงลับจิตสับสน
น้ำตาจึ่งคั่งคัดวิบัติดล
หลงเล่ห์กลกิเลศทุเรศใจ


เลื่อนลอยมิรอท่าจะมาบ้าน
แม่จัดงานศพพ่อรอไม่ไหว
ร้อนรนล้มขาพับรอรับภัย
กาลบรรลัยมัจจุราชกวาดวิญญาณ

เกือบลงโลงโล่งใจไม่ดับจิต
รอดหวุดหวิดรถหยุดได้ไม่พร่าผลาญ
ลุกขึ้นขอบคุณฟ้าที่บันดาล
ให้พบพานความจริงทุกสิ่งอัน


ต่อแต่นี้กลับตัวกลัวความผิด
มุ่งลิขิตหนทางเริ่มสางฝัน
บวชเพื่อพ่อพากเพียรเรียนทุกวัน
เลิกแล้วกันชายชั่วขายตัวตน

จะคืนถิ่นท่องพนาเขียนป่าไม้
วาดพงไพรห้วยแอ่งทั่วแห่งหน
บรรจงแต้มนภาวิทยานิพนธ์
ขอสร้างตนเป็นบัณฑิตจิตรกรรมฯ


..
ขอให้สุขสมอารมณ์หมาย






Create Date : 09 ธันวาคม 2555
Last Update : 24 พฤษภาคม 2557 9:09:01 น.
Counter : 584 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog