cook - a - holic
Group Blog
 
All blogs
 

แกงเห็ดถอบแบบบ้านๆ (สูตรตามใจฉัน)

หน้าฝนปีที่แล้วไม่เคยมีความรู้สึกว่าอยากทานเห็ดถอบเลยค่ะ ทั้งๆที่อยู่เชียงรายหาซื้อได้ง่ายดายแถมราคาถูกกว่ากรุงเทพฯมากด้วย แต่มาปีนี้กลับมาอยู่บ้านที่กรุงเทพฯแล้วอยากทานมากๆ เห็ดถอบเป็นของโปรดของป๋า(คุณพ่อ)เมื่อสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ คุณแม่เล่าให้ฟังป๋าจะซื้อมาต้มทานกับน้ำพริกอยู่บ่อยๆ เราไม่เคยอยากทานมากมายขนาดนี้จนทุกคนในบ้านสงสัยและลงความเห็นกันว่าแพ้ท้องแน่ๆ

ลืมเล่าให้ฟังค่ะว่าที่หายไปนานสองนานเพราะวุ่นวายกับการย้ายกลับมาอยู่บ้านที่กรุงเทพฯเพราะสงสัยว่ามีน้องแต่ยังไม่ได้ตรวจครรภ์เพราะประจำเดือนขาดได้แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้นเอง มีอยู่วันนึงปวดท้องมากและมีเลือดออกก็เลยไปตรวจกับคุณหมอ ข่าวร้ายก็คือเป็นการท้องนอกมดลูกค่ะเลยเสียน้องเค้าไป ตอนนี้ก็ตั้งตารอความหวังอยู่ค่ะว่าจะมีหรือไม่มี (ประจำเดือนขาดเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว)

กลับมาเข้าเรื่องเห็ดถอบกันต่อ...
ด้วยความที่อยากทานมากๆเลยเข้าไปหาข้อมูลในเน็ตว่ามีขายที่ไหนบ้างจะให้คุณแฟนไปซื้อ คุณแม่เกิดสงสารเลยไปถามไถ่กับแม่ค้าส้มตำแถวบ้าน แกก็ใจดีไปสั่งซื้อจากแม่ค้าขายเห็ดที่เป็นคนอีสาน ได้มา 1/2 kg.ในราคา 50 บาทแบบแช่น้ำเกลือมาเฉยๆยังไม่ได้ทำอะไร (ถูกจนน่าดีใจไม่ต้องไปหาไกลก็ได้ทานเห็ดถอบแล้ว) คิดไว้หลายเมนูสุดท้ายก็กลายเป็นแกงเห็ดถอบบ้านๆชามนี้แหละค่ะ...







แกงเห็ดถอบ :

- เห็ดถอบ (ตามกำลังความอยากของเราทำทีเดียว 1/2 kg.เลยค่ะ)
- พริกขี้หนู (ถ้ามีพริกแห้งจะดีมาก)
- หอมแดง
- กระเทียม
- เกลือเล็กน้อย
- กะปิดีประมาณ 1/2 ชต.
- น้ำปลาดี, ผงชูรสเล็กน้อย สำหรับปรุงรส
- ยอดมะขามอ่อน
- ใบแมงลัก







- ล้างเห็ดถอบเอาดินออก จะขยี้กับตะแกรงหรือขยี้กับมือก็ได้ค่ะ ล้างหลายๆน้ำจนดินออกไปหมด เม็ดใหญ่ผ่าครึ่งเตรียมไว้







- ล้างยอดมะขามอ่อน และใบแมงลักเด็ดเป็นใบสะเด็ดน้ำและพักไว้







- ผ่าให้ดูว่าข้างในจะมี 2 แบบ ด้านในขาวคือยังอ่อนอยู่เคี้ยวกรุบอร่อยดีค่ะ แบบแก่ด้านในดำก็อร่อยแต่จะเหนียวกว่าแบบอ่อนหน่อยเคี้ยวมัน ส่วนถ้าผ่าออกมาแล้วเจอเป็นน้ำเหลืองๆเละก็ทิ้งไปได้เลยค่ะเพราะมันเสีย







- โขลกพริกขี้หนูกับเกลือให้ละเอียดและเข้ากันดี







- เมื่อเข้าพริกเข้าเกลือแล้วใส่หอมแดง กระเทียมลงไปโขลกต่อจนละเอียด ตามด้วยกะปิ (ลืมถ่ายรูป) โขลกให้ทุกอย่างพอเข้ากัน







- ตั้งน้ำสะอาดทิ้งไว้จนเดือด ใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้แล้วลงไป







- เมื่อน้ำแกงเดือดอีกครั้งใส่เห็ดถอบลงไปต้มจนเดือดพล่าน







- ใส่ยอดมะขามอ่อนปรุงรสด้วยน้ำปลาและผงชูรสเล็กน้อย







- ใช้ทัพพีกดยอดมะขามอ่อนให้สลบลง ใส่ใบแมงลักตามลงไปเร่งไฟให้เดือดพอผักสลบก็ปิดเตาค่ะ







เอามาฝากเพื่อนๆ bloggang แก้คิดถึงค่ะ


เห็ดถอบเคี้ยวกรุบน้ำแกงเผ็ดร้อน เปรี้ยวนิดๆด้วยยอดมะขามอ่อน อากาศร้อนแล้วยิ่งเหงื่อท่วมขึ้นไปอีก ชามนี้ทานคนเดียวค่ะไม่มีใครทานด้วยเลยทั้งคุณแม่และคุณแฟน ยังเหลืออีกเต็มหม้อแต่ก็ไม่อยากแล้วเย็นนี้จะตักแบ่งไปให้ข้างบ้านชิมด้วยค่ะ




 

Create Date : 20 มิถุนายน 2553    
Last Update : 20 มิถุนายน 2553 16:19:23 น.
Counter : 5243 Pageviews.  

แกงผักปั๋ง





“ผักปั๋ง” หรือ “ผักปลัง” เป็นไม้เลื้อยที่มีเถายาวหลายเมตร ลำต้นอวบน้ำ ไม่มีขน แตกกิ่งก้านสาขาได้มาก ใบเป็นมันเกลี้ยง เมื่อขยี้จะเป็นเมือกเหนียว “ผักปั๋งขาว” ลำต้นสีเขียว ส่วน “ผักปั๋งแดง” ลำต้นสีม่วงแดง “ผล” สีม่วงใช้แต่งสีอาหารได้ ซึ่งผักปั๋งทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นที่นิยมนำมารับประทาน

“ต้น ใบ ดอก ราก และ ผล” ของผักปั๋งใช้เป็นยาได้ “ต้น” แก้ขัดเบา แก้ท้องผูก ลดไข้ “ ใบ” แก้อักเสบ กลาก ผื่นคัน ฝี และขับปัสสาวะ “ดอก” แก้เกลื้อน “ราก” แก้มือเท้าด่าง แก้รังแค แก้พิษพรรดึก คนโบราณยังเชื่อว่าหญิงมีครรภ์รับประทานผังปั๋งเป็นประจำ จะทำให้คลอดง่ายขึ้น

(credit : http://www.northfoodd.blogspot.com)



ยังอยู่กันที่เมนูอาหารเหนือค่ะ ตั้งแต่ทำขนมน้ำหนักก็ขึ้นๆลงๆจนน่าวิตกช่วงนี้อ้วนแก้มบานมากพุงงี้ออกมาห้อยน่าเกลียดเชียวค่ะ เมื่อพ่อบ้านไม่อยู่ตั้ง 1 อาทิตย์เลยตั้งใจจะลดพุงหลามๆที่ยื่นออกมาเสียหน่อย เมื่อวานทำแกงผักปั๋งทานมื้อเย็นแบบไม่ทานข้าวรู้สึกหิวตอนดึกเลยต้องรีบนอน เช้านี้เลยเอามาโพสต์ให้ชมกันค่ะ







แกงผักปั๋ง :

- ผักปั๋ง 1 กอง
(เชียงรายมีแทบทุกตลาดค่ะกองละ 5 บาทเท่านั้นเอง)
- จิ้นส้ม หรือถ้าหาไม่ได้ใช้แหนมหมูแทนค่ะ
- พริกขี้หนูบุบ หรือหั่นแฉลบตามชอบค่ะ
- หอมแดง กระเทียม กะปิ (โขลกรวมกันหยาบๆ)
- มะนาว
- น้ำปลา
- น้ำสะอาด







- ตั้งน้ำให้เดือดใส่ พริกขี้หนูบุบ หอมแดง, กระเทียม, กะปิ ที่โขลกไว้ลงไป

- บี้แหนม หรือจิ้นส้มให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในน้ำแกง

- เมื่อน้ำแกงเดือดได้ที่จึงใส่ผักปั๋งลงไป

- รอจนน้ำเดือดอีกครั้งจึงปิดเตา ปรุงรสด้วยมะนาวและน้ำปลา ให้ออกเปรี้ยว เค็ม เผ็ด







คนเหนือจะทานกับข้าวนึ่งร้อนๆค่ะ ซดน้ำร้อนๆเรียกเหงื่อได้ดีทีเดียว








เป็นอีกหนึ่งเมนูโปรดของเราเลยค่ะ








วันนี้ขอลาด้วยภาพลูกชายเจ้าหนู " music " พันธุ์มินิเอเจอร์ พินเชอร์ วัย 3 เดือน กำลังซนแต่เป็นขวัญใจทั้งเราและพ่อบ้านเลยค่ะ




 

Create Date : 17 มีนาคม 2553    
Last Update : 17 มีนาคม 2553 15:21:36 น.
Counter : 1386 Pageviews.  

ข้าวซอยเนื้อ

คุณพ่อบ้านไม่ชอบทานอาหารเหนือสักเท่าไร ยกเว้นน้ำพริกอ่องสูตรของคุณย่าเรากับแกงฮังเลที่คุณพ่อบ้านบอกว่ามันคือมัสมั่นเนื้อ มาอยู่เชียงรายทานข้าวซอยนับครั้งได้เลยค่ะร้านที่เค้าว่าอร่อยกันก็ไม่มีโอกาสได้ไปชิมเลยสักที เมื่อคุณพ่อบ้านไม่อยู่ก็เลยถือโอกาสทำเองซะเลย







ข้าวซอยเนื้อ :

- เนื้อวัวส่วนสะโพกหั่นเป็นชิ้น หรือหั่นเต๋าก็ได้ค่ะ
(ส่วนใครที่ไม่ทานเนื้อวัวสามารถเปลี่ยนเป็นน่องไก่ หรือปีกบนไก่ก็ได้นะคะ)
- บะหมี่ไข่
- กะทิ
- พริกแกงเผ็ด
- ผงกะหรี่
- ซุปก้อน
- น้ำตาลปี๊บ
- น้ำปลาเล็กน้อย








เครื่องเคียง :

- ผักกาดดองปรุงรส
(ผักกาดดองหั่น, พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง คั่วแล้วโขลกละเอียด, น้ำส้มสายชู, น้ำตาลทราย, เกลือ ผสมทุกอย่างให้เข้ากันเก็บไว้ได้นานค่ะ)
- หอมแดงซอย
- มะนาว








- ตั้งกะทิให้แตกมันใช้ไฟอ่อน ใส่พริกแกงเผ็ดลงไปกะเอาตามความชอบค่ะ คนให้พริกแกงละลายปล่อยให้เดือด ใส่ผงกระหรี่ลงไปประมาณ 1/2 ชต.

- เมื่อน้ำงวดลงเติมน้ำสะอาดลงไปใส่ซุปก้อน ปล่อยให้เดือดพล่านแล้วจึงใส่เนื้อวัวที่หั่นไว้แล้วลงไป เมื่อน้ำเดือดอีกครั้งเคี่ยวเนื้อวัวให้เปื่อยลงโดยใช้ไฟกลางค่อนไปทางอ่อน

- เมื่อเนื้อวัวเปื่อยได้ที่แล้วปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา ปล่อยให้เดือดสักครู่จึงลดเป็นไฟอ่อน








- นำเส้นบะหมี่มายีให้กระจายตัวออกจากกัน แบ่งทอดเพื่อใช้โรยหน้า
(เราชอบเลยทอดเยอะค่ะ แผ่นเกี๊ยวยี่ห้อเดียวกันนี้ก็อร่อยค่ะเหมือนจะมีขายแค่ในเชียงราย)

- ต้มส่วนที่เหลือในน้ำเดือดพล่านและพักไว้ในน้ำเย็นจัดเพื่อไม่ให้เส้นสุกต่อ เส้นจะได้ไม่เละด้วยค่ะ







- ตักน้ำข้าวซอยราดลงบนเส้นบะหมี่ที่ต้มไว้แล้ว โรยหน้าด้วยบะหมี่กรอบและหอมแดง
(ของเราโรยหมี่กรอบจนไม่เห็นอะไรเลย)

- ทานกับเครื่องเคียงที่เตรียมไว้ ถ้าชอบทานเปรี้ยวก็บีบมะนาวเพิ่มค่ะ







ขอลาไปด้วยภาพนี้...คำนี้ให้ทุกคนเลยค่ะ...




 

Create Date : 16 มีนาคม 2553    
Last Update : 16 มีนาคม 2553 10:11:09 น.
Counter : 430 Pageviews.  

น้ำพริกอ่อง สูตรคุณย่า

สูตรนี้เป็นสูตรเก่าแก่ของคุณย่าค่ะ ได้เคล็ดลับเล็กน้อยนี้มาจากคุณอาอีกทีค่ะกว่าจะรู้ว่าอร่อยเหาะขนาดนี้ก็เมื่อคุณย่าเสียไปแล้ว คุณย่าทำกับข้าวอร่อยค่ะโดยเฉพาะอาหารเหนือ(ก็เป็นคนเหนือนี่นา) เมื่อก่อนตอนคุณพ่อกับคุณอายังเล็ก คุณย่าก็ทำกับข้าวขาย แต่เราไม่ได้อยู่กับคุณย่าตั้งแต่เล็ก ถ้าอยู่ด้วยกันคงได้สูตรอร่อยๆมาเยอะค่ะ

เราชอบทำน้ำพริกอ่องทานเองค่ะสะใจกว่า เพราะตามที่มีขายกันอยู่ทั่วไป ส่วนใหญ่มักจะหวานและแฉะน้ำท่วมจนหาเนื้อไม่เจอเลยก็มี มื้อนี้ขอแถมเมนูที่ได้จากน้ำพริกอ่องด้วยค่ะ เป็นเมนูทานเล่นและจานอร่อยอีก 1 อย่าง ไปชมกันเลยค่ะ...







เครื่องปรุงและวิธีทำมีดังนี้ค่ะ:







- หมูสับ 1/2 kg.
- พริกแห้ง 1 ถ้วยแช่น้ำไว้ ถ้าจะให้สีสวยน่าทานใช้ทั้งเม็ดเล็กและเม็ดใหญ่ค่ะ แต่วันนี้เรามีเม็ดเล็กอย่างเดียว
- หอมแดง 1 ถ้วย สำหรับปั่นพริกแกง อีก 1 ถ้วยซอยเตรียมเอาไว้
- กระเทียม 1 ถ้วย
- มะเขือเทศ ประมาณ 3 ขีด ใช้มะเขือเทศสีดาลูกเล็กที่สุดเท่าที่จะหาได้ หรือมะเขือเทศราชินี
- กะปิ 2 ช้อนคาว เกลือเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำปลาดี







นำพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม กะปิและเกลือมาปั่นรวมกันจนละเอียด








นำหอมแดงที่ซอยเตรียมไว้มาเจียวจนเหลืองกรอบ โดยใช้ไฟอ่อน








นำหอมเจียวมาปั่นรวมกับน้ำพริกที่ปั่นไว้แล้วจนเข้ากัน








ตั้งน้ำมันให้ร้อนผัดน้ำพริกกับน้ำมันในกระทะ ใช้ไฟกลางหมั่นผัดนะคะเดี๋ยวน้ำพริกไหม้แล้วจะขม








ผัดน้ำพริกจนกระทั่งมีสีเข้มขึ้น กลิ่นฉุนจนจามไปสามบ้านแปดบ้านกันแล้วใส่หมูสับลงไปผัดต่อ








เมื่อหมูสุกดีแล้วผัดต่ออีกหน่อยจนแห้ง ใส่มะเขือเทศลงไปผัด (คุณแฟนไม่ทานมะเขือเทศค่ะ เลยต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแบบนี้)







ผัดไปเรื่อยๆใช้ไฟกลางจนมะเขือเทศสุกและน้ำงวด เร่งไฟให้แรงขึ้นผัดจนแห้ง








มื้อนี้กว่าจะทำเสร็จก็มืดแล้วค่ะ หาข้าวนึ่งไม่ได้แล้วเลยทานกับข้าวสวยแทน เราชอบทานกับผักชี และขมิ้นขาวค่ะแต่เดี๋ยวนี้ขมิ้นขาวหายากแล้ว มื้อนี้เรากับคุณแฟนเลยต้องกลายเป็นครอบครัวผักชีแทน







ขอแถมเมนูที่ทานกับน้ำพริกอ่องแล้วอร่อยเหาะมาให้ชมกันซัก 2 เมนูนะคะ...








รู้จักข้าวแคบกันมั้ยคะ?

ส่วนผสม: ข้าวเหนียว(ข้าวสารเหนียว), งา, เกลือ
ข้าวแคบ เป็นอาหารว่างชนิดหนึ่ง ที่มีวิธีทำคล้ายข้าวเกรียบปากหม้อ แต่การทำข้าวแคบ เป็นการนำเอาแผ่นแป้งไปตากแดดให้แห้ง ทำให้สุกโดยปิ้งหรือทอด นิยมเก็บไว้รับประทานในงานเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่เมือง งานบวชลูกแก้ว งานปอยหลวง ปัจจุบัน ยังนิยมรับประทานกันอยู่ มีขายทั่วไปในท้องตลาดในภาคเหนือตอนบน (credit ข้อมูลจาก : Living Library)







เมนูทานเล่น หรืออาหารว่างระหว่างวันง่ายๆ ทานกับข้าวแคบ ข้าวเกรียบก็อร่อยค่ะ








หรือจะนำไปคลุกกับใบมะขามอ่อน โรยด้วยหอมเจียวก็อร่อยไม่แพ้กัน จานนี้ทานคู่กับผักกาดจอก็อร่อยค่ะ คุณแฟนไม่ยอมทานผักกาดจอเพราะเคยไปทานที่อื่นแล้วไม่อร่อยเลยไม่ยอมทานอีกเลย เดี๋ยวรอวันไหนอยู่คนเดียวจะทำผักกาดจอทานเองแล้วเอาสูตรมาฝากนะคะ




 

Create Date : 22 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2553 13:00:19 น.
Counter : 3030 Pageviews.  

น้ำพริกหนุ่ม + หมูทอดเกลือ

เป็นเมนูภาคบังคับค่ะ เนื่องจากรุ่นน้องของคุณแฟนกลับไปแอ่วบ้าน แล้วเก็บพริกหนุ่ม กับพริกกะเหรี่ยงจากสวนที่บ้่่านมาฝาก พริกหนุ่มสดๆวัยขบเผาะจะไม่ทำน้ำพริกหนุ่มก็กระไรอยู่ คุณน้องตัวดีมีทิ้งท้ายตอนที่ส่งถุงให้ว่า...ทำเผื่อผมด้วยนะพี่...เห็นแก่น้องที่มีน้ำใจหิ้วของมาฝาก เลยตัดใจทำหมดถุงเลยค่ะ แต่เก็บพริกกะเหรี่ยงไว้ทำอย่างอื่น เมนูนี้ไม่มีเตาถ่าน ไม่มีครก หน้าตาออกมาเป็นเยี่ยงนี้ค่ะ...







เครื่องปรุงมีดังนี้ค่ะ:







- พริกหนุ่ม (ถ้าชอบเผ็ดมากเพิ่มพริกกะเหรี่ยงลงไปด้วยก็ได้ค่ะ แต่วันนี้ไม่ได้ใส่)
- หอมแดง, กระเทียม อย่างละเท่าๆกัน
- น้ำปลาดี
- มะนาว
- เกลือเล็กน้อย



วิธีทำ:







ตัดก้านพริกหนุ่มทิ้งค่ะ จะคั่วก่อนแล้วมาตัดทีหลังพร้อมลอกเปลือกก็ได้







คั่วพริกหนุ่ม หอมแดง และกระเทียมในกะทะ ใช้ไฟอ่อนๆ ใจเย็นๆคั่วไปเรื่อยๆ ถ้ามีเตาอบ หรือเตาถ่ายก็ใช้เวลาไม่นานเท่าไรค่ะ







คั่วจนทั้ง 3 อย่าง สุกจนนิ่ม แต่อย่าให้นิ่มมากนะคะ เอาแค่สีประมาณนี้พอค่ะ







ลอกเปลือกพริกหนุ่มออก ใส่ทั้ง 3 อย่างลงโถปั่น หรือจะโขลก ยังไงก็ได้แล้วแต่ ใส่เกลือไปเล็กน้อย เพื่อให้โขลกง่ายขึ้น ไม่ต้องให้แหลกมากนะคะ น้ำพริกหนุ่มถ้าใช้โขลกเรายังจะเห็นเนื้อพริกหนุ่มเป็นเส้นๆอยู่ แต่ปัญญาของเครื่องปั่นกดปั่นหยาบๆยังไงก็ยังละเอียดอยู่ดี ปรุงรสด้วยน้ำปลาดี และน้ำมะนาว เราใส่สองอย่างเท่าๆกันค่ะ รสชาดออกเผ็ด เค็ม เปรี้ยวกำลังดี บางบ้านใส่น้ำปลาร้าลงไปด้วย ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ แต่เราไม่ชอบเท่าไรเลยไม่ใส่ ทานกับแคปหมู และข้าวนึ่งร้อนๆก็อร่อยแล้วค่ะ

ที่บ้านเวลาทำน้ำพริกหนุ่ม ชอบทานกับหมูย่าง หรือหมูทอด โดยเฉพาะหมูทอดสูตรนี้คุณแม่ชอบนักหนา เพราะมันทำง่ายแสนง่าย ที่สำคัญคือทานกับอะไรก็อร่อย วันนี้เลยทำน้ำพริกหนุ่ม กับหมูทอด ทำเสร็จก็โทรไปหาคุณแม่ คุยกันตามประสาแม่ลูก ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกัน แล้วก็หยอดก่อนวางสาย ให้คุณแม่ขึ้นมาเที่ยวเชียงราย ถ้ามาจะทำเมนูนี้ให้ทาน...ส่วนมื้อนี้ทานเผื่อไปแล้วนะคะแม่ (คุณนายแม่ชอบแอบเข้ามาดูเมนูของลูกสาวค่ะ บางวันก็โทรมาถามสูตร)



หมูทอดสูตรนี้ง่ายจริงๆค่ะ...







เครื่องปรุง:
- เนื้อหมูหั่นชิ้นหนาหน่อย
- เกลือ







หั่นชิ้นประมาณนี้กำลังดีค่ะ หรือใครจะหั่นชิ้นใหญ่กว่านี้ก็ได้ ทอดเสร็จแล้วค่อยเอามาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำก็ไม่ว่ากัน หมักเนื้อหมูด้วยเกลือเล็กน้อย จะทอดทันทีหรือเก็บไว้ในตู้เย็นก่อนก็ได้ค่ะ











ทอดในน้ำมันปาล์มใช้ไฟกลาง เวลาทอดให้รอจนแห้งไปด้านนึงแล้วค่อยกลับค่ะ







วันนี้ขอเป็นเมนูธรรมดา ที่ไม่ธรรมดาค่ะ โดยปกติมักจะทานน้ำพริกหนุ่มกับข้าวนึ่ง แต่มื้อนี้ไม่อยากทานข้าวนึ่งให้หนักท้อง แถมวันนี้ทานข้าวคนเดียวเลยไม่อยากหุงข้าว เมื่อเช้าไปตลาดกะว่าพรุ่งนี้จะทำขนมจีน เลยขออิ่มด้วยเมนูหน้าตาแบบนี้ค่ะ ขนมจีนหน้าหมูทอด ทานคู่กับน้ำพริกหนุ่มและผักชี อร่อยไปอีกแบบเหมือนกันค่ะ














...ซูมให้ดูค่ะ เวลาทานก็ตักน้ำพริกหนุ่มมาวางบนขนมจีน ถ้ามีผักสลัดทานด้วยทำเป็นเมี่ยงไว้ทานเล่นก็ได้ค่ะ หรือจะเปลี่ยนจากขนมจีนมาเป็นข้าวนึ่งแบบต้นตำรับก็ไม่ว่ากัน ลองทำทานกันดูนะคะ




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2552    
Last Update : 19 มกราคม 2553 13:00:35 น.
Counter : 2571 Pageviews.  

1  2  

bakersations
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




"Cooking is like love, it should be entered into with abandon or not at all" :Harriet van Horne
Friends' blogs
[Add bakersations's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.