ถ้าได้ไปเที่ยวคนเดียวสักครั้ง คงต้องเป็น OKINAWA เท่านั้น



ตัวเราเองจัดว่าเป็นคนที่อยู่ในวิถีชีวิตที่ต้องเร่งรีบตลอดเวลา แต่ละวันผ่านไปกับการทำงานประจำหัวปั่นจบด้วยการกลับบ้าน มาอัดคลิปแต่งหน้า เขียนรีวิวจนดึก ตอนเช้าตื่นมาทำงานแบบเดิม ชีวิตก็วนเวียนอยู่แบบนี้มาตลอด อาจจะมีบางวันใน 1 อาทิตย์ ที่ขอละทิ้งงานออกไปพักผ่อนด้วยการแฮงค์เอ้าท์ ออกเดท หาอะไรทาน ช้อปปิ้งบำบัดความเครียด แต่ก็อดถามตัวเองในใจไม่ได้ ว่าการพักผ่อนแบบนี้มันทำให้เราผ่อนคลายได้จริงหรือเปล่า ลองนึกดูแล้ว ทุกๆครั้งที่ไปเที่ยวไม่ว่าประเทศนั้นจะเป็นที่คนพลุกพล่านหรือเงียบสงบ เรามักได้อะไรกลับมาเป็นประสบการณ์ชีวิตเสมอ แต่การท่องเที่ยวคนเดียวนี่ล่ะ ที่เรายังไม่เคยลองซักครั้งเลย ในชีวิตนี้มันมีจุดเปลี่ยนตรงที่ได้ดูวิดีโอนี้ ที่ถ่ายทอดถึงเมืองโอกินาว่า กับการค้นพบพลังแห่งชีวิตอีกครั้ง



วิดีโอพูดถึงผู้หญิงทำงานคนหนึ่งที่ตารางชีวิตยุ่งไปกับการทำงาน การประชุมติดๆกัน และการโทรศัพท์เข้าออกมากมาย ถึงขนาดที่ว่าเป็นตะคริวที่มือเพราะการพิมพ์ข้อความมากมาย ช่างตรงกับชีวิตเราจริงๆ เพราะทุกวันนี้สิ่งแรกที่นึกถึงตอนตื่นขึ้นมาก็การเช็คมือถือนี่แหละ เธอได้ตัดสินใจเลือกไปท่องเที่ยวเมืองโอกินาว่า ทำให้ได้เรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิตใหม่ๆอีกครั้ง ฟังดูเหมือนหนัง Eat Pray Love ยังไงยังงั้นเลย



เมืองโอกินาว่า ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของญี่ปุ่น เกาะแห่งนี้มีมรดกโลกที่ได้รับการจดทะเบียนกับ UNESCO อยู่ถึง 9 แห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปราสาทหิน ป่าศักดิ์สิทธ์ที่มีความเงียบสงบ ไม่รวมไปถึงชายหาดน้ำทะเลสีฟ้าใส


วีดิโอนำเสนออีกมุมมองของโอกินาว่า เริ่มด้วยผู้คนที่เทรซี่ (ผู้หญิงในวีดีโอ) ได้พบเจอต่างเป็นคนที่มีชีวิต วุ่นวายในเมืองและต้องการความเงียบสงบและมุมมองใหม่ๆในชีวิตบ้าง อาหารพื้นเมืองโอกินาว่าทุกอย่างดูสะอาด สดใหม่ และล้วนแต่มีการปรุงแต่งเพื่อสุขภาพ




เธอมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณยายอายุยืนถึง 98 ปี ที่เผยว่าผักต่างๆที่ปลูกเองและอาหารพื้นเมืองโอกินาว่านี่ แหละเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คุณยายแข็งแรงและสุขภาพดี ด้วยข้อคิดดีๆที่ว่า “หากไม่หยุดนิ่ง คุณสามารถมี ชีวิตถึงร้อยปีได้”




เมืองโอกินาว่ามีกิจกรรมการปั้นดินเผา ที่เทรซี่บอกว่าแค่เพียงดูวงล้อที่หมุนไปของเครื่องปั้น ก็ทำให้เธอฝึก สมาธิได้เช่นกัน




ด้วยความที่เป็นเมืองเล็กๆ ทำให้คนพื้นเมืองที่นี่มักจะนัดพบปะกันและใช้เวลาร่วมกัน ผู้คนที่มีความเป็น เอกลักษณ์ ติดดิน รวมถึงใจดีต่อนักท่องเที่ยวมาก ส่วนนี้ยิ่งทำให้เรามีความมั่นใจมากขึ้นที่ถ้าจะไปเที่ยวคน เดียวจะเลือกที่นี่เท่านั้น




เมื่อเรานึกถึงโอกินาว่าสิ่งที่ขึ้นมาในใจเราอย่างแรกเลยคือทะเลสีฟ้าน้ำใสนั่นเอง ที่นี่มีหมู่เกาะกว่าร้อยเกาะ ยังมีเกาะลับที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักอีกมาก ทะเลสวยหาได้ไม่ยาก แต่ทะเลสงบและปลอดภัยนี่สิที่ผู้หญิงอย่างเราต้องการ




การได้ดูคลิปนี้ทำให้เราคิดกับตัวเองว่าภายในปี 2017 นี่แหละจะต้องเป็นปีที่เราได้ไปเยือนโอกินาว่าด้วยตัวเองคนเดียวซักครั้ง “เพราะความหมายของการเดินทาง ไม่ใช่การไปถึงแค่ปลายทาง แต่มันเป็นการได้สัมผัส ถึงความเชื่อมโยงผูกพันต่อสถานที่แห่งนั้นด้วย”




ทั้งหมดที่เขียนมาก็คงเป็นเหตุผลเพียงพอแล้วล่ะค่ะที่เราเมืองโอกินาว่าจะเป็นเมืองที่เราจะต้องไปให้ได้ซัก ครั้ง! จริงๆแล้วก่อนหน้าที่จะดูคลิปนี้เราก็เคยได้ยินเรื่องราวของเมืองนี้มาจากซีรีย์เกาหลีเรื่องโปรดของเรา It’s OK, That’s Love ที่นางเอกเก็บรูปภาพหน้าผาที่โอกินาว่าไว้เป็น Wish list และท้ายที่สุดนางเอกก็ได้ไป ที่นี่กับพระเอกจริงๆ <3




100% ต้องไปให้ได้! บล็อกนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เราจริงๆ จะเขียนเพื่อเก็บไว้อ่านเติมพลังให้ตัวเอง ตั้งใจทำงานให้เต็มที่ จะได้ไปสูดอากาศ ผ่อนคลายจิตใจ เปิดรับด้านใหม่ๆให้ชีวิตที่โอกินาว่าซักครั้ง : )

ขอบคุณคลิปนี้ที่ทำมาเป็นแรงบันดาลใจให้ด้วยนะ!




Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2560 21:16:45 น.
Counter : 1499 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
รีวิวเครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me


แต่ก่อนตอนเด็กไม่เคยเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ต้องดื่มกาแฟทุกเช้า แต่พอโตมาหลังจากที่ผ่านช่วงทำวิจัยจบมหาวิทยาลัยมาถึงช่วงทำงานประจำถึงเข้าใจว่าในการเริ่มต้นของแต่ละวัน ไม่ดื่มกาแฟไม่ได้จริงๆ เราเป็นถึงขั้นที่ว่า ถ้าวันไหนไม่มีรสกาแฟเข้าปาก ต่อให้นอนหลับเต็มที่แค่ไหนก็จะง่วงเหงาหาวนอนพร้อมหลับได้ทันที คาเฟอีนมีผลต่อร่างกายอย่างหนัก


เมื่อต้องดื่มทุกวันก็ต้องซื้อทุกวัน ในใจก็คิดว่าอยากมีเครื่องชงไว้ในบ้านแต่พอคิดถึงวิธีการที่ยุ่งยากและราคาสูงเหลือเกินก็ถอดใจแล้วค่ะ แน่นอนด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไกลนั้น ล่าสุดเราได้พบกับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่มีความจิ๋วแต่แจ๋วสุดๆเพราะสามารถชงกาแฟรูปแบบแคปซูลได้หลากรสชาติมาก นั่นก็คือ เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me ค่ะ





เหตุผลที่เลือกเครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ

NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me

เครื่องนี้คือจิ๋วแต่แจ๋วของจริงค่ะ เราหลงรักตั้งแต่ดีไซน์ที่มีความมินิมอลตรงใจเรามาก และสามารถชงเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ง่ายที่สุดเหมาะกับคนที่เข้าใจอะไรยากอย่างเราคือ กาแฟแคปซูลค่ะ เพราะแค่ใส่แคปซูลลงไป ไม่กี่นาทีเครื่องก็ชงให้โดยอัตโนมัติ เราแค่รอเฉยๆก็พร้อมดื่มเลย ที่สำคัญรับประกัน 2 ปี และที่พิเศษมากๆ เฉพาะคนที่สั่งซื้อออนไลน์ มีบริการรับเครื่องไปดูแลและส่งคืนถึงบ้านฟรีด้วยนะ ถ้าพร้อมแล้วเรามารีวิวกันเน้นๆนะคะ


เวลาที่เราจะชงก็เริ่มจากการเติมน้ำเปล่าในแท็งก์น้ำก่อนค่ะ ความจุประมาณ 0.8 ลิตร ซึ่งสามารถชงได้ 3-4 แก้วเลยทีเดียว





จากนั้นก็ก็กดปุ่มเปิดด้านบนค่ะ ตอนแรกจะเป็นสีแดงรอเพียง 30 วินาที เมื่อปุ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวแสดงว่าพร้อมชงกาแฟแล้วค่ะ





เวลาจะชงกาแฟ ไม่ว่าจะรสชาติไหนของกาแฟด้านบนกล่องและแคปซูลจะมีสัญลักษณ์บอกค่ะ ว่าเราต้องปรับน้ำที่เครื่องชงกาแฟไปกี่ขีด มีคันโยกปรับซ้ายขวาเพื่อเลือกว่าทำเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น





วิธีการใส่แคปซูลกาแฟ ให้เปิดฝาด้านบนขึ้น ดึงถาดใส่แคปซูลออกมา ใส่แคปซูลกาแฟลงไปในช่องและปิดฝา เลือกปริมาณน้ำโดยคันเลื่อน และปรับเลือกเครื่องดื่มร้อน-เย็นด้วยคันโยกด้านหลัง หลังจากนั้นเครื่องจะปฎิบัติการชงอัตโนมัติ และหยุดน้ำตามปริมาณที่เราเลื่อนเอาไว้ แค่นี้เราก็รอดื่มกาแฟหอมๆอร่อยๆได้เลยค่ะ ^^


เดี๋ยวเราจะลองชง CAPPUCCINO ให้ดูนะคะ





อย่าง CAPPUCCINO จะมีสองแคปซูลสำหรับชงค่ะ เริ่มจากใส่แคปซูลนมก่อนแล้วต่อด้วยแคปซูลกาแฟค่ะ ชงตามสูตรเราจะได้กาแฟ CAPPUCCINO ออกมากลมกล่อมพอดีมาก


เราจะขอลองชงกาแฟทั้ง 3 รสชาติที่สั่งมาให้ดูนะคะ นั่นก็คือ  CAPPUCCINO, CHOCOCINO และ ESPRESSO INTENSO ค่ะ รสชาติออกมาเป็นอย่างไรมาดูกัน





CAPPUCCINO

กาแฟร้อนคั่วบดผสมนมสดแท้ มีความกลมกล่อมกำลังดีและมีชั้นของฟองนมเนื้อละมุนสุดๆ ตัวกาแฟมีแบ่งชั้นเลเยอร์สวยงาม





CHOCOCINO

วิธีการชงแบบเดียวกับ CAPPUCCINO คือมี 2 แคปซูล ตัวนี้เป็นช็อกโกแลตร้อนรสเนียนนุ่มสุด เราชอบมากๆค่ะเพราะไม่หวานเกินไปและเค้าใช้เมล็ดโกโก้เกรดดีพรีเมี่ยมจริงๆ แถมมีฟองนมเนียนนุ่มด้านบนด้วย





ESPRESSO INTENSO

กาแฟดำที่ใช้การชงเพียง 1 แคปซูล กาแฟอาราบิก้าผสมโรบัสต้าคั่วบดแท้ คอกาแฟที่ชอบรสเข้มไม่ควรพลาดเลยค่ะ มีความหอมและเข้มข้นสุดๆ



นอกจาก 3 รสนี้แล้ว ก็มีรสที่น่าทานอีกเยอะมากเลยค่ะ เราเล็ง Café Au Lait กับ Latte Macchiato ไว้ด้วย




รสชาติกาแฟไม่แตกต่างจากร้านกาแฟที่เราชอบซื้อในห้างเลย แถมยังรู้สึกถึงความสดของเมล็ดกาแฟเหมือนกันด้วย เพราะแคปซูลกาแฟเค้าสามารถเก็บรักษาความสดใหม่ไว้ได้นานถึง 1 ปี รสกาแฟมีความพอดี ไม่หวานเกินไป ที่สำคัญที่สุดคือ 1 กล่องสามารถชงได้ 8 - 16 แก้วเลยทีเดียว (แล้วแต่สูตรกาแฟนะคะ) เฉลี่ยแก้วละประมาณ 20-40 บาทเท่านั้น คิดแล้วคุ้มจริงๆ เพราะถ้าไปซื้อข้างนอกตกแก้วนึงก็ร้อยกว่าบาทแล้วค่ะ



สำหรับเครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me คุ้มค่ามากจริงๆ หากยังไม่รู้จะซื้ออะไรเป็นของขวัญให้คนที่เรารัก เครื่องชงกาแฟเครื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ รับรองว่าคนที่ได้มีกรี๊ดแน่ๆ ต้องรีบกันแล้วล่ะค่ะ


สามารถไปดูรายละเอียดได้ที่นี่ https://www.facebook.com/NescafeDolceGustoThailand


หรือคลิกที่นี่เพื่อสั่งซื้อค่ะ https://nescafedolcegusto.popsho.ps







Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 26 มกราคม 2560 16:52:53 น.
Counter : 363 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
รีวิวเครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me


แต่ก่อนตอนเด็กไม่เคยเข้าใจว่าทำไมผู้ใหญ่ต้องดื่มกาแฟทุกเช้า แต่พอโตมาหลังจากที่ผ่านช่วงทำวิจัยจบมหาวิทยาลัยมาถึงช่วงทำงานประจำถึงเข้าใจว่าในการเริ่มต้นของแต่ละวัน ไม่ดื่มกาแฟไม่ได้จริงๆ เราเป็นถึงขั้นที่ว่า ถ้าวันไหนไม่มีรสกาแฟเข้าปาก ต่อให้นอนหลับเต็มที่แค่ไหนก็จะง่วงเหงาหาวนอนพร้อมหลับได้ทันที คาเฟอีนมีผลต่อร่างกายอย่างหนัก


เมื่อต้องดื่มทุกวันก็ต้องซื้อทุกวัน ในใจก็คิดว่าอยากมีเครื่องชงไว้ในบ้านแต่พอคิดถึงวิธีการที่ยุ่งยากและราคาสูงเหลือเกินก็ถอดใจแล้วค่ะ แน่นอนด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไกลนั้น ล่าสุดเราได้พบกับเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่มีความจิ๋วแต่แจ๋วสุดๆเพราะสามารถชงกาแฟรูปแบบแคปซูลได้หลากรสชาติมาก นั่นก็คือ เครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me ค่ะ





เหตุผลที่เลือกเครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ

NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me

เครื่องนี้คือจิ๋วแต่แจ๋วของจริงค่ะ เราหลงรักตั้งแต่ดีไซน์ที่มีความมินิมอลตรงใจเรามาก และสามารถชงเครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ง่ายที่สุดเหมาะกับคนที่เข้าใจอะไรยากอย่างเราคือ กาแฟแคปซูลค่ะ เพราะแค่ใส่แคปซูลลงไป ไม่กี่นาทีเครื่องก็ชงให้โดยอัตโนมัติ เราแค่รอเฉยๆก็พร้อมดื่มเลย ที่สำคัญรับประกัน 2 ปี และที่พิเศษมากๆ เฉพาะคนที่สั่งซื้อออนไลน์ มีบริการรับเครื่องไปดูแลและส่งคืนถึงบ้านฟรีด้วยนะ ถ้าพร้อมแล้วเรามารีวิวกันเน้นๆนะคะ


เวลาที่เราจะชงก็เริ่มจากการเติมน้ำเปล่าในแท็งก์น้ำก่อนค่ะ ความจุประมาณ 0.8 ลิตร ซึ่งสามารถชงได้ 3-4 แก้วเลยทีเดียว





จากนั้นก็ก็กดปุ่มเปิดด้านบนค่ะ ตอนแรกจะเป็นสีแดงรอเพียง 30 วินาที เมื่อปุ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวแสดงว่าพร้อมชงกาแฟแล้วค่ะ





เวลาจะชงกาแฟ ไม่ว่าจะรสชาติไหนของกาแฟด้านบนกล่องและแคปซูลจะมีสัญลักษณ์บอกค่ะ ว่าเราต้องปรับน้ำที่เครื่องชงกาแฟไปกี่ขีด มีคันโยกปรับซ้ายขวาเพื่อเลือกว่าทำเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น





วิธีการใส่แคปซูลกาแฟ ให้เปิดฝาด้านบนขึ้น ดึงถาดใส่แคปซูลออกมา ใส่แคปซูลกาแฟลงไปในช่องและปิดฝา เลือกปริมาณน้ำโดยคันเลื่อน และปรับเลือกเครื่องดื่มร้อน-เย็นด้วยคันโยกด้านหลัง หลังจากนั้นเครื่องจะปฎิบัติการชงอัตโนมัติ และหยุดน้ำตามปริมาณที่เราเลื่อนเอาไว้ แค่นี้เราก็รอดื่มกาแฟหอมๆอร่อยๆได้เลยค่ะ ^^


เดี๋ยวเราจะลองชง CAPPUCCINO ให้ดูนะคะ





อย่าง CAPPUCCINO จะมีสองแคปซูลสำหรับชงค่ะ เริ่มจากใส่แคปซูลนมก่อนแล้วต่อด้วยแคปซูลกาแฟค่ะ ชงตามสูตรเราจะได้กาแฟ CAPPUCCINO ออกมากลมกล่อมพอดีมาก


เราจะขอลองชงกาแฟทั้ง 3 รสชาติที่สั่งมาให้ดูนะคะ นั่นก็คือ  CAPPUCCINO, CHOCOCINO และ ESPRESSO INTENSO ค่ะ รสชาติออกมาเป็นอย่างไรมาดูกัน





CAPPUCCINO

กาแฟร้อนคั่วบดผสมนมสดแท้ มีความกลมกล่อมกำลังดีและมีชั้นของฟองนมเนื้อละมุนสุดๆ ตัวกาแฟมีแบ่งชั้นเลเยอร์สวยงาม





CHOCOCINO

วิธีการชงแบบเดียวกับ CAPPUCCINO คือมี 2 แคปซูล ตัวนี้เป็นช็อกโกแลตร้อนรสเนียนนุ่มสุด เราชอบมากๆค่ะเพราะไม่หวานเกินไปและเค้าใช้เมล็ดโกโก้เกรดดีพรีเมี่ยมจริงๆ แถมมีฟองนมเนียนนุ่มด้านบนด้วย





ESPRESSO INTENSO

กาแฟดำที่ใช้การชงเพียง 1 แคปซูล กาแฟอาราบิก้าผสมโรบัสต้าคั่วบดแท้ คอกาแฟที่ชอบรสเข้มไม่ควรพลาดเลยค่ะ มีความหอมและเข้มข้นสุดๆ



นอกจาก 3 รสนี้แล้ว ก็มีรสที่น่าทานอีกเยอะมากเลยค่ะ เราเล็ง Café Au Lait กับ Latte Macchiato ไว้ด้วย




รสชาติกาแฟไม่แตกต่างจากร้านกาแฟที่เราชอบซื้อในห้างเลย แถมยังรู้สึกถึงความสดของเมล็ดกาแฟเหมือนกันด้วย เพราะแคปซูลกาแฟเค้าสามารถเก็บรักษาความสดใหม่ไว้ได้นานถึง 1 ปี รสกาแฟมีความพอดี ไม่หวานเกินไป ที่สำคัญที่สุดคือ 1 กล่องสามารถชงได้ 8 - 16 แก้วเลยทีเดียว (แล้วแต่สูตรกาแฟนะคะ) เฉลี่ยแก้วละประมาณ 20-40 บาทเท่านั้น คิดแล้วคุ้มจริงๆ เพราะถ้าไปซื้อข้างนอกตกแก้วนึงก็ร้อยกว่าบาทแล้วค่ะ



สำหรับเครื่องชงกาแฟแคปซูลอัตโนมัติ NESCAFÉ Dolce Gusto รุ่น Mini Me คุ้มค่ามากจริงๆ หากยังไม่รู้จะซื้ออะไรเป็นของขวัญให้คนที่เรารัก เครื่องชงกาแฟเครื่องนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะค่ะ รับรองว่าคนที่ได้มีกรี๊ดแน่ๆ ต้องรีบกันแล้วล่ะค่ะ


สามารถไปดูรายละเอียดได้ที่นี่ https://www.facebook.com/NescafeDolceGustoThailand


หรือคลิกที่นี่เพื่อสั่งซื้อค่ะ https://nescafedolcegusto.popsho.ps







Create Date : 26 มกราคม 2560
Last Update : 26 มกราคม 2560 16:52:51 น.
Counter : 320 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
Pipper Standard น้ำยาถูพื้นรักษ์ธรรมชาติ พื้นสะอาดไม่เหนียวเหนอะหนะ



ไหนใครพึ่งย้ายออกมาอยู่คนเดียวบ้างคะ? เย้ เราเอง ฮ่าๆ ตั้งแต่เล็กจนโตอยู่กับที่
บ้านมาตลอดค่ะ เรื่องบ้านแม่เป็นคนดูแลมาตลอด และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่งานบ้าน
ต้องดูแลเองอย่างเต็มตัว ส่วนตัวแล้วล้างจาน กวาดบ้าน ดูดฝุ่น เช็ดนู่นเช็ดนี่ทำได้
หมด ถูพื้นก็เช่นกัน ประเด็นมันอยู่ที่ว่า อุปกรณ์อะไรที่ใช้แล้วดีต่างหาก อยู่มาได้ซัก
พักใหญ่ อุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆเราไปช็อปปิ้งหาซื้อเองหมด กลายเป็นตอนนี้
ชอบไปซูเปอร์มาร์เก็ตไปจ่ายตลาดไปเลยค่ะ สนุกดี

ล่าสุดแบรนด์ Pipper Standard ได้ส่งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมาให้เราได้

ทดลองใช้ พอเหมาะพอเจาะกับเรามาก เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนคงให้แม่ลองใช้ทันใด

เลย ซึ่งพอเห็นแค่ถุงกับแพกเกจก็ทราบเลยว่าต้องเป็นผลิตภัณฑ์รักษ์ธรรมชาติแน่ๆ





หลังจากที่ทำการค้นหาข้อมูลของผลิตภัณฑ์พบว่า แบรนด์ Pipper Standard ค้า

ผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติค่ะ ไม่มีสารก่อให้เกิดภูมิแพ้หรือทำให้ระคายเคือง มี

มาตรฐานองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) รองรับด้วย

วันหนึ่งนั่งคุยเล่นกับพี่ๆในออฟฟิศ หัวหน้าที่มีลูกสองเล่าให้ฟังว่า ครอบครัวที่มีเด็ก

เล็กนิยมใช้ยี่ห้อนี้กัน เพราะปลอดภัยต่อเด็กๆ ไม่มีอันตราย รวมถึงตัวพี่เองก็ใช้

กลิ่นไม่แรงและสะอาดดี ได้ยินเสียงตอบรับดีเราก็เลยกลับมาลองใช้ค่ะ



จากที่เห็นด้านบนคือมี3ตัว แต่วันนี้จะเจาะลึกเฉพาะน้ำยาถูพื้น

Pipper Standard Natural Floor Cleaner นะคะ เพราะทดลองใช้ก่อนเพื่อนเลย





ว่าด้วยเรื่องของการถูพื้น น้ำยาถูพื้นมีมากมายในท้องตลาด เราได้ลองมาสองสาม

ยี่ห้อ บางยี่ห้อกลิ่นแรง บางยี่ห้อกลิ่นโอเคแต่ถูพื้นแล้วพื้นกลับยังเหนียวอยู่

ไม่สะอาดพอ ลองใช้ยี่ห้อนี้กันว่านอกจากเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแล้ว

ประสิทธิภาพจะเทียบเท่าหรือไม่


เจ้านี่มีขนาด 800 มล. กลิ่นลาเวนเดอร์ค่ะ

เป็นกลิ่นที่ได้จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ


วิธีใช้ง่ายๆ เทน้ำใส่กระป๋องประมาณ 5 ลิตร เทน้ำยา 1ฝา (25 มิล) ใส่กระป๋อง





เทใส่กระป๋องได้เลย





จุ่มไม้ม็อบและนำไปเช็ดทำความสะอาดพื้นห้องได้ทันที





หลังจากใช้ ขอสรุปดังนี้นะคะ


-ขจัดคราบได้ดีทั้งคราบเล็กๆน้อยๆและคราบฝังลึก

-กลิ่นถึงจะเป็นกลิ่นลาเวนเดอร์ แต่เมื่อถูและแห้งแล้ว กลิ่นจะอ่อนหรือแทบไม่ได้กลิ่น

เลยค่ะ

-พื้นแห้ง ไม่มีความเหนียวเหนอะหนะ หรือทำให้เหนอะเท้า ซึ่งทำให้รู้สึกว่าสะอาด

จริงๆ ชอบตรงนี้ที่สุดค่ะ


โดยรวมสำหรับเราคือดีค่ะ ส่วนตัวพอเห็นอะไรที่เป็นผลิตภัณธ์ที่รักษ์ธรรมชาติก็เป็น

First impression ไปแล้ว แต่พอได้ลองใช้ คุณภาพไม่ได้ด้อยไปกว่ายี่ห้ออื่นๆใน

ท้องตลาดเลย หรือดีกว่าบางยี่ห้อด้วยซ้ำ กดไลค์นะคะ ขอแนะนำและบอกต่อค่ะ



ราคาอยู่ที่ขวดละ 189 บาท วางจำหน่ายแล้วในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

ในประเทศไทยค่ะ ไปทดลองกันนะคะ




Create Date : 28 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 28 พฤศจิกายน 2559 1:24:37 น.
Counter : 675 Pageviews.

1 comment
Happy Plugs แบรนด์ Gadget สุดฮิตในหมู่ฮิปสเตอร์



ปกติแล้วเรื่องGadget ต่างๆเรามีน้อยมากค่ะ อย่างหูฟังก็ใช้แต่ของที่แถมฟรีมา
พร้อมกับโทรศัพท์ ล่าสุดเนื่องจากเป็นคนติดอินสตาแกรมชอบดูภาพสวยๆ แรนด้อม
ไปเจอกับหูฟังแบรนด์ชื่อว่า Happy Plugs แวบแรกออกมาสวยมากกก พอเข้าไปดู
พบว่านอกจากหูฟังเค้ามีทั้งลำโพงและสายชาร์ตที่ออกแบบสไตล์มินิมอลสุดๆ
เรียกได้ว่าเราตกหลุมรักเข้าเต็มเปา พีคสุดคือเมืองไทยนำเข้ามาแล้วค่ะ
โดยบริษัท Ashop.asia แบบนี้โดนเราแน่ๆ


เรามีในครอบครองทั้งหมด 2 อย่างคือหูฟังกับลำโพงค่ะ เป็นโทนสีเดียวกัน

Happy Plugs Headphones Ear Bud สี Rosegold ราคา 990 บาท




มาในกล่องสีเหลี่ยมค่ะ ดีไซน์มินิมอลเรียบง่ายสุดๆ อ่านเจอมาว่าแบรนด์ได้ World’s Second Best Retail Packaging รางวัลรองอันดับ1 จาก Pent Awards ในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความใส่ใจ สังเกตดู หูฟังจะถูกจัดวางเป็นตัวโน๊ตค่ะ


หูฟังนี้กลายมาเป็นสิ่งที่เราพกไปทุกที่ เรียกได้ว่าเสพติดเลย

เพราะส่วนตัวฟังเพลงตลอดเวลาอยู่แล้ว





เพื่อนถามทักบ่อยมากว่าของยี่ห้ออะไร และเพื่อนที่สิงคโปร์ก็บอกว่า

Happy Plugs ฮิตในวัยรุ่นสุดๆไปเลยค่ะ





สำหรับคุณภาพเสียงยอมรับเลยว่ายังเทียบเท่าแบรนด์เทพๆในเรื่องหูฟังไม่ได้จริงๆ

ค่ะยกตัวอย่างเช่น เบสแรงๆจะสั่นๆๆเสียงไม่นุ่มใสค่ะ แต่ดีไซน์และความแข็งแรง

ให้ห้าดาวค่ะ





Happy Plugs Sound Piece Mini ลำโพงไร้สาย สี Rosegold ราคา 3990 บาท

เราเลือกสีมาให้เข้ากับหูฟังค่ะ เป็นลำโพงไร้สาย ใช้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์หรือ

คอมพิวเตอร์ด้วย Bluetooth





ตัวดีไซน์มีความมินิมอลเรียบง่ายโดนใจเรามาก

ยกตัวอย่างเช่นปุ่มกดจะเป็นแบบใสๆด้านบน





เราซื้อฝาหน้าสีดำมาเปลี่ยนด้วย ไว้เผื่อเบื่อสีนี้ก็เปลี่ยนเป็นสีดำ

เพราะเข้ากับการแต่งห้องทุกแบบ

Happy Plugs Sound Piece Mini - Black 790 บาท




วิธีการเปลี่ยนง่ายคือเค้าจะมีปุ่มไว้ยึดแค่ดึงออกแล้วเปลี่ยนอันใหม่ให้ลงล็อค





แบตเตอรี่ใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 12 ชัวโมงค่ะและยังสามารถใช้งานแทนแบตเตอรี่

สำรองได้ด้วย เริ่ดสุดๆ





กลายเป็นของตกแต่งบ้านที่ดูเก๋สุดๆ





ทั้งสองอย่างนี้เข้าไปช็อปได้ที่

https://th-th.ashop.asia/collections/happy-plugs-2

และ https://www.orami.com


ช้าก่อนนน เรามีรหัสส่วนลดมาจากด้วย

กรอกรหัสนี้ HAPPYVALENTINE_NN ลดไปเลย 20 % นะคะ 


ลดเยอะสุดๆ เลยล่ะค่ะ : )




Create Date : 22 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2559 18:41:03 น.
Counter : 1287 Pageviews.

1 comment
1  2  

ilovevalentine
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]