Little drops of water, Little grains of sand Make the mighty Ocean, and the pleasant land. Little deeds of kindness, Little words of love Help to make Earth Happy, Like the Heven above.
Group Blog
 
All Blogs
 

ฝอยทองและขนมชั้นของฉัน

หลังจากล้มลุกคลุกคลานกับการทำฝอยทองมาหลายครั้ง หาข้อมูลก็แล้ว ไปแอบดูแม้ค้าทำก็แล้ว จนถึงลงทุนไปซื้อกรวยหยอดกับกะทะทองแดงก็แล้ว แต่ยังทำออกมาไม่เป้นเส้นมั่ง เกาะกันเป็นก้อนมั่ง บลาๆๆๆ สรุปคือกินแล้วรสชาติเป็นฝอยทอง แต่หน้าตายังอีกห่างไกล

หลังจากผลาญไข่เป็ดไปเยอะ ประกอบกับทำห้องครัวเละไปหลายรอบ ในที่สุดเสด็จแม่ก็เห็นความพยายาม(หรือไม่ก็อ่อนใจ) เลยตัดสินโทรศัพท์ไปเรียกเพื่อนสนิทของแม่ ที่บ้านเค้าเคยทำร้านขายขนมไทยมาช่วยสอนให้ และแล้ว....ในที่สุดฝอยทองของโปรดของเราก็ทำได้เป็นผลสำเร็จ เย้ เย้



ในที่สุดหน้าตามันก็ออกมาเป็นฝอยทองซักที แม้ว่าจะยังม้วนเป็นพับๆไม่สวยแบบที่เค้าทำขาย แต่อย่างน้อยๆมันก็ยังได้เป็นเส้นๆแล้ว

หลังจากที่มีคนมาสอน ถึงได้รู้ว่าการทำฝอยทองนั้นมีเคล็ดลับอยู่ที่ "น้ำค้างไข่" ต้องใส่ลงไปด้วย แล้วก็ห้ามตีไข่อย่างเด็ดขาด และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ กะทะต้องใหญ่ และน้ำเชื่อมต้องร้อนและไม่เหนียวจนเกินไป แฮ่......

แต่ไหนๆเชิญผู้รู้มาถึงบ้านแล้ว ก็เลยถือโอกาสขอให้เค้าสอนทำขนมชั้นด้วย ซึ่งปรากฏว่า ทำง่ายมากๆ รสชาติอร่อย เหนียวหนึบเลย เสียงอย่างเดียว ชั้นหนาไปหน่อย เพราะกะปริมาณตอนเทไม่ถูก



เราเอาแม่พิมพ์ทำขนมเค้ก กับคุ๊กกี้มาทำขนมชั้น ออกมาหน้าตาดูสี เสียแต่มันเป็นสีเขียวๆ ไม่รู้ว่าต้องใส่อะไรถึงจะเป็นสีแดง อยากทำขนมชั้นหัวใจสีแดงๆมากเลย ใครทราบช่วยแนะนำหน่อยนะคะ




 

Create Date : 29 มีนาคม 2554    
Last Update : 29 มีนาคม 2554 22:00:35 น.
Counter : 1038 Pageviews.  

ไอติมเงาะ

เพราะช่วงนี้ราคาเงาะถูกเหลือเกิน แค่โลละ 17 บาทเท่านั้น น่าสงสารชาวสวน เราเลยต้องอุดหนุนซักหน่อย

ชิมแล้วเงาะหวานๆ ไม่น่าจะต้องเติมน้ำตาลเยอะ แต่ปรากฏว่าพอเอามาทำไอติมจริงๆแล้ว ต้องใช้น้ำเชื่อมที่เติมน้ำตาลเยอะกว่าปกติ คือ 1 : 2 ไม่งั้นมันออกมาชืดๆ แถมยังต้องใช้เงาะเยอะมาก ที่สำคัญแรงงานที่ต้องมานั่งคว้านเงาะกันเป็นกิโลๆเล่นเอาเหงื่อตกลงเลยค่ะ ส่วนเรื่องของสัดส่วนที่ว่าไม่น่าจะยาก ปรากฏว่าทำเจ๊งไป 2 รอบ กว่าจะได้ เพราะ กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ไม่เกาะเป็นไอติมซะงั้น

แต่ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น หลังจากใช้ซื้อเงาะมาทำเจ๊งไป 5 โล แล้วในที่สุดข้าพเจ้าก็ทำสำเร็จ
สัดส่วนเป็นเงาะ 2 ถ้วย แป้งข้าวโพด 5 ช้อน น้ำเชื่อม 1 ถ้วย เจลลาติน 2 ช้อน แต่สูตรนี้เนื้อยังไม่ค่อยนุ่มเท่าไหร่ คงต้องปรับอีกหน่อย แต่ก็ตักออกมาได้เป็นลูกๆแล้วหล่ะค่ะ



เงาะ 2 โล คว้านออกมาได้ เงาะประมาณ 2 ถ้วย ทำไอติมได้ 6 ลูก เรียกว่าคว้านกันมือเปื่อยเลย แต่คว้านไปกินไปก็อร่อยดีค่ะ เอิ้กๆ



ตักออกมาเป็นสีขาวนวลๆ โรยเนื้อเงาะที่คว้านแล้วลงไปหน่อย กินด้วยกันอร่อยดี




 

Create Date : 13 มิถุนายน 2553    
Last Update : 13 มิถุนายน 2553 23:18:39 น.
Counter : 1093 Pageviews.  

ไอติมเชอร์เบตแตงโม

วันนี้มีไอติมเชอร์เบตแตงโม แบบง่ายๆมาอวดค่ะ วัตถุดิบและอุปกรณ์ก็น้อยมากๆ ใช้เวลาทำแปบเดียว แถมรสชาติก็อร่อยชื่นใจดีด้วย

วัตถุดิบได้แก่
1.แตงโม 2 ถ้วย
2.น้ำเชื่อม ทำจาก น้ำเปล่า 1 ถ้วย ผสม น้ำตาล ครึ่งก้วย และแป้งข้าวโพด 3 ช้อน
3.น้ำส้มคั้นเปรี้ยวๆ ครึ่งถ้วย
4.เฮลบลูบอยสีแดง 3 ช้อน
5.น้ำผึ้ง 3 ช้อน
6.เกลือ 1 ช้อน

สูตรนี้ทำไอติมได้ประมาณ 10 ลูก

วิธีทำ

เอาแตงโมหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แกะเมล็ดออก แล้วใส่ในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ เติมเกลือ แล้วปั่นละเอียด (โปรดอย่าไว้ใจ ป้าย"แตงโมไร้เมล็ด" เพราะ ข้าพเจ้าอุตส่าห์ลงทุนซื้อมาในราคาลูกละ 100 จากพาราก้อน แต่พอผ่าออกมา เมล็ดเพียบเลย )



เติมน้ำเชื่อมและน้ำส้มคั้นลงไปแล้วปั่นต่ออีกซักพัก



จากนั้นเติมเฮลบลูบอย กับน้ำผึ้งลงไป ปั่นต่อให้มันผสมกัน



เอาไปแช่แข็ง ประมาณ 4 ชม



ได้ออกมาเป็น ไอติมเชอร์เบทแตงโม รสเปรี้ยวนำ แต่ถ้าใครชอบหวานๆ ก็ลดน้ำส้มคั้นลงได้นะคะ




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 31 พฤษภาคม 2553 7:57:30 น.
Counter : 2207 Pageviews.  

พิซซ่าไส้กรอก bacon

ผลพวงจากการได้เข้าเมืองไปชอปปิ้งที่พารากอน หลังจากที่ถูกปิดไปตั้งนานเพราะติดม๊อบ เมื่อวานนี้เราจึงรู้ซึ้งแล้วว่า ไม่มีซุปเปอร์ไหน มีของครบถูกใจเหมือนที่นี่ มองไปทางไหน ก็มีแต่ของน่ากินไปซะหมด เดินไปชิมไส้กรอก ก็อร่อย มุมชีสก็ดูน่ากิน ทำให้ได้เสบียงติดมือกลับมามากมาย ซึ่งวันนี้ก็จะมาแปลงร่างเสบียงเหล่านั้น เป็นพิซซ่ากัน

ของที่ใช้ได้แก่
แป้งสาลี ยีสต์ เกลือ ซ๊อสสปาเก็ตตี้แบบปรุงสำเร็จ



วันนี้ข้าพเจ้าใช้แป้ง 200 กรัม โดยใช้สัดส่วนตราว่าวต่อบัวแดงง 2:1
เริ่มต้นก็ชั่งน้ำหนักแล้วร่อนแป้งก่อนเลย เติมเกลือผสมลงไปนิดนึง จากนั้น ผสมยีสต์ 1 ช้อน กับน้ำอุ่น 1 ถ้วย คนให้ยีสต์ละลาย



จัดแป้งให้เป็นแอ่งตรงกลาง แล้วเทยีสต์ลงไป แล้วเอาไม้พายตะล่อมแป้งลงไปบนน้ำ



ตะล่อมไปซักพัก ข้าพเจ้าก็เอามือโปะแป้ง แล้วลงนวด พอถึงขั้นตอนนวดแป้งนี้ทีไร แรกๆก็ว่าดีอยู่ แต่พอซักพักมักจะคิดว่า นี่เรากำลังทำอะไรอยู่? ไปซื้อกินง่ายกว่าไหมเนี่ย เมื่อยมือจะแย่แล้ว



เวลาผ่านไปราว ครึ่งชม.พร้อมกับเหงื่อเปียกโชก แล้วก็เราก็ได้ก้อนโดเนื้อเนียนๆแบบนี้ เย้ เย้


เอาผ้าคลุมโดไว้ ปิดฝา แล้วรอแปบนึงให้แป้งพอง ระหว่างรอนี้ก็ไปหั่นเครื่อง ซอยชีส บลาๆๆๆ

พอเอาก้อนโดฟองได้ที่แล้ว ก็เอามานวดอีกหน่อย วันนี้เราทำพิซซ่าแค่ 1 ถาดเล็ก ดันนั้นจึงตัดแป้งแบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนนึงแช่ตู้เย็นไว้ใช้คราวต่อไป ส่วนอีกก้อนก็เอามาคลึงให้เป็นแผ่น



เอาแป้งวางลงบนถาด แล้วทาซ๊อสลงไป
ตามปกติแล้วขั้นตอนนี้ คนอื่นๆเค้าใช้วิธีผัดเครื่องปรุงกับซอสมะเขือเทศ แต่ จขบ นานๆทำอาหารฝรั่งที ไม่อยากซื้อเครื่องเทศฝรั่งมาให้เสียของ เลยใช้ซ๊อสสำหรับทำสปาเก็ตตี้แบบที่เขาปรุงสำเร็จมาแล้วมาทาลงไปแทน ได้รสอร่อยหอมเครื่องเทศเหมือนกัน แถมสบายอีกต่างหาก



จากนั้นก็โรยหน้าตามที่ชอบลงไป วันนี้มีเบคอนรมควัน ไส้กรอกโบโลเนสไก่ แล้วก็เห็ดฟาง มาถึงขั้นตอนนี้ ทำให้ซึ้งเลยว่า พิซซ่าเป็นอาหารที่กำไรดีจริงๆ เห็นหน้าตาดูว่าใส่เครื่องลงไปเยอะๆแบบนี้ ที่จริงใช้เบคอนแค่ 2 เส้น ไส้กรอก 1 อัน เห็ดอีก 2 ดอกเท่านั้นเอง



แล้วก็มาถึงขั้นตอนที่ทรมาณใจที่สุด นั่นคือการโรยชีส ถ้าใส่เยอะ มันก็อ้วนมาก.....แต่ถ้าใส่น้อย มันก็ไม่อร่อยหน่ะสิ สรุปว่า ก็ใส่ๆไปเหอะ คิดซะว่าตะกี้ใช้พลังงานนวดแป้งไปเยอะแล้ว เติมๆลงไปมั่งก็พอดีตัว
ชีสที่ใส่คือ มอสซาเรลล่าเป็นหลัก ทำให้ยืดๆ แถมโรยพามีซานลงไปด้วย



แล้วก็เข้าเตาอบ ประมาณ 15 นาที



แอ่น....แอ๊น.... พิซซ่าน่าอร่อยกับซุปฟักทอง พร้อมเสริฟแล้วค่ะ




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 27 พฤษภาคม 2553 18:01:02 น.
Counter : 520 Pageviews.  

บลูเบอรี่ ชีสเค้ก.....น่าจะใช่

ด้วยความที่ช่วงนี้บ้าบลูเบอรี่เป็นพิเศษ แต่ครั้นจะกินแต่พาย ก็เริ่มเบื่อๆแล้ว เลยลองเอามาทำแบบอื่นๆมั่ง แล้วก็มาลงตัวที่บลูเบอรี่ชีสเค้ก

วิธีทำแบบคร่าวๆง่ายๆก็คล้ายๆตอนทำพาย เริ่มจากกรุพื้นพายด้วยคุ๊กกี้ผสมเนยก่อน แล้วเอาไปแช่ตู้เย็น
(ตามสูตรในหนังสือ เขาบอกให้เข้าเตาอบ แต่เรากลัวร้อนเลยเข้าตู้เย็นแทนแล้วกัน หุหุ)



เสร็จแล้วก็เอาส่วนน้ำเหนียวๆของบลูเบอรี่กระป๋องมาทาๆ แล้วเอากลับเข้าตู้เย็นใหม่



จากนั้นตั้งเตาละลายน้ำตาลไอซิ่ง 3 ช้อนโต๊ะ กับนมครึ่งถ้วยและน้ำที่เหลือจากการทำชีสครึ่งถ้วย(น้ำนี้เหลือมาจากขั้นตอนการทำโฮมเมดชีส เหมือนในบล๊อกเก่า)
แล้วตีไข่แดง 1 ฟองจนฟู ค่อนๆเทลงในหม้อช้าๆ คอยคนจนไขแดงเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน



จากนั้นนำไปปั่นรวมกับครีมชีสอีก 1 ถ้วย ,โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ถ้วยครึ่ง, เกลืออีกนิดนึง, น้ำส้มคั้นเปรี้ยวๆ 3 ช้อนโต๊ะ แล้วก็เจลลาตินผง 2 ช้อนชา



ปั่นจนเนื้อเนียนเรียบ จากนั้นก็ตักใส่ลงไปครึ่งพิมพ์ แช่ตู้เย็นให้แข็งตัวซักพัก แล้วเอาออกมาโรยบลูเบอรี่เป็นไส้



จากนั้นนำครีมชีสที่เหลือตักบลูเบอรี่ใส่ลงไป ตามที่เราต้องการ ชอบสีเข้มๆก็ใส่เยอะๆ ชอบสีอ่อนๆก็ใส่น้อยๆ ตีๆแล้วก็เอาไปเทใส่พิมพ์ แล้วก็ตกแต่งหน้าตาให้สวยงาม แต่ข้าพเจ้าทำไม่ค่อยเป็นเลยเอาบลุเบอรี่มาเขียนแบบบ้านๆก็แล้วกัน



จากนั้นก็เอาแช่ตู้เย็นอีกครั้ง ประมาณ 1 ชม ก็กินได้แล้ว แกะพิมพ์ออกมาได้เป็นบลูเบอรี่หน้ายิ้มเนื้อเนียนๆแล้ว โย่วๆ











 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 25 พฤษภาคม 2553 9:35:13 น.
Counter : 1071 Pageviews.  

1  2  3  4  

Vitamin_C
Location :
Pasadena United States

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




สวัสดีค่ะ อากาศดี ก็อารมณ์ดีเนอะ .......^-^

คิดถึงบ้านที่เมืองไทยเป็นที่สุด
ถ้าไม่นับห้องสมุดๆเจ๋งๆกับพิพิธภัณฑ์ดีๆ กับอาหารหลากหลายเชื้อชาติให้กินได้ไม่ซ้ำทุกวันแล้วหล่ะก็ เมืองไทยชนะขาดในทุกกรณี ว่าแต่เมื่อไหร่ ห้องสมุดกับพิพิธภัณฑ์ของบ้านเราจะพัฒนาซักทีน้อ....


ถึงแม้ว่าบล๊อกนี้จะไม่ค่อยมีสาระ แต่เนื้อหาและข้อความทั้งหมด
รวมไปถึงรูปภาพที่ข้าพเจ้าเป็นผู้ถ่ายเอง ถือเป็นลิขสิทธิ์ ของสำนักพิมพ์บางกอกสาส์น จำกัด
ห้ามผู้ใดนำไปเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาติจากเจ้าของบล๊อก หรือ จากกองบรรณาธิการ

หากมีข้อสงสัยใดๆ กรุณาติดต่อหลังไมค์
หรือ
กองบรรณาธิการ สำนักพิมพ์บางกอกสาส์น 966/10 ซ.พระราม6 19 ถ.เพชรบุรี เขตราชเทวี กทม 10400
โทร 02-6137140
Email vitavitac@gmail.com
Friends' blogs
[Add Vitamin_C's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.