Group Blog
 
All Blogs
 

พุทธศาสนสุภาษิต ๑๕.บาปวรรค คือ หมวดบาป

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๑๕. บาปวรรค คือ หมวดบาป

มาลา เว ปาปกา ธมฺมา อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ.
บาปธรรมเป็นมลทินแท้ ทั้งในโลกนี้ ทั้งในโลกอื่น.
องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย.
ความสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๐.

ปาปานํ อกรณํ สุขํ.
การไม่ทำบาป นำสุขมาให้.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๙.

ปาปํ ปาเปน สุกรํ.
ความชั่วอันคนชั่วทำง่าย.
วิ. จุล. ๗/๑๙๕. ขุ. อุ. ๒๕/๑๖๘.

ปาเป น รมตี สุจิ.
คนสะอาดไม่ยินดีในความชั่ว.
วิ. มหา. ๕/๓๔. ขุ. อุ. ๒๕/๑๖๖.

สกมฺมุนา หญฺญติ ปาปธมฺโม.
คนมีสันดานชั่ว ย่อมลำบากเพราะกรรมของตน.
ม. ม. ๑๓๔๑๓. ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๙.

ตปสา ปชหนฺติ ปาปกมฺมํ.
สาธุชนย่อมละบาปกรรมด้วยตปะ.
ขุ. ชา. อฏฺฐก. ๒๗/๒๔๕.

ปาปานิ กมฺมานิ กโรนฺติ โมหา.
คนมักทำบาปกรรมเพราะความหลง.
ม. ม. ๑๓/๔๑๓. ขุ. ชา. ปกิณฺณก. ๒๗/๓๘๐.

นฺตถิ ปาปํ อกุพฺพโต.
บาปไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๑.

ธมฺมํ เม ภณมานสฺส น ปาปมุปลิมฺปติ.
เมื่อเรากล่าวธรรมอยู่ บาปย่อมไม่แปดเปื้อน.
ขุ. ชา. สตฺตก ๒๗/๒๒๔.

นตฺถิ อการิยํ ปาปํ มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน.
คนมักพูดมุสา จะไม่พึงทำความชั่ว ย่อมไม่มี.
นัย. ขุ. ธ. ๒๕/๓๘. นัย. ขุ. อิติ. ๒๕/๒๔๓.

ปาปานิ ปริวชฺชเย.
พึงละเว้นบาปทั้งหลาย.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๑.

น ฆาสเหตุปิ กเรยฺย ปาปํ.
ไม่ควรทำบาปเพราะเห็นแก่กิน.
นัย- ขุ. ชา. นวก. ๒๗/๒๖๒.

อิธ โสจติ เปจฺจ โสจติ
ปาปการี อุภยตฺถ โสจติ
โส โสจติ โส วิหญฺญติ
ทิสฺวา กมฺมกิลิฏฺฐมตฺตโน.

ผู้ทำบาป ย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ ละไปแล้วก็เศร้าโศก ชื่อว่าเศร้าโศกในโลกทั้งสอง
เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน จึงเศร้าโศกและเดือดร้อน
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๑๗.

อุทพินฺทุนิปาเตน
อุทกุมฺโภปิ ปูรติ
อาปูรติ พาโล ปาปสฺส
โถกํ โถกํปิ อาจินํ.

แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำฉันใด, คนเขลาสั่งสมบาปแม้ทีละน้อย ๆ ก็เต็มด้วยบาปฉันนั้น
ก็เต็มด้วยบาปฉันนั้น.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๓๑.

เอกํ ธมฺมํ อดีตสฺส
มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน
วิติณฺณปรโลกสฺส
นตฺถิ ปาปํ อการิยํ.

คนพูดเท็จ ล่วงสัตยธรรมเสียอย่างหนึ่ง ไม่คำนึงถึงโลกหน้า จะไม่พึงทำบาปเป็นอันไม่มี
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๓๘.

น หิ ปาปํ กตํ กมฺมํ
สชฺชุขีรํว มุจฺจติ
ฑหนฺตํ พาลมนฺเวติ
ภสฺมาจฺฉนฺโนว ปาวโก.

บาปกรรมที่ทำแล้วย่อมไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนนมสดที่รีดในวันนั้น
บาปย่อมตามเผาคนเขลา เหมือนไฟที่เถ้ากลบไว้.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.

ปาณิมฺหิ เจ วโณ นาสฺส
หเรยฺย ปาณินา วิสํ
นาพฺพณํ วิสมนฺเวติ
นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต.

ถ้าฝ่ามือไม่มีแผล ก็พึงนำยาพิษไปด้วยฝ่ามือได้
ยาพิษซึมเข้าฝ่ามือไม่มีแผลไม่ได้ฉันใด, บาปย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ทำฉันนั้น.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๓๑.

โย จ สเมติ ปาปานิ
อณุํถูลานิ สพฺพโส
สมิตตฺตา หิ ปาปานํ
สมโณติ ปวุจฺจติ.

ผู้ใดระงับบาปน้อยใหญ่ได้โดยประการทั้งปวง ท่านเรียกผู้นั้นว่าสมณะ
เพราะเป็นผู้ระงับบาปทั้งหลายได้.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๕๐.

วาณิโชว ภยํ มคฺคํ
อปฺปสตฺโถ มหาทฺธโน
วิสํ ชีวิตุกาโมว
ปาปานิ ปริวชฺชเย.

ควรงดเว้นบาปเสีย เหมือนพ่อค้ามีพวกน้อย มีทรัพย์มาก เว้นหนทางที่มีภัย
และเหมือนผู้รักชีวิต เว้นยาพิษเสีย ฉะนั้น.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๓๑.

-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป http://www.doisaengdham.org




 

Create Date : 16 มิถุนายน 2556    
Last Update : 16 มิถุนายน 2556 10:45:05 น.
Counter : 5402 Pageviews.  

พุทธศาสนสุภาษิต ๑๔.ปมาทวรรค คือ หมวดประมาท

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๑๔. ปมาทวรรค คือ หมวดประมาท

ปมาโท มจฺจุโน ปทํ.
ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘. ขุ. ชา. ตึส. ๒๗/๕๒๔.

ปมาโท รกฺขโต มลํ.
ความประมาท เป็นมลทินของผู้รักษา.
องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๑๙๘. ขุ. ธ. ๒๕/๔๗.

ปมาโท ครหิโต สทา.
ความประมาท บัณฑิตติเตียนทุกเมื่อ.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.

ปมาทมนุยุญฺชนฺติ พาลา ทุมฺเมธิโน ชนา.
คนพาลมีปัญญาทราม ย่อมประกอบแต่ความประมาท.
ม. ม. ๑๓/๔๘๘. สํ. ส. ๑๕/๓๖. ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.

เต ทีฆรตฺตํ โสจนฺติ เย ปมชฺชนฺติ มาณวา.
คนประมาท ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน.
นัย-ม. อุป. ๑๔/๓๔๖.

เย ปมตฺตา ยถา มตา.
ผู้ประมาทแล้ว เหมือนคนตายแล้ว.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘. ขุ. ชา. ตึส. ๒๗/๕๒๔.

มา ปมาทมนุยุญฺเชถ.
อย่ามัวประกอบความประมาท.
ม. ม. ๑๓/๔๘๘. สํ. ส. ๑๕/๓๖. ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.

ปมาเทน น สํวเส.
ไม่ควรสมคบด้วยความประมาท.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. ขุ. สุ. ๒๕/๕๑๘. ขุ. มหา. ๒๙/๕๑๕.

พหุมฺปิ เจ สํหิต ภาสมาโน
น ตกฺกโร โหติ นโร ปมตฺโต
โคโปว คาโว คณยํ ปเรสํ
น ภาควา สามญฺญสฺส โหติ.

หากกล่าวพุทธพจน์ได้มาก แต่เป็นคนประมาท ไม่ทำตามพุทธพจน์นั้น
ก็ไม่มีส่วนแห่งสามัญญผล เหมือนคนเลี้ยงโค คอยนับโคให้ผู้อื่นฉะนั้น
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๑๗.

ยญฺหิ กิจฺจํ ตทปวิทฺธํ
อกิจฺจํ ปน กยีรติ
อุนฺนฬานํ ปมตฺตานํ
เตสํ วฑฺฒนฺติ อาสวา
.
คนทอดทิ้งกิจที่ควรทำ ไปทำกิจที่ไม่ควรทำ
เมื่อเขาถือตัวมัวประมาท อาสวะย่อมเจริญ.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๕๔.

โย จ ปุพฺเพ ปมชฺชิตฺวา
ปจฺฉา โส นปฺปมชฺชติ
โสมํ โลกํ ปภาเสติ
อพฺภา มุตฺโต ว จนฺทิมา.

เมื่อก่อนประมาท ภายหลังไม่ประมาท เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง
เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น.
(องฺคุลิมาลเถร) ม. ม. ๑๓/๔๘๖.

-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป http://www.doisaengdham.org




 

Create Date : 08 มิถุนายน 2556    
Last Update : 8 มิถุนายน 2556 9:37:24 น.
Counter : 517 Pageviews.  

พุทธศาสนสุภาษิต ๑๓.ปัญญาวรรค คือ หมวดปัญญา ( ๒ )

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๑๓. ปัญญาวรรค คือ หมวดปัญญา ( ต่อ )

ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ
นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ ค
สีลํ สิรี จาปิ สตญฺจ ธมฺโม
อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺติ.

คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐ เหมือนพระจันทร์ประเสริฐกว่าดาวทั้งหลาย
แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษย่อมไปตามผู้มีปัญญา
(สภงฺคโพธิสตฺต) ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๑.

มตฺตาสุขปริจฺจาคา
ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ
จเช มตฺตาสุขํ ธีโร
สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ.

ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย
ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๕๓.

ยสํ ลทฺธาน ทุมฺเมโธ
อนตฺถํ จรติ อตฺตโน
อตฺตโน จ ปเรสญฺจ
หึสาย ปฏิปชฺชติ.

คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้วย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน
ย่อมปฏิบัติเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น.
(หตฺถาจริย) ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๔๐.

ยาวเทว อนตฺถาย
ญตฺตํ พาลสฺส ชายติ
หนฺติ พาลสฺส สุกฺกํสํ
มุทฺธํ อสฺส วิปาตยํ.

ความรู้เกิดแก่คนพาล ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย,
มันทำสมองของเขาให้เขว, ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๒๔.

โย จ วสฺสสตํ ชีเว
ทุปฺปญฺโญ อสมาหิโต
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย
ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน.

ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี,
ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.

อทฺธา หิ ปญฺญา ว สตํ ปสตฺถา
กนฺตา สิรี โภครตา มนุสฺสา
ญาณญฺจ พุทฺธานมตุลฺยรูปํ
ปญฺญํ น อจฺเจติ สิรี กทาจิ.

สัตบุรุษสรรเสริญปัญญาแน่แท้ คนทั้งหลายชอบทรัพย์สมบัติ
จึงใคร่ได้สิริ ( ยศ ) ก็ความรู้ของท่านผู้รู้ทั้งหลายชั่งไม่ได้
ทรัพย์จึงเกินกว่าปัญญาไปไม่ได้ ไม่ว่ากาลไหน ๆ
(ปโหสธโพธิสตฺต) ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๒๘.

คมฺภีรปญฺหํ มนสาภิจินฺตยํ
นจฺจาหิตํ กมฺม กโรติ ลุทฺทํ
กาเลคตํ อตฺถปทํ น ริญฺจติ
ตถาวิธํ ปญฺญาวนฺตํ วทนฺติ.

ผู้ขบคิดปัญหาอันลึกซึ้งด้วยใจ ไม่ทำกรรมชั่ว อันไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลเลย,
ไม่ละทางแห่งประโยชน์ที่มาถึงตามเวลา, บัณฑิตทั้งหลายเรียกคนอย่างนั้นว่า ผู้มีปัญญา
(สรภงฺคโพธิสตฺต) ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๐.

ทาโส ว ปญฺญสฺส ยสสฺสิ พาโล
อตฺเถสุ ชาเตสุ ตถาวิเธสุ
ยํ ปณฺฑิโต นิปุณํ สํวิเธติ
สมฺโมหมาปชฺชติ ตตฺถ พาโล.

คนเขลามียศศักดิ์ ก็เป็นทาสของคนมีปัญญา,
เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น คนฉลาดจัดการข้อใดได้แนบเนียน
คนเขลาถึงความงมงายในข้อนั้น.
(มโหสธโพธิสตฺต) ขุ. ชา. วีส. ๒๗/๔๒๘.

ปญฺญวนฺตํ ตถาวาทึ
สึเลสุ สุสมาหิตํ
เจโตสมถมนุยุตฺตํ
ตํ เว วิญฺญู ปสํสเร.

ผู้รู้ย่อมสรรเสริญคนมีปัญญา พูดจริง ตั้งมั่นในศีล ประกอบความสงบใจนั้นแล
(มหาสฺสปเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๔๑๑.

ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี
ปญฺญา กิตฺติสิโลกวฑฺฒนี
ปญฺญาสหิโต นโร อิธ
อปิ ทุกฺเขสุ สุขานิ วินฺทติ.

ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว ปัญญาเป็นเครื่องเพิ่มพูนเกียรติคุณและชื่อเสียง
คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้ แม้ในความทุกข์ก็หาความสุขได้
(มหากปฺปินเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐.

ปญฺญาย ติตฺตินํ เสฏฺฐํ
น โส กาเมหิ ตปฺปติ
ปญฺญาย ติตฺตํ ปุริสํ
ตณฺหา น กุรุเต วสํ.

บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ,
ผู้อิ่มด้วยปัญญานั้นย่อมไม่เดือดร้อนด้วยกาม, ตัณหาทำผู้อิ่มด้วยปัญญาไว้ในอำนาจไม่ได้
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. ทฺวาทส. ๒๗/๓๒๙.

ส ปญฺญวา กามคเณ อเวกฺขติ
อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโต จ
เอวํ วิปสฺสี ปชหาติ ฉนฺทํ
ทุกฺเขสุ กาเมสุ มหพฺภเยสุ.

ผู้มีปัญญานั้น ย่อมเล็งเห็นกามคุณเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นโค,
ผู้เห็นอย่างนี้ ย่อมละความพอใจในกามอันเป็นทุกข์ เป็นภัยใหญ่ได้
(สรภงฺคโพธิสตฺต) ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๔๒.

-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป http://www.doisaengdham.org




 

Create Date : 01 มิถุนายน 2556    
Last Update : 1 มิถุนายน 2556 9:50:35 น.
Counter : 602 Pageviews.  

พุทธศาสนสุภาษิต ๑๓.ปัญญาวรรค คือ หมวดปัญญา

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๑๓. ปัญญาวรรค คือ หมวดปัญญา

นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา.
แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี.
สํ. ส. ๑๕/๙.

ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต.
ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก.
สํ. ส. ๑๕/๖๑.

โยคา เว ชายตี ภูริ.
ปัญญาย่อมเกิดเพราะความประกอบ.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๒.

อโยคา ภูริสงฺขโย.
ความสิ้นปัญญาย่อมเกิดเพราะความไม่ประกอบ.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๒.

สุโข ปญฺญาปฏิลาโภ.
ความได้ปัญญา ให้เกิดสุข.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๙.

ปญฺญา นรานํ รตนํ.
ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน.
สํ. ส. ๑๕/๕๐.

ปญฺญาว ธเนน เสยฺโย.
ปัญญาเทียวประเสริฐกว่าทรัพย์.
นัย- ม. ม. ๑๓/๔๑๓. นัย- ขุ. เถร. ๒๖/๓๗๙.

นตฺถิ ฌานํ อปญฺญสฺส.
ความพินิจไม่มีแก่คนไร้ปัญญา.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๕.

ปญฺญา นตฺถิ อฌายโต.
ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ.
ขุ. ธ. ๒๕/๖๕.

ปญฺญาย มคฺคํ อลโส น วินฺทติ.
คนเกียจคร้านย่อมไม่พบทางด้วยปัญญา.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๒.

สุสฺสูสํ ลภเต ปญฺญํ อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ.
ผู้ไม่ประมาท พินิจพิจารณา ตั้งใจฟัง ย่อมได้ปัญญา.
สํ. ส. ๑๕/๓๑๖. ขุ. สุ. ๒๕/๓๖๑.

ปญฺญายตฺถํ วิสฺสติ.
คนย่อมเห็นเนื้อความด้วยปัญญา.
องฺ. สตฺตก. ๒๓/๓.

ปญฺญาย ปริสุชฺฌติ.
คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา.
ขุ. สุ. ๒๕/๓๖๑.

ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ.
คนฉลาดกล่าวว่าปัญญาแล ประเสริฐสุด.
ขุ. ชา. สตฺตก. ๒๗/๕๔๑.

ปญฺญาชิวีชีวิตมาหุ เสฏฺฐ.
ปราชญ์กล่าวชีวิตของผู้เป็นอยู่ด้วยปัญญาว่า ประเสริฐสุด.
สํ. ส. ๑๕/๕๘, ๓๑๕. ขุ. สุ. ๒๕/๓๖๐.

เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญฺ โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถิ.
ผู้มีปัญญารู้เนื้อความแห่งภาษิตคนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า.
ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๒.

พหูนํ วต อตฺถาย สปฺปญฺโญ ฆรมาวสํ.
ผู้มีปัญญาอยู่ครองเรือน เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนมาก.
องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๒๔๙.

สากจฺฉาย ปญฺญา เวทิตพฺพา.
ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา.
นัย. ขุ. อุ. ๒๕/๑๗๘.

ตถตฺตานํ นิเวเสยฺย ยถา ภูริ ปวฑฺฒติ.
ปัญญาย่อมเจริญด้วยประการใด ควรตั้งตนไว้ด้วยประการนั้น.
ขุ. ธ. ๒๕/๕๒.

ปญฺญํ นปฺปมชฺเชยฺย.
ไม่ควรประมาทปัญญา.
ม. อุป. ๑๔/๔๓๖.

อปฺปสฺสุตายํ ปุริโส
พลิวทฺโทว ชีรติ
มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ
ปญฺญา ตสฺส น วฑฺฒติ.

คนผู้สดับน้อยนี้ ย่อมแก่ไป เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๓๕.

ชีวเตวาปิ สปฺปญฺโญ
อปิ วิตฺตปริกฺขยา
ปญฺญาย จ อลาเกน
วิตฺตวาปิ น ชีวติ.

ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้, แต่อับปัญญาแม้มีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้
(มหากปฺปินเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐.

ปญฺญวา พุทฺธิสมฺปนฺโน
วิธานวิธิโกวิโท
กาลญฺญู สมยญฺญูู จ
ส ราชวสตึ วเส.

ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน
รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้.
(พุทฺธ) ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๙.

-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป http://www.doisaengdham.org




 

Create Date : 24 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 24 พฤษภาคม 2556 6:47:47 น.
Counter : 7399 Pageviews.  

พุทธศาสนสุภาษิต ๑๒.ปกิณณกวรรค คือ หมวดเบ็ดเตล็ด ( ๕ )

พุทธศาสนสุภาษิต

เรียบเรียงจาก หนังสือพุทธศาสนสุภาษิต ของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรณาณวโรรส
และ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ


--------------------------------------------------------------



๑๒. ปกิณณกวรรค คือ หมวดเบ็ดเตล็ด ( ต่อ )

น ปเรสํ วิโลมานิ
น ปเรสํ กตากตํ
อตฺตโน ว อเวกฺเขยฺย
กตานิ อกตานิ จ.

ไม่ควรฟังคำก้าวร้าวของคนอื่น, ไม่ควรมองดูการงานของคนอื่นที่เขาทำแล้วยังไม่ได้ทำ
ควรพิจารณาดูแต่การงานของตนที่ตนทำแล้วและยังไม่ได้ทำเท่านั้น
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๒๑.

ปมาทํ ภยโต ทิสฺวา
อปฺปมาทญฺจ เขมโต
ภาเวถฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ
เอสา พุทฺธานุสาสนี.

เห็นความประมาทเป็นภัย และเห็นความไม่ประมาทเป็นความปลอดภัยแล้ว
พึงเจริญมรรคมีองค์ ๘ นี้เป็นพุทธานุศาสนี.
(พุทฺธ) ขุ. จริยา. ๓๓/๕๙๕.

ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ
อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ
ตสฺมา ปิยํ น กยิราถ
ปิยาปาโย หิ ปาปโก.

การไม่เห็นสิ่งที่รักเป็นทุกข์ และการเห็นสิ่งที่ไม่รักก็เป็นทุกข์
เหตุนั้น จึงไม่ควรทำอะไรให้เป็นที่รัก เพราะความพรากจากสิ่งที่รัก เป็นการทราม
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๔๓.

มจฺจุนพฺภาหโต โลโก
ปริกฺขิตฺโต ชราย จ
หญฺญติ นิจฺจมตฺตาโณ
ปตฺตหณฺโฑว ตกฺกโร.

โลกถูกมฤตยูกำจัด ถูกชราล้อมไว้ ไม่มีผู้ต้านทาน ย่อมเดือดร้อนเป็นนิตย์
ดุจคนต้องโทษต้องทำตามอาชญาฉะนั้น.
(สิริมณฺฑเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๓๕.

ยํ ลภติ น เตน ตุสฺสติ
ยํ ปตฺเถติ ลทฺธํ หีเฬติ
อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจรา
วิคติจฺฉานํ นโม กโรม เส.

บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น, ปรารถนาสิ่งใด ดูหมิ่นสิ่งที่ได้แล้วนั้น,
เพราะความต้องการไม่มีที่สุด, พวกเราจงทำความนอบน้อมผู้ปราศจากความต้องการเถิด
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๙๔.

ยถาหิ องฺคสมฺภารา
โหติ สทฺโท รโถ อิติ
เอวํ ขนฺเธสุ สนฺเตสุ
โหติ สตฺโตติ สมฺมติ.

เหมือนอย่างว่า เพราะคุมส่วนทั้งหลายเข้า
เสียงว่ารถย่อมมีฉันใด เมื่อขันธ์ทั้งหลายยังมีอยู่ การสมมติว่าสัตว์ ย่อมมี ฉันนั้น.
(วชิราภิกฺขุนี) สํ. ส. ๑๕/๑๙๘. ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๖.

ยถาปิ มูเล อนุปทฺทเว ทฬฺเห
ฉินฺโนปิ รุกฺโข ปุนเรว รูหติ
เอวมฺปิ ตณฺหานุสเย อนูหเต
นิพฺพตฺตติ ทุกฺขมิทํ ปุนปฺปุนํ.

เมื่อรากยังมั่นคงไม่มีอันตราย ต้นไม้แม้ถูกตัดแล้วย่อมงอกได้อีกฉันใด
เมื่อตัณหานุสัยยังไม่ถูกกำจัดแล้ว ทุกข์นี้ย่อมเกิดร่ำไปฉันนั้น
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๖๐.

ยสฺส ราโค จ โสโส จ อวิชฺชา จ วิราชิตา
โส อิมํ สมุทฺทํ สคาหํ สรกฺขสํ
สอุมฺมิภยํ สุทิตฺตรํ อจฺจตริ.

ผู้สำรอกราคะโทสะและอวิชชาได้แล้ว ชื่อว่าได้ข้ามทะเลที่มีสัตว์ร้าย
มีผู้ร้าย มีภัยจากคลื่น อันข้ามไปได้ยากนักนี้.
(พุทฺธ) สํ. สฬ. ๑๘/๑๙๗.

ยสฺมึ กามา น วสนฺติ
ตณฺหา ยสฺส น วิชฺชติ
กถงฺกถา จ โย ติณฺโณ
วิโมกฺโข ตสฺส นาปโร.

ผู้ใดไม่มีกามอยู่ ผู้ใดไม่มีตัณหา และผู้ใดข้ามความสงสัยได้,
ผู้นั้นย่อมมีความพ้น ที่ไม่แปรผันเป็นอย่างอื่นอีก.
(พุทฺธ) ขุ. สุ. ๒๕/๕๔๓. ขุ. จู. ๓๐/๑๗๐.

โย ทุกฺขมทฺทกฺขิ ยโตนิทานํ
กาเมสุ โส ชนฺตุ กถํ นเมยฺย
อุปธึ วิทิตฺวาน สงฺโคติ โลเก
ตสฺเสว ชนฺตุ วินยาย สิกฺเข.

ผู้ใดเป็นทุกข์ว่าเกิดเพราะกาม, ผู้นั้นจะพึงน้อม (จิต) ไปในกามได้อย่างไร,
ผู้รู้จักอุปธิว่าเป็นเครื่องข้องในโลกแล้ว พึงศึกษาเพื่อกำจัดอุปธิเสีย
(พุทฺธ) สํ. ส. ๑๕/๑๗๐.

โย เว ตํ สหตี ชมฺมี
ตณฺหํ โลเก ทุรจฺจยํ
โสกา ตมฺหา ปปตนฺติ
อุทพินฺทุว โปกฺขรา.

ผู้ใดครอบงำตัณหาลามก อันล่วงได้ยากในโลก
ความโศกทั้งหลายย่อมตกไปจากผู้นั้น เหมือนหยาดน้ำตกจากใบบัวฉะนั้น.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๖๐.

รเสสุ เคธํ อกรํ อโลโล
อนญฺญโปสี สปทานจารี
กุเล กุเล อปฺปฏิพทฺธจิตฺโต
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.

ผู้ไม่โลเล ไม่ทำความติดในรส ไม่เลี้ยงผู้อื่น
เที่ยวบิณฑบาตตามลำดับ มีจิตไม่ติดในสกุล พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด
(พุทฺธ) ขุ. สุ. ๒๕/๓๓๗. ขุ. จู. ๓๐/๔๐๖.

ริตฺตสฺส มุนิโน จรโต
กาเมสุ อนเปกฺขิโน
โอฆติณฺณสฺส ปิหยนฺติ
กาเมสุ คธิตา ปชา.

มุนีผู้ประพฤติตนเป็นคนว่าง ไม่เยื้อใยในกรม ข้ามโอฆะได้
ประชาชนผู้ยังติดในกามก็ชอบ.
(พุทฺธ) ขุ. สุ. ๒๕/๔๙๔.

วิทฺวา จ โย เวทคู นโร อิธ
ภวาภเว สงฺคมิมํ วิสชฺช
โส วีตตณฺโห อนีโฆ นิราโส
อตาริ โส ชาติชรนฺติ พฺรูมิ.

ผู้ใดรู้จบพระเวทในโลกนี้ สละเครื่องข้องในภพน้อยใหญ่ได้แล้ว,
ผู้นั้นปราศจากตัณหา ไม่มีทุกข์ ไม่มีความทะเยอทะยาน,
เรากล่าวว่า เขาข้ามชาติและชราได้.
(พุทฺธ) ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๖. ขุ. จู. ๓๐/๑๐๔,๑๐๗

วิเวกญฺเญว สิกฺเขถ
เอตทริยานมุตฺตมํ
เตน เสฏฺโฐ น มญฺเญถ
ส เว นิพฺพานสนฺติเก.

พึงศึกษาวิเวก ซึ่งเป็นคุณอันสูงสุดของพระอริยะทั้งหลาย,
ไม่ถือตัวว่าเป็นผู้ประเสริฐเพราะวิเวกนั้น ผู้นั้นแล ชื่อว่าปฏิบัติใกล้พระนิพพาน
(พุทฺธ) ขุ. สุ. ๒๕/๔๙๔. ขุ. มหา. ๒๙/๑๙๑.

สงฺเกยฺย สงฺกิตพฺพานิ
รกฺเขยฺยานาคตํ ภยํ
อนาคตภยา ธีโร
อุโภ โลเก อเวกฺขติ.

พึงระแวงภัยที่ควรระแวง พึงระวังภัยที่ยังไม่มาถึง
ผู้ฉลาดย่อมมองดูโลกทั้ง ๒ เพราะกลัวต่ออนาคต.
(อสฺสตฺถเทวตา) ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๓๖.

สญฺญํ ปริญฺญา วิตเรยฺย โอฆํ
ปริคฺคเหสุ มุนิ โนปลิตฺโต
อพฺพูฬฺหสลฺโล จรมปฺปมตฺโต
นาสึสติ โลกมิมํ ปรญฺจ.

กำหนดรู้สัญญาแล้วพึงข้ามโอฆะได้ เป็นมุนีไม่ติดในสิ่งที่หวงแหน
ถอนลูกศรแล้วเที่ยวไป ไม่ประมาท ชื่อว่าไม่หวังโลกนี้และโลกหน้า
(พุทฺธ) ขุ. สุ. ๒๕/๔๘๖. ขุ. มหา. ๒๙/๗๑.

สนฺตํ ตสฺส มนํ โหติ
สนฺตา วาจา จ กมฺม จ
สมฺมทญฺญา วิมุตฺตสฺส
อุปสนฺตสฺส ตาทิโน.

เมื่อพ้นเพราะรู้ชอบ สงบคงที่แล้ว ใจคอของเขาก็สงบ
คำพูดและการกระทำก็สงบ.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๒๘.

สพฺพปาปสฺส อกรณํ
กุสลสฺสูปสมฺปทา
สจิตฺตปริโยทปนํ
เอตํ พุทฺธานาสนํ.

การไม่ทำบาปทั้งปวง การยังกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว,
๓ ข้อนี้เป็นคำสั่งสอนของท่านผู้รู้ทั้งหลาย.
(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

สาธุ ธมฺมรุจี ราชา
สาธุ ปญฺญาณวา นโร
สาธุ มิตฺตานมทฺทุพฺโภ
ปาปสฺสากรณํ สุขํ.

พระราชาดี ที่ทรงยินดีในธรรม, คนดี ที่มีปัญญา,
เพื่อดี ที่ไม่ประทุษร้ายมิตร, สุข อยู่ที่ไม่ทำบาป.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. ปญฺญาส. ๒๘/๒๐.

-------------------------------------------------------------

หมายเหตุ
บทความ พุทธศาสนสุภาษิต นี้มาจากการเรียบเรียงสุภาษิตในหมวดเดียวกันให้มารวมกัน จากหนังสือ พุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๑ ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้ทรงเรียบเรียง และหนังสือพุทธศาสนสุภาษิต เล่ม ๒ และเล่ม ๓ ที่ พระมหาทองสืบ จารุวณฺโณ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ได้รวบรวมและเรียบเรียงไว้
ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ประสงค์จะทราบได้อ่านสุภาษิตในหมวดเดียวกันจากหนังสือทั้ง ๓ ต่อเนื่องกันในครั้งเดียว

เนื่องจากบทความนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงโดยคัดลอกเนื้อความมาจากเวปของวัดป่าดอยแสงธรรมญาณสัมปันโน โดยมิได้ตรวจทานความครบถ้วนถูกต้องจากหนังสือต้นฉบับที่ถูกกล่าวถึง ผู้ที่ประสงค์จะนำไปใช้อ้างอิง กรุณาตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

คัดลอกจาก เวป http://www.doisaengdham.org




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2556    
Last Update : 17 พฤษภาคม 2556 7:41:49 น.
Counter : 487 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

sirivajj
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




บทความในกลุ่ม ข้อคิด-ธรรมะ ได้ถูกเรียบเรียงขึ้น โดยบางบทความได้คัดลอกและสำเนาภาพมาถ่ายทอดจากหนังสือธรรมะต่างๆ หรือหนังสืออื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ด้วยเจตนาประสงค์จะให้ธรรมะอันเป็นสัจจะและมงคลของพระพุทธศาสนาได้รับการเผยแพร่และเข้าถึงพุทธศาสนิกชนหรือผู้ที่สนใจให้ได้มากที่สุด รวมทั้งให้บทความธรรมะได้ถูกรวบรวมไว้ในรูปแบบที่จะสะดวกแก่การสืบค้นและเข้าถึงในภายหลัง

ผู้ที่ประสงค์จะคัดลอกไปเพื่อประโยชน์ทางพาณิชย์ กรุณาตรวจสอบกับต้นฉบับหรือเจ้าของลิขสิทธิ์ ด้วยครับ
Friends' blogs
[Add sirivajj's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.