GRANDMOM'S LIFE

วันจัน
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อดีต ครูระดับประถมศึกษา 12 ปี ข้ามขั้นมาเป็นครูระดับอุดมศึกษา 29 ปี ปัจจุบัน เป็นผู้เกษียณ อายุราชการ ปีที่ 7

งานหลัก เป็นผู้อำนวยการดูแลแม่อายุ 90 ปี
งานรอง เล่นเกม เล่นกับสัตว์เลี้ยง เดินดูต้นไม้ อ่าน เขียน ทำงานบ้าน ดูหนัง ไปให้คนอื่นนวดตัว ไปนั่งเล่นร้านกาแฟลูกชาย นัดเพื่อนเก่า/ลูกศิษย์เก่ากินข้าว ดูแลสวนกล้วยและต้นไม้อื่นๆตามใจที่อยากปลูก
งาน พิเศษ ช่วยดูแลหลานชายและหลานสาว(ตามที่มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนที่บ้านเขา)
ผลงานดีเด่น มีสามี1 คน และลูกชาย 1 คน ลูกสาว 2 คน
และหลานชาย 2 คน หลานสาว 2คน
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add วันจัน's blog to your web]
Links
 

 

เปิดหนังสือ 4

มัวไปเที่ยวต่างจังหวัดมาหลายวัน เข้าหน้าบล็อกตัวเอง มีผู้มาเยี่ยมแล้วช่วยกระตุกความจำ ฮา...เราปล่อยไก่ ไป ซะ เลย เมื่อเปิดหนังสือหน้า 3 เล่าว่าเป็นแฟนคุณสุจิตต์ และคุณขรรค์ชัย พอโพสรูปหนังสือตัวอย่างให้ 2 เล่ม มีครึ่งรักครึ่งใคร่ของคุณสุจิตต์ อุตส่าห์เชิญชวนให้รุ่นพี่ที่อยากรับน้อง ในสถาบันอุดมศึกษาหาอ่านซะ ที่ไหนได้ มีแควนๆ มาบอกว่าชอบเรื่องหนุ่มหน่ายคัมภีร์ ก็เลยนึกได้ ว่าอ้าว !! เล่มนั้นต่างหากที่เกี่ยวกับ เรื่องรับน้อง ไม่แก่เลยเรา


เล่าต่อว่า ....ยุคนั้น หนังสือของนักเขียนอีกคน ที่คนข้างเคียงชอบอ่าน เราเลยพลอยอ่านไปด้วย คือคุณรงศ์ วงษ์สวรรค์ มีหลายเล่มอยู่ และติดตามมาเรื่อยๆ แม้ปัจจุบัน นี้ก็ยังอ่านงานของเขาในหนังสือมติชนรายสัปดาห์

นักเขียนท่านนี้ เป็นชาวราชบุรี แต่ปัจจุบันไปตั้งบ้านแปงเมืองอยู่ที่เชียงใหม่ซะแล้ว เป็นเพื่อนกินเหล้า กับ พี่แต๋ว (สุวรรณี สุคนธ์เที่ยง) ช่วงเมื่อสักปี 2515 พี่แต๋วโทรศัพท์ มาหาสามีเรา บอกว่าให้ไปหาซื้อปลายี่สก ส่งขึ้นเครื่องบินมาให้หน่อยสิ กูแค้น อ้ายรงศ์ มันบอกว่าปลายี่สกมีที่ราชบุรีแห่งเดียว กูบอกว่าบ้านกูก็มี 55555

จำได้ว่าพยายามไปหาซื้อ ที่ชาวบ้านเขาจับอยู่แถวๆ แม่น้ำวังทอง บริเวณ น้ำตก แก่งซองบ้าง วังนกแอ่น บ้าง เอาไปให้ได้เหมือนกัน เรา

อ้าว ไปๆมาๆ มาเล่าเรื่อง สุวรรณี สุคนธา





สำนวนภาษาคุณรงค์ นี่ ถ้าเป็นนักภาษาศาตร์ มาอ่านแล้วลมจะใส่ทันที แต่ถ้าอ้างถึงยุคนี้ต้องบอกว่า ท่านเป็นนักสร้างสรรค์ ภาษา ขึ้นมาใช้มากมาย ปัจจุบันนี้ มีนักเขียนใหม่ๆ บางคน เอามาใช้ แต่ไม่ทราบว่า เอามาใช้อย่างรู้หรือเปล่าว่ามาจากไหน อ่ะ...ไม่ว่ากัน

ฟังแค่ ชื่อเรื่องสั้นดูซิ ในรวมเรื่องสั้นหัวใจมีตีน มีชื่อเรื่องสั้น แสบๆทั้งนั้น...เกือกที่มีเกียรติ...เหม็นความหลัง...ผ้าที่แดดทอให้

นอกจากนั้นท่านยังรวบรวมเรื่องสั้นจากนักเขียนอีกหลากหลาย นำเสนองาน โดยใช้ชื่อของสำนักพิมพ์ปลาตะเพียนเป็นชุดรายเดือน และ
ตั้งชื่อแสนเท่




 

Create Date : 01 กันยายน 2551    
Last Update : 1 กันยายน 2551 21:23:34 น.
Counter : 137 Pageviews.  

เปิดหนังสือ 3

พอมีงานทำก็มีคนรัก แฮ่ม!! เราคุยกันถูกคอ เพราะเป็นคนอ่านหนังสือเหมือนกัน เริ่มซื้อมาฝาก เพราะเป็นเทคนิคการเดาใจกันหรือเปล่า ก็ไม่รู้ และก็ชอบหนังสือคอๆเดียวกัน อ่านแล้วมีเรื่องคุย และหัวเราะ กะหนังสือด้วยกัน

เรื่องนี้ มีเกร็ดมาเล่าแทรก เล็กน้อย ความที่พ่อแม่ชอบอ่าน ลูกๆ ก็เติบโตมากับหนังสือ จึงมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยหนังสือเยอะมาก......

แต่มาแทรกเรื่องนี้ก่อน ลูกชายคนโตเข้าสู่วัยเรียนมหาวิทยาลัย มาเล่าให้ฟังว่า เมื่อเค้าซื้อหนังสือให้หญิงสาว ที่คิดว่าจะใช่ เมื่อผ่อนเวลาไปราว 1 สัปดาห์ก็เริ่มไต่ถามความในหนังสือ หรืออาจจะมีนัย เอาความในหนังสือมาสื่ออะไรสักอย่าง....สาวเจ้าตอบว่ายังไม่ได้อ่านเลยยย เค้าก็ตอบความจริงนะ แต่ลูกชายก็เริ่มรู้ความจริง บางอย่าง เค้าบอก ไม่เอาดีกว่า หนำซ้ำมาเล่าให้แม่ฟังอีก เราบอกว่า น่า...อย่าเพิ่งตัดสินใจแค่นั้น เขาหัวเราะ แล้วส่ายหัวเดี๊ยะๆๆ


ยุคนี้เริ่มมีหนังสือประเภทเรื่องสั้นให้อ่านเยอะมาก (สังเกตตัวเอง ชอบอ่านหนังสือเล่มเล็กพกพาสะดวก มานานแล้ว) หนังสือการ์ตูนก็ยังอ่านเหมือนเดิม เล่มละ 3 บาท ส่วนเรื่องสั้น ที่ว่า เล่มละ 5 บาท อย่างแพงคือ 6 บาท ยุคนี้ ที่ออกจะอยู่แนวหน้าคือสำหรับวัยรุ่นคือ คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ และคุณขรรคชัย บุนปาน ชอบอ่านเรื่องของเขา ที่เสียดแทงอารมณ์ดีแท้ แต่เชื่อไหม ณ เดี๋ยวนี้ เริ่มไม่อยากอ่านข้อเขียนของเค้า เพราะดูจะ ทิ้งดิ่ง ในอารมณ์ด้านลบ ซะเยอะมาก จนเรา รำคาญ และคิดว่า เริ่มรกๆ!!! อย่างว่า คนเชื่อมั่นตัวเองสูงก้อย่างนี้แหละ แต่ไงๆ ก็ยังแอบๆ อ่านเพราะยังอยากฟังว่าคิดยังไง




เรื่องครึ่งรักครึ่งใคร่นี่ คลาสสิกมากกก...... ถึงมากที่สุด นิสิตนักศึกษา ที่เป็นรุ่นพี่เตรียมรับน้องใหม่ หามาอ่านซะให้ได้ อ่านแล้วได้ระเบิดเสียงหัวเราะดังๆ หลายรอบอยู่ สังเกตปกหนังสือดิฉันสิคะ ต้องค่อยๆเปิด เมื่ออ่านรอบที่เท่าไรไม่ได้จำ กลัวกระดาษกรอบร่วง


นอกนั้นก็เป็นเรื่องสั้นๆ หลากหลายนักเขียนที่สำนักพิมพ์ นำเสนอ แบบตลาดเรื่องสั้น เพื่อให้นักอ่าน เลือกอ่านเอา แบบเหมือนกะต้องการเชิญชิม ลิ้มรส ซึ่ง ดิฉันว่าเป็นเรื่องดี เป็นการให้เราได้สำรวจแนวการเขียน แนวคิด ก่อนติดใจ






 

Create Date : 17 สิงหาคม 2551    
Last Update : 17 สิงหาคม 2551 12:33:40 น.
Counter : 155 Pageviews.  

เปิดหนังสือ 2

ขอบคุณเพื่อนพ้องผู้ชอบหนังสือเข้ามาทักทาย ความจริงดิฉันก็แอบๆเมียงมองบ้านของท่านหนอนหนังสือ มานานแล้ว แต่เหมือนอารมณ์ มันไม่ได้ที่หรือไง เลยไม่เคยเปิดกลุ่มเข้ามาเขียน ครั้งนี้คงได้โอกาสรีวิวหนังสือของตัวเองด้วย มาเล่าต่อดีกว่า....นะคะ


อายุ 19 (ปี 2509) ออกมาเป็นครูประชาบาล มีเงินเดือนกิน 600 บาท แน่นอนที่สุด ส่วนใหญ่หมดไปกับหนังสือๆๆๆๆ แล้วมารดาก็บ่นว่า จะอ่านกันไปทำไมนักหนา ตูละเบื่อพ่อเธอ มาคนละ หนีกันไปแล้วยังมาเจอ ลูกอีก......

สำหรับนิตยสารที่รับเป็นประจำ ดูเหมือนจะเป็นคู่มือแม่บ้าน เล่มเล็ก ราคา 3 บาท เป็นนิตยสารรายเดือน รับอ่านอยู่นานมาก เรียกว่าตั้งแต่สาวๆ จนแต่งงาน ต่อๆมาก็หยุดทำขาย ลืมไปละ ไม่ทราบสาเหตุ แต่เราก็มารับ หนังสือแม่บ้านแทน ในยุคต่อๆ มา คิดแล้วก็น่าขำ ไม่รู้จะเป็นแม่บ้านอะไรกันนักหนา




แต่ชอบคู่มือแม่บ้านเล่มเล็กมาก นี่เมื่อวานกะเมื่อคืนก็เอามาอ่าน สลับกับดูละครเรื่อง..สู่ฝันนิรันดร... เป็นหนังสือของกรมประชาสัมพันธ์ ทำออกมาคู่กับรายการวิทยุ/โทรทัศน์ ใช้ชื่อเต็มว่า ..คู่มือแม่บ้านทางวิทยุและโทรทัศน์..โทรทัศน์ที่ว่า คือทีวีช่อง 4

ขออภัยค่ะ สมัยที่ดิฉันอ่านหนังสือเล่มนี้ บ้านดิฉันยังไม่มีทีวี ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีน้ำประปา มีวิทยุก็ใช้ถ่านไฟฉายตรากบ เหอๆๆๆๆ ต้องทำซุ่มเสียงว่า..บ้านน้อกกก.....บ้านนอก

สาระในหนังสือที่ชอบคือรายการอาหาร ในรอบ 1 สัปดาห์ มีบอกไว้ ตั้งแต่ วันอาทิตย์
มื้อเช้า/กลางวัน/เย็น ว่าควรทำอะไรกินบ้าง ครบทั้ง 7 วัน อันนี้ผ่อนภาระการคิดอาหารให้เราเยอะเลย ชอบๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าทำกินตามที่เขาเสนอไว้ทุกวันทุกรายการหรอกนะ

มีหมวดวิชาการ เช่นกฎหมายสำหรับสตรี สุขภาพ สตรีที่น่ารู้จัก หมวดแม่และเด็ก เช่นอาหารคุณหนู สนุกกับของเล่น หมวดบ้านเรือนก็มีการจัดครัว จัดสวน จัดบ้าน หมวดการฝีมือ หมวดแฟชั่น หมวดความงาม หมวดทรรศนะ ปกิณกะ และเรื่องสั้น

นักเขียนประจำ ในหนังสือเล่มนี้ส่วนใหญ่ ได้แก่ ม.ล.เติบชุมสาย ผกาวดี อุตตโมทย์ อารีย์ นักดนตรี นายแพทย์เสนอ อินทรสุขศรี เรณู สีบุญเรือง

รายการคุยกับคุณแดง นี่ดิฉันก็ชอบ คุยเรื่องชีวิตประจำวันไปโน่นนี่ แล้วก็แทรกเรื่องอาหารการกินไว้ในนั้น ได้สูตรน้ำพริกเยอะเชียว แทรกเรื่องตัดเย็บ มีนัยว่าคุณแดงนี่เปิดร้านอาหาร และห้องเสื้อคุณแดง สมัยนั้น ดิฉันก็พอทราบอยู่ว่าคือใคร แต่ตอนนี้นึกไม่ออกจริงๆ ว่าท่านคือใคร นอกนั้นก็จะเป็นนามปากกา และหมุนเวียนกันมาเขียน


ที่มาชอบใจอีก ในการอ่านรอบนี้ คือเห็นหน้าโฆษณา ของยุคนั้น เลยเอามาฝาก เมื่อ 40 ปีก่อนก็เฉยๆ นะ แต่ตอนนี้ ดูน่ารักดี






 

Create Date : 14 สิงหาคม 2551    
Last Update : 14 สิงหาคม 2551 11:43:06 น.
Counter : 384 Pageviews.  

เปิดหนังสือ 1

ฝนตกติดต่อกันหลายวัน เกือบ 1 อาทิตย์แล้ว 3 วันแรกก็ดีใจอยู่ เพราะไปลงต้นไม้ไว้มากมายหลายต้น ดีใจแทนต้นไม้ พอหลายวันเข้าก็เริ่มสงสารพวกที่อยู่ตามป่าเขาลำเนาไพร เกรงว่าน้ำจะท่วม ดินจะถล่ม

พอฝนตก ก็เลยไม่อยากออกไปไหน จัดบ้าน ดูรูปเก่าๆ ดูตู้หนังสือเก่าๆ แล้วก็อด ทึ่ง ไม่ได้กะ ความเก่าแก่ของหนังสือ ที่ยังอยู่คงกระพันเก็บไว้หลายเล่ม ทั้งที่ผ่านมาก็ยกให้ใครต่อใครมากแล้ว เก็บที่รักมากๆ ไว้

เรื่องการอ่านหนังสือนี่ต้องขอบอกว่า ไม่มีสักวัน ที่ไม่ได้อ่าน ไปเที่ยวต่างประเทศ ที่เราอ่านของเค้าไม่ได้ หรือได้บ้างก็ไม่เลิฟ ก็จะมีของตัวเองเล่มเล็ก พกไว้อ่าน ถ้าหมดเรื่องที่จะอ่านจริงๆก็เขียน ๆๆเขียนบันทึกไปเรื่อยเปื่อย ไม่ค่อยมีสาระ ความรู้สักเท่าไร ส่วนใหญ่จะเขียนบันทึกความจำ มากกว่า เพราะเป็นคนไม่ค่อยจำ แปลกมาก จึงเป็นประเภท อ่านมากรู้มากตอนอ่าน ต่อมาก็รู้น้อย เพราะลืม

เรื่องการอ่านนี่ย้อนคิดไป ว่าใครสอนให้รักการอ่าน ความจริงควรเป็นพ่อแม่ และครู นั่นแหละ แต่พอเราย้อนคิดจริงๆ สมัยนั้น เค้าไม่เคยมีกิจกรรมชวนให้เราอ่าน เหมือนสมัยนี้หรอก ยกเว้น บังคับให้อ่านหนังสือเรียนซะมากกว่า

อันนี้จำแม่นมาก ว่าสัก7-8 ขวบ ต้องอ่านหนังสือให้ปู่ฟัง แน่นอนหนังสือเรียน สมัยป้ากะปู่ กู้อีจู้ (ไม่รู้จะกู้กันไปถึงไหน ลืมถามปู่ ที่บังคับให้เราอ่าน) ที่จำได้แม่นมากคือน้ำตาหยดลงในหนังสือเผาะๆ อยู่เสมอ ทั้งๆที่ปู่ไม่ได้ตีหรอกนะ แต่คงคับแค้นใจอะไรสักอย่าง นึกถึงตอนนี้แล้วก็ขำ

ปู่ให้ใช้ก้านไม้ขีด ที่ยังไม่เผาหัวเอามาชี้หนังสือให้แม่นตรง ทุกตัว แล้วพออ่านถึงตรงไหนก็เอาหัวไม้ขีดไฟ ขีดๆไว้ พร้อมทั้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะจะได้หยุดไปเล่นซนละ

พอเรียน ป.2 มาอยู่กับอา ที่เป็นครูในตัวอำเภอ ในบ้านหลังนี้มีหนังสือเยอะ ได้แอบอ่านหนังสือของผู้ใหญ่ เช่นเดลิเมล์วันจันทร์ บางกอก ส่วนหนังสือพิมพ์ก็อ่านๆไปงั้นแหละ และที่จำได้แน่ๆ คือปันค่าขนมซื้อหนังสือการ์ตูนหนูจ๋า และ หนังสือตุ๊กตา ไว้อ่านเอง

ระหว่างเรียนมัธยม จำได้ว่าอ่านหนังสือวรรณคดีแข่งกัน ได้รางวัลอ่านไม่ผิดเลย เรียกว่าอ่านคล่อง ได้รางวัลจากคุณครูบำรุง ธรรมวโร คุณครูท่านนี้ พบกันเมื่อ 3 ปีก่อน ขอเบอร์โทรเราไว้ แล้วบอกว่า ครูบอกลูกครูว่า ถ้าพ่อตายไป ให้เธอเป็นคนอ่านประวัติในงานศพครูนะ...เราบอกว่า โธ่ คุณครู อีกหลายปี หนูกลัวว่า หนูก็จะแก่หง่อมไปพร้อมๆกันแหละค่ะ (อายุเราห่างกันสักประมาณ 15 ปี ) เป็นไงจำแม่นไหม

เคยเขียนเรียงความ เรื่องไก่ ได้รางวัลจากคุณครูบุญเลิศ ( ลืมนามสกุล) อันนี้ไม่เข้าใจว่าจำรายละเอียดได้ไง จำได้ขนาดว่าตอนไปรับรางวัล เป็นหวัด เพื่อนๆปรบมือให้ แรงดีใจทำให้หายใจแรงไปหน่อย จนกระทั่งน้ำมูกฟืดดด...ย้อยออกมา เนื่องจากตอนนั้นเป็นหวัด เพื่อนเฮใหญ่ ไม่รู้ว่าเฮเพราะเห็นขี้มูกเรา หรือว่าดีใจกะเรา ที่ได้รางวัล

จำได้ว่า เคยเอาหนังสืออ่านเล่น ใส่ไว้ในหนังสือเรียน แล้วทำท่าอ่านแน่วแน่มาก นึกว่าผู้ใหญ่ไม่รู้ โดนอาเอาหนังสือฟาดหัวเลย ฮ่าๆๆ
สมน้ำหน้า หนำซ้ำ ยังเคยโดนคุณครูสอนภาษาอังกฤษ ที่เฮี้ยบมากแนะแหน ว่า บางคนในห้องนี้ ไม่ค่อยอ่านหนังสือเรียนร๊อก.... ทีหนังสืออ่านเล่นน่ะ อ่านเข้าไป.... สมัยนั้นในตัวอำเภอ คนจะรู้จักกันหมด สงสัยเรานี่อ่านหนังสืออ่านเล่นจนรู้กันไปทั่ว ฮือออออ....

พอมาเรียนครู ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่าครูปกศ. (ประกาศนียบัตรวิชาชีพครู) ได้อยู่หอพักกะเพื่อนๆ มีอิสระภาพมาก ยังคงเป็นนิสัยเดิม ได้อ่านหนังสืออ่านเล่นมากขึ้น นิยายเรื่องยาวฮิตมาก อ่านจนสว่างยังเคย ส่วนใหญ่จะหยิบยืมจากห้องสมุดซะมากกว่า เพราะเริ่มเป็นสาวแล้วนี่ รายจ่ายก็แบ่งปันไปอย่างอื่นที่สวยๆงามๆด้วย ส่วนเรื่อง หนังสือเรียนเป็นรองอีก ไม่รู้รอดตัวมาได้ไง




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2551    
Last Update : 13 สิงหาคม 2551 12:18:32 น.
Counter : 108 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.