cook - a - holic
Group Blog
 
All blogs
 

ไข่ระเบิด(เถิดเทิง)

วันนี้มาชวนหม่ำเมนูอร่อยที่ทำง่ายมาก เด็กๆก็ชอบด้วยนะคะเพราะเคยทำให้น้องชายเป็นอาหารกล่องเอาไปโรงเรียนหนุ่มน้อยคนนี้เป็นคนที่ทานยากมากๆยังมาขอให้ทำอีกหลายวันติดต่อกัน

เชื่อว่าเมนูไข่ระเบิดคงรู้จักกันทุกคนแล้ว ไม่ทราบที่มาที่ไปว่าทำไมถึงชื่อไข่ระเบิดแต่ก็เรียกตามๆเค้ามานานแล้วค่ะ นึกอยากทานและอยากทำเองเพราะคุณแม่ไม่รู้จักเมนูนี้(พลาดได้ยังไง) ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้านไม่ค่อยได้ทำกับข้าวสักเท่าไรเพราะโดนคุณแม่ยึดครองพื้นที่ครัวอยู่เรื่อย วันนี้ได้โอกาสค่ะเลยขอทวงตำแหน่งแม่ครัวประจำบ้านคืน ดูคุณแม่ออกจะแปลกใจเล็กน้อยกับเมนูง่ายๆนี้ เชื่อได้เลยค่ะว่าคุณนายแม่จะลงมือทำเมนูนี้เองไปอีกติดต่อกัน 3 วัน ลูกเขยกลับมาหน้าเป็นไข่ดาวแน่ๆ

และนี่คือที่มาของชื่อเมนูที่จั่วบล็อกในวันนี้ค่ะ :

แม่ : นี่มันไข่ยัดไส้นี่ลูก
เรา : มันยัดไส้ตรงไหนอ่ะแม่
แม่ : ก็เครื่องมันเหมือนกัน เพียงแต่เปลี่ยนเป็นไข่ดาวใช่มั้ย
เรา : คล้ายๆกันอ่ะแม่แต่ขี้เกียจทำไข่เจียว แบบนี้ก็อร่อยนะแม่
แม่ : แล้วทำไมเรียกไข่ระเบิดล่ะลูก
เรา : จำมาจากเท่ง โหน่ง (เถิดเทิง) อ่ะแม่ (จริงๆแล้วไม่รู้จะตอบยังไงอ่ะค่ะ เลยเนียนตอบไปแบบนี้)
แม่ : ??? (พลิกดูแล้วดูอีก ตักชิมแล้วทำหน้าพอใจ)







ไข่ระเบิด (สำหรับ 4 ที่) :

- ไข่ไก่ 4 ฟอง
- หมูสับ 2 ขีด
- มันฝรั่งขนาดกลาง 1/2 หัว
- มะเขือเทศ 1 ลูก
- หอมใหญ่ 1/2 ลูก
- ซอสหอยนางรม, ซีอิ๊วขาว, น้ำตาล, พริกไท สำหรับปรุงรส
- น้ำมันสำหรับทอดไข่ และผัด
- ต้นหอม, คึ่นช่าย หรือผักชี ตามชอบ







- มันฝรั่ง หอมใหญ่ มะเขือเทศ หั่นเป็นเต๋าขนาดเล็ก ซอยต้นหอยใบคึ่นช่ายเตรียมไว้








- ทอดไข่ดาวกะระดับความสุกตามใจชอบ








- รวนหมูสับกับน้ำมันเล็กน้อยจนสุก








- ใส่หอมใหญ่ลงผัดให้เข้ากัน จากนั้นใส่มันฝรั่งลงไปผัดต่อจนสุก








- ใส่มะเขือเทศลงไปผัดพอสุก








- ปรุงรสและผัดทุกอย่างให้เข้ากัน สำหรับเด็กๆอาจจะเพิ่มความหวานเล็กน้อยด้วยซอสมะเขือเทศค่ะ








- ตักราดลงบนไข่ดาวที่เตรียมไว้ โรยหน้าด้วยต้นหอมและใบคึ่นช่ายซอย พร้อมเสริ์ฟได้เลยค่ะ








ทานกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นมื้อกลางวันที่อิ่มอร่อยง่ายๆดีค่ะ








ไข่ดาวของเราชอบแบบสุกกลางๆ ไข่แดงเยิ้มๆอร่อยที่สุดเลยค่ะ




 

Create Date : 28 มิถุนายน 2553    
Last Update : 28 มิถุนายน 2553 13:21:46 น.
Counter : 1331 Pageviews.  

ทอดมันปลากราย

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ...สงกรานต์ยังอยู่เชียงรายไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนค่ะไม่อยากเปียกไม่ชอบคนเยอะ ปีนี้ที่เชียงรายอากาศร้อนกว่าปีที่แล้วไมเกรนกลับมากำเริบทันทีเลยค่ะ อากาศแบบนี้คนออกไปเล่นน้ำกันทำให้ตลาดค่อนข้างเงียบเหงาค่ะร้านรวงปิดฉลองเทศกาลไปหลายร้านเลย
พ่อบ้านบ่นอยากทานทอดมันปลากรายค่ะเลยแวะไปร้านขายอาหารทะเลเจ้าประจำได้เนื้อปลากรายขูดมา 1 kg. 90 บาท แบ่งมาทำทอดมันปลากราย 1/2 kg. ที่เหลือเก็บใส่ช่องฟรีซไว้ทำอาหารมื้อต่อๆไป ทอดมันหาซื้ออร่อยๆทานยากค่ะไหนจะเจอน้ำมันเก่าอีกทั้งเจอบางเจ้าใส่แป้งซะเยอะเชียว ทำเองดีกว่าสบายใจดีจริงมั้ยคะ?







ทอดมันปลากราย :

- เนื้อปลากรายขูด 1/2 kg.
- พริกแกงเผ็ด 3 ชต.
- ไข่ไก่ 2 ฟอง (เบอร์ 2)
- ถั่วฝักยาว
- ใบโหระพา
- น้ำปลา 2 ช้อนคาว
- น้ำตาลทราย 1 ช้อนคาว
- เกลือ 1/2 ช้อนคาว
- น้ำเย็นจัด 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันสำหรับทอด







- ล้างถั่วฝักยาวให้สะอาดหั่นฝอย เด็ดโหระพาเป็นใบๆแช่น้ำไว้
- ตอกไข่ไก่ใส่ชามเอาไว้ตีพอเข้ากัน
- โขลกหรือปั่นเนื้อปลากรายให้ฟู โดยใส่เกลือผสมน้ำเย็นจัดลงไปโขลกหรือปั่นด้วย








- เมื่อเนื้อปลากรายเหนียวและฟูดีแล้วใส่พริกแกงและไข่ไก่ที่ตีพอแตกลงไปผสมให้เข้ากัน
(เราใช้ตะกร้อมือค่ะตีำไปเรื่อยๆได้ออกกำลังแขนด้วย แต่เหนื่อยเอาการอยู่เหมือนกัน)
- ใส่น้ำตาลทราย น้ำปลาลงไปผสมให้เข้ากัน
(เราไม่ทานหวานค่ะขอเปลี่ยนเป็นน้ำตาลทรายแดงแทน)








- ใช้ตะกร้อมือตะล่อมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันจนเหนียว
(ก่อนเติมผักลงไปปั้นลงทอดชิมรสชาติดูก่อนค่ะ ปรุงรสจนถูกใจแล้วค่อยเติมผักลงไปทีหลัง)
- เติมถั่วฝักยาวหั่นฝอย และใบโหระพาลงไปผสมให้เข้ากัน
- นำลงทอดในน้ำมันโดยใช้ไฟกลางจนสุกทั่วทั้งชิ้น







แค่ตอนทอดก็ยืนกลืนน้ำลายแล้วค่ะ พ่อบ้านมายืนเฝ้ารอชิมเลย ตอนอยู่ในน้ำมันร้อนๆทอดมันพองเป็นชิ้นโตน่าทานมาก







สีเข้มไปนิดแต่รสชาิติถูกใจค่ะ








ซูมๆ...จัดลงจานสักพักก็ยุบตัวลงมาเล็กน้อยค่ะ








จานนี้แบ่งมาทอดไม่ถึงครึ่งของที่ผสมไว้ทั้งหมด กะจะเก็บไว้ทอดพรุ่งนี้ไว้ทานกับขนมจีนน้ำยา







มื้อเย็นวันนี้...ขนมจีนแกงเขียวหวานเนื้อใส่ยอดมะพร้าวและทอดมันปลากราย แกงเขียวหวานทานกันทั้งวันค่ะหม้อเล็กทานกัน 2 คน แต่มื้อเช้าทานกับแกงฮังเล
ช่วงสงกรานต์คนเหนือมักจะทำแกงฮังเลและขนมจ้อก(ขนมเทียน)ไปทำบุญกันค่ะ ดูสูตรแกงฮังเลคลิกที่นี่








ขนมจีนและทอดมันปลากรายเข้ากันได้ทีเดียวค่ะ








สุดท้ายกับภาพนี้...น่าทานมั้ยคะ ดูสูตรแกงเขียวหวานเนื้อคลิกที่นี่




 

Create Date : 13 เมษายน 2553    
Last Update : 14 เมษายน 2553 7:34:11 น.
Counter : 672 Pageviews.  

Seafood Spaghetti

ตั้งแต่ย้ายที่อยู่ใหม่ในเมืองไปไหนมาไหนค่อยข้างจะสะดวกค่ะ กับข้าวกับปลาก็หาซื้อได้อย่างจุใจ เมื่อวานนี้ไปแวะซื้อของที่ Tops เห็นสปาเก็ตตี้แล้วอยากทาน ก็เลยให้คุณแฟนขับรถพาไปตลาดกันต่อเพราะของทะเลในตลาดสดมาก ได้ของมาครบเรียบร้อยก็กลายเป็นมื้อพิเศษแสนอร่อยค่ะ

ที่ว่าเป็นมื้อที่ค่อนข้างพิเศษเพราะเป็นวันเกิดของน้องที่สนิทกัน มื้อนี้นอกเหนือจาก Seafood Spaghetti แล้วยังมีปีกไก่อบซอสเป็นเมนูทานเล่น และขนมนมเนยที่น้องๆซื้อมาสมทบอีกเพียบ พอน้องๆเสร็จธุระก็รีบตามมาสมทบกว่าจะได้ทานกันพร้อมหน้าพร้อมตาก็ปาไปเกือบ 3 ทุ่ม กว่าจะอิ่มกว่าจะเมากันได้ที่ ยังดีที่ทุกคนยังประคองสติกันได้ครบเกือบ 100% แค่จิบพอคุยสนุกเท่านั้นค่ะคุณน้องเธอเลยได้เป่าเค้กวันเกิดเกือบ 5 ทุ่ม ไม่ได้ถ่ายบรรยากาศมาให้ชมกันนะคะเพราะกว่าจะนึกขึ้นได้ก็เป่าเค้กไปแล้ว









Seafood Spaggetti : ( 4 คน ทานกันแบบอิ่มๆ)

- เส้นสปาเก็ตตี้ เบอร์ 3 ของ Agnesi 250 g.
- ปลาหมึก 1/2 kg. หั่นเป็นชิ้นแล้วบั้ง
- กุ้งขาว 1/2 kg. แกะเปลือกผ่าหลังเอาหางออก
- หอยลายแกะเปลือก 3 ขีด
- พาสต้าซอส 1/2 ถ้วย
- หอมใหญ่สับ 2 หัว
- กระเทียมสับ 3 กลีบ
- ไวน์ขาว 1 ชต.
- เนย
- น้ำมันมะกอก
- ผงปาปริก้า
- เกลือ
- พริกไทดำบด
- ออริกาโน่
- ใบโหระพาเด็ดเป็นใบประมาณ 30 ใบ







- ลวกของทะเลไว้พอสุกแล้วพักไว้ ต้มเส้นสปาเก็ตตี้ให้สุกแบบ andante

- ตั้งกระทะก้นลึกใส่หอมใหญ่ลงไปผัดกับเนยและน้ำมันมะกอก

- ผัดหอมใหญ่จนสีเริ่มใสก็ส่งกระเทียมลงไปผัดต่อ

- เมื่อกระเทียมเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นให้เร่งไฟแรงและเทไวน์ขาวลงไป ผัดให้เข้ากันจนไวน์ระเหย







- ใส่พาสต้าซอสลงไปปรุงรสด้วยผงปาปริก้า เกลือ พริกไทดำบด ผัดทุกอย่างพอเข้ากันตั้งไว้จนเดือดอีกครั้ง

- ส่งของทะเลที่ลวกไว้ลงไปผัดพอสุก







- ลดไฟให้อ่อนลงใส่เส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกไว้แล้วลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

- ใส่ใบโหระพาลงไปผัดพอสลบจึงดับเตา

- จัดลงจานแต่งหน้าด้วยออริกาโน และใบโหระพาสดเล็กน้อย







น่าทานมั้ยคะ








คำนี้มอบให้ทุกคนเลยค่ะ








ปิดท้ายด้วยปีกไก่อบซอสไว้ทานเล่นค่ะ




 

Create Date : 25 มีนาคม 2553    
Last Update : 25 มีนาคม 2553 11:56:33 น.
Counter : 452 Pageviews.  

น้ำพริกปลาร้าใส่ปลาแห้ง

ที่บ้านชอบทานน้ำพริกกับผักลวกค่ะ วันไหนทำน้ำพริกพ่อบ้านก็จะทานข้าวเยอะเป็นพิเศษ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่ใหม่ชอบไปตลาดกันเพราะของมีให้เลือกซื้อเยอะมาก เจอปลาแห้งสวยๆเลยติดไม้ติดมือกลับมา 4 ชิ้นค่ะทำได้ 2 เมนูคือแกงผักหวานและน้ำพริกปลาร้าใส่ปลาแห้ง ทำเสร็จแล้วแบ่งใส่ขวดโหลเก็บไว้ในตู้เย็นเก็บไว้ทานได้หลายวันค่ะ







เครื่องปรุงและวิธีทำ :

- ปลาร้า 1/2 ถ้วย
- ปลาแห้ง 2 ชิ้น
- พริกแห้ง 15 เม็ด
- หอมแดง 4 หัว
- กระเทียม 4 กลีบ
- ตะไคร้ 3 ต้น
- ข่าหัวเล็ก 1/2 หัว
- น้ำมะขามเปียก 2 ชต.
- น้ำปลา 1 ชต.
- น้ำตาลปี๊บ 1 ชต.
- กะทิ 1/2 ถ้วย
- เกลือเล็กน้อย







- โขลกปลาแห้ง พริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า และเกลือเล็กน้อยให้ละเอียด ของเราใช้ปั่นเอาค่ะเพราะไม่มีครกรวดเร็วทันใจดี

- ปลาร้าแยกเอาเนื้อมาสับให้ละเอียด ต้มกับน้ำปลาร้าจนเดือด นำส่วนของปลาแห้งที่ปั่นไว้แล้วใส่ลงไปในส่วนของปลาร้าและผัดให้เข้ากัน







- เมื่อผัดจนเข้ากันดีและงวดลงแล้ว ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ ผัดต่อจนงวดลงอีก

- เติมกะทิลงไปผัดจนเกือบแห้ง เก็บใส่ขวดที่ฆ่าเชื้อแล้วทิ้งไว้ให้เย็นและเก็บไว้ในตู้เย็น








เวลาจะทานโรยหน้าด้วยต้นหอมและผักชี ทานเคียงกับผักสดหรือผักลวกก็อร่อยค่ะ








มื้อนี้ทานกับไก่อบ (ใช้สูตรไก่ย่างหมักค่ะ แต่อบเอาเพราะไม่มีเตาย่าง)








และแกงผักหวานใส่ปลาแห้ง เมนูนี้ทำบ่อยมากแต่ครั้งนี้ไม่ใส่เนื้อวัวค่ะ สูตรคลิกที่นี่ค่ะ




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2553 9:28:23 น.
Counter : 726 Pageviews.  

ควันหลงตรุษจีน...หมูสามชั้นทอดน้ำปลา

ในเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายๆบ้านคงต้องไหว้บรรพบุรุษกัน ของไหว้หลักๆอันได้แก่ หมู เป็ด ไก่ ปลาหมึกแห้ง คงจะเก็บไปประกอบอาหารมื้อต่อไปกันไม่หวาดไม่ไหว

ส่วนใหญ่เมื่อเสร็จจากพิธีแล้วคุณแม่เราก็มักจะนำ เป็ด ไก่มารวนเค็มหรือไม่ก็ทอดเกลือบ้างส่วนสามชั้นก็จะเอาไปทำต้มจับฉ่าย ทั้งทานทั้งแจกก็ยังไม่หมดจะเก็บไว้มื้อต่อไปก็เบื่อแล้ว ด้วยเหตุนี้หมูสามชั้นจึงต้องถูกปัดฝุ่นเสียใหม่ กลายเป็นสามชั้นทอดน้ำปลา เมนูง่ายๆนี้เป็นอีก 1 ทางเลือกเพื่อเคลียร์ของไหว้กันค่ะ







หมูสามชั้นทอดน้ำปลา:

- หมูสามชั้นต้มพอสุก
- น้ำมัน
- น้ำปลา
- รสดี
- น้ำตาลทรายเล็กน้อย








หั่นหมูสามชั้นที่ต้มไว้แล้วเป็นชิ้นพอคำหนาประมาณ 1/2 นิ้ว โรยผงรสดีลงไปเล็กน้อยคลุกเคล้าให้เข้ากัน

ตั้งน้ำมันให้ร้อนโดยใช้ไฟกลางกะให้น้ำมันท่วมหมูสามชั้นตอนทอด เมื่อน้ำมันร้อนดีแล้วนำหมูสามชั้นลงไปทอดเกือบแห้งค่ะ สังเกตจากน้ำมันที่ตอนแรกจะมีน้ำออกมาจากสามชั้นอยู่ค่อนข้างเยอะ เมื่อทอดไปเรื่อยๆไอน้ำจะระเหยออกไปน้ำมันก็จะใสขึ้น








ตักหมูสามชั้นที่ทอดแล้วมาพักไว้ปรับไฟให้อ่อนลง เทน้ำมันออกจากกระทะให้เหลือแค่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ และเทน้ำปลาลงไปประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ (หมูสามชั้นประมาณ 1/2 กิโลกรัม) ใส่น้ำตาลลงไปเล็กน้อยคนให้เข้ากัน

ส่งหมูสามชั้นลงไปเร่งไฟให้แรงขึ้นผัดให้เข้ากับน้ำปลาที่เราปรุงรสไว้แล้วให้เคลือบชิ้นหมูจนทั่วดี สีของเนื้อหมูจะเริ่มเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นก็ตักใส่จานได้เลยค่ะ








เพียงแค่นี้ก็ได้อีกหนึ่งเมนูง่ายๆ ที่ทานกับข้าวต้มหรือข้ามสวยก็อร่อย พ่อบ้านชอบเมนูนี้มากแค่สามชั้นทอดน้ำปลากับข้าวสวยก็ทานได้ทั้งวันแล้วค่ะ




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2553 12:09:22 น.
Counter : 9275 Pageviews.  

1  2  3  

bakersations
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"Cooking is like love, it should be entered into with abandon or not at all" :Harriet van Horne
Friends' blogs
[Add bakersations's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.