Group Blog
 
All Blogs
 
- มะเร็งเต้านม...ตรวจตรา รู้เร็ว รีบรักษา มีโอกาสหาย


คุณผู้หญิงที่ไปรับการตรวจมะเร็งเต้านม บางคนอาจจะพบว่ามีก้อนเนื้อในเต้านม คุณอย่าเพิ่งกังวลใจมากไปจนกว่าจะทราบผลชิ้นเนื้อนั้น เพราะคุณอาจจะไม่ได้เป็นมะเร็งเต้านมเสมอไป เพราะส่วนใหญ่พบว่าเป็นเนื้องอกธรรมดาไม่มีอันตราย อย่างไรก็ตามการจะแน่ใจว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ต้องตรวจสอบด้วยวิธีเฉพาะเท่านั้นได้แก่ การตรวจด้วยวิธี Imaging method แบบนี้สามารถให้ผลได้ภายใน 24 ชั่วโมง หรืออีกวิธีหนึ่งคือการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ (tissue-biopsy) ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์


หลายทศวรรษที่ผ่านมาบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างพยายามที่จะไขปริศนาเกี่ยวกับกลไกการเกิดของโรคมะเร็ง จากการศึกษาวิจัยทำให้สามารถพบวิธีการตรวจและรักษามะเร็งเต้านมในระยะแรกเริ่มได้ ซึ่งมะเร็งเต้านมในระยะแรกนั้นหากวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องก็จะสามารถควบคุมหรือรักษาได้ และผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมก็สามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างปกตินาน 10-15 ปี แต่ก็น่าเสียดายที่ยังไม่มีวัคซีนหรือยาใดๆ ที่สามารถป้องกันมะเร็งเต้านมได้ แม้ว่าเราจะทราบว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ คุณผู้หญิงทั้งหลายจึงควรดูแลตัวเองให้ดีที่สุด

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่ามะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมาก ที่สุดในผู้หญิง ในยุโรปผู้หญิง 16 คน เป็นมะเร็งเต้านม 1 คน ส่วนในประเทศไทย มะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยที่สุด เมื่อเทียบกับโรคมะเร็งชนิดอื่น โดยสถิติสาธารณสุขปี 2545 ระบุว่ามีสาเหตุการตายจากโรคมะเร็ง เป็นอันดับ 4

1ลักษณะของเต้านมปกติ
เต้านมเป็นอวัยวะที่เต็มไปด้วยต่อมและเนื้อเยื่อไขมันมากมายระหว่างชั้นของผิวหนังและผนังช่องอก ซึ่งเนื้อเยื่อไขมันนี่เองที่เป็นตัวกำหนดขนาดและรูปร่างของทรวงอก เมื่อคุณมีลูก ต่อมดังกล่าวจะผลิตน้ำนมส่งผ่านท่อน้ำนมไปยังหัวนม ดังนั้นช่วงที่ให้นมลูก ต่อมน้ำนมและท่อต่างๆ จะมีขนาดใหญ่ขึ้น

เต้านมยังประกอบด้วยเส้นเลือดและน้ำเหลือง โดยน้ำเหลืองจะนำของเสียที่เต้านมขับออกไปยังเนื้อเยื่อขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วที่เรียกว่าต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ ซึ่งต่อมน้ำเหลืองจะทำหน้าที่กรองและทำความสะอาดน้ำเหลือง

2.มะเร็งเต้านมนั้นเป็นอย่างไร?
มะเร็งเต้านมเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ของเต้านมมีการแบ่งตัวโดยไม่สามารถควบคุมได้ มีการเบียดบังเนื้อเยื่อข้างเคียงและแพร่ขยายไปทั่วร่างกาย โดยเซลล์มะเร็ง จะเพิ่มจำนวนและแบ่งตัวได้ด้วยตนเอง มันจะแย่งสารอาหารจากเซลล์ปกติ และเข้าไปแทนที่เซลล์ปกติของเต้านม หากปล่อยไว้เซลล์ปกติเหล่านี้จะไม่สามารถเติบโตได้ แต่อย่างไรก็ตามกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งการตรวจแมมโมแกรม (การเอกซเรย์เต้านม) บางครั้งอาจช่วยทำให้ตรวจพบโรคก่อนที่จะรู้สึกหรือเห็นการเปลี่ยนแปลงได้

3.คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งเต้านมไหม?

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมต่อไปนี้สามารถแก้ไขได้ เช่น

- ใช้ฮอร์โมนทดแทนในการรักษาภายหลังวัยหมดประจำเดือน
- ใช้ยาคุมกำเนิดแบบรับประทาน (OCPs) เป็นระยะเวลานาน
- ไม่เคยให้นมบุตร
- ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2-5 แก้วต่อวัน
- มีน้ำหนักตัวมากเกินไป (โดยเฉพาะวัยหมดประจำเดือน)
- ขาดการออกกำลังกาย
- รับประทานอาหารพวกไขมันมากเกินไป

การใช้ฮอร์โมนทดแทนหรือยาคุมกำเนิดแบบ รับประทานอาจมีความจำเป็นแม้ว่าจะมีความเสี่ยง แต่ ความสัมพันธ์ระหว่างยาคุมกำเนิดแบบรับประทานกับมะเร็งเต้านมยังคงเป็นที่ถกเถียงกัน ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ว่ามีทางเลือกอื่นๆ บ้างหรือไม่

4.ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ได้แก่

-เป็นผู้หญิง
- อายุ (ความเสี่ยงมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น)
- มีประจำเดือนครั้งแรกก่อนอายุ 12 ปี
- หมดประจำเดือนหลังอายุ 50 ปี
- การที่ไม่เคยมีบุตร
- มีบุตรภายหลังอายุ 30 ปี
- มีแม่ พี่น้อง หรือลูกสาวเคยเป็นมะเร็งเต้านม
- เคยตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม หรือเต้านมมี การเปลี่ยนแปลงอยู่ในภาวะก่อนเป็นมะเร็งเต้านม
- มีความผิดปกติของยีนส์ที่ได้รับ การถ่ายทอดพันธุกรรมมาจากพ่อแม่
- เคยมีประวัติเป็นมะเร็งมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่ (รวมถึงประวัติในครอบครัวเคยมีคนเป็นด้วย)

การตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำ และเมื่อพบความผิดปกติใดๆ ควรรีบไปรับการตรวจเบื้องต้น หรือตรวจร่างกายกับแพทย์เป็นระยะ ในช่วงที่เหมาะสมกับวัยและประวัติความเสี่ยง จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก

5.ควรเริ่มตรวจเต้านมเมื่อใด?

สมาคมมะเร็งวิทยาในประเทศอเมริกาแนะนำว่า
- อายุระหว่าง 20-39 ปี ควรมีการตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้ง ในช่วง 1 สัปดาห์ หลังจากหมดประจำเดือนในแต่ละเดือน

- อายุระหว่าง 20-39 ปี ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมทุกๆ 3 ปี หรือทุกปีหากต้องมีการตรวจมะเร็งปากมดลูก (Pap smear)

- อายุ 40 ปีขึ้นไป ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมและตรวจแมมโมแกรม เป็นประจำทุกปี หรือตามคำแนะนำของแพทย์ สำหรับผู้หญิงที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม ควรเริ่มตรวจ แมมโมแกรมตั้งแต่อายุ 35 ปี

6.ตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างไร?
ถ้าคุณมีประจำเดือนมาเป็นปกติทุกเดือน ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองหลังจากหมดประจำเดือนในแต่ละเดือน ภายใน 1 สัปดาห์ แต่ถ้าอยู่ในวัยหมดประจำเดือน ให้ตรวจในวันแรกของทุกเดือน ส่วนผู้ที่รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ให้ตรวจในวันแรกที่เริ่มรับประทานยาแผงใหม่

การตรวจเต้านมควรทำระหว่างอาบน้ำในตอนเช้า เพราะก้อนเนื้อจะถูกตรวจพบได้ง่ายหากมือและเต้านมยังเปียกอยู่ โดยใช้ฝ่ามือ 3 นิ้ว (ไม่ใช่ปลายนิ้ว) ของนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนาง คลำขึ้นลงหรือเป็น วงกลม ให้ทั่วทั้งเต้านม รักแร้ และตรวจหัวนมว่ามีของเหลวไหลออกมาหรือไม่

จากนั้นให้ตรวจเต้านมขณะยืนหรือนั่งหน้ากระจก ตรวจทั้งในขณะที่ยกแขนขึ้นและแนบข้างลำตัว มองดูการเปลี่ยนแปลงในขนาดและรูปร่าง ดูรอยบุ๋มและความผิดปกติของหัวนม ต่อจากนั้นให้ตรวจ เต้านมขณะที่นอนหงายกับพื้น วางหมอนใบเล็กๆ หรือผ้าเช็ดตัว หนุนไหล่ข้างที่จะตรวจ ใช้มือขวาตรวจเต้านมข้างซ้าย และใช้มือซ้ายตรวจเต้านมข้างขวา ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที หาก มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตรวจเต้านมด้วยตนเองควรปรึกษาแพทย์

7.สัญญาณ-อาการก่อนที่จะเป็นมะเร็งเต้านม?
ในระยะก่อนเป็นมะเร็งเต้านมนั้นจะไม่มีสัญญาณหรืออาการเตือนใดๆ เลย ดังนั้นการตรวจเต้านมอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยในช่วงที่เซลล์มะเร็งเติบโตจะทำให้มีอาการซึ่งควรรีบพบแพทย์ดังนี้

- มีก้อนเนื้อที่เต้านมหรือใต้วงแขน
- ขนาดและรูปร่างของเต้านมเปลี่ยนไป
- หัวนมมีของเหลวไหลออกมาหรือมีรูปร่างผิดปกติ
- มีผื่นแดงหรือตกสะเก็ดของผิวหนังหรือหัวนม
- มีรอยขรุขระหรือรอยบุ๋มของผิวหนังเต้านม (คล้ายเปลือกส้ม)

การวินิจฉัยและกำหนดระยะของมะเร็งเต้านม
เมื่อมีการตรวจพบก้อนเนื้อ อาจมีความจำเป็นต้องตรวจ แมมโมแกรม หรืออัลตราซาวด์เต้านมหลายครั้ง โดยการตรวจอัลตราซาวด์เหมาะสำหรับการตรวจดูบริเวณพังผืด และในวัยรุ่นที่เนื้อเยื่อยัง หนาอยู่ อาจจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ (biopsy) ด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อทราบว่าเป็นมะเร็งเต้านมหรือเนื้องอกธรรมดา
มะเร็งเต้านมจะถูกแบ่งเป็นระยะตามการแพร่กระจายของ เซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะข้างเคียงและอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย โดยเฉพาะพวกต่อมน้ำเหลืองต่างๆ ซึ่งระยะของโรค จะช่วยให้แพทย์สามารถพิจารณาเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม

การรักษามะเร็งเต้านม
การรักษามะเร็งเต้านมมีหลายวิธีขึ้นกับความเหมาะสมของแต่ละคน โดยมีจุดประสงค์เพื่อกำจัดเนื้อร้ายให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ มะเร็งเต้านมในระยะแรกสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดและการให้ยา ในระยะต่อมาของโรคอาจจะต้องมีการตัดเต้านมและต่อมน้ำเหลืองใต้วงแขนออกทั้งหมด โดยเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาทางเลือกที่ดีที่สุดร่วมกัน รวมไปถึงข้อดีข้อเสียของการทำ เต้านมเทียมด้วย

ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy)
คือ การใช้ยาต้านมะเร็งเพื่อยับยั้งเซลล์มะเร็งที่มีปริมาณน้อยเกินไปที่จะใช้วิธีการผ่าตัด โดยยาจะไปขัดขวางกระบวนการแบ่งตัวของเซลล์ปกติในร่างกายด้วย ซึ่งทำให้เกิดอาการ ข้างเคียง อย่างไรก็ตามการใช้ยาเคมีบำบัดนี้ยังคงมีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงของ การกลับเป็นซ้ำของโรคมะเร็ง

รังสีบำบัด (Radiation therapy)
คือ การใช้รังสีที่มีพลังงานสูงคล้ายรังสีเอกซเรย์เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง วิธีนี้แม้ว่าไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดขณะรักษา แต่ว่าทำให้เกิดอาการข้างเคียงพอๆ กับการใช้ยาเคมีบำบัด วิธีนี้เหมาะสำหรับมะเร็งบางชนิดและ บางระยะของมะเร็งเต้านมเท่านั้น

ในผู้ที่เซลล์มะเร็งมีตัวรับฮอร์โมน เอสโตรเจน (estrogen receptors) อาจให้การรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนบำบัด (Hormonal therapy) โดยยาที่ชื่อว่า tamoxifen จะยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ สำหรับผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนนั้น อาจรักษาด้วยยาที่ใหม่กว่าและแพงกว่า เช่น aromatase inhibitors

การตรวจพบว่ามียีนมะเร็งเฮอร์ทู (HER-2/neu) ซึ่งเป็นตัวรับของยีน BRCA แสดงถึงโอกาสสูงที่เนื้อร้ายจะเกิดขึ้นได้อีกครั้ง ซึ่งยาที่เรียกว่า trastuzumab จะช่วยยับยั้งการทำงานของตัวรับดังกล่าว และมีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านมได้



- เอา มา จาก http://www.healthtoday.net


Create Date : 28 ธันวาคม 2547
Last Update : 28 ธันวาคม 2547 13:55:34 น. 10 comments
Counter : 600 Pageviews.

 
รับแซ่บ ไปเยี่ยม Blog ป๋มบ้างดิ


โดย: - หนุ่ม - IP: 202.57.182.250 วันที่: 28 ธันวาคม 2547 เวลา:20:43:30 น.  

 
ยุ่งอะไรกับนมชั้นย๊ะ



โดย: นางมารร้าย วันที่: 29 ธันวาคม 2547 เวลา:17:19:17 น.  

 
แง๊ๆๆๆ อ่านแย๊ว กลัวง่ะ


โดย: เด็กจอมแก่น วันที่: 8 มกราคม 2548 เวลา:13:05:52 น.  

 
ให้ประโยชน์ ได้ความรู้เยอะเลย


โดย: kaikwaw IP: 202.91.19.205 วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:15:00:20 น.  

 
อ่านแล้วให้ความรู้ได้มากเลย


โดย: กุหลาบแดง IP: 203.172.84.19 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:19:57 น.  

 
มีก้อนขึ้นที่เต้านมเวลาคลำเคลื่อนไหวไปมาได้ ผิดปกติหรือเปล่า


โดย: โบโบ้ IP: 58.10.155.119 วันที่: 14 มีนาคม 2551 เวลา:14:52:53 น.  

 
มีน้ำออกจากหัวนมนะเป็นมา10ปีแล้วแต่อย่างอี่นไม่มีผิดปกติ


โดย: ก้อน IP: 125.27.103.47 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:22:18:32 น.  

 
ดีจังเลย จะได้ตรวจสอบตนเองได้


โดย: นิว IP: 61.19.69.21 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:15:55:13 น.  

 
มะเร็งเต้านมรักษาได้ด้วยยาสมุนไพรไทย

ดิฉันชื่อ นาง เฉลียว อยู่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี เมื่อประมาณปลายปี 2548 อยู่ ๆ ดิฉันก็มีอาการปวด บวมเป็นฐานแดง เป็นก้อนตรงหน้าอกที่ฐานเต้านมด้านซ้าย ก็คิดว่าเป็นการอักเสบธรรมดา จึงไม่ได้ไปหาหมอ จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งเดือน อาการปวด บวม ก็ไม่ทุเลา มีแต่จะปวด และบวมมากขึ้น จนทนไม่ไหว จึงได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลมิตรภาพ อ.เมือง จ.สระบุรี คุณหมอก็ได้ทำการตรวจ และบอกดิฉันว่า เป็นมะเร็งเต้านม พร้อมทั้งจัดยาให้มากิน 1 เดือน ดิฉันพอรู้ตัวเองว่าเป็นมะเร็งเต้านมก็ตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก พอรับยาเสร็จก็รีบกลับบ้าน และเล่าให้คนในครอบครัวฟัง น้องสาวพอรู้ข่าวก็บอกว่า เขารู้จักหมอยาสมุนไพรไทยคนหนึ่ง ได้ข่าวว่ามียาดี เคยรักษาคนเป็นมะเร็งเต้านมหายมาแล้ว ดิฉันจึงได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของคุณหมอจากน้องสาว และโทรไปปรึกษา พร้อมทั้งเล่าอาการให้กับคุณหมอสมุนไพรไทย คุณหมอบอกว่าให้ลองกินยาสมุนไพรไทยประมาณ 1 เดือนก่อน และถ้าภายใน 7 วันหรือ 15 วัน หรือ 1 เดือนมีอาการดีขึ้น ก็ให้กินต่อจนครบ 6 เดือน แต่หลังจากกินครบ 3 เดือนแล้ว ให้ไปตรวจที่โรงพยาบาล และพอกินครบถึง 6 เดือนให้ไปตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันจึงเริ่มกินยาสมุนไพรไทยและกินตามที่คุณหมอบอก โดยไม่ได้กินยาที่โรงพยาบาล พอกินได้ไม่ถึงเดือน ดี อาการปวด บวม แดง ก็ดีขึ้น ดิฉันจึงกินยาต่อเนื่องจนครบ 3 เดือนก็ยังไม่ได้ไปตรวจ เพราะอาการปวด บวม แดงหายไปแล้ว จึงกินจนครบ 6 เดือนค่อยไปตรวจที่โรงพยาบาลที่เคยไปตรวจ พอคุณหมอตรวจเสร็จก็ทำหน้าตาแปลก ๆ งง ๆ และบอกกับดิฉันว่าก้อนเนื้อร้ายไม่มีแล้ว ค่าซีเอลดลงเป็นปกติ คุณไม่เป็นเป็นมะเร็งเต้านมแล้ว และถามดิฉันว่าไปกินยาอะไรมา ทำไมมะเร็งเต้านมมันถึงหายได้ ดิฉันบอกว่าน้องสาวได้แนะนำให้ดิฉันกินยาสมุนไพรไทย คุณหมอก็ยังทำหน้าตางง ๆ เหมือนเดิม เหมือนสงสัยว่ามะเร็งเต้านมหายได้อย่างไร ดิฉันพอรู้ว่าหายแล้วดีใจมาก จึงรีบกลับบ้านเพื่อบอกให้ทางบ้านรู้ พอทุกคนรู้ข่าวว่าดิฉันหายก็ดีใจ ทุก ๆ คนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โชคดีจังเลย เหมือนตายแล้วเกิดใหม่

การที่ดิฉันเริ่มรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งเต้านม ก็มีความรู้สึกว่ามันทุกข์ทรมานใจมาก เหมือนคนรอวันตาย ชีวิตนี้มันไม่มีความสุขเลย จิตใจว้าวุ่นไปหมด สิ้นหวังไปทุกอย่าง ห่วงลูก ห่วงพ่อ ห่วงแม่ ห่วงสามี ห่วงคนที่เคยรู้จักหลังจากที่หายแล้วมีความรู้สึกว่าเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ จึงมีความคิดว่าจะช่วยให้คนป่วยที่เป็นโรคเดียวกันหายได้อย่างไร จึงได้เล่าประวัติการรักษาของตัวเองลงเวปไซด์ เผื่อเป็นประโยชน์กับผู้ที่อ่านเจอแล้วโทรมาพูดคุย เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งในการรักษาตนเอง หรือรักษาคนรอบข้างที่เป็นมะเร็งเต้านม

ถ้าอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อดิฉันได้ตลอดเวลาที่มือถือ 087-5328942 ยินดีให้ข้อมูลเพิ่ม



โดย: เฉลียว IP: 58.9.155.86 วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:10:44:38 น.  

 
อยากรู้ว่ามะเร็งเต้านมมีโอกาสที่จะหามมากป่าว

และต้องดูแลรักษาแบบไหนที่จะไม่ไห้มันเป็นมากกว่าเดิม

ใครมีคำตอบที่ดีช่วยบอกหน่อยได้ไมค่ะเอาเรื่องจริงนะ


โดย: ปู๋ย IP: 202.28.78.139 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:14:57:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

vr1428
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add vr1428's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.