สายลมแห่งความเศร้า

...สายลมแห่งความเศร้าพัดมาเยือน


รำเพยกลิ่นดอกไม้ป่าหอมชื่น


ทุ่งหญ้าเขียวขจีอาบแสงตะวัน


ท้องฟ้าสีครามสว่างไสวประดับเมฆขาว


เขาปล่อยใจล่องลอยตามฝัน


ไปไกลถึงหุบเขาอันงดงาม


ที่ซึ่งเขาหมายใจตามหามาชั่วชีวิต


หวังใช้เป็นที่เร้นกายในบั้นปลายกับคู่รัก


...แต่น่าเสียดาย


สายลมช่างหนาวเยือกจับใจ


นอกจากสวงสวรรค์ที่ใฝ่ฝันจะหายังหาไม่พบ


ความรักหวานชื่นที่รอคอยลมหวลพัดกลับมา


ก็ดูเหมือนไกลเกินเอื้อม


โอกาสที่จะควงคู่รักเดินทอดน่อง


ข้ามท้องทุ่งหญ้าแห่งหุบเขาในฝันคงมลายไป


เหมือนสายลมแห่งฤดูหนาวที่พัดบาดใจ


กวาดทุ่งหญ้าเขียวขจีไปเสียสิ้น


.....................






Create Date : 03 สิงหาคม 2548
Last Update : 3 สิงหาคม 2548 10:05:02 น.
Counter : 216 Pageviews.

17 comments
  
แวะเข้ามาดูสายลมนะคะ ได้ลมจริงๆคะ
โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:9:43:20 น.
  
เอ... สายลมโชยเอื่อยถึงกับหยุดไปชั่ววินาทีเลยค่ะ พอเจอสายลมแห่งความเศร้าไป

เดี๋ยวจะแวะมาดูอีกทีนะคะ
โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:9:51:55 น.
  
แวะมาเยี่ยมคะ
โดย: Angel Tanya วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:10:51:23 น.
  
สายลมโชยเอื่อย

รักเธอจนเหนื่อยหัวใจ ^^







...
โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:11:28:40 น.
  
สายลมแห่งความเศร้า ขอให้ผ่านมาแล้วผ่านไปนะค่ะ

อย่าเศร้าเลยนะ
โดย: เชอเบทส้ม วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:12:37:38 น.
  
เข้ามาทักทายค่ะ ความเศร้าเข้ามาแว้บๆ เดี๋ยวมันก็จางไปค่ะ
บรรยาศรูปในกล่องคอมเม้นท์นี่ทีไหนเอ่ย
โดย: JewNid วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:12:47:18 น.
  
มาอ่านครับ
โดย: จอมมาร ณ หมู่บ้านหมื่นอักษร วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:12:52:24 น.
  
ขอบคุณเพื่อนๆที่มาเยี่ยมชมครับ
คุณ โอน่า จอมซ่าส์
ที่มาเยี่ยมชม

blueberry_cpie
น่ารักเหมือนเดิม

สายลมโชยเอื่อย
ไม่ได้ตั้งใจล้อเลียนนะ อิอิ

เชอเบทส้ม
จะแวะไปเยียมนะครับ

Jewnid
ภาพในบลอค เป็นภาพที่เมืองบริกก์ ที่สวิสจ้า

จอมมาร ณ หมู่บ้านหมื่นอักษร
ดีใจที่มาเยี่ยม ยินดีต้อนรับครับ

ขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง

โดย: วรุณนฤมล วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:19:43:15 น.
  
แหมตกคนสำคัญ
คุณนางฟ้า Angel Tanya
ขอบคุณที่มาเยี่ยมจ้า
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:19:53:17 น.
  
แวะมาเยี่ยมอีกรอบค๊า จริงๆเราเม้นไปแล้วนะไหงหาไม่เจอ งง
ฝาบอกว่าบล๊อกสวยจัง ยินดีที่ได้รู้จักค๊า
โดย: กีวี่สีฟ้า วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:21:08:13 น.
  
กีวี่สีฟ้าเป็นบ้านหลังแรกที่ผมได้เข้าไปเยี่ยม
ดูจากรายชื่อเพื่อนก็จะพบความจริง
และตอนนี้ก็ยังแอบไปเยี่ยมเสมอครับ
ยินดีมากๆๆๆๆ ที่ไม่ลืมกันครับ
โดย: วรุณนฤมล วันที่: 3 สิงหาคม 2548 เวลา:23:20:30 น.
  
บทเพลงแห่งความเศร้าพัดไปที่ใด
ได้พบแต่ร่องรอยของหยาดน้ำตา
โดย: blueblood@มาทุกวัน!!!! ^o^ วันที่: 4 สิงหาคม 2548 เวลา:0:11:19 น.
  
เหงาจริงปะ?
โดย: กีวี่สีฟ้า วันที่: 4 สิงหาคม 2548 เวลา:0:21:51 น.
  
แล้วจะแวะมากวนจัยบ่อยนะ
โดย: กีวี่สีฟ้า วันที่: 4 สิงหาคม 2548 เวลา:0:22:47 น.
  
ตราบใดที่ยังมีชีวิต
ก็ย่อมมีความหวังและความฝัน
ได้ไม่มีวันสิ้นสุดค่ะ
โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 4 สิงหาคม 2548 เวลา:10:32:20 น.
  
เศร้าจัง
โดย: prncess วันที่: 4 สิงหาคม 2548 เวลา:11:45:36 น.
  
เศร้าจริงๆ ด้วย

โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 4 สิงหาคม 2548 เวลา:18:15:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

วรุณนฤมล
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ชายหนุ่มนี้นามวรุณบุญคงน้อย
อายุด้อยต้อยต่ำไม่เดียงสา
รักศาสตร์ศิลป์จึงซมซานจากบ้านนา
ระเห็จมาเมืองกรุงมุ่งสร้างตัว


จิตพาล่องลอยย้อนไกลใจจึงเห็น
อดีตเช่นรอยกระทำทั้งดีชั่ว
สนุกเศร้าวาบหวิวบ้าโกรธกล้ากลัว
บาปพันพัวบุญนฤมิตอดีตตน

ให้คำนึงถึงสายลมโบกโชยเอื่อย
ธารเลาะเลื้อยริมชายป่าในหน้าฝน
มัจฉาน้อยเวียนแหวกว่ายเริงสายชล
ใบไม้หล่นรกราวป่าหญ้าขจี


บึงบัวบานชวนบินร่อนภมรภู่
ฝนพร่างพรูฟ้าสว่างพราวพร่างสี
ปทุมขาวแซมดอกม่วงชมพูมี
รื่นฤดีแดดรอนลับนกกลับรัง

กึ่งราตรีหอมลอยลมชมกลิ่นแก้ว
ปีบร่วงแล้วกลีบรำเพยพระพายสั่ง
หรีดเรไรพงไพรร้องก้องผาดัง
น้ำค้างหลั่งหมอกลอยโรยโปรยโพยม


แสนอาลัยในชีวิตคนชายป่า
นอนมองฟ้านับดวงดาวสกาวโสม
หนาวแต่นอกอุ่นทรวงในใจประโลม
เหมือนอาจโน้มวิมานฟ้าลงมาครอง

สมเพชใจย้ายเข้ากรุงมาตกอับ
หอพักคับแคบขัดเหมือนยัดกล่อง
อบอ้าวกายคล้ายอั้งโล่เสโทนอง
มองฝาห้องต้องคุมขังวังเวงทรวง


นี่หรือคือเวียงชั้นฟ้ามหาเขต
แดนอมเรศเจริญเฟื่องเรียกเมืองหลวง
คนแออัดแต่ส่วนใหญ่หัวใจกลวง
ความหลอกลวงล้วนหลอนทั่วทั้งตัวเมือง

ตึกสูงใหญ่ยอดชูชันถึงชั้นฟ้า
แลรถราล้มหลามคำรามเครื่อง
เสียงกระหึ่มฝุ่นควันฝ้านัยน์ตาเคือง
ค่ำคืนเรืองหลอดไฟฟ้าบ้าเล่นไฟ


บ้างรีบเร่งทำงานจนหามรุ่ง
บ้างก็มุ่งแสวงอำนาจให้บาทใหญ่
ลูกหลานถูกทิ้งขว้างเหมือนร้างไกล
เงินทองไซร้สิ่งสอพลอหล่อเลี้ยงกาย

ผู้มีอัฐถูกนับถือคือพระเจ้า
สั่งซื้อข้าวของสิ่งใดได้ดังหมาย
ต่างละโมบโลภริญำ*ศีลธรรมวาย
บ้างยอมขายแม้ศักดิ์ศรีชีวีตน


แบ่งผักฝ่ายรวมพลังไล่ให้อนาถ
จ้องพิฆาตทำลายล้างอ้างฉ้อฉล
เงินเป็นใหญ่ไร้คุณธรรมนำกมล
ล้วนวกวนก่อบาปกรรมย่ำยีกัน

คนจนดั่งนายวรุณฤๅอุ่นสุข
แค่ไม่ทุกข์เพียงวันใดใช่คือฝัน
จะกินอิ่มนอนอุ่นได้อย่างไรกัน
เพราะนับวันเงินร่อยหลอไม่พอกิน


อุตส่าห์สอบเอนทรานซ์แล้วติดแถวหน้า
เข้ามหาวิทยาลัยได้เรียนศิลป์
ลูกชาวนาสามัญชนจนติดดิน
ต้องโผผินจากบ้านนามาอยู่กรุง

พ่อก็แก่แม่ก็เฒ่าเจ้าคงเห็น
อยากจะเป็นนายช่างศิลป์ตามจินต์มุ่ง
ต้องไขว่คว้าสองมือหาสองขาพยุง
ถึงไต่รุ้งสอยตะวันไม่ครั่นคราม

All Blog