GRANDMOM'S LIFE

วันจัน
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อดีต ครูระดับประถมศึกษา 12 ปี ข้ามขั้นมาเป็นครูระดับอุดมศึกษา 29 ปี ปัจจุบัน เป็นผู้เกษียณ อายุราชการ ปีที่ 7

งานหลัก เป็นผู้อำนวยการดูแลแม่อายุ 90 ปี
งานรอง เล่นเกม เล่นกับสัตว์เลี้ยง เดินดูต้นไม้ อ่าน เขียน ทำงานบ้าน ดูหนัง ไปให้คนอื่นนวดตัว ไปนั่งเล่นร้านกาแฟลูกชาย นัดเพื่อนเก่า/ลูกศิษย์เก่ากินข้าว ดูแลสวนกล้วยและต้นไม้อื่นๆตามใจที่อยากปลูก
งาน พิเศษ ช่วยดูแลหลานชายและหลานสาว(ตามที่มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนที่บ้านเขา)
ผลงานดีเด่น มีสามี1 คน และลูกชาย 1 คน ลูกสาว 2 คน
และหลานชาย 2 คน หลานสาว 2คน
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add วันจัน's blog to your web]
Links
 

 

28 กันยา วันเกิดลูกสาว

วันเกิดลูกสาว คนเล็ก

28 กันยา เป็นวันเกิดลูกสาวคนเล็ก ตรงกับปีขาล วันเสาร์

ลูกคนนี้ก่อนเกิด มีพี่ชายและพี่สาว อย่างละคน ถ้าเป็นยุคนี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

แต่ยุคนั้นอยากมีอีก แม่ใหญ่ ตา ปู่ ย่า พูดว่าโบราณเรียกว่าเผื่อเหลือเผื่อขาด มีอีกเถอะ

เราก็ เบื่อๆ อยากๆ ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องฝันก่อนมีลูกนี่จะมาเกิดกับเรา เป็นเรื่องเป็นราวอีก

ฝันว่าเดินทางไปเมืองนอกกับเพื่อน โดยที่ตอนนั้น คำว่าต่างประเทศนี่ไกลตัวเรามาก ไม่เคยฝันใฝ่ใดๆทั้งสิ้น

ถึงบ้านเพื่อนอยู่ในบ้าน มองออกไปทางหน้าต่าง เห็นลูกบอลลูน อยู่กลางท้องฟ้าสวยมาก ถามเพื่อนว่า นั่นใครเค้าทำอะไรกันล่ะเธอ ปล่อนบอลลูนลูกโต๊โต

เพื่อนตอบว่า อ๋อ...นั่นน่ะ ฟ้าหญิงแอนน์ (มานั่งนึกภายหลังว่า ถ้างั้นก็เป็นที่อังกฤษ น่ะซี) ท่านใส่สร้อยคอเส้นโปรดของท่านไว้ แล้วใครเก็บได้ก็ยกให้ ( เหมือนนิยายปรัมปราไหม)

โอ้โฮ ทำเราอยากได้มากก็ไม่รู้ ทันใดที่นึกว่าอยากได้ ลูกบอลลูนก็ลอยละลิ่ว มาหาเราทันที มาอ้อล้อ อยู่ใกล้ๆ หน้าต่าง เราเอื้อมมือไปโน้มมา รีบแหวกดู

มีสร้อยจริงๆด้วยเส้นเล็กๆ ตะของี้บุบบู้บี้เชียว แบบคนเคยใช้มาแล้วยังไงยังงั้นเลย

ดีใจมากที่ได้เป็นเจ้าของ


ยังไม่รู้เลยว่ามีลูกแล้ว แต่จำความฝันนั้นได้แม่นยำมาก

มารู้ว่ามีประมาณ 3 เดือน ไม่มีอาการแพ้ท้องใดๆทั้งสิ้น แต่ปวดเมื่อยร่างกายบ่อย อาจจะเป็นท้อง ที่ 3 แล้ว เราล่ะช๊อบชอบ ไปนวดกะหมอนวด (หมอตำแย)


วันที่เราปวดท้องจะคลอด ปวดเตือนละ ประมาณเกือบ เที่ยงวัน ออกไปกิน ข้าวมันไก่ ร้านพังกี่ ร้านยอดนิยมของเมือง ตอนนั้นยังเป็นยุคพ่อแม่เค้าทำอยู่ที่ตลาดใต้ใกล้โรงพยาบาล

พอกินเสร็จ คุณพ่อลูกสามก้พาไปส่ง ที่โรงพยาบาล เราทำเรื่องเข้า แล้วไปนอนเล่น ปวดนิดๆหน่อยเรื่อยๆ ยังมีกะจิตกะใจนอนอ่านหนังสือเล่นเรื่อยเฉื่อย

สามีก็มาหาตอนเย็นอีกว่าเป็นไงบ้างเราก็บอกยังเรื่อยๆ เค้าก็กลับบ้านไป เราก็เดินคุยกะพวกเตรียมมาคลอดบ้าง ไปหาคนที่คลอดแล้วบ้าง

2 ทุ่มปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ ขอเข้าไปนอนที่ห้องทำคลอด แม่เจ้าประคุณเอ๊ย...นอนฟังคนคลอดลูกทั้งคืน เดี๋ยวเข้า มา เดี๋ยวแว้ๆๆๆๆ เดี๋ยวออกไป เราก็ยังนอนปวดบิดไปมาหลายตลบ

ไม่ได้หลับทั้งคืน หมอทำคลอด เข้ามาเช็คอยู่นั่นแหละ พยาบาลก็เข้าเวร จนออกเวรเปลี่ยนผลัดกันแล้วเล่า เจ้านี่ก็ยังไม่ออก

ไม่มีอัลตราซาวน์อีกค่ะ เลยไม่รู้หรอก หญิงหรือชาย ทำไมมันดื้อนักหนาเล่าเนี่ย

พยาบาลบางผลัดเข้ามาคุยให้กำลังใจยังถามเลยว่าท้องแรกรึคะ ถึงปวดนาน เราชูนิ้วบอกคนที่ 3 เค้าก็ทำหน้าประหลาดใจ เพราะปกติ ท้อง 3 น่าจะผ่านฉลุย

ระหว่างนอนในห้องคลอดก็มีเรื่องขำ (ยังมีอารมณ์ขำเป็นพักๆ เวลาไม่ปวด คือการปวดนี่มาเป็นระลอกๆนะคะคุณขา แต่ละระลอกก็ต้องเอาผ้าขนหนูเล็กๆอุดปากเพราะเกรงว่าจะส่งเสียงดังเหมือนคนเตียงข้างๆ

คือห้องคลอดนี่จะเข้ามาได้ต้องปวดมาก มีม่านเขียวกั้นเป็นล็อคๆอยู่ จึงได้ยินสารพัด เสียงโอดโอยธรรมดา เสียงด่าทอลูกในท้อง (จริงๆ) เสียงด่าทอผัว (จริงที่สุด) เราก็นอนขำไป ปวดไปสิ

มีเตียงข้างๆเราได้ยินเสียงดังมาก เอื้อมมือไปเปิดม่านจะปลอบใจ โดนด่าเลยแหละ "ดูอะไร ไม่เคยเห็นคนปวดท้องเหรอ..."




ทั้งคืนเลยค่ะ โรงพยาบาลนี่อยู่ใกล้ทางรถไฟ เสียงรถไฟ ขึ้น ล่อง เราบอกลูกในท้องว่า อ่ะ เธอ รถไปล่องละ ออกตามรถไฟเลย ซิ มันยังไม่ออก
src=../emo/emo4.gif>
จนกระทั่งเช้า พยาบาลเข้ามาหาบอกว่าแฟนพี่เอาข้าวต้ม มาให้ กินซะหน่อยไหม เราร้องไห้เลย ฮือๆๆๆลูกบ้า ไม่ยอมออก...มันดื้อตั้งแต่ในท้องเลย แล้วยุคนั้นน่ะ เค้าก็ไม่ให้สามีเข้ามาห้องคลอดหรอก เรามองลอดหน้าต่างห้องคลอดไป พ่อมันกำลังเดินกลับ...เราจะออกไปหาก็ไม่มีแรง ข้าวปลาก็กินไม่ลง

สายๆหมอมาหาอีก เชคปากมดลูก บอกว่าก็เริ่มเปิดแล้วนะ มาฉีดยากระตุ้นแล้วยังบอกว่าถ้าไม่คลอดภายใน 3 ชั่วโมงนี้ต้องผ่าออกแล้ว

เที่ยงวันแล๊วววว.....พ่อมันมาหาอีกฝากพยาบาลมาถามว่าอยากกินอะไร แม่บอก อยากกินกาแฟเย็น ข้าวปลาไม่อยากกิน

ได้กาแฟเย็นมากิน อืมม์อ้า......ชื่นใจหน่อย
พักเดียว บอกหมอ อยากเบ่งละ

น้ำแข็งกาแฟ ยังไม่ละลายดีเลย เบ่งเจ้าหัวดื้อออกมา ประมาณสักบ่ายโมงกว่า

หมอบอกว่า "ผู้หญิงค่ะ......ดูซิเหมือนคุณพ่อมากเลย " เออ...อยากเขกหัวมันจังเลย จากนั้นเราก็หลับ เป็นตายเลย

ออกมาตัวขาวจั๊วะ.....มีติ่งหูงอกแถมออกมานิดๆ ตรงติ่งเดิม (ไม่ใช่ติ่งที่ใส่ต่างหูนะคะ ..เรียก อะไรน่ะติ่งที่บังรูหูน่ะ)

หมอถามว่าจะรอเอาอีกคนไหม ส่ายหน้าเดี๊ยะ เลยเรา มันไม่อยากให้เรามีใครอีก ลูกคนนี้น่ะ ทำหมันซะเลย

เป็นลูกคนเดียวที่เกิดกลางวัน วันเสาร์

น่าเชื่อไหม ตอนนี้เค้าไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ก่อนแต่งงานและตัดสินใจไปอยู่ต่างประเทศกะสามีเค้า แม่ใหญ่(ยาย) บอกเราว่า เค้าอาศัยท้องเธอเกิด ตอนนี้เค้าต้องกลับไปอยู่ที่ ของเขาแล้ว

เราปลอบใจยายว่า ไม่เป็นไรหรอก เราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาแหละ หัวใจเราถึงกัน คนใกล้บางคนไม่เคยมาพบกันเลย 3-4 ปี แต่นี่เราสัญญากันว่าเราจะพบกันทุกปี ให้ลูกกลับมาหาแม่ และแม่จะเดินทางไปเที่ยวหาลูก จนกว่าแม่เดินทางไม่ไหว ......

และแม่ก็ยังดีใจที่ลูกเกิดมาเป็นลูกของแม่ ลูกเกิดมาสร้างความดีงาม ไม่เคยทำให้แม่ พ่อเสียใจ เกิดมาให้พ่อแม่ชื่นใจก็ถือว่าเป็นรางวัล ที่ดีแกพ่อแม่แล้ว

พ่อแม่ภูมิใจมากที่มีลูกอย่างเธอ







 

Create Date : 29 กันยายน 2549    
Last Update : 29 กันยายน 2549 11:23:09 น.
Counter : 288 Pageviews.  

วันเกิดลูกชาย

วันนี้วันเกิดลูกชาย 13 กันยายน 2513

ลูกชายคนโต โบราณเรียกว่าลูกคนหัวปี ไม่รู้ว่าหัวปียังไง เหมือนกัน
แต่ที่รู้ๆ เราแต่งงานได้ 9 เดือน กว่า ๆ เราก็ตั้งท้อง
ทุกคนรอบๆ ตัว ไม่ว่าครอบครัวเรา หรือว่าทางสามี ดีใจกันมาก เพราะ จะเป็นหลานคนแรก ของครอบครัวเรา ทั้ง 2
ไม่น่าเชื่อ ที่โบราณว่าไว้ ให้สังเกตว่า คนท้อง จะฝันว่าอย่างไร เราก็ฝันได้ทุกคืน ฝันอะไรไม่รู้ จำได้ระยะสั้นๆ วันรุ่งขึ้น แค่นั้น แต่ความฝัน ที่จะเล่านี้ มันจำได้นาน จนถึงวันนี้
36 กว่าปีที่ผ่านไป ยังจำได้
ฝันว่าเดินทางไปที่ไหนสักแห่งกับพี่สาว( ลูกลุง )
สถานที่ไปนั้น มีสภาพเหมือนภูเขา ต้องเดินเข้าถ้ำ และเห็นหีบเหล็ก ช่วยกันเปิดดู พบสมบัติ ประเภทสร้อยคอ แหวน มากมาย และพบหลักฐานว่าเป็นสมบัติของพวกคนต่างชาติ กระเดียดๆไปทางจีน หรือญี่ปุ่น สักอย่าง

มีตั้งเยอะแยะ แต่ชอบสร้อยคอ ที่เข้าชุดกับสร้อยมือ เอาสร้อยคอมา อย่างเดียว เป็นทับทิมด้วย ชอบมาก เวลาเอามาก็กลัวๆ เหมือนกัน แต่ก็เอามาแหละ

ถ้าให้ทายกันก็ว่าได้ลูกสาวแน่นอน ก็ดีใจ ว่าจะได้มีพี่สาว เอาไว้ได้พึ่งพา เพราะ แม่เรายังเคยเล่าว่า พอคลอดตัวเรามาปั๊บ ป้าบอกแม่ว่า แกได้พึ่งลูกสาวคนนี้แน่เลย

ยุคนั้น ไม่มีอัลตราซาวน์หรอก หรือมีก็ยังไม่ฮิตมาต่างจังหวัด

เค้าเกิดที่อุตรดิตถ์ เพราะช่วงนั้น ย้ายตามสามีไปทำงานที่นั่น

เวลาตั้งท้อง ก็ร่างกายแข็งแรงมาก ไม่เคยเป็นอะไรเลย ทั้งที่ตอนสาวๆ เป็นโรคทอนซิลอักเสบเป็นประจำ ไม่ว่า ฤดูใดๆ เจ็บคอ เป็นไข้ หนองเต็มคอ

แต่พอท้องไม่เป็นอะไร ให้ต้องกินยาเลย
โชคดีมาก ครั้งแรกหมอบอกว่าจะคลอด ประมาณ 27 สิงหา แต่ล่าช้าไป จนถึง วันที่ 13 กันยา

สามารถพยากรณ์ ได้ 2 อย่าง คือ แม่บอกวันคลาดเคลื่อน กับ ลูกมันขี้เกียจเลยนอนอืด.....ไม่ยอมออก จากท้องแม่.....

จะเล่าว่าตอนท้องลูกคนนี้ ไม่เคยแพ้ท้องให้เห็นว่าอาการ เป็นอย่างไร กินได้ นอนหลับ สบาย ทุกอย่าง แต่จะหงุดหงิด แค่ นั่งน้ำตาไหล ตอนหาอะไรกินแล้วไม่ได้อย่าง ที่ต้องการ

ยกตัวอย่างเช่น สั่งก่วยเตี๋ยวเส้นเล็กราดหน้า แต่เอาเส้นใหญ่ มาให้ ก็นั่งน้ำตาไหล สามีบอก เอาเฮอะน่า เหมือนกันแหละ (เถียงในใจว่า ถ้าเหมือน จะมีเส้นเล็ก ใหญ่ ทำไม มีอย่างเดียวไม่ดีหรือ)


หรือว่าเวลาเดินทางบนรถไฟ ได้กลิ่นว่า มีคนปอกส้มแน่เลย อยากกินจัง บอกสามี เค้าก็หันมาต่อว่า ว่า เมื่อกี้ก่อนขึ้นรถ ทำไม่ซื้อ ก็ๆๆๆ ตอนนั้นยังไม่ได้กลิ่นเปลือกส้มนี่

ตอนไปตรวจท้องช่วง เดือน ที่ 8 พยาบาล เอาหูฟัง มาฟังๆ เสียงเต้นของหัวใจลูกแล้วบอกว่า จากประสบการณ์ น่าจะเป็นลูกชาย ( ถามแล้วเค้าบอกว่า จังหวะช้า-เร็วต่างกัน )

ดีใจนิดๆ เพราะ พ่อ และ คุณปู่ คงอยากได้ลูกชาย เพื่อให้ใช้นามสกุลต่อนานๆ และคงอยากให้มีคนมาใช้นามสกุลเพิ่ม

วันปวดท้องจะคลอด คือ คืนวันที่ 12 กย . เวลาประมาณ 2 ทุ่ม ไปโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ปวดมากถี่ๆ และคลอดเวลา ตี 1 กว่าๆ (จำไม่ได้ละ ก็ตั้ง 36 ปีแล้วนี่นา ) เป็นคืนวันเสาร์ แต่ ตี 1 กว่าๆ อย่างนี้ เป็นวัน อาทิตย์ ที่ 13 กย 2513 นั่นเอง

แว้ๆๆๆ เป็นลูกชายค่ะ

คืนนั้นนะ เค้าให้พ่อกลับบ้าน แม่เข้าห้องคลอด แต่แม่ใหญ่ (ยาย) รออยู่ที่ห้องพัก เค้าให้ เรานอนพักสักครู่ ประมาณตี 5 เค้าก็ให้ เราออกมาอยู่ห้องพักส่วนตัวเราได้ สักชั่วโมง พ่อก็มา แม่ใหญ่แอบซ่อนลูกไว้ สามีเข้ามา ทำหน้าตกใจหน่อยๆ ว่ายังไม่คลอดอีกเหรอ

พอรู้ว่าได้ลูกชาย พ่อดีใจมากกกก......
ออกไปจัดหาซื้อเครื่องนอน และเสื้อผ้าลูกมาเลย

ก็สมัยนั้นน่ะ เค้าห้ามเตรียมจ้า....ในใจเราก็แย้งว่าห้ามทำไมไม่รู้ แต่จริงๆ เราก็ไม่รู้จะเตรียมของชาย หรือหญิง

ปีนี้ลูกเรา อายุ 36 ปี เป็นลูกชาย ที่แต่งงานและพาลูกสะใภ้มาอยู่ด้วย เพราะลูกสาว อีก 2 คน ต้องอยู่ กะสามี

วันนี้ เค้าทำเค็กชอคโกแลต ด้วยตัวเอง เอาไว้กินกันค่ำนี้ และแถมด้วย โมจิไส้ถั่วแดง
อืมม์......อร่อย ...แล้วจะมาเล่าให้ฟังต่อ








 

Create Date : 13 กันยายน 2549    
Last Update : 13 กันยายน 2549 16:55:26 น.
Counter : 341 Pageviews.  

ขอบคุณ คุณ Susie วีซ่าผ่าน 10 ปีค่ะ


ก่อนอื่นใดที่จะเล่าเรื่อง ขอขอบคุณ คุณ Susie เจ้าของบล็อค สุดฮิต เป็นอย่างยิ่ง
ที่ได้ทำให้คนแก่อย่างดิฉันเกิดมุมานะ พยายาม ทำงานที่คนอื่นๆ( ถึงขั้น) กล่าวว่า ไปออกศึก
งานการทำวีซ่า เข้าอเมริกา

เมื่อ12 สิงหา 49 เป็นวันหยุด ก็เลย ลองหาข้อมูลเรื่องการทำวีซ่า เพราะนึกได้ว่า 18 สิงหา วีซ่าเก่า หมดอายุ 10 พอดี (ทำตั้งแต่ปี 2539) ซึ่งลูกสาว คนเล็ก ( ตอนนั้นยังสาวจริงๆ) ช่วยทำทุกอย่าง ทุกขั้นตอน (แต่เข้าไปให้คำสัมภาษณ์ เอง มีลูกสาวนั่งส่งแรงใจช่วยอยู่เบื้องหลัง )

การจะเดินทางไปครั้งนั้น เนื่องจากลูกสาวคนกลางไปเรียน ที่ LA คิดถึงลูกมาก เป็นห่วงด้วย สมัยนั้น FAX เป็นเทพเจ้า ที่ส่งข่าวกันและกัน โทรศัพท์ แสนแพง นาทีละ 24-26 บาท

ได้ 10 ปีแน่ะ จำได้ว่าฝรั่ง ชายถามว่า จะไปเมืองไหน ไปหาใคร ลูกเรียนที่ไหน (แม่ตอบได้เองหมด เพราะเป็นครู ทำการบ้านดี เราก็ลองออกข้อสอบตัวเราเอง ธ่อ...ไม่พลาดเลย...อย่ามากกว่านี้นะ ฮึ )

วีซ่านั้น เราคาดการณ์ ว่าคงใช้ครั้งเดียวเท่านี้แหละ เพราะลูกเรียนจบแล้วก็คงแล้วกันไป แหม...ดันให้เราตั้ง 10 ปี

แต่ดวงคงสมพงศ์กันกะอเมริกา ลูกสาวคนเล็ก ที่ไม่ได้ไปเรียนเมืองนอกกะเขาหรอกค่ะ เคยไปเป็นเพื่อนพี่สาว อยู่สัก 3 เดือน ก็กลับมาทำงานเมืองไทย

แต่มีอเมริกัน มาเดินชน เอ๊ย....มาพบกันเมืองไทย จนปัจจุบัน ไปตั้งรกราก อยู่ที่อเมริกาซะแล่ว

ตอนแต่งงาน เพื่อนฝูงญาติ พี่น้อง ทำหน้างง ว่าเอ๊ะ หนูคนนี้ไม่ได้ไปเรียน เมืองนอกนี่ แล้วทำไม มีแฟน ฝรั่ง อืมมมม....แม่ก็มึน ค่ะ (ส่วนคนไปเรียน พาแฟนคนไทยกลับมา ...)

วีซ่า รอบนั้น เลยได้ใช้คุ้ม

มีแผนว่าไวๆนี้จะไปหาลูกสาว และปีนี้จะลองไป ช่วงคริสต์มาส ดู เพราะที่ผ่านมา ไปช่วง ตค. หรือเมษา ทุกครั้ง

อ่ะ ไม่ได้เล่าเรื่อง ที่ขอบคุณ คุณ Susie เลย ว่า
ดิฉันทำตามที่คุณบอกอย่างละเอียด และรอบคอบ

ทบทวน ซ้ำๆๆๆอย่างระมัดระวัง ผลออกมา ดีเยี่ยม วันที่ 18 สค49 ทำเรื่องนัด...ตกใจหมดเลยค่ะ (เวลาเครื่องบอกให้กด วันนัด นึกว่าคงมีคิวยาวแน่ ) แต่ เดือนสิงหาน่ะ ยังว่างเยอะเลย ค่ะ

ทำเรื่องนัดวันที่ 30 สิงหา เวลา 10.30 น. แต่หลังจากนั้น มีเหตุต้องการไปไวอีก 1 วัน ลองเข้าไปแก้ไขใหม่ เป็นวันที่ 29 สิงหา ก็ยังตอบรับการเปลี่ยนแปลง มาอย่างดี

เยี่ยมจริงๆ ระบบ ของเค้า ไม่เยี่ยมได้ไง เสียไป 400 บาทแล้วนี่
หลังจากนั้นก็เริ่มกรอกแบบฟอร์ม 156 /157 ตามที่ คุณ แนะนำไว้ กรอกไม่ครบ มีเตือนตลอด ว่าข้อใด ยังไม่กรอก ฉลาดจริงจริ๊ง....พ่อคุณ
ไปจ่ายเงิน ที่ไปรษณีย์ หาเอกสารอื่นๆเพิ่มเติม เช่นหลักฐานการเงิน ใบรับรองเป็นข้าราชการ เอกสารลางาน (เราต้องระบุวันเดินทางไป ไว้ด้วย)

วันนัดหมาย ลูกสาวคนกลางที่อยู่กทม.พาไป ค่ะ
ไม่มีปัญหาใดๆเลย แต่นั่งรอนานมากไปหน่อย เพราะ ไม่ได้เรียกตามคิวที่ได้ ไม่ทราบสาเหตุ แต่เดาเอาว่าเพราะเนื่องจากประเภทของวีซ่าต่างกัน

พอถึงคิว (กำลังเริ่มหิวข้าวละ ) เรียกเข้าไปช่อง 11 หญิงสาว ค่ะ ถาม 2 ประโยค ไปหาลูกสาวหรือ พาสปอร์ตเล่มเก่าอยู่ไหน เราส่งให้ ดูๆๆๆๆ ออกคำสั่ง 1 ประโยค ให้นิ้วชี้ขวา และซ้ายปั๊มไปที่เครื่องสแกน

แล้วบอก 1 ประโยคว่า แล้วจะจัดส่งไปทางเมล์

พอวันที่ 31 สิงหาคม 49 ก็ได้รับทางไปรษณีย์ รีบเปิดดู
ได้ 10 ปี เลยโทรไปบอกลูกสาวว่า คราวหน้า แม่อายุ 69 จะเดินทางไปสถานฑูตเอง

เพราะ ลงรถไฟฟ้า ที่เพลินจิตแล้วต่อแท็กซี่ ไปเองได้ง่ายนิดเดียว
แต่คราวนี้ลูกขับรถพาไป เลยต้องไปจอดที่ โฮมโปร สี่แยกเพลินจิต กลับมาเลยต้อง ซื้อของ ที่โฮมโปร (อย่างต่ำ 300บาท) จะได้จอดฟรี 3 ชม. เลยเวลาไป เกือบ 2 ชม. เพราะมัวแวะไปกินข้าว เลยเสียเงินค่าจอด 60 บาท

ขอบคุณ อีกครั้งสำหรับ วิทยาทาน ที่บล็อก คุณ Susie เล่าให้ลูกๆฟัง ด้วย ว่าแม่ทำได้เพราะคุณค่ะ









 

Create Date : 10 กันยายน 2549    
Last Update : 10 กันยายน 2549 14:52:42 น.
Counter : 353 Pageviews.  

ข่าวดี

เมื่อสักครู่ ได้รับโทรศัพท์ จากลูกศิษย์

ว่าเธอคลอดลูกแล้ว ได้ลูกชาย หนัก 2700 กรัม

ความจริงเธอคงไม่ค่อยกล้า คุยกับเรา

แต่เพื่อนอีกคนโทรมาส่งข่าว เราก็ส่งเสียงตื่นเต้นไป เพื่อนเลยส่งโทรศพท์ ให้เธอ ได้พูดกับเรา

เธอรีบรายงานว่า "อาจารย์คะ หนูไม่ต้องผ่าตัด หนูคลอดเอง ตามธรรมชาติ ตามที่อาจารย์แนะนำ แต่หนูคงไม่มีโอกาสให้ลูกดื่มนม ได้นานๆ ตามที่อาจารย์แนะนำหรอก เพราะต้องไป โรงเรียนต่อ...... "
(กำลังฝึกสอน )

ย่าเค้าจะมาเลี้ยงให้ก่อน เพราะแม่หนูจะลาออกจากงานมาเลี้ยงหลาน แล้วจดทะเบียนให้เป็นลูกยายเลย
(เพราะเธอจะต้อง มาเรียน อีก 1 เทอม จึงจะจบ )

ไม่อยากส่งเสริม ให้คนทำผิด

แต่เมื่อพลาดแล้วก็ต่อให้อภัย และยื่นมือช่วยเหลือ

ไม่รู้ว่าเธอ จะจดจำเอาไปบอกกล่าวใครต่อใครไหมว่า สิ่งที่พลาดไปนั้น ใครควรเอาเยี่ยงอย่างหรือไม่

บทเรียนบทนี้ ยิ่งใหญ่มาก ครูไม่ต้องสอน แต่อยากให้เธอสอนคนอื่น ว่า มีรักในวัยเรียน น่ะ ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก มีแต่สดชื่น

แต่มีลูกในวัยเรียนนี่สิคงไม่สดชื่นรื่นใจสักเท่าไร
หรอก


พรุ่งนี้จะไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล




 

Create Date : 18 สิงหาคม 2549    
Last Update : 18 สิงหาคม 2549 20:18:13 น.
Counter : 263 Pageviews.  

อาลัยรักผู้จากไป

วันนี้ครบ 1 อาทิตย์สำหรับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ของ ไนกี้

ไนกี้เป็นผู้ชายที่มีร่องรอยบาดแผลเต็มตัว บ่งบอกถึงหนทางที่ผ่านมาว่ามีการต่อสู้ คงทั้ง โจมตีเขาก่อน และ/หรือถูกเขาโจมตีอย่างรุนแรง

ไนกี้ได้รับการเยียวยารักษาตัวโดย หญิงสาวที่มีจิตใจเมตตา พา เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกทม.แรมเดือน จึงแข็งแรง ประเปรียว เหมือนเดิม (รึเปล่าไม่รู้ เพราะเราไม่เคยเห็นเขามาก่อน)

ลูกสาวอิฉันเองนั่นแหละค่ะ แล้วเธอก็โอ้โลม หว่านล้อม ให้ดิฉันรับ ไนกี้ เข้ามาเลี้ยงในบ้าน จนได้ เมื่อปลายปี 44


ก็อยู่กันอย่างมีความสุข แบ่งปันความรักซึ่งกัน
สร้างความสัมพันธ์ กับสมาชิกในบ้าน แบบ ดี แต่บางครั้งก็หงุดหงิดใส่กัน


บางครั้งก็อารมณ์ ดี สุนทรีย์ ที่สุด


เมื่อปลายเดือนเมษา ไนกี้ซมซานกลับมา ค่อนดืก แล้วนอนซมอยู่ รุ่งเช้าก็ไม่ยอมขยับออกจากที่นอน เรานึกว่าเที่ยวดึกง่วงจัด เลยไม่เซ้าซี้ ไปทำงาน กลับมาตอนเย็นจึงรู้ว่าป่วยมาก

พาไปหาหมอ สัณนิษฐานว่าโดนรถมอเตอร์ไซด์ทับ เพราะผนังช่องท้องภายในแตก ต้องผ่าตัด

ผ่านไป 20 กว่าวัน มีอาการแทรกซ้อน คือตับอักเสบ ออกอาการเหลือง พออีก 10กว่าวันก็หมดแรงไปเฉยๆ
จบชีวิต ไม่ต้องต่อสู้อะไรอีกละ
ไปใส่บาตรทำบุญให้ไปเกิด ใหม่ แล้วมาพบกันอีกนะ






 

Create Date : 18 มิถุนายน 2549    
Last Update : 18 มิถุนายน 2549 15:10:11 น.
Counter : 367 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.