Group Blog
 
All Blogs
 

แผ่นตราไปรษณียากรที่ระลึกสะสมคุณพ่อ

แผ่นตราไปรษณียากรที่ระลึกสะสมคุณพ่อ



เรื่องเล่าก่อนแผ่นตราไปรษณียการที่ระลึก

เรื่องราวของแสตมป์ไทยเพื่อใช้ในการปิดจดหมายและเป็นที่ระลึกในเหตุการณ์สำคัญ ๆ ได้ดำเนินมาตามที่มีบันทึกอยู่ตามที่ทราบกัน ซึ่งนอกเหนือจากแสตมป์และซองที่ระลึกวันแรกจำหน่ายแล้ว ทางกรมไปรษณีย์โทรเลข โดยศูนย์ส่งเสริมการสะสมตราไปรษณียากร ก็ยังได้เคยของที่ระลึกอื่น ๆ ในวาระต่าง ๆ อาทิเช่น

บัตรที่ระลึก ตราไปรษณียากรที่ระลึกเอชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ ๖

ใน ปี พ.ศ.๒๕๑๓ ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ ๖ ซึ่งกรมไปรษณีย์โทรเลขได้ออกแสตมป์ที่ระลึกและซองวันแรกจำหน่ายในวาระดังกล่าว ๒ ชุด ในวันที่ ๑ กันยายน และ ๙ ธันวาคม ๒๕๑๓ ตามลำดับ นอกเหนือจากแสตมป์และซองที่ระลึกวันแรกจำหน่ายแล้ว ยังได้มีการออกบัตรที่ระลึกการจำหน่าย เพื่อเป็นที่ระลึกและฉลองในวันเปิดการแข่งขันครั้งนั้นด้วย



@



ตราไปรษณียการที่ระลึก ในรูปแบบบัตรที่ระลึก ชุดถัดมา คือ

ตราไปรษณียากรที่ระลึกวันสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร

โดยออกเป็นที่ระลึก ในปี พ.ศ.๒๕๑๕ ในวาระที่เจ้าฟ้าชายฯ ทรงบรรลุนิติภาวะ ในวันที่ ๒๘ กรกฏาคม และทรงได้รับการสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมาร ในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ปีเดียวกัน



@



ก่อนที่ถึงเรื่องแผ่นตราไปรษณียากรที่ระลึก ขอกล่าวถึง

ดวงตราผนึกต่อต้านวัณโรค



ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๐๔ เป็นต้นมา สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทย ได้จัดพิมพ์ ดวงตราผนึกต่อต้านวัณโรค ออกจำหน่ายเพื่อหารายได้ให้กับสมาคมฯ สำหรับดำเนินกิจกรรมป้องกัน ต่อต้านวัณโรค ทั้งนี้ ดวงตราผนึกต่อต้านวัณโรคนี้ มีรูปแบบคล้ายกันกับแสตมป์ โดยได้รับการแนะนำให้นำไปปิดเพิ่มบนซองจดหมาย แต่จะไม่มีมูลค่า ไม่สามารถใช้เป็นค่าส่งจดหมายแทนแสตมป์ได้ ซึ่งรูปแบบของแผ่นดวงตราผนึกต่อต้านวัณโรคนี้ ดูจะคล้ายกับแผ่นตราไปรษณียากรที่ระลึก และมีรูปแบบ พัฒนาการในยุคต่อมาคล้าย ๆ กัน



@



หรือสภากาชาดไทย ก็ได้มีการออกแผ่นที่ระลึกในวาระครบรอบ ๕๐ ปี สภากาชาดไทยเข้าเป็นสมาชิกสันนิบาตสภากาชาด



แผ่นตราไปรษณียากรที่ระลึก

แผ่นตราไปรษณียากรที่ระลึก ชุดแรกที่ออกมาให้นักสะสมตราไปรษณีย์ ได้เก็บเป็นที่ระลึก คือ ชุดแบบแต่งกายของสตรีไทย ใน ปี พ.ศ.๒๕๑๕



ชุดงานแสดงตราไปรษณียากรแห่งชาติ ครั้งที่ ๒ ใน ปี พ.ศ.๒๕๑๖
ชุดงานสัปดาห์สากลแห่งการเขียนจดหมาย ๒๕๑๖



ในปี ๒๕๑๗ เป็นชุดงานสัปดาห์สากลแห่งการเขียนจดหมาย๒๕๑๗ ก่อนที่จะเป็นชุดกล้วยไม้ ชุด ๒
ในปี ๒๕๑๘ จะเป็นชุดกล้วยไม้ ชุด ๓ ตามด้วยชุดกีฬาแหลมทอง ชุดที่ ๑ และ ๒ ในปี ๒๕๑๘ ก่อนที่จะว่างเว้น กลับมาออกแผ่นที่ระลึกอีกครั้งใน ปี พ.ศ.๒๕๒๕ ในชุดสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี
ซึ่งรูปแบบการจัดพิมพ์ ของแผ่น ฯ ที่ระลึกที่ออกตามมาหลัง ปี พ.ศ.๒๕๒๕ นี้ ก็ได้พัฒนาไปมากมาย เริ่มจากมีการออกเป็นแบบปรุและแบบไม่ปรุ ให้นักสะสมได้สะสมกัน



และรวมกับการที่เทคโนโลยีในการพิมพ์ได้ก้าวหน้าทันสมัยขึ้น ก็ทำให้แผ่นตราไปรษณียากรที่ระลึก ซึ่งไม่ถูกจำกัดด้วยขนาด มีพื้นที่ในการพิมพ์ที่จะสามารถใส่รายละเอียดมาก ได้รับการจัดออกแบบ และจัดพิมพ์ออกมามีสีสันสวยงาม หลากหลายเทคนิค และรูปแบบ ทำให้เป็นที่ดึงดูดใจนักสะสม ดังปรากฏในปัจจุบัน



แผ่นที่ระลึก ชุดพระเครื่องเบญจภาคี



แผ่นที่ระลึก ชุดพระยอดขุนพล



หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าตามความเข้าใจของผู้เขียนเท่านั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องของภาพและข้อมูลหากต้องการนำไปใช้อ้างอิง




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2556 10:20:04 น.
Counter : 951 Pageviews.  

ซองวันแรกจำหน่าย และซองที่ระลึกแสตมป์สะสมคุณพ่อ ( ๒ )

ซองวันแรกจำหน่าย (First Day Cover) และ ซองที่ระลึก (Commemorative Cover)



ตามที่ในระยะแรกเอกชน, หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ จะจัดทำซองและตราประทับซองวันแรกจำหน่าย ต่อมาในภายหลัง ทางไปรษณีย์ไทย ได้เป็นผู้จัดพิมพ์ซองวันแรกจำหน่าย เป็นซองพิเศษและติดแสตมป์ชุดเกี่ยวข้อง พร้อมตราประทับวันแรกจำหน่าย สำหรับจำหน่ายให้นักสะสม โดย

ซองวันแรกจำหน่าย จัดพิมพ์ขึ้นในโอกาสที่มีการออกจำหน่ายดวงตราไปรษณียากร และประทับตราวันแรกจำหน่ายบนดวงตราไปรษณีย์นั้น



@



@



@



ซองที่ระลึก จัดพิมพ์ขึ้นในวาระพิเศษ หรือในโอกาสครบรอบเหตุการณ์สำคัญ ๆ โดยมีการประทับตราวันแรกจำหน่ายเช่นเดียวกับซองวันแรกจำหน่าย



@



@



@



@



@



ในระยะแรก ๆ ซองวันแรกจำหน่าย นั้นจะเป็นเพียงซองเปล่าที่ติดแสตมป์และมีตราประทับพิเศษ หรือเป็นซองที่มีการ์ดเปล่าไม่มีข้อความใส่ไว้



ภายหลังจึงได้พิมพ์ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับแสตมป์ลงในการ์ด



และต่อมาก็ได้ปรับเปลี่ยนขนาดซอง และยกเลิกการ์ด โดยพิมพ์ข้อมูลรายละเอียด ดังกล่าวลงบนด้านหลังซองที่ระลึกแทน



ซองที่ระลึกในขนาดและรูปแบบปัจจุบัน



หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าตามความเข้าใจของผู้เขียนเท่านั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องของภาพและข้อมูลหากต้องการนำไปใช้อ้างอิง




 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2556 21:28:15 น.
Counter : 731 Pageviews.  

ซองจดหมาย ซองวันแรกจำหน่าย และซองที่ระลึกแสตมป์สะสมคุณพ่อ ( ๑ )

ซองจดหมายเก่าและซองวันแรกจำหน่ายแสตมป์ไทยสะสมคุณพ่อ

เรื่องเล่าจากซองจดหมายเก่า, ซองวันแรกจำหน่ายแสตมป์ไทย

ซองจดหมายเก่า


ซองจดหมายเก่าที่เก็บไว้นี้ มีขนาดซอง ๓.๕ x ๔.๕ นิ้ว จ่าหน้าถึงผู้รับที่ กรุงเทพฯ ด้านหลังติดแสตมป์ ๒๐ สตางค์ ประทับตราไปรษณีย์ อุตรดิตถ์



ซองจดหมายในยุคต่อมา ขนาดและแบบของซองที่พบก็แตกต่างไป โดยระบุชื่อ – ที่อยู่ผู้รับ และติดแสตมป์ที่ด้านหน้า หรือติดแสตมป์ที่ด้านหลังซอง



ในกรณีที่ส่งไปต่างประเทศ ก็จะใช้ซอง Air mail และติดแสตมป์ ซึ่งจะมีค่าส่งสูงกว่าการส่งจดหมายธรรมดาในประเทศ



First Day Issued



เข้าใจว่า ในช่วงแรกนั้น เอกชน, หน่วยงานหรือองค์การที่เกี่ยวข้องกับแสตมป์จะจัดทำซองติดเพื่อแสตมป์และตราประทับพิเศษ (ถ้ามี) ประทับบนแสตมป์ เป็นที่ระลึกวันแรกจำหน่ายของแสตมป์ในวาระที่มีวันสำคัญต่าง ๆ อาทิ เช่น วันสหประชาชาติ, วันเด็ก เป็นต้น



ซองที่ระลึก ๒๔ ตุลาคม วันสหประชาชาติ หลากแบบ ในปีต่าง ๆ



@



@



@



ซองที่ระลึกวัน ส.ป.อ. เดือนกันยายน ปี ๒๕๐๓



ซองที่ระลึกวันเด็ก ในเดือน ตุลาคม ปี ๒๕๐๓ และ ๒๕๐๔



ซองที่ระลึกสัปดาห์สากลแห่งการเขียนจดหมาย ๙ – ๑๕ ตุลาคม ๒๕๐๔



@



นักสะสมมักจะนำซองดังกล่าวไปประทับตราประจำวันที่ที่ไปรษณีย์ เพื่อยืนยันว่าได้ซองดังกล่าวในวันเหตุการณ์นั้น ๆ เพื่อเป็นที่ระลึกและสะสม โดยบางคนก็จะเขียนชื่อที่อยู่จัดและส่งซองดังกล่าวผ่านทางไปรษณีย์ถึงตัวผู้สะสมจริงด้วยเลย



@



@



@



@



@



@



ในภาพซองประทับตรา วันที่ ๑๙ – ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๐๔

หมายเหตุ : บทความนี้เป็นเพียงเรื่องเล่าตามความเข้าใจของผู้เขียนเท่านั้น โปรดตรวจสอบความถูกต้องของภาพและข้อมูลหากต้องการนำไปใช้อ้างอิง




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2556    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2556 14:58:39 น.
Counter : 1342 Pageviews.  

ไปรษณียบัตรสะสมคุณพ่อ

ไปรษณียบัตรสะสมคุณพ่อ



เรื่องเล่าจากไปรษณียบัตร

ไปรษณียบัตร ในประเทศไทยได้มีการพิมพ์ใช้ครั้งแรก ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เพื่อใช้ส่งข้อความทั่วไป ระหว่างผู้ส่งถึงผู้รับ โดยด้านหน้าจะให้จ่าหน้าถึงผู้รับ และพิมพ์ภาพแสตมป์ไว้ที่มุมบนขวา ของไปรษณียบัตร โดยอัตราค่าส่งในยุคแรกจะเป็นตามหน่วยเงินตราเดิม คือ ๑ อัฐ



ภายหลังได้ยกเลิกเงินอัฐ – เฟื้อง มาใช้เงินเหรียญจึงเปลี่ยนเป็นไปรษณียบัตรพิมพ์ค่าส่ง ๒ – ๖ สตางค์



@



ไปรษณียบัตร สมัยรัชกาลที่ ๖ – ๘



@



@



เปลี่ยนอักษรสะกด “ไปรสนียบัตร เป็น ไปรษณียบัตร - ไปรษณียบัตร์”



@



ไปรษณียบัตร สมัยรัชกาลที่ ๙

ในสมัยต่อมาจึงได้มีการใช้ตราประทับที่ระลึกบนไปรษณียบัตรในวันหรือวาระสำคัญต่าง ๆ และค่าไปรษณียบัตรก็เปลี่ยนแปลงจาก ๕ สตางค์มาเป็น ๑๐ – ๒๐ – ๒๕ สตางค์ในวาระต่อมา



@



ไปรษณียบัตรที่ระลึกงานกาชาดที่ใช้ตราประทับตลอดวันจัดงานที่แตกต่างกันในแต่ละวัน



@



@



ในภายหลังได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในไปรษณียบัตร เช่น มีการพิมพ์รูป หรือข้อมูลในบัตร ที่เกี่ยวกับวาระสำคัญที่เกี่ยวข้อง นอกเหนือจากมีการใช้ตราประทับที่ระลึกบนไปรษณียบัตรนั้น ๆ



@



@



@



@



@



ในกรณีที่มีการพิมพ์ผิดพลาด ไปรษณียบัตรดังกล่าว ก็กลายเป็นของแปลก หายากไป



@



หมายเหตุ : โปรดตรวจสอบความถูกต้องของภาพและข้อมูลหากต้องการนำไปใช้อ้างอิง




 

Create Date : 21 มกราคม 2556    
Last Update : 21 มกราคม 2556 11:17:22 น.
Counter : 713 Pageviews.  


sirivajj
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




บทความในกลุ่ม ข้อคิด-ธรรมะ ได้ถูกเรียบเรียงขึ้น โดยบางบทความได้คัดลอกและสำเนาภาพมาถ่ายทอดจากหนังสือธรรมะต่างๆ หรือหนังสืออื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ด้วยเจตนาประสงค์จะให้ธรรมะอันเป็นสัจจะและมงคลของพระพุทธศาสนาได้รับการเผยแพร่และเข้าถึงพุทธศาสนิกชนหรือผู้ที่สนใจให้ได้มากที่สุด รวมทั้งให้บทความธรรมะได้ถูกรวบรวมไว้ในรูปแบบที่จะสะดวกแก่การสืบค้นและเข้าถึงในภายหลัง

ผู้ที่ประสงค์จะคัดลอกไปเพื่อประโยชน์ทางพาณิชย์ กรุณาตรวจสอบกับต้นฉบับหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ ด้วยครับ
Friends' blogs
[Add sirivajj's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.