Group Blog
 
All Blogs
 

“ทุเรียน มังคุด“ กินอย่างไรได้ประโยชน์













ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม ส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยตัดสินใจเลือกวิธีการดูแลและป้องกันตัวเองจากโรคภัยไข้เจ็บ บางคนเลือกซื้อวิตามินในรูปของเม็ดยามารับประทานบำรุงร่างกาย แต่หากรับประทานไม่ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์ อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้

ดังนั้น การเลือกรับวิตามินเต็มๆ จาก "ผลไม้ไทย" ที่มีให้รับประทานหลากหลายตลอดทั้งปี ย่อมเป็นวิธีที่ปลอดภัยและง่ายกว่าสำหรับคนรักสุขภาพ ท็อปส์จึงจัดงาน "TOPS Fresh Fair 2013" ต้อนรับสีสันผลไม้เมืองร้อนขึ้น

พีระพรรณ โพธิ์ทอง นักโภชนาการประจำโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แนะนำการเลือกรับประทานผลไม้เมืองร้อนอย่าง "ทุเรียน" ราชาผลไม้ไทยที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีเส้นใยอาหารและธาตุเหล็กสูงมาก สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้

แต่การบริโภคทุเรียนควรอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะมีพลังงานสูง โดยกินครั้งละไม่เกินครึ่งพู หากกินมากกว่านั้น จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากถึง 400 กิโลแคลอรี เทียบเท่ากับกินข้าว 1 มื้อเลยทีเดียว

ส่วน "มังคุด" ราชินีผลไม้ไทยที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการร้อนใน ส่วนกากใยในเนื้อมังคุดจะช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่ามังคุดอุดมไปด้วยไฟเบอร์ช่วยลดอาการท้องผูก อีกทั้งยังมีวิตามินซีสูงช่วยให้ไม่เกิดอนุมูลอิสระ และยังมีฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานเป็นปกติ

เลือกรับประทานผลไม้ไทยตามฤดูกาล นอกจากมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรไทยอีกด้วย









ที่มา women.sanook.com/1406506/ทุเรียน-มังคุด-กินอย่างไรได้ประโยชน์/




 

Create Date : 17 มิถุนายน 2556    
Last Update : 17 มิถุนายน 2556 13:47:06 น.
Counter : 629 Pageviews.  

ข้าวผัดกิมจิ ทำเองก็ได้ ไม่ต้องไปถึงเกาหลี












กิมจิ



ข้าวผัดกิมจิ ทำเองก็ได้ ไม่ต้องไปถึงเกาหลี (Woman’s Story)


  ตอนนี้ไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวกับเกาหลี ก็มักจะได้รับความนิยมไปหมดเลยนะคะ โดยเฉพาะอาหารสัญชาติเกาหลีอย่างข้าวผัดกิมจิ ที่เริ่มมากระตุ้นต่อมความหิวให้อยากไปลองลิ้มชิมรสถึงต้นตำรับ แต่ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ เพราะวันนี้มีสูตรการทำข้าวผัดกิมจิ มาให้ได้ลองนำไปทำกินเอง น่าจะสร้างประสบการณ์อาหารที่แปลกใหม่ แล้วก็ยังได้ทานของอร่อย ๆ ฝีมือตัวเองอีกด้วย ถ้าอย่างนั้นก็อย่ารอช้าไปทำกันเลยค่ะ



เครื่องปรุงของข้าวผัดกิมจิ ได้แก่  ข้าว สวย กระเทียมสับ กิมจิกระป๋อง หรือกิมจิโฮมเมดที่ทำเองก็ได้ หั่นชิ้นเล็ก ๆ เห็ดแชมปิญองหั่นลูกเต๋า เต้าหู้หั่นลูกเต๋าหรือเนื้อสัตว์ก็ได้ พริกแกงเกาหลี gochujang หรือ mong-go น้ำมันงาน้ำมันสำหรับผัด ซีอิ๊วขาวญี่ปุ่น น้ำตาลทราย และต้นหอมซอย


เมื่อเตรียมเครื่องปรุงพร้อมแล้ว ก็มาเริ่มขั้นตอนการปรุงกันเลยกับข้าวผัดกิมจิ

โดยตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน เอากระเทียมลงผัดพอหอม ถ้าใครใช้เนื้อสัตว์ให้ใส่ลงไปตอนนี้ ผัดเนื้อสัตว์จวนสุกแล้วค่อยใส่กิมจิ ถ้าใส่แต่เต้าหู้ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไปเลยค่ะ



ผัดกระเทียมเสร็จใส่กิมจิลงไปผัดเลย พอผัดกิมจิเข้ากันกับกระเทียมดีแล้ว ใส่เห็ดลงไปผัดต่อจนเห็ดสุก



จากนั้นใส่ข้าวสวยลงไปผัดให้เข้ากัน เหยาะน้ำมันงาลงไปนิดหน่อยพอหอมปรุงรสด้วยน้ำดองกิมจิ กะดูว่าใส่แล้วไม่ให้ข้าวแฉะจนเกินไป ตามด้วยพริกแกงเกาหลี (ผัดข้าวสำหรับ 2 จาน ใส่พริกแกงไปช้อนโต๊ะกว่าๆ) ผัดให้เข้ากัน



จากนั้นปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวญี่ปุ่น และน้ำตาลนิดหน่อย ผัดต่อจนเข้ากันดีแล้ว ใส่เต้าหู้ที่หั่นไว้ลงไป ค่อย ๆ ผัด ระวังอย่าให้เต้าหู้เละนะคะ จากนั้นใส่ต้นหอมซอยลงไป คลุกให้ทั่ว ปิดไฟ แล้วตักข้าวผัดกิมจิแสนอร่อยใส่จาน ทานได้เลยค่ะ  








ที่มาจาก กระปุก




 

Create Date : 29 ธันวาคม 2555    
Last Update : 29 ธันวาคม 2555 8:02:50 น.
Counter : 1210 Pageviews.  

ม้าฮ่อ




เครื่องตำ
  • รากผักช
  • กระเทียมไทยปอกเปลือกแล้ว
  • พริกไทยขาวเม็ด

  • 2 ราก
  • 10 กลีบ
  • ½ ช้อนชา

วิธีทำ
  • 1.โขลกส่วนผสมทั้งหมดให้ละเอียด พักไว้
เครื่องปรุงม้าฮ่อ
  • น้ำมันถั่วเหลือง
  • เครื่องที่โขลกแล้ว
  • หอมแดงสับ
  • หมูสับ
  • กุ้งสับ
  • หัวไชโป๊วหวานสับ
  • ถั่วลิสงป่น
  • น้ำตาลปี๊บ
  • น้ำปลา
  • แบะแซ
  • ส้มเขียวหวานแกะเป็นกลีบผ่าหลัง
  • สับปะรดหั่นเป็นชิ้นพอคำ
  • ลิ้นจี่เอาเม็ดออก หรือลิ้นจี่กระป๋อง
  • แอปเปิ้ลหั่นเป็นชิ้น
  • พริกชี้ฟ้าซอยเป็นเส้น
  • ผักชีเด็ดเป็นใบ

  • 2 ช้อนโต๊ะ
  • 1 ช้อนโต๊ะ
  • 2 ช้อนโต๊ะ
  • 100 กรัม
  • 50 กรัม
  • 1 ช้อนโต๊ะ
  • 2 ช้อนโต๊ะ
  • 1 ช้อนโต๊ะ
  • ½ ช้อนโต๊ะ
  • 1 ช้อนชา
  • 1 ลูก
  • 100 กรัม
  • 1 กระป๋อง
  • 1 ลูก
  • สำหรับตกแต่ง
  • สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ
  • 1.นำกระทะตั้งเตา IHC ใส่น้ำมันพืชลงไปให้ร้อน ใส่เครื่องที่โขลกไว้ หอมแดง ลงผัดพอหอม
  • 2.ใส่หมูสับ กุ้งสับ ลงไปผัดให้สุก เติมหัวไชโป๊วหวานสับ ถั่วลิสงป่น ลงผัด
  • 3.ปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา ผัดให้เข้ากันจนส่วนผสมแห้งและเป็นสีน้ำตาล
  • 4.ใส่แบะแซลงไปผัดให้เข้ากันกับส่วนผสมทั้งหมดจนกระทั่งเหนียว ดูเป็นมันสวย ชิมรสให้ออก เค็ม ๆ หวาน ๆ ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็น
  • 5.ตักไส้ที่ผัดไว้และเย็นแล้ว วางทับบนชิ้นส้ม สับปะรด ลิ้นจี่ แอปเปิ้ล แต่งหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดง และใบผักชี เสิร์ฟทันที







ขอบคุณข้อมูลจาก mcdangguide.com/




 

Create Date : 08 ธันวาคม 2555    
Last Update : 8 ธันวาคม 2555 10:03:52 น.
Counter : 1303 Pageviews.  

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย


ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณบ่งบ๊ง

          ยามนึกอยากจะทานเมี่ยงคำ ก็จะนึกถึงใบชะพลูห่อเครื่องพอดีคำให้รสเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม และเผ็ด เรียกได้ว่าเป็นของว่างที่อร่อยครบทุกรส แถมยังได้สุขภาพไปในตัว แต่วันนี้เรามีเมี่ยงคำแนวใหม่สูตรของคุณ บ่งบ๊ง จากห้องก้นครัว เว็บไซต์ pantip.com มาฝากกัน ...ที่ต้องบอกว่าเป็นเมี่ยงคำแนวใหม่นั้น ก็เพราะว่า เมี่ยงคำสูตรนี้จะไม่ใช้ใบชะพลู แต่ใช้กลีบบัวหลวงห่อเครื่องแทนน่ะสิจ๊ะ

...ไม่ต้องสงสัยไปว่า ดอกบัวจะทานได้หรือ เพราะไม่เพียงทานได้เท่านั้น แต่ยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงกำลัง แก้ไข้ มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ฯลฯ และเมื่อนำมาร่วมวงเมี่ยงคำแล้ว ก็ทำให้ของว่างจานนี้หน้าตาสวยหวานน่ารับประทานมาก ๆ เลยล่ะ ยิ่งหากใครที่ไม่ปลื้มรสชาติของใบชะพลูด้วยแล้ว ขอชวนมาทำ เมี่ยงคำกลีบบัว รับประทานกันดีกว่าจ้า มามะ...มาลงมือทำกันเลยยยย

ส่วนผสม

          ส่วนผสมน้ำเมี่ยงคำด้างล่างนี้เป็นสูตรของ ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม อาจารย์สาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี อาจารย์ผู้แนะนำการรับประทานเมี่ยงบัวหลวง และสาธิตผ่านรายการต่าง ๆ ทางสถานีโทรทัศน์ ซึ่งสูตรของอาจารย์ จะแตกต่างจาก ส่วนผสมของบ่งบ๊งที่เคยลงเรื่องราวไว้ที่บล็อกเล็กน้อย แตกต่างตรงส่วนน้ำตาล แต่ขอยืนยันว่าน้ำเมี่ยงคำโบราณทั้งสองสูตรนี้อร่อยไม่แพ้กันค่ะ  

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

• น้ำตาลปีบ 1 ถ้วย
• น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำสะอาด 1/2 ถ้วย
• กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
• รากผักชี 1 ช้อนชา
• ข่าคั่วโขลก 1 ช้อนชา

หมายเหตุ  -  ใส่น้ำตาลปีบล้วน ๆ โดยไม่ผสมน้ำตาลทรายเลยก็ได้นะคะ

          ภาพด้านล่างนี้เป็นส่วนผสมของบ่งบ๊ง หากสนใจจะลองทำ คลิกที่นี่เลยค่ะ


วิธีปรุงน้ำจิ้มเมี่ยงคำ

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 นำภาพวิธีการปรุงน้ำจิ้มเมี่ยงคำในแบบฉบับย่อ ๆ มาให้ชม เอาส่วนผสมในภาพด้านบนทั้งหมดใส่ในหม้อ แล้วเดินหน้าเคี่ยวไปเรื่อยจนเข้มข้น

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 บ่งบ๊งเคยแนะนำเคล็ด [ไม่ลับ] ในการเคี่ยวน้ำตาลปีบให้เข้มข้นแบบไม่เปลืองแก๊สไว้ที่บล็อก คือให้เปิดไฟแรง ๆ แล้วใช้ทัพพีคนๆ ๆ ๆ น้ำตาลให้เดือดขึ้น ๆ ลง ๆ แบบเร่งไฟ ลดไฟ ไปเรื่อย ๆ เท่านี้เองค่ะ เราก็จะได้น้ำตาลปีบแบบเหนียวเข้มข้นโดยไม่ต้องเคี่ยวนานเป็นชั่วโมง และที่สำคัญไม่เปลืองแก๊สด้วยนะคะ 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 เสร็จแล้วคะ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็ได้น้ำจิ้มเมี่ยงคำที่เข้มข้นแล้ว 


ตระเตรียมเครื่องเคียง + จัดวาง

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 เครื่องเคียงก็มี ขิง หัวหอมแดง มะนาว ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง และพริกขี้หนูสวน ส่วนผักสดที่รับประทานกับเมี่ยงคำโดยทั่วไป ใบชะพลู ใบทองหลาง ใบคะน้า ฯลฯ

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 หากทานกับกลีบบัวหลวงแบบนี้ต้องล้างทำความสะอาดกันก่อน โดยเอาน้ำสะอาดใส่กะละมัง ใส่เกลือป่นไปสัก 1 ช้อนชา แล้วล้างทีละกลีบ ล้างเสร็จแล้วสะบัดน้ำออกให้หมด หรือใส่กระชอนแล้วแกว่ง ๆ ให้สะเด็ดน้ำ 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 ดูสีสันของกลีบดอกบัวสิคะ โอย ๆ ๆ สวยงามจริง ๆ นี่หล่ะที่เขาเรียกกับว่า "ชมพูกลีบบัว" 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 หั่นเครื่องเคียงเสร็จแล้ว ทีนี้เราก็มาจัดสำรับกันเถอะคะ จัดน้ำจิ้มเมียงคำใส้ถ้วยแก้ว วันนี้ขอใช้พริกขี้หนูแดงซอย ๆ เพื่อความสวยงาม 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 จัดวางบนช้อนแบบสมัยใหม่ สมัยนี้นิยมจัดไลน์อาหารบุฟเฟ่ต์โดยวางไว้บนช้อนกระเบื้องแบบนี้ 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 หรือจะจัดใส่จานเป็นคำ ๆ

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 เกสรชมพูมะเหมี่ยวจะมีรสเปรี้ยวเล็กน้อย ไม่ขม ไม่ฝาด ทานกับข้าวยำปักษ์ใต้ก็แจ่มค่ะ 

ลิ้มรส.. เมี่ยงคำกลีบบัว เมนูของว่างแสนสวย

 โปรดสังเกตสีสันของสีชมพูจัดจ้านทั้งของฝ่ายซ้าย และฝ่ายขวา ชมพูของหัวหอมแดง ชมพูของเกสรชมพู่มะเหมี่ยว และชมพูของสีกลีบบัว 

แหม่...เห็นเมี่ยงคำกลีบบัวของคุณบ่งบ๊งแล้ว ขอยกนิ้วให้ในเรื่องของความสวยงามน่าทานจริง ๆ อย่างนี้ต้องลองทำทานเองบ้างสักหน่อยแล้ว 




ขอบคุณข้อมูลจาก http://women.kapook.com/view31338.html




 

Create Date : 03 ธันวาคม 2555    
Last Update : 3 ธันวาคม 2555 17:36:12 น.
Counter : 924 Pageviews.  

น่ากินสุด ๆ หมี่กรอบทรงเครื่อง ของว่างจานแซ่บ






เกริ่นนำโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Three days before Valentine's สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ของว่างอร่อย ๆ อย่าง "หมี่กรอบ"...แม้จะหาซื้อหาทานกันได้ไม่ยาก แต่ถ้าเป็น "หมี่กรอบทรงเครื่อง" ที่มีส่วนผสมครบ แถมยังอร่อยตามสูตรโบราณแท้ ๆ แล้วล่ะก็ ช่างหาทานยากเสียนี่กระไร สงสัยว่า ถ้าอยากทานจริง ๆ คงต้องโชว์ฝีมือเองซะแล้วมั้ง เฮ้อ...แต่ท่าจะลองทำเองก็คงยุ่งยากน่าดูเลย

          อ๊ะ...อย่าเพิ่งคิดอย่างนั้น จริง ๆ แล้ว เมนูรสเลิศอย่าง "หมี่กรอบทรงเครื่อง" ทำได้ไม่ยากอย่างที่คิดเลยนะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองทำตามสูตรที่ คุณ Three days before Valentine's สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม นำมาฝากพร้อมภาพประกอบดูก็ได้ค่ะ เมื่ออ่านเคล็ดลับนี้แล้วรับรองว่า คนชอบทานหมี่กรอบต้องรู้สึกเปรี้ยวปากบวกกับคันไม้คันมือ รีบลุกไปหาส่วนผสมมาทำทานเองที่บ้านแน่ ๆ เอ้า...ก็ "หมี่กรอบทรงเครื่อง" สูตรของ คุณ Three days before Valentine's เนี่ย น่าทานจริง ๆ นะ ^^

สิ่งที่ต้องเตรียม



เส้นหมี่แห้ง



ส้มซ่า (ปอกผิวส้มซ่าเบา ๆ มือ อย่าให้ติดผิวขาว ๆ ออกมานะคะ เพราะจะหนาเกินไป)



แต่ถ้าหากปลอกส้มแบบนี้ จะทำให้ได้น้ำมากที่สุด

เครื่องปรุง

เส้นหมี่แห้งทอดกรอบ 100 - 200 กรัม                            
กุ้งแห้งทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
ถั่วลิสงซีก อบกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบ 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงเจียวกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมเจียวกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่กรอบ 1 ฟอง
เต้าหู้เหลืองหั่น ทอดกรอบ 1 ช้อนโต๊ะ     

น้ำปรุงรส



1. น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ
2. หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนชา
4. น้ำตาลปี๊บ  3 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ          
6. น้ำส้มซ่า 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ
8. น้ำปลา 4 ช้อนชา จะเพิ่มรสดี หรือคนอร์ 1/2 ช้อนชาก็ดีค่ะ
9. น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนโต๊ะ
10. เนื้อกระเทียมดอง 2 ช้อนชา

          ...ถ้าต้องการให้เหนียวมากใส่แบะแซ 1 ช้อนชาค่ะ

วิธีทำ

เส้นหมี่



ถ้าชอบแบบโบราณ เส้นกรอบแข็ง...ให้แช่เส้นหมี่ในน้ำ 5 นาที แล้วรีบนำขึ้นจากน้ำค่ะ



ผึ่งลมใส่กระชอน ให้เส้นหมาดที่สุดค่ะ



จากนั้นนำไปทอด...พอความร้อนได้ที่...จับเส้นหมี่แห้ง ๆ ใสกระทะทอดเลยค่ะ ทอดให้เหลือง ๆ หน่อยนะคะ จะได้กรอบ นาน ๆ



นี่ค่ะเส้นหมี่กรอบ อ้วน ๆ ลองเปรียบเทียบกับเส้นหมี่ที่แช่น้ำนะคะ

ต่อไป...มาทำน้ำปรุงกันค่ะ



เริ่มจากใส่น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อนนะคะ



เจียวหัวหอมกับผิวส้มซ่าก่อนค่ะ แบ่งผิวส้มซ่ามาเล็กน้อย ที่เหลือเก็บไว้โรยหน้าหมี่กรอบ



พอเจียวหอม หอมแล้ว ก็ใส่เครื่องปรุงรสทั้งหมดลงไปได้เลยค่ะ



ใช้ทัพพีคน...สักพัก เคี่ยวให้เดือดฟูค่ะ



เคี่ยวให้เหนียวพอประมาณ ...อย่า!!! เร่งไฟแรงเด็ดขาดนะคะ



ประมาณ 4-5 นาที ลดไฟลงให้อ่อน...ที่...สุด.....ค่ะ



นำเส้นหมี่ที่ทอดลงคลุกน้ำปรุงรสได้เลยค่ะ



ค่อย ๆ คลุกเบา ๆ มือ ให้ทั่ว...แล้วจึงปิดไฟค่ะ



น้ำปรุงรสจะเคลือบผิวเส้นเป็นสีทองอมส้มค่ะ ถ้าต้องการให้ได้สีแดง ใช้ซอสเย็นตาโฟแทนซอสมะเขือเทศนะคะ....ห้ามขาดน้ำมะขามเปียกค่ะ



เตรียมผักสดค่ะ



พร้อมเครื่องเสวยค่ะ



การจัดแยกจะทำให้เราเก็บหมี่กรอบไว้รับประทานได้หลายวันค่ะ



สำหรับทุกท่านค่ะ หมี่กรอบทรงเครื่อง ...



โรยไข่กรอบ ๆ ชอบไหมคะ?



หรือชอบแบบเป็น "คำเสวย" คะ



จัดให้เป็นจานเสิร์ฟคร้า....



หมี่กรอบทรงเครื่อง...เรื่องอร่อย! ค่ะ



บีบน้ำมะนาว...ทำยำหมี่กรอบ ก็อร่อยนะคะ

เสร็จเรียบร้อยแล้ว "หมี่กรอบทรงเครื่อง" ของอร่อย ๆ แบบนี้ ทำได้เองแบบง่าย ๆ ที่บ้านคุณนะคะ










ขอบคุณข้อมูลจาก http://women.kapook.com/view45750.html




 

Create Date : 02 ธันวาคม 2555    
Last Update : 2 ธันวาคม 2555 16:16:28 น.
Counter : 1127 Pageviews.  

1  2  3  

เหนื่อย กว่าจะตั้งชื่อได้
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add เหนื่อย กว่าจะตั้งชื่อได้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.