Group Blog
 
All Blogs
 

ดราม่าหนักมาก!! สุดแค้นแสนรัก ย้อนหลัง ตอนล่าสุด 16 พ.ค. 58 แฟนละครมาดูย้อนหลังกันจ้า



8

ดูย้อนหลังละครเรื่อง สุดแค้นแสนรัก ตอนล่าสุด 16 พ.ค. 58 ตอนที่ 13 เรื่องราวความรัก ความแค้น ระหว่างสองครอบครัว ที่รอยแค้นฝังลึกมิอาจคืนดีกันได้ คืนนี้พลาดไม่ได้จ้า

เรื่อย่อ สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 13 หลังจากแย้มล้มป่วย สุดาก็รับหน้าที่เก็บดอกเบี้ยแทนแย้ม ซึ่งสุดาก็จะแอบงุบงิบเงินไว้เองบ้างโดยที่แย้มไม่รู้ ระพีพรรณรีบโทรง้อปวริศเรื่องที่อุไรต่อว่าปวริศไป แต่ปวริศไม่ยอมรับโทรศัพท์ ระพีพรรณร้องไห้เสียใจที่เหตการณ์ในอดีตของแม่เธอทำร้ายความรักของเธอกับปวริศ ยงยุทธขับรถไปไกลถึงจังหวัดลำปางและพยายามหางานทำ แต่ก็ไม่มีงานที่ดีที่เขาพอจะทำได้ ยงยุทธเดินหางานจนอาการหอบหืดกำเริบและล้มลงก่อนรถจะชน โชคดีที่เป็นรถของวสันต์ เพื่อนสมัยเรียนวิศวะด้วยกัน วสันต์ชวนยงยุทธไปทำงานเป็นผู้จัดการที่รีสอร์ทของตนเอง ด้านหทัยรัตน์ที่ท้ายที่สุดก็ยอมรับหัวใจตัวเองยอมเปิดใจให้ธนาเข้ามา ข่าวร้ายสำหรับระพีพรรณ เมื่อปวริศโทรมาแจ้งว่าลือพง์ประสบอุบัติเหตุ ระพีพรรณช่วยเหลือพ่ออย่างสุดความสามารถ สุดท้ายลือพงษ์พิการต้องนั่งรถเข็น ยิ่งสร้างความทุกข์ใจให้กับพะยอม


>> ดู สุดแค้นแสนรัก ตอนล่าสุด 16 พ.ค. 58 <<



..





 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2558 8:46:10 น.
Counter : 381 Pageviews.  

แซ่บกันต่อ!! สุดแค้นแสนรัก ตอนล่าสุด คืนนี้ ตอนที่ 12 ห้ามพลาด 15 พค 58


8

ดูย้อนหลังละครเรื่อง สุดแค้นแสนรัก ตอนล่าสุด 15 พ.ค. 58 ตอนที่ 12 เรื่องราวความรัก ความแค้น ระหว่างสองครอบครัว ที่รอยแค้นฝังลึกมิอาจคืนดีกันได้ คืนนี้พลาดไม่ได้จ้า

เรื่อย่อ สุดแค้นแสนรัก ตอนที่ 12 ทันทีที่ยงยุทธเห็นอัมพรผู้เป็นแม่นอนป่วยหนักอยู่บนเตียงผู้ป่วย น้ำตามากมายก็พรั่งพรูอย่างสับสน เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับแม่ที่พยายามเมินเฉยมาตลอด 10 ปี ทุกคนได้ทันดูใจอัมพรก่อนที่อัมพรจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ยงยุทธเสียใจอย่างที่สุด และยิ่งเสียใจหนักเมื่อรู้ความจริงเรื่องแม่จากปากสุดาว่าอัมพรไม่เคยทิ้งเขาเลย คนที่โกหกมาโดยตลอดคือ แย้ม ผู้เป็นย่าของเขา ยงยุทธกลับมาถึงบ้านเจอแย้มตอกย้ำเรื่องอัมพรตาย ยิ่งทำให้เขารู้สึกเกลียดย่า ยงยุทธตัดสินใจจะหนีออกจากบ้าน แต่แย้มมาเห็น ทั้งคู่ทะเลาะกัน ยงยุทธไม่ใจอ่อน ขับรถออกไป แย้มวิ่งตามรถร้องไห้ปานจะขาดใจตาย แต่สุดท้ายยงยุทธก็ไม่ย้อนกลับมา


>> ดู สุดแค้นแสนรัก ตอนล่าสุด 15 พ.ค. 58 <<


"




 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2558    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2558 22:09:34 น.
Counter : 249 Pageviews.  

อ่ำ อัมรินทร์ เคลียร์ทุกประเด็นใน ทูไนท์โชว์ ล่าสุด 8 ธันวาคม 2557









ทูไนท์โชว์

ช่วงแรก Inside มาพบกับเรื่องราวของชายหนุ่มที่ไม่ธรรมดาคนนี้ อ่ำ-อัมรินทร์  นิติพน จากข่าวที่โด่งดังเรื่องการหย่าร้างกับอดีตภรรยา คืนนี้ อ่ำ จะมาเคลียร์ทุกประเด็นที่หลายคนสงสัย เพื่อความกระจ่างทุกอย่าง เรื่องราวทั้งหมดมีที่มาอย่างไร ทำไมทั้งคู่ถึงหย่าร้างกัน คืนนี้มาฟังจากปากของเขาโดยตรง ห้ามพลาด!!





 

Create Date : 09 ธันวาคม 2557    
Last Update : 9 ธันวาคม 2557 0:06:31 น.
Counter : 587 Pageviews.  

ก้าวหน้าก้าวไกล แบบคุณแม่ออฟฟิศเลดี้

แม่มือใหม่

ก้าวหน้าก้าวไกลแบบคุณแม่ออฟฟิศเลดี้
(Lisa)

          เมื่อคุณแม่ยังสาวยังสวยเช่นคุณต้องรับหน้าที่เลี้ยงดูเจ้าตัวน้อย (หรือไม่น้อยไปด้วย) เราจะทำอย่างไร ให้การงานของเรารุ่งโรจน์โดยที่ชีวิตครอบครัวไม่รุ่งริ่ง!

เคล็ดไม่ลับ 7 ประการของคุณแม่สาวทำงาน

1.ใช้วันพักร้อนให้คุ้ม ไม่ว่าจะมีกี่วันก็ควรใช้หมด โดยการศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้ชี้ว่าคนทำงานมักจะเหลือวันพักร้อนที่ไม่ได้ใช้อย่างน้อยสองวันต่อปีโดยเฉลี่ย นี่เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ที่คุณสามารถใช้กับลูก ๆ ได้ (อย่าเช็กอีเมล์เวลาพักร้อนด้วยนะ) แล้วคุณจะกลับมาออฟฟิศด้วยความสดใสและสร้างสรรค์กว่าเดิม

2.มีแผนสำรองอยู่เสมอ ถ้าเกิดประชุมนาน มีงานด่วนที่บริษัท พี่เลี้ยงมาไม่ได้ สามีรถติด หรือลูกป่วย ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่คุณแม่สามารถเตรียมตัวได้ด้วยการวางแผนเวลาที่ไม่มีใครอยู่กับลูก ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือสามี โดยอาจจะโทรไปถามญาติหรือคนใกล้บ้านที่คุณไว้ใจได้

3.ขอความช่วยเหลือจากคุณสามี มีงานวิจัยมากมายชี้ว่าคุณสามีทำงานบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าภรรยาจะยังคงครองแชมป์เรื่องงานบ้านก็ตาม บางทีคุณไม่อยากจะบ่นเรื่องชั่วโมงทำงานบ้าน ชั่วโมงทำอาหาร เวลาที่ต้องดูแลลูก ซึ่งบางครั้งก็มาชนกับเวลาทำงานประจำ แต่พอรวม ๆ กัน ปีหนึ่งแล้วก็รับว่าเยอะมาก ลองขอความช่วยเหลือจากสามีให้แบ่งเบาภาระบางเรื่องที่เป็นไปได้ แต่อย่าวิจารณ์วิธีที่เขาจัดการกับหน้าที่นั้นเด็ดขาด ไม่ว่าเขาจะทำได้แย่แค่ไหนก็ตาม (แต่จงชมเขาแทน)

4.ฉวยเวลาอยู่กับลูก ๆ ต้องขอบคุณวัฒนธรรมมัลติทาสก์ที่กำลังแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน (ซึ่งอาจทำให้คุณทำงานช้าลงด้วยซ้ำ) คุณแม่ที่ต้องทำงานไปด้วยจะมีปัญหาใช้เวลากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ลูก ๆ ของคุณจะไม่กลับมาเป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว ดังนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่ทำได้ ทั้งตอนเย็นหรือช่วงวันหยุด ควรจะเป็นเวลาอยู่กับลูก ๆ อย่างแท้จริง ลองปิดสมาร์ทโฟนสักครั้งและหันมาอยู่กับเด็ก ๆ จริง ๆ

5.ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าลืมสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขก่อนหน้านี้ บางทีคุณอาจจะผ่อนคลายเมื่อได้ทำสวนสักชั่วโมง ดูหนังไซ-ไฟแปลก ๆ สักเรื่อง ทำกับข้าวให้เพื่อน ๆ กิน หรือออกไปเที่ยวกับเพื่อนสาว (แต่เราแนะนำให้นอนหลับ 7-8 ชั่วโมงทุกคืน) อย่ารู้สึกผิดเลย เพราะคุณเองก็ต้องการการดูแลเหมือนกัน

6.ทำความเข้าใจกับตัวเอง อย่าทำทุกอย่างพร้อม ๆ กัน รีบไปในทุก ๆ ที่เหมือนกับไต้ฝุ่น ลองถอยมาสักก้าว และทำความเข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ (เหมือนกับที่การทำธุรกิจก็มีแต่ละไตรมาสให้คุณได้พัก) คุณใช้ชีวิตแบบที่คุณชอบหรือยัง ได้ทำสิ่งที่คุณต้องการหรือเปล่า ชีวิตคุณหมายความว่าอย่างไร และทำไมคุณถึงได้อยู่บนเส้นทางที่คุณเลือกตอนนี้

7.ขอตารางงานที่ยืดหยุ่น ในหลายบริษัทอาจจะอนุญาตให้เวลาทำงานของพนักงานยืดหยุ่นขึ้นได้เพื่อให้เหมาะกับลูกจ้าง ขอเพียงแค่คุณถาม คุณอาจจะมาเร็วกว่าปกติ แต่ก็กลับไวกว่าเพื่อนด้วยเช่นกันถ้าคุณต้องไปรับลูกที่โรงเรียน ถ้าที่ทำงานของคุณไม่เคยมีใครทำอย่างนี้มาก่อน คุณก็อาจจะขอเป็นคนแรกที่ทดลอง แต่ในขณะเดียวกันคุณภาพงานก็ต้องไม่ตกด้วย

คุณแม่มือใหม่ ขอกลับไปทำงาน

ตีวงงานที่ต้องการให้ดี คุณเป็นคนมีความสามารถ (ใครก็ตามที่เลี้ยงเด็กได้ย่อมครองโลกได้ จริงไหม) แต่บางครั้งความสามารถอันหลากหลายของคุณก็เป็นสิ่งกีดขวางที่ทำให้คุณหางานไม่ได้ ถ้าคุณอยากกลับไปทำงานเดิม ก็ได้เวลาติดต่อกับคอนเน็กชั่นเดิม ๆ แล้วล่ะ

เขียนเรซูเม่ใหม่ เพราะมีความเป็นไปได้ว่าครั้งสุดท้ายที่คุณมองเรซูเม่อาจจะเป็นเมื่อหลายปีที่แล้ว ได้เวลาที่คุณจะต้องอัพเดตเรซูเม่แล้วล่ะ เขียนถึงจุดเด่นที่สุดของคุณให้ชัดเจน อย่าลืมเปลี่ยนเรซูเม่สำหรับทุก ๆ ตำแหน่งงานที่คุณสมัครเขียนจดหมายสมัครงานที่เฉพาะเจาะจงสำหรับบริษัทให้ชัดเจน การส่งเรซูเม่เป็นเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณนะ

มองหาสถานเลี้ยงเด็ก ถ้าคุณต้องทำงานจนถึงหนึ่งทุ่มแล้วไม่มีใครดูแลลูกของคุณในขณะนั้นล่ะ นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณแม่มือใหม่มักจะลืม แต่การทำงานนั้น อาจจะทำให้คุณเหนื่อยทั้งกายและอารมณ์

หวนกลับไปหาคอนเน็กชั่น ถ้าคุณผ่านสามขั้นแรกมาได้แล้ว ก็เหลือขั้นสุดท้ายคือทำงานกับคนในเครือข่ายเดียวกันสร้างคอนเน็กชั่น หรือใช้ของเดิมให้มีประโยชน์ บอกเพื่อน ๆ ว่าคุณมองหาอะไรอยู่ คุณอาจจะได้งานจากเพื่อนในสมาคมผู้ปกครองก็ได้นะ ใครจะรู้

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

         เมื่อคุณไม่มีผู้ช่วยเลี้ยงลูก การเงิน การงาน และครอบครัว เป็นสิ่งที่คุณต้องจัดการด้วยตัวคนเดียว

การเงินเป็นสิ่งสำคัญ อันดับแรกที่คุณต้องประเมินคือคุณมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ รวมทั้งค่าเล่าเรียน ค่าเสื้อผ้า และเงินค่าขนมของลูก

มองหาความช่วยเหลือทางการเงิน อย่างเช่น ทุนการศึกษา หรือสิทธิจากประกันสังคมที่คุณควรได้


กวาดตามองตลาดแรงงาน เลือกงานและผู้ว่าจ้างที่จะอนุญาตให้คุณทำหน้าที่ในฐานะแม่ไปพร้อม ๆ กับทำงานที่คุณชอบ (บางที่อาจจะอนุญาตให้คุณทำงานจากบ้านได้เลยด้วยซ้ำเพื่อลดเวลาเดินทาง)

อยู่กับความเป็นจริง อาจจะมีสิ่งที่คุณต้องทำก่อนจะได้งานในฝัน

เหตุผลที่ทำให้คุณแม่ต้องกลับไปทำงาน

อันดับ 1 : ปัญหาทางการเงิน

อันดับ 2 : เพราะชอบทำงาน

55% หาสมดุลระหว่างชีวิตการงานและครอบครัวได้ลำบากมาก

16% เอาชีวิตครอบครัวมาเป็นอันดับแรก แต่หน้าที่การงานก็ไปไม่ถึงไหนเช่นกัน

13% ทีแรกก็ต้องดิ้นรน แต่ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในเงื้อมมือแล้ว

13% ไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น

3% เอาหน้าที่การงานมาเป็นอันดับแรก แต่ครอบครัวก็ทุกข์ระทมเช่นกัน

Did You Know ?

What’s it Like to be a Working Mom ?

          คุณแม่สาวทำงานมีชีวิตอย่างไร เว็บไซต์ The Ladder ทำการสำรวจและเปิดเผยว่า...อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตำแหน่งงานในฐานะคุณแม่ที่ต้องทำงานไปด้วย

44% ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น

29% ทำงานจากที่บ้านได้

20% สามารถเลือกชั่วโมงการทำงานที่สะดวกได้

5% มีช่วงเวลาลาคลอดเหลือเฟือ

2% มีบริการดูแลบุตรหลานในบริษัท



ขอบคุณข้อมูลจาก http://baby.kapook.com/




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2555    
Last Update : 21 ตุลาคม 2555 18:14:33 น.
Counter : 730 Pageviews.  

9 ทักษะที่ควรสอนให้เด็กเรียนรู้ ก่อนถึงวัยเข้าโรงเรียน

แม่และเด็ก


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

           เห็นลูกเดินเตาะ ๆ แตะ ๆ ร้องอ้อแอ้ได้ไม่เท่าไหร่ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก็ต้องไปส่งลูกที่โรงเรียนแล้วหรือเนี่ย เวลาผ่านไปไวจริง ๆ เลยนะ ทำให้คุณแม่หลาย ๆ คนฝันถึงวันแรกที่ลูกใส่ชุดนักเรียนกันแล้ว แต่ก่อนจะถึงวันนั้น กระปุกดอทคอมก็อยากจะชวนคุณแม่และลูก ๆ มาเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียนกันหน่อยดีกว่า เพราะมีแค่อุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน เสื้อผ้าคงไม่พอ คุณแม่นั้นควรฝึกทักษะของลูกให้พร้อมด้วย ถ้าตอนนี้คุณแม่กำลังสงสัยว่ามีอะไรควรฝึกเพิ่มเติมให้กับลูกบ้างก็ตามไปดูกันเลย

1. การเขียนชื่อ

คุณควรเขียนตัวอย่างชื่อเล่น ชื่อจริง และนามสกุล ให้ลูกดูเป็นตัวอย่าง จากนั้นคุณแม่จับมือลูก ๆ แล้วลากเส้นตามตัวอักษร หรือจะทำชื่อเป็นเส้นประ แล้วให้ลูก ๆ ลากไปตามเส้นประก็ได้ ฝึกไปเรื่อย ๆ จนกว่าเขาจะเขียนคล่อง แล้วค่อยเปลี่ยนให้ลูกเขียนชื่อตัวเองบนกระดาษเปล่าดู ถ้าเขียนได้แล้ว แสดงว่าลูกของคุณพร้อมที่จะไปโรงเรียนได้แล้วค่ะ

2. การล้างมือ

การล้างมือเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะในชีวิตประจำวันคุณแม่ใช้มือจับสิ่งของต่าง ๆ มากมาย อาจมีเชื้อโรคติดมากับมือ ดังนั้นเพื่อช่วยป้องกันเชื้อโรคให้กับลูก ๆ ก็ควรสอนให้เขารู้จักวิธีล้างมือด้วย คุณแม่ควรสอนไปทีละขั้นตอน ทั้งวิธีฟอกสบู่ และวิธีล้างมือ เพื่อปลูกฝังสุขอนามันที่ดีให้กับลูก ๆ ของคุณ

3. การติดกระดุม

ในเช้าที่เร่งรีบคุณแม่ทั้งหลายคงหัวปั่นกันน่าดู ถ้าไม่สอนให้ลูก ๆ ใส่เสื้อด้วยตัวเอง อาจจะเริ่มจากวิธีการสวมเสื้อยืดธรรมดาก่อน วิธีนี้จะช่วยให้เขาเรียนรู้การใส่เสื้อด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น และเมื่อลูก ๆ ใส่เสื้อยืดจนชำนาญ ก็เปลี่ยนจากเสื้อยืด เป็นเสื้อแบบที่มีกระดุม อย่างเช่น เสื้อเชิ๊ต หรือเสื้อโปโล เป็นต้น

4. การกินข้าว

หลาย ๆ โรงเรียนนิยมใช้จานหลุมมากกว่าจานธรรมดา เพราะสามารถใส่ทั้งอาหารคาว อาหารหวานได้ในถาดเดียว ดังนั้นคุณแม่ทั้งหลายก็ควรฝึกให้ลูก ๆ เคยชินกับการกินข้าวแบบจานหลุมด้วย

5. การเปิดปิดสิ่งของ

ควรสอนให้ลูกรู้จักวิธีเปิดปิดสิ่งของ ทั้งอาหารและสิ่งของ โดยเริ่มจากของง่าย ๆ อย่างเช่น วิธีเปิดกล่องสี วิธีเปิดฝาขวดนม วิธีแกะถุงขนม หรือวิธีแกะเปลือกลูกอม เพื่อให้เขาสามารถช่วยตัวเองได้ ในช่วงเวลาที่ไปโรงเรียน

6. การระบายสี

สีสันต่าง ๆ นอกจากจะช่วยทำให้เด็ก ๆ จดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นแล้ว ยังมีผลต่อความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย ดังนั้นคุณควรให้ลูกรู้จักกับการระบายสีตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่เขาจะเข้าโรงเรียนโดยเริ่มจากสีที่ใช้ง่าย ๆ อย่างเช่น ดินสอสี หรือสีเทียน และถ้าหากลูก ๆ ของคุณแม่ชอบการระบาย ก็อาจจะฝึกการใช้สีอื่น ๆ เช่น สีน้ำ หรือสีโปสเตอร์เพิ่มเติม 

7. การวาดรูป

ควรเริ่มสอนจากการลากเส้นง่าย ๆ ก่อน เช่น เส้นตรง เส้นโค้ง และเส้นหยัก เมื่อลูกฝึกจนชินมือแล้ว ก็ต่อด้วยการวาดรูปทรงจากเส้นต่าง ๆ เช่น การใช้เส้นตรงวาดรูปสี่เหลี่ยม ใช้เส้นโค้งวาดรูปวงกลม เพื่อให้เขารู้จักการปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ และถ้าอยากจะเพิ่มระดับให้ยากขึ้น ก็ฝึกให้ลูก ๆ วาดภาพบ้าน ภาพคน ภาพต้นไม้ก็ได้   

8. การจับดินสอ

เด็กส่วนใหญ่จับดินสอผิดวิธี เพราะมักจะยึดเอาความสะดวกไว้ก่อน หากคุณแม่ไม่สอนวิธีจับดินสอที่ถูกวิธีให้กับลูก ลูกก็อาจจะติดนิสัย จับดินสอแบบผิด ๆ ไปจนโต ซึ่งคุณแม่ควรสอนวิธีจับที่ถูกวิธีให้กับลูกตั้งแต่ตอนนี้ โดยเริ่มจากใช้นิ้วกลางรองดินสอ และใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งบังคับทิศทาง ส่วนนิ้วนางกับนิ้วก้อยวางพักไว้บนโต๊ะ เห็นไหมล่ะว่าการจับดินสอแบบถูกวิธีนั้นไม่ยากเลย และยังได้ลายมือสวย ๆ เป็นของแถมอีกต่างหาก

9. การใช้กรรไกร

อาจจะดูอันตรายเกินไปหน่อย ถ้าจะปล่อยให้ลูกใช้กรรไกรตั้งแต่ครั้งแรก ดังนั้นคุณแม่ควรฝึกการใช้คีมคีบของไปก่อน โดยเริ่มจากการคีบของเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ช่วยคุณแม่คีบผักใส่หม้อต้มซุป หรือคีบของเล่นเล็ก ๆ เก็บใส่กล่องก็ได้ หลังจากที่ใช้คีมคีบของจนคล่องแล้ว ก็ให้ลูก ๆ ตัดของกับกรรไกรดูบ้าง ในช่วงแรกอาจจะให้ฝึกตัดซองขนมไปก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนมาตัดรูปทรงต่าง ๆ จากกระดาษก็ได้ 

ว้าว... ง่ายมาก ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ และนี่ก็คือ 9 ทักษะที่จำเป็นสำหรับลูก เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาความรู้ความสามารถด้านอื่น ๆ ต่อยอดความรู้ เพื่อให้เขามีพัฒนาการที่สมวัย ไปพร้อมกับเพื่อนคนอื่น ๆ ค่ะ  



ขอบคุณข้อมูลจาก http://baby.kapook.com/




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2555    
Last Update : 19 ตุลาคม 2555 18:18:39 น.
Counter : 477 Pageviews.  

1  2  3  

เหนื่อย กว่าจะตั้งชื่อได้
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add เหนื่อย กว่าจะตั้งชื่อได้'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.