เชือดเฉือนอย่างนุ่มนวลแต่ร้าวราน
..
รำพันสวัสดิ์

..




ให้ตาย .. เนื้อเพลงกระชากลากถูวิญญาณสาวน้อยอย่างไร้ความปรานี
หล่อนสะเทิ้นรวดร้าวไปบนเสียงพร่างพรมของสายกีตาร์
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เสียดแทง ใช่ .. นุ่มนวลแต่เสียดแทงใจ
ดูเหมือนว่า เพลงจะเปลือยเปล่าชีวิตของหล่อนจนแทบจะล่อนจ้อน
มันเชือดเฉือนอย่างนุ่มนวลแต่ร้าวราน
โอ…ใช่ หล่อนยินยอมร้าวราน ขณะเนื้อเพลงเชือดเฉือนจิตใจอย่างนุ่มนวล

เสียงเพลงช่างเร้าใจ จริง .. มันดูมีสไตล์และเร้าใจ
หล่อนเพียงแค่อยากฟังสักชั่วประเดี๋ยวประด๋าว
แต่หนุ่มน้อยนักร้องช่างต้องตาต้องใจ
แล้วไม่นาน .. หล่อนก็ถึงกับร้อนผ่าวไปทั่วร่าง
โอ .. หล่อนรู้สึกเหมือนกำลังเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางฝูงชน

ก็เนื้อเพลงช่างประเจิดประเจ้อ ใช่ .. มันประเจิดประเจ้อ
คล้ายดังเปิดเผยไดอารี่ลับของหล่อนให้ใครต่อใครฟัง
ให้ตาย .. นรกสวรรค์แรงร่านร้อนที่เคยซุกซ่อนในจิตใจถูกกางแผ่แบหลา
ใช่ .. กางแผ่แบหลาให้ใครต่อใครฟัง อย่างดิบเถื่อน
มันเชือดเฉือนอย่างนุ่มนวลแต่ร้าวราน

โอ .. หล่อนยินยอมร้าวราน ขณะเนื้อเพลงเชือดเฉือนจิตใจอย่างนุ่มนวล ..





..
Killing me softly with his song ..



Create Date : 04 กรกฎาคม 2550
Last Update : 4 กรกฎาคม 2550 15:10:53 น.
Counter : 185 Pageviews.

2 comments
  
แวะมาเยี่ยมนะครับ

ท่าทางเนื้อเพลงจะแหลมลึกบาดใจดีแท้

อิอิ
โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 13 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:33:39 น.
  
แฮ่ๆ หวัดดีครับ
คุณกล่อง
ขอบคุณที่มาเยี่ยม
ยินดีต้อนรับเสมอครับ
โดย: นายวรุณ IP: 203.172.112.85 วันที่: 15 กรกฎาคม 2550 เวลา:20:27:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog