Group Blog
 
All Blogs
 
ประวัติโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กองทัพบกแห่งราชอาณาจักรไทย

ประวัติโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กำเนิดขึ้นพร้อม ๆ กับกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ โดยเมื่อ ๑ ตุลาคม ๒๔๑๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จขึ้นครองราชย์ ขณะที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุเพียง ๑๕ พระพรรษา อำนาจการปกครองบ้านเมืองขึ้นอยู่กับสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ซึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จากหลักฐานปรากฏในพระราชหัตถเลขาที่ทรงประทานแก่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรณหิศ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าฐานะของพระองค์ในระยะที่เสวยราชย์ใหม่ ๆ นั้นล่อแหลมต่ออันตรายอย่างยิ่ง แต่ก็ด้วยพระอัจฉริยะอันสูงส่งของพระองค์ จึงสามารถรอดพ้นจากภยันตรายอันน่าวิตกนั้นได้ พระองค์ทรงจัดให้ราชบุตรในตระกุลและบุตรข้าราชการที่เยาว์วัย ซึ่งขณะนั้นได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังชั้นในหลายคนด้วยการรวมกันแล้วฝึกวิชาทหารตามยุทธวิธีอย่างใหม่ขึ้น และเรียกทหารเด็กเหล่านั้นว่า ทหารมหาดเล็กไล่กา โดยให้มีหน้าที่ไล่กาที่บินมารบกวนข้าวสุกในเวลาทรงบาตรและยืนตั้งแถวรับเสด็จ ฯ ในที่นั้นทุกเวลาเช้า ทหารมหาดเล็กในตอนแรกมีประมาณ ๑๒ คน ในจำนวนนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์กับพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าเทวันอุไทยวงษ์ เป็นทหารมหาดเล็กไล่กาด้วย ทหารมหาดเล็กไล่กาทุกคนมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ส่วนใหญ่ไว้ผมจุก

จากการที่พระองค์รู้สึกว่าไม่ปลอดภัยนัก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้งบอดี้การ์ดขึ้น ๒๔ คน โดยทรงเลือกจากมหาดเล็กข้าหลวงเดิมที่เฝ้าพระฉากรักษาการณ์ภายในห้องบรรทมของพระองค์นั่นเอง เมื่อฝึกหัดการทหารจนมีความเชี่ยวชาญขึ้นมากแล้ว จึงโปรดเกล้า ฯ ให้เข้าแถวยืนรับเสด็จในเวลาเสด็จ ฯ ออกพระชาลาพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย และต่อมาได้มีหน้าที่ในขบวนแห่ตามเสด็จ ฯ ไปในที่ต่าง ๆ ด้วย ทหารมหาดเล็กข้าหลวงเดิมในครั้งนั้นเรียกกันว่า ทหาร ๒ โหล ต่อมาได้เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น ๗๒ คน แต่งตั้งเป็นกองทหารมหาดเล็กสำหรับรักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ตั้งโรงเรียนสอนหนังสือควบคู่ไปกับการฝึกด้านการทหารด้วย กองทหารมหาดเล็กในเวลานั้นมีอาวุธที่ทันสมัยและการแต่งกายประณีต มีการกินอยู่บริบูรณ์ เป็นสุขสบายมาก ด้วยเดชะพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ชุบเลี้ยงและทรงเอาเป็นราชธุระสอดส่องอยู่ทั่วไป ส่งผลให้พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี ข้าราชการ ผู้ใหญ่ ผู้น้อย ตลอดจนสามัญชนที่มีสกุลเป็นหลักฐาน ต่างมีความชื่นชมยินดีและพากันส่งบุตรหลานเข้ารับราชการเป็นทหารมหาดเล็ก สามารถเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทได้ในตำแหน่งมหาดเล็กหลวง

บรรดาผู้ที่มีอายุเยาว์วัย โปรดเกล้า ฯ ให้แยกออกเป็นพวกหนึ่งต่างหาก ไม่ต้องมีหน้าที่ประจำกองทหาร มีแต่การฝึกหัดเช่นนักเรียนทหาร มีพวกทหารมหาดเล็กไล่กาเดิมบางคนซึ่งเมื่อเติบโตขึ้นแล้วมาเข้าสมทบด้วย การที่มีทหารมหาดเล็กรุ่นเยาว์เช่นนี้ ได้เป็นธรรมเนียมสืบต่อมา เช่น มีพวกทหารสก๊อต สำหรับแห่โสกันต์ เป็นต้น

พ.ศ.๒๔๑๔ โปรดเกล้า ฯ ให้ขยายกองทหารมหาดเล็กออกเป็นกองร้อย เรียกว่า กอมปานี ได้ถึง ๖ กอมปานี จัดตั้งเป็น กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ราชวัลลภ แปลว่า ที่รักสนิทคุ้ยเคยของพระราชา)

พ.ศ.๒๔๑๕ โปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้งสถานที่สอนวิชาการและระเบียบการขึ้นในกรมทหารมหาดเล็ก รวมทั้งให้มีการสอนวิชาภาษาอังกฤษและภาษาไทยด้วย เรียกสถานศึกษาว่า คะเด็ตทหารมหาดเล็ก ส่วนนักเรียนเรียกว่า คะเด็ต

พ.ศ.๒๔๒๓ โปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้งกรมทหารหน้าขึ้น (ซึ่งต่อมาได้วิวัฒนาการเป็นกรมยุทธนาธิการ) จึงกำเนิด คะเด็ตทหารหน้า ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง ได้เร่งปรับปรุงกิจการทหารโดยลำดับ เมื่อเจริญกว้างขวางและเป็นแบบแผนขึ้นบ้างแล้ว จึงโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช จัดตั้งโรงเรียนสอนวิชาทหารสำหรับทหารบกทั่วไปขึ้น โดยให้ใช้พื้นที่บริเวณหลังพระราชวังสราญรมย์เป็นสถานที่ตั้ง (ปัจจุบันเป็นสถานที่ตั้งของกรมแผนที่ทหาร) รวมคะเด็ตทหารมหาดเล็ก คะเด็ตทหารหน้า นักเรียนแผนที่ และส่วนที่เป็นทหารสก๊อตเข้าด้วยกัน ใช้ชื่อรวมว่า คะเด็ตสกูล สำหรับนักเรียนเรียกว่า คะเด็ต มีนายพันเอกนิคาล วอลเกอร์ (NICAL WALGER) เป็นผู้บังคับการคนแรก

๕ สิงหาคม ๒๔๓๐ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาทรงกระทำพิธีเปิดโรงเรียนคะเด็ตสกูล

๑๔ มกราคม ๒๔๓๑ ได้ตราข้อบังคับขนานนามโรงเรียนคะเด็ตสกูลเสียใหม่ว่า โรงเรียนทหารสราญรมย์

๖ ตุลาคม ๒๔๔๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กองโรงเรียนนายสิบมาสมทบด้วย เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น โรงเรียนสอนวิชาทหารบก

๒๕ พฤศจิกายน ๒๔๔๑ ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็นโรงเรียนทหารบก เปิดโอกาสให้รับบุคคลสามัญที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนดเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยได้

ต่อมามีผู้สนใจเข้ารับการศึกษาเพิ่มมากขึ้น จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ย้ายนักเรียนนายสิบไปสังกัดกองพลทหารบกตามเดิม และเมื่อ ๒๖ พฤษภาคม ๒๔๔๖ ได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น โรงเรียนนายร้อยทหารบก

ต่อมาอีก ๕ ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ทรงเห็นว่าสถานที่ตั้งโรงเรียนนายร้อยทหารบกคับแคบไปแล้ว ไม่เพียงพอแก่การที่จะผลิตนักเรียนเพิ่มขึ้นทันกับความต้องการของสถานการณ์ในเวลานั้น ซึ่งขาดแคลนนายทหาร จึงโปรดเกล้า ฯ ให้ซื้อที่ดินติดถนนราชดำเนินนอก เป็นเนื้อที่ประมาณ ๓๐ ไร่เศษ ดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม (โรงเรียนนายร้อยชั้นปฐมยังคงอยู่ ณ โรงเรียนทหารสราญรมย์เดิม) เสร็จแล้วพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงกระทำพิธีเปิดโรงเรียน เมื่อ ๒๖ ธันวาคม ๒๔๕๒ ดังข้อความในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๒๖ ได้บรรยายไว้ว่า

…ครั้นเวลาบ่าย พระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ ผู้น้อย ทั้งฝ่ายทหาร พลเรือน ผู้ที่ใช้เสื้อยศ สวมกางเกง แต่งเต็มยศขาว ประดับเครื่องราชอิศริยาภรณ์ ผู้ที่ใช้เสื้อยศนุ่งผ้า แต่งเต็มยศ เสื้อดำ หมวกยอด ประดับเครื่องราชอิศริยาภรณ์ มาประชุมพร้อมกันที่โรงเรียน ครั้นเวลาบ่าย ๔ โมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องจอมพลทหารบก ประดับเครื่องราชอิศริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ เสด็จพระราชดำเนินจากพระราชวังสวนดุสิต โดยรถม้าพระที่นั่ง มีทหารม้าแห่นำตามเสด็จ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงประตูโรงเรียน ผู้บัญชาการโรงเรียนทหารบกรับเสด็จแลแถว

นักเรียนนายร้อยในบังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชา ซึ่งจัดอยู่ที่สนามที่ว่าการนั้น กระทำวันทยาวุธถวายคำนับ แตรวงบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรวจแถวนักเรียน แล้วประทับรถพระที่นั่งที่บันไดว่าการเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่ห้องประชุม ประทับเหนือพระราชบัลลังก์ พระบรมวงษานุวงษ์ ข้าราชการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพร้อมกัน ผู้บัญชาการกรมยุทธาธิการ กราบบังคมทูลรายงานการสร้างโรงเรียน แล้วขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เปิดโรงเรียนมีพระราชดำรัสตอบ แลมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้นับว่าโรงเรียนนี้ได้เปิดแล้ว ผู้บัญชาการโรงเรียนทหารบก นำสิ่งของรางวัลขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานรางวัลแก่นายทหาร แลนักเรียนที่สอบไล่วิชาได้ดีในโรงเรียนนายร้อยนี้ ตามพระราชประเพณีที่เคยมีมาแต่กาลก่อน ครั้งเสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงษานุวงษ์ แลข้าราชการผู้ใหญ่ประทับโต๊ะเสวยเครื่องว่าง แลมีการเลี้ยงของว่างแก่ผู้ที่มาประชุมในการนี้ทั่วไป

เมื่อเสร็จการเลี้ยงแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถม้าพระที่นั่ง ทอดพระเนตร์บริเวณโรงเรียนโดยรอบ แล้วเสด็จประทับรถพระที่นั่งที่สนามน่าเรือนผู้บังคับการ มีนักเรียนนายร้อยมาประชุมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพร้อมกัน หัวหน้านักเรียน นายเต็น กราบบังคมทูลพระกรุณาแสดงความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และความระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในนามของนักเรียนทั้งปวง แล้วนักเรียนพร้อมกันโห่ถวายไชยมงคล ๓ ลา มีพระราชดำรัสตอบ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับพระราชวังสวนดุสิต เหล่านักเรียนทั้งปวงพากันวิ่งตามรถพระที่นั่งโห่ร้องเซ็งแซ่ แสดงความยินดีในการที่ได้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในวันนี้ไปจนตลอดทางเสด็จพระราชดำเนิน…

พ.ศ.๒๔๖๑ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเพลงสยามานุสติ ให้เป็นเพลงประจำโรงเรียนนายร้อยทหารบก

โรงเรียนนายร้อยชั้นปฐมและโรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม ได้ดำเนินการมาด้วยดี ต่อมาเศรษฐกิจของชาติตกต่ำ กระทรวงกลาโหมจึงให้รวมโรงเรียนนายร้อยทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน เรียกชื่อว่า โรงเรียนนายร้อยทหารบก อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมยุทธศึกษาทหารบก

๒๖ มีนาคม ๒๔๗๑ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาพระราชทานกระบี่แก่นักเรียนนายร้อยทหารบกที่จบการศึกษาชั้นสูงสุดเป็นครั้งแรกและจากนั้นเป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานกระบี่แก่นักเรียนนายร้อยที่จบการศึกษาชั้นสูงสุดทุกปกี

พ.ศ.๒๔๗๗ ได้มีการแต่งตั้งโรงเรียนเทฆนิคทหารบกขึ้นในกรมยุทธศึกษาทหารบก เพื่อผลิตนายทหารบางเหล่าที่เป็นเหล่าสายเทคนิค

ในห้วง ๒ ธันวาคม ๒๔๘๕ ถึง ๑๔ มกราคม ๒๔๘๗ ได้มีการผลิตนักเรียนนายร้อยหญิงขึ้น ๑ รุ่น จำนวน ๒๘ คน และมีรุ่นเดียว

ในห้วง ๑๔ เมษายน ๒๔๘๕ ถึง พ.ศ.๒๔๘๗ ได้มีการผลิตนักเรียนนายร้อยสำรองทหารบกขึ้น ๓ รุ่น และได้เปิดหลักสูตรอีกครั้งตั้งแต่ ๓๐ เมษายน ๒๔๙๓ ถึง ๒๔๙๙ อีก ๖ รุ่นรวม ๙ รุ่น

ในห้วงสงครามมหาเอเชียบูรพา ประเทศไทยได้ทำสัญญาเป็นพันธไมตรีกับฝ่ายญี่ปุ่น เมื่อ ๒๑ ธันวาคม ๒๔๘๔ ในปี พ.ศ.๒๔๘๖ ฝ่ายพันธมิตรได้ทำการโจมตีทางอากาศต่อที่หมายในกรุงเทพมหานครอย่างหนัก ทางราชการจึงคิดแผนการย้ายเมืองหลวงไปอยู่ ณ สถานที่แห่งใหม่ในเขต จ.เพชรบูรณ์ จนกระทั่ง ๑๐ มกราคม ๒๔๘๗ นักเรียนนายร้อยทุกหลักสูตรและทุกคน ได้ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟสามเสน ไปลงที่สถานีรถไฟตะพานหิน จ.พิจิตร จากนั้นเดินเท้าต่อไปอีก ๑๑๒ กม. เข้าสุ่หมู่บ้านป่าแดง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เปิดทำการสอนนักเรียนนายร้อยอยู่ไม่นาน พอต้นปี พ.ศ.๒๔๘๘ ได้เคลื่อนย้ายมาอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา จนกระทั่งสงครามสงบในเดือนกันยายน ๒๔๘๘ โรงเรียนนายร้อยจึงได้กลับมาอยู่ ณ สถานที่ตั้งเดิม

พ.ศ.๒๔๘๙ กระทรวงกลาโหมได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรของโรงเรียนนายร้อย เป็นหลักสูตรการศึกษา ๕ ปี ตามแบบอย่างโรงเรียนนายร้อยทหารบกของสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.๒๔๙๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานนามโรงเรียนนายร้อยแทนชื่อเดิมว่า โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ มีพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้วิทยฐานะวิทยาศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อว่า วทบ. (ทบ.)

ต่อมาโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ณ ถนนราชดำเนินนอก อยู่ในสภาพแออัด ด้วยมีจำนวนนักเรียนนายร้อยเพิ่มขึ้น สถานที่ฝึกศึกษา เล่นกีฬา และสถานที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดสภาพสิ่งแวดล้อมสำหรับการเป็นโรงเรียนนายร้อยหลักของประเทศ ความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระราชดำริให้โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า มีสถานที่ตั้งแห่งใหม่ ณ บริเวณเขาชะโงก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โรงเรียนนายร้อยแห่งนี้ได้กระทำพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๒๔ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพลตรีหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วยศิษย์เก่า ได้พร้อมใจกันเดินเท้าออกจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า สถานที่ตั้งเดิมเข้าสู่สถานที่ตั้งแห่งใหม่ โดยมีพลตรีหญิงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ประธานในการนำกำลังพลเข้าสู่สถานที่ตั้งแห่งใหม่ด้วย

๕ สิงหาคม ๒๕๒๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพลตรีหญิงสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จ ฯ มาทรงเปิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า

ขอขอบคุณข้อมูลจากกรมนักเรียนนายร้อย รักษาพระองค์







Create Date : 27 ธันวาคม 2554
Last Update : 27 ธันวาคม 2554 19:18:16 น. 0 comments
Counter : 568 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อัยการวางโบยุน
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จะลืมความฝันเดิม หรือจะแต่งเติมความฝันเก่า หรือจะอยู่เปล่า ๆ กับชีวิต..
Friends' blogs
[Add อัยการวางโบยุน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.