เที่ยวญี่ปุ่นแบบโอตาคุสายแดก ตอนที่ 12 โรงแรมแคปซูล First Time!!


โย่วววว กลับมาอัพบล็อกต่อกันซะทีหลังจากที่ติดเกมโปเกมอนงอมแงม 555 เอาล่ะๆ วันนี้จะเป็นตอนจบของบันทึกเที่ยวญี่ปุ่นแล้วค่า แหะๆๆ Smiley ไปติดตามรับชมกันเล้ยยย

สำหรับตอนนี้จะขอรีวิวโรงแรมแคปซูลในสนามบินนาริตะนะคะ ฟังไม่ผิดค่ะ ในสนามบินเลยค่ะ

โรงแรมที่ว่าก็คือ Nine Hours ซึ่งเปิดบริการอยู่ภายในสนามบินนาริตะค่ะ มีบริการทั้งค้างคืนและนอนพักรอเปลี่ยนสายการบินด้วยค่ะ สะดวกมากๆ เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ได้เลยค่ะไม่หลงแน่นอน


ทางเข้าค่ะ

หลังจากที่เราเช็คอินเรียบร้อยแล้วทางพนักงานจะให้กุญแจล็อกเกอร์เก็บของกับถุงผ้ามาถึงนึง ในถุงผ้าก็จะมีผ้าขนหนู รองเท้าแตะ หมวกคลุมผม ชุดนอน เริ่ดอ่ะ...คือเราสามารถแพ็กของลงกระเป๋าไม่ต้องเตรียมอะไรนอกจากชุดสำหรับใส่กลับเลยค่ะ โคตรแหล่มอ่ะ

ที่นี่แยกโซนชายหญิงนะคะ แยกห้องอาบน้ำกับห้องสุขา ในห้องอาบน้ำมีแชมพูกับยาสระผมให้ ด้านนอกมีกระจกแต่งหน้าพร้อมไดร์เป่าผมให้เลย


โซนล็อกเกอร์ค่ะ หลังจากประตูนี้ไปเป็นโซนอาบน้ำแล้วค่า

หลังจากเก็บของเข้าล็อกเกอร์แล้วอะไรแล้วเราก็ออกไปเที่ยวอาเมะโยโกะกัน กว่าจะกลับมาถึงนาริตะอีกทีก็ดึกมากแล้วค่ะ แชะรูปเป็นที่ระลึกซักนิดก่อนขึ้นเครื่องกลับซะหน่อย



เอารูปที่นอนมาฝากด้วยนะคะ ไม่ต้องกลัวนะคะว่ามันจะแคบมั้ยขอบอกเลยว่ากว้างมากค่ะ ในนี้มีลูกเล่นอะไรให้เล่น 2-3 อย่างนอกจากปลั๊กไฟนะคะ หรี่ไฟได้ มีเสียงแบ็คกราวน์เป็นเสียงคลื่นทะเลคลอเบาๆ กล่อมนอนด้วยอ่ะ อะโหยยยย สุดยอด อะไรจะเอาใจกันขนาดนั้น Smiley

ตรงปลายเตียงมีม่านปิดอย่างเดียวนะคะ เพราะฉะนั้นระวังเรื่องของมีค่าด้วย ถึงแม้จะมีความปลอดภัยสูงแต่ห้ามประมาทค่ะ



ดึกก็ดึกแล้ว เครื่องออกแต่เช้าค่ะก็ต้องเผื่อเวลาเช็คเอ้าท์ คืนของ เวลาเดินและเช็คอินที่สนามบิน แต่ ณ ตอนนั้นนี่ทำเอานอนไม่ค่อยจะหลับเลย รู้สึกแบบว่าเราต้องกลับละเหรออะไรงี้ อารมณ์แบบอยู่ต่อเลยได้มั้ย เลยคุยไลน์กันในกลุ่มจนง่วงค่ะได้นอนกันจริงๆ ก็เกือบตี 1 เวลาญี่ปุ่นนู่นนนน

และแล้วทริปญี่ปุ่นครั้งแรกของอีสาวโอตาคุก็จบลงในวันที่ 16 เม.ย. 59 ค่ะ กลับมาสัมผัสอากาศร้อนของประเทศไทยด้วยAir Asiaเหมือนเดิม ขอบคุณเพื่อนๆ ผู้ร่วมชะตากรรมทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย Smiley

สิ่งที่ได้รับจากการไปต่างประเทศด้วยตัวเองนั้นคิดว่าคงต่างจากการไปกับทัวร์แน่นอน อย่างแรกเลยคืองบประมาณมันไม่ตายตัวเพราะฉะนั้นการวางแผนการท่องเที่ยวจึงสำคัญมากๆ ทริปที่ไปเน้นเที่ยวให้คุ้มค่า ให้เราได้ไปในที่ที่เราอยากไปให้ได้มากที่สุด เรื่องประหยัดคงไม่มีอ่ะค่ะผลาญตั้งแต่มื้อแรกๆ ยันมื้อสุดท้าย 5555 

อย่างที่สองเราสามารถซึมซับบรรยากาศกันได้เต็มที่ไม่ต้องเร่งรีบ ปรับเปลี่ยนแพลนได้ตามใจ เดินๆ ดูของกันจนทั่ว เหนื่อยก็พักกินน้ำ กินขนม หลงทางก็ถามคนแถวนั้น คนญี่ปุ่นต้อนรับนักท่องเที่ยวดีค่ะ ไวไฟทั่วถึง รับรองไม่หลงแน่นอน

อย่างที่สามคือการคมนาคมสะดวก มันแหล่มมากอ่ะแต่มันก็ทำให้อีนี่มึนๆ ไปบ้างแต่ก็ชินกับมันได้เร็วค่ะ ข้ามถนนก็ปลอดภัยด้วย อิอิ

ขอปิดท้ายด้วยรูปสนามบินแล้วกันนะคะและจะขอเก็บประสบการณ์ล้ำค่านี้ไว้อีกนานเลยแหละ เจอกันใหม่เอ็นทรี่หน้า สวัสดีสวีดัด บ๊ายบายยย



ป.ล. ขอฝากบล็อกของขุ่นเพื่อนเหมือนเดิม เห็นแว่วๆ มาว่าจะปิดทริปแล้วเหมือนกัน ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะคะ

Japan Trip 2016 by Nana



Create Date : 21 สิงหาคม 2559
Last Update : 21 สิงหาคม 2559 20:13:38 น.
Counter : 378 Pageviews.

0 comment
เที่ยวญี่ปุ่นแบบโอตาคุสายแดก ตอนที่ 11 เดินเล่นตลาดอาเมะโยโกะ


สวัสดียามเย็นคร่าาาา หลังจากเมื่อเอ็นทรี่ก่อนพาเที่ยวเมืองเซนไดไปแล้วก็หมายความว่าตอนนี้ถึงโค้งสุดท้ายของการเดินทางแล้วค่ะ โหหห ไม่อยากเชื่อว่าเที่ยวรอบนี้มีอะไรมาให้เขียนเยอะมากจนลากยาวมาขนาดนี้เลย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปอ่านกันเลยค่ะ โกๆๆ

วันที่ 15 เม.ย. เวลาโดยประมาณ 10.00 น.

หลังจากเก็บข้าวของแล้วลงมาร่ำลาลูกชิ้นปลาเซนไดพวกเราก็เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมค่ะ จากนั้นลากกระเป๋าออกจากบ้านAF เอ๊ย ออกจากที่พักแล้วไปยังสถานีเซนไดเพื่อนั่งรถJRกลับไปยังโตเกียวกันค่ะ // ที่นี่คิดค่าบริการซักผ้าแพงจนทำใจเอาไปซักไม่ลงเลย ฮือออ


ไปไหนต้องมีของว่าง มันฝรั่งรสคอนซอเม่อร่อยมากกก แนะนำให้ลองค่ะ

มาถึงสถานีโตเกียวราวๆ เกือบเที่ยงก็จับรถต่อไปยังสนามบินนาริตะค่ะ อ๊ะๆๆ ยังค่ะพวกเราแค่จะไปเช็คอินที่ 9 Hours Narita กันเฉยๆ เพราะเราจะหลับมาเดินช็อปของฝากที่อาเมะโยโกะกันต่อ อิอิ // ขอพูดเรื่องโรงแรมที่เอ็นทรี่หน้าซึ่งจะจบทริปนี้เลยนะคะ

สำหรับใครที่คิดว่า เออ...เรามาต่อเครื่องที่นี่เว้ย อยากลองสัมผัสญี่ปุ่น ขอบอกว่าถึงแม่จะนั่งNarita Expressเข้าเมืองก็กินเวลานานพอสมควรเลยค่ะน่าจะประมาณ 2 ช.ม.ได้ เพราะฉะนั้นไป-กลับจะใช้เวลาราวๆ 4 ช.ม. แม่เจ้าาาาาา แต่ถ้าอยากลองออกมาเดินนอกสนามบินก็แนะนำชิซุยค่ะ หรือไม่ก็Aeonค่ะ ไม่น่าเกินเที่ยวละ 1 ช.ม.

เดินทางจากนาริตะมาลงที่อุเอโนะค่ะ แต่ตอนนั้นเลยเวลาทำการของสวนสัตว์แล้วเลยอดไปหาช้างฮานาโกะ // พอกลับมาปุ๊บเห็นข่าวว่าฮานาโกะล้มซะแล้ว เสียดายมากๆ ออกมาด้านนอกเราก็เดินตามทางมาทางซ้ายของสถานีค่ะ เดินมาเรื่อยๆ เลยก็ถึงละ


แอบนึกถึงฉากนึงในเรื่องHataraku Maousamaเลย

ลุยเลยค่ะ ตรงทางเข้าตลาดเราเลือกเข้าซอยซ้ายมือจากในรูปนะคะ 


ของเยอะมาก

เดินวนไปเลยค่ะเพราะจุดประสงค์ของเราคือร้านซูชิราคาถูกค่า!!





ตัดสินใจเลือกร้านนี้เป็นร้านส่งท้ายทริป ป้ายชื่อร้านเขียนว่า มินาโตะยะ ค่ะราคาถูกแต่รสชาติคุ้มค่าสุดๆ อ่ะ มีน้ำชาร้อนๆ บริการฟรีค่ะ วันนั้นคนแน่นมากก
มาดูเมนูของแต่ะคนกัน

ข้าวแซลมอนมากุโร่


ข้าวหน้าทะเลรวมพร้อมไข่หอยเม่น



ข้าวหน้าปลาไหลย่าง2อย่าง



ข้าวปลาไหลย่าง2อย่างไม่มีไข่แซลมอน



ข้าวทะเลรวมหอยเชลล์



หลังจากอิ่มแล้วสำหรับคนที่อยากเบิ้ลก็ยังคงนั่งกันต่อ แต่อีนี่อิ่มละค่ะก็เลยแยกกันเพราะคิวอื่นๆ จะได้มานั่งบ้าง อิ่มของคาวละไปเดินหาของหวานกันค่ะ

สายตามาสะดุดกับร้านช็อคโก้บานาน่า เฮ้ยยย เหมือนที่เห็นในการ์ตูนเลย


โหยยยยยยยย พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วแสง 555


ได้ช็อคโก้อิจิโกะมาไม้นึง แต่สตรอว์เบอร์รี่มันเริ่มเหี่ยวละไม่ค่อยฟินเลย

หลังจากทีมเบิ้ลข้าวมาสมทบพวกเราก็ออกเดินตะลอนๆ รอบตลาด ส่องพ่อค้าคีบับ ร้านรองเท้าลดราคา บลาๆ และมุ่งสู่ตึกม่วงค่ะ



ตึกทาเคยะหรือตึกม่วงที่เรารู้จักกันอย่างดีโดยเฉพาะขาช็อป ที่นี่รวมทุกอย่างจริงๆ ค่ะ ถูกด้วย อย่างน้ำหอมก็มาซื้อที่นี่นะคะ ถูกกว่าในตลาดอาเมะโยโกะมากแบบเกือบครึ่งค่ะ เทียบราคาน้ำหอมPoisonที่นี่กับที่ตลาดนะคะ ที่ตึกม่วงราคา 5,000 กว่าเยนแต่ที่ตลาดเกือบ 10,000 เยน ขุ่นพระ!!



หลังจากช็อปเสร็จก็ราวๆ เกือบๆ 3 ทุ่มค่ะ ต้องรีบกลับแล้วเพราะเดี๋ยวจะตกรถ เราก็นั่งกันชิลล์ๆ กลับสนามบินพร้อมหาของว่างตบท้ายที่เซเว่นของสนามบินค่ะ // ยังจะตบอีกเรอะ!!




อุ่นนนน

สำหรับทริปเดินตลาดก็หมดแล้ว เอ็นทรี่หน้าจะเป็นตอนจบแล้วค่ะ ก็จะมารีวิวโรงแรมแคปซูลในสนามบินให้ได้อ่านกัน และเช่นเคย...ขอฝากบล็อกของหัวหน้าแก๊งไว้ด้วยนะคะ

Japan Trip 2016 by Nana



Create Date : 31 กรกฎาคม 2559
Last Update : 31 กรกฎาคม 2559 20:51:42 น.
Counter : 322 Pageviews.

0 comment
เที่ยวญี่ปุ่นแบบโอตาคุสายแดก ตอนที่ 10 เที่ยวนอกโตเกียว...เยี่ยมบ้านดาเตะซามะไปกับLoople Bus - ตอนจบ


ยู้ฮูวววววววววววววว ตอนที่แล้วเหมือนโดนตัดจบไปนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไรเนาะเพราะวันนี้อีนี่จะมาพาเที่ยวรอบเซนไดกันต่อล้าววววว

ยังอยู่กับทัวร์รอบเมืองกับLoople Busกันนะคะ หลังออกจากสุสานซุยโฮเด็นชาวแก๊งเราก็มูฟไปที่พิพิธภัณฑ์เมืองเซนไดกันต่อเพื่อศึกษาเกี่ยวกับเซนไดให้มากขึ้นค่ะ และเช่นเคยห้ามถ่ายรูปด้านในค่ะ





ตรงทางเดินเข้าไปพิพิธภัณฑ์จะมีบ่อน้ำอยู่ค่อนข้างจะกว้างซะด้วย เท่าที่ลองอ่านๆ ป้ายดูคาดว่าที่นี่จะเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งแห่งแรกของญี่ปุ่นค่ะ โหวววววววววว


เริ่ดอ่ะ


ถึงแล้วจร้า Smiley

และแน่นอน....ที่นี่สามารถใช้ส่วนลดจากบัตรLoople Busได้นะคะ ตั๋วราคาอยู่ที่ 320 เยน มีล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าให้บริการในราคา 100 เยน มีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกที่.....อยากสอยกลับบ้านมากกกกกกกกกกก ทำไมเหรอคะ.....เลิฟท่านดาเตะ ณ Sengoku Basara มากกก แต่เผอิญนางอยู่บนซองลิ้นวัวค่ะเลยไม่ได้พากลับมา 55555

ป่ะ...พร้อมแล้วลุยเลยยยยย



พิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็นหลายส่วนค่ะ ส่วนแรกที่เข้าไปจะเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของเมืองเซนไดและตระกูลดาเตะ มีทั้งโมเดลจำลองของเมืองเซนไดซึ่ง....ใหญ่มากกกกกกกกก มีปุ่มให้กดเล่นด้วยค่ะพอกดแล้วจะมีการอธิบายเกี่ยวกับส่วนนั้นๆ ให้ดู ซึ่งโมเดลเมืองจำลองนี้เนี่ยให้เราลองสังเกตดีๆ จะพบว่ามันคล้ายๆ กับยุคปัจจุบันนี้เลยค่ะ เพราะลองสังเกตจากบนรถอีนี่ก็เห็นว่าตามทางที่นั่งรถผ่านมาจะยังมีกำแพงเมืองเก่าๆ หลงเหลืออยู่ด้วยและคงมีการบูรณะอย่างดีเลยค่ะ

ส่วนต่อมาจะเป็นการจัดจำลองสถานที่และวัตถุโบราณค่ะ มีพวกดาบ เกราะนักรบและเสื้อผ้าที่คาดว่าจะเป็นของที่ซามูไรในยุคนั้นใช้งานจริงค่ะ // อุตส่าเหล่มองหาดาบโชคุไดก็ไม่ยักกะเจอ เศร้าาา Smiley

ส่วนสุดท้ายก่อนออกจากที่นี่เป็นโซนที่ให้เราศึกษาด้วยตัวเองค่ะ เดอะแก๊งเราก็เข้าไปสอบถามจนท.ว่าสามารถหยิบจับอะไรได้มั้ย จนท.ตอบว่า โดโซะ!! โอเคร๊.......จัดไปค่ะ มีทั้งจิ๊กซอว์ ของเล่นสมัยเก่าๆ เยอะมากก มีหมวกซามูไรให้เราใส่ด้วยค่ะ สนุกมากๆๆ

อิ่มกันเต็มที่แล้ว เริ่มเลยเวลาข้าวกลางวันแล้วค่ะแต่พวกเราชาวแก๊งก็บ่ยั่น เดินหน้าไปจุดหมายต่อไป จากนี้เสียงเริ่มแตกแล้วค่ะ...เพราะคู่หูนักช็อปอยากเปลี่ยนไปสายบุญค่ะ ก็โอเคเราจะแยกกันที่จุดต่อไปปปป

Next Station...ปราสาทอาโอบะ!!



จุดนี้ว่ากันว่าเป็นที่ตั้งของ ปราสาทเซนได หรือ ปราสาทอาโอบะ ค่ะ เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมในการรบ



ตัวปราสาทนั้นได้ถูกทำลายลงไปแล้วค่ะ ที่เหลืออยู่ก็จะมีเพียงป้อมเก่าแก่บางส่วนและที่นี่ได้มีการสร้างรูปปั้นดาเตะไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ค่ะ


ป้อมเก่า


รูปปั้นดาเตะ มาซามุเนะ


หามุมที่ไม่มีคนยากมาก

นอกจากนี้ด้านในก็มีศาลเจ้า ร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารค่ะ หิวตาลายกันแล้วก็พุ่งเข้าไปเลยค่ะ เนื่องจากงบเริ่มจำกัดแล้วพวกเราที่เหลือเลยเลือกร้านอุด้งแทนค่ะ กินแล้วอุ่นขึ้นมาเลย


อุด้งหอยเชลล์ // จำชื่อร้านไม่ได้แล้ว 555 หิวจัด

หลังจากนั้นก็นั่งรถเพื่อกลับเข้าเมืองละค่ะ ก็ไปเจอขาช็อปที่สถานีศาลเจ้าโอซากิค่ะ 5555 เอาละๆ รวมตัวครบแล้วคู่หูนักช็อปเลยพาเราไปช็อปต่อค่ะ สถานีต่อไปHirose-dori Subway จากตรงนี้ก็ไม่รู้เส้นทางแล้วค่ะ รู้แค่ว่าเราเดินมาเรื่อยๆ จนกลับมาถึงสถานีเซนไดเลย แบบว่า........ร้องเหรี้ยในใจล้านรอบมาก คือเหนื่อยมากกกก ยืนหลับบนรถกันเลยทีเดียว แต่จะขอแนะนำที่ที่นักช็อปต้องไปนะคะ

ร้าน Ainz & Tulpe สาขาเซนไดค่ะ Bioreถูกมากกก ถูกกว่าโยโดบาชิกับมัทสึคิโยะอีกค่ะ นอกจากนี้นะคะแวะลงไปด้านล่างค่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่าB1รึป่าวจะมีร้านประมาณร้านDaizoบ้านเราอ่ะ ของถูกมากกกกกกก เหมาะสำหรับแวะซื้อของฝากที่สุด

ปิดท้ายมื้อค่ำที่เดิม ก่อนจะกลับเข้าที่พักอีนี่ตาไวมาก....สายตาไปเจอรถแท็กซี่คันนึงที่ถึงกับต้องแชะกลับมาเป็นที่ระทึกค่ะ


รถแท็กซี่ดาเตะ เท่เฟร่ออออ Smiley

จบวันสุดท้ายของเซนไดกันแล้วนะคะ เอ็นทรี่หน้าชาวแก๊งจะเดินทางกลับโตเกียวเพื่อไปสนามบินนาริตะกันแล้วค่ะ อ๊ะๆๆ แต่การเดินทางของทริปนี้ยังไม่จบนะคะ ส่วนวันนี้ขอปิดท้ายด้วยลูกอมรามุเนะจากร้านของถูกที่เซนไดค่าาา


อร่อย หวาน เปรี้ยว ซ่าาาาา

ปิดท้ายด้วยโฆษณาแฝงเช่นเคยค่า

Japan Trip 2016 by Nana



Create Date : 17 กรกฎาคม 2559
Last Update : 17 กรกฎาคม 2559 21:22:52 น.
Counter : 297 Pageviews.

0 comment
เที่ยวญี่ปุ่นแบบโอตาคุสายแดก ตอนที่ 9 เที่ยวนอกโตเกียว...เยี่ยมบ้านดาเตะซามะไปกับLoople Bus




ฮายยยยยยยยยยยยยย ทุกคนสบายดีมั้ยยยย อาทิตย์ก่อนงานยุ่งม๊ากกกกมากเลยขอหยุดงานเขียนบล็อกไปชั่วคราว สำหรับตอนนี้เราอยู่เซนไดกันวันที่ 3 แล้วนะคะ โดยเป้าหมายวันนี้เราจะพาทุกคนไปชมรอบเมืองเซนไดกันค่ะ

14 เม.ย. 59 // จำเวลาไม่ได้แย้ววว

เช้านี้ฝนตกค่ะ หลังจากที่เดอะแก๊งเติมพลังกันเรียบร้อยแล้วพวกเราทุกคนก็เดินไปเริ่มต้นที่สถานีเซนไดเหมือนทุกวันโดยจุดหมายหลักของเราอยู่ที่ป้ายรถบัสหมายเลข 15-3 สำหรับใครที่กลัวจะงงให้ตามลิ้งด้านล่างไปได้เลยค่า


รถบัสสายนี้เป็นรถบัสชมรอบเมืองและจะจอดตามจุดสำคัญๆ ค่ะ สนนราคาเที่ยวละประมาณ 600 เยนต่อวัน ขึ้นลงได้ทุกสถานีแถมใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่บางแห่งด้วย อิอิ


มาพร้อมแผนที่เลย


รถมาแล้วว

ถ้าพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันเลย



ตื่นเต้นๆๆ





มาถึงที่หมายแรกที่เป็นเป้าหมายหลักของทริปวันนี้กันค่ะ สุสานประจำตระกูลดาเตะหรือสุสานซุยโฮเด็น นั่นเอง




เดินขึ้นเนินไปต่อกันค่ะ


บรรยากาศเงียบสงบมากๆ

ที่นี่มีไม้เท้าด้วยนะคะ เผื่อผู้สูงอายุเดินไม่ไหว....น่ารักมากกก




แผนที่โดยรอบสุสานค่ะ



อย่างที่บอกไปแล้วว่าที่นี่เป็นสุสานประจำตระกูลดาเตะซึ่งเป็นตระกูลซามูไรซึ่งปกครองแคว้นเซนไดมาตั้งแต่สมัยโบราณค่ะ โดยจะมีส่วนจัดแสดงที่เป็นพิพิธภัณฑ์และสุสานของจริงค่ะ แต่ด้านในที่เป็นพิพิธภัณฑ์ห้ามถ่ายรูปนะคะ







สุสานหลักของดาเตะรุ่นแรกค่ะ

นอกจากสุสานของดาเตะแล้วที่นี่ยังมีสุสานของผู้ติดตามใกล้ชิดด้วยค่ะ


สุสานของผู้ติดตาม





อนุสาวรีย์ที่อุทิศแก่ผู้ที่ตายในสงคราม

อีนี่ก็เดินสำรวจต่อค่ะ มาทางขวาของอนุสาวรีย์ก็จะพบสุสานของดาเตะท่านอื่นๆ และภรรยาอยู่อีก สามารถไปเยี่ยมชมได้ค่ะ


หน้าทางเข้าสุสานดาเตะรุ่นที่ 2 และ 3






ลั้ลลาขนาดนี้มาสุสานจริงป่ะเนี่ย Smiley

ใช้เวลาอยู่ที่นี่นานพอสมควรก็ออกมารอรถที่ป้ายเดิมเลยค่ะ แนะนำนิดนึงจะได้บริหารเวลาในการเข้าชมสถานที่ หลังจากที่ลงรถแล้วให้เราสังเกตตารางเวลาเดินรถก่อนได้ค่ะว่ารถเที่ยวต่อไปจะมีมาเวลาไหนบ้าง หลังจากนี้ก็จะไปสถานีต่อไปกันแล้วค่ะ


หนาวแต่กินกาแฟไม่เป็น 555

ว๊าาาาา หมดเวลาสำหรับเอ็นทรี่นี้แล้วค่ะ สำหรับการเดินทางชมรอบเมืองครึ่งหลังจะมาต่อกันที่เอ็นทรี่ต่อไปนะคะ

เหมือนเคย....ฝากติดตามบล็อกของหัวหน้าแก๊งด้วยนะคะ

Japan Trip 2016 by Nana




Create Date : 10 กรกฎาคม 2559
Last Update : 10 กรกฎาคม 2559 21:02:07 น.
Counter : 322 Pageviews.

2 comment
เที่ยวญี่ปุ่นแบบโอตาคุสายแดก ตอนที่ 8 เที่ยวนอกโตเกียว...นั่งรถรางดูซากุระที่ฟุนาโอกะ


สวัสดีวันฝนตกจร้า...มาต่อกันจากเอ็นทรี่ที่แล้ว พวกเราชาวคณะเดินทางออกนอกโตเกียวมุ่งหน้าสู่เซนไดกันค่ะ เป้าหมายที่เซนไดคือเราจะไปนั่งรถรางที่ฟุนาโอกะแล้วนั่งLoople Busเพื่อชมรอบๆ เมืองค่ะ มาเริ่มที่ภารกิจแรกกันก่อนเลยแล้วกันนะคะ

13 เม.ย. 2559 เวลาประมาณ 7.00 น.

เช้าวันนี้เราจะมุ่งหน้าสู่ฟุนาโอกะกันค่ะ โดยก่อนออกเดินทางเราก็เติมพลังกันที่ห้องอาหารของโรงแรมก่อนเดินทางค่ะ จัดของขึ้นชื่อของเซนไดเลยค่ะ ลูกชิ้นปลา อร่อยมากกกกกก ที่นี่พวกเราได้เจอคนไทยที่มาเที่ยวเซนไดด้วยค่ะ คุณลุงกับคุณป้าแกมาเที่ยวกัน 2 คนกันเอง ก็คุยกันว่ามีแพลนเที่ยวไหน แนะนำสถานที่เที่ยวแลกเปลี่ยนกัน รู้สึกดีมากเลยค่ะเหมือนเจอคนรู้จักเลย


เสียดายฝุดๆ ไม่ได้หิ้วกลับมาด้วย

เรียบร้อยกันทุกคนแล้วก็เดินไปที่สถานีเซนไดเพื่อขึ้นรถJRไปยังสถานีฟุนาโอกะค่ะ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณเกือบๆ ช.ม.นึงค่ะ


ถึงแบ้วว

จากสถานีไปจนถึงสวนฟุนาโอกะนี่พอๆ กับตอนไปเจดีย์ห้าชั้นเลยค่ะ ไม่ต้องกลัวหลงเพราะเค้ามีแจกแผนที่ทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษนะคะแถมด้วยป้ายบอกทาง คนท้องถิ่นที่นี่ก็น่ารักค่ะทักทายพูดคุย ถามว่ามาจากไหนกันด้วย น่ารักดีค่ะ อบอุ่นเป็นกันเองมาก

ระหว่างทางก็มีนางแบบมาแชะๆๆ ถ่ายรูปกับซากุระด้วย อิอิ


เดอะแก๊งเองคร่า


ช่วงเดียวกับที่โตเกียวโรย เซนไดกำลังจะฟูลบลูมค่ะ




นี่แค่ออกจากสถานีนะคะยังถ่ายรูปขนาดนี้ 555 ไม่ไหวละค่ะ เดินๆๆๆ มูฟก่อนเดี๋ยวไม่ถึง


ตามป้ายไปเรื่อยๆ ค่า

ระหว่างทางเจอร้านขายขนมปังค่ะ โดยช่วงนี้เค้าทำเมนูพิเศษด้วยคือ ขนมปังถั่วแดงซากุระ โอ้วววว แวะสิคะ









ถึงแล้วค่า แต่เราจะต้องเดินขึ้นเนินไปอีกนิดดด





รู้สึกเหมือนจะมาถถึงเร็วไปนิดเพราะร้านขายของแถวนั้นยังไม่เปิดเลย แต่ๆ เป้าหมายเราอยู่ที่รถรางค่ะ ตอนนี้เราอยู่ตรงป้ายสีแดงๆ นะคะ ส่วนรถรางเราต้องเดินไปอีก





ตอนนี้เราก็นั่งพักแกะขนมปังกินเติมพลังและนั่งซึมซับบรรยากาศค่ะ แถวนี้ร้อนเหมือนกันแต่ะคนเริ่มถอดเสื้อกันหนาวละ 555 แหมมม แดดแรงนะคะ!! และแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นรามุเนะค่ะ พุ่งเข้าไปโลด Smiley อีนี่กลายเป็นทาสรามุเนะแหล่ววววววว อยากลอง 3 สีเลยแต่ว่า...แต่ว่า...!! กินไม่ไหวค่า



และแล้ว.....ความฟินอีกอย่างมันอยู่ที่นี่ค่ะ เมล่อนปัง.....!! เคยเห็นแต่ในการ์ตูนวันนี้อีนี่ได้กินแล้ว ตายตาหลับแล้ว 555 Smiley




คุณปู่ท่ามกลางซากุระ น่ารักกก



พักกินขนมกันเสร็จก็ได้เวลาไปขึ้นรถรางค่ะคนต่อแถวกันยาวพอสมควร ที่นี่จะต่อ 2 แถวนะคะคือ แถวซ้ายต่อไปขึ้นรถราง แถวขวาซื้อตั๋วค่ะ เราเลือกตั๋วได้ 2 แบบคือเที่ยวเดียว 250 เยนและไปกลับ 500 เยน ส่วนพวกเราเลือกไปกลับค่ะ


ตื่นเต้นๆ


ระหว่างทางค่ะ

อากาศข้างบนดีมากเลยค่ะ ลมแรงเป็นระยะๆ ด้านบนจะมีรูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิมด้วยค่ะ เอาละไปชมบรรยากาศกันเลย




มองเห็นสถานีฟุนาโอกะอยู่ลิบๆ



อย่างที่บอก...คนเยอะมากกกกกกกกกก ไม่มีที่นั่งเลยค่ะ เราต้องรอกันพักใหญ่ๆ เลย ที่นี่มีร้านขายของกินอีกเช่นกัน แต่เราจะเห็นบางคนเอาข้าวเอาอะไรมากินก็มี



ถึงจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่ากินอะไรก็อร่อย แต่อีนี่พลาดมาก...คือไปสั่งโอเด้งคอนยัคมาโดยไม่รู้ตัวค่ะ กัดไปคำเดียวส่งต่อให้หัวหน้าทัวร์เลยค่ะ จัดการแทนกรูที...ส่วนอีนี่เดินไปสั่งราเมงมากินแทน จากนั้นก็หารือกันว่าเราจะไม่ไปอ่าวมัทสึชิมะแล้วค่ะ นั่งรากงอกอยู่นี่แหละแล้วขากลับเราจะเดินชมเซมบงซากุระแทน


ถ่ายรูปหมู่บ้าง




ซากุระมุมเบิร์ดอายวิว


บ๊ายบาย



เอาละลุยต่อกันที่เซมบงซากุระริมแม่น้ำชิราอิชิ จากลานจอดรถบัสให้เราเดินมาทางขวาเล็กน้อยจะมีทางเดินทะลุออกไปทางซ้ายได้ค่ะ เดินไปตามทางเรื่อยๆ เลยเราจะเจอสะพานลอยสีส้มๆ ระยะทางโดยประมาณจากจุดนี้ไปจนถึงสถานีฟุนาโอกะประมาณ 1 ก.ม.ค่ะ ถ้าไม่ไหวกลับทางเดิมได้นะคะ เพราะเดินเมื่อยขามากกกก // แลกกับวิวสวยๆ ก็คุ้มนะ







เดินทางกลับถึงสถานีเซนไดโดยสวัสดิภาพก็เจอกับไอดอลค่ะ


555

และเช่นเคย เย็นนั้นก็ฝากท้องที่ห้างBiViค่ะ สำหรับคนที่อยากกินแบบประหยัดพร้อมความคุ้มค่าอยากให้มาลองที่ร้าน Handaya ค่ะ ร้านนี้เหมือนโรงอาหารโรงเรียนที่เราเห็นกันชินตาในการืตูนญี่ปุ่นเลยค่ะ เมนูถูกสุดเริ่มที่ไม่กี่ร้อยเยนแต่ปริมาณเยอะมากกกก คุ้มค่าสุดๆ


ชิโอะราเมงกับครอกเกะ 2 อันอยู่ที่ราคาไม่ถึงพันเยน โคตตรคุ้ม

สำหรับวันนี้ก็ขอลาไปก่อนแล้วเอ็นทรี่หน้าจะพาไปเที่ยวไหนอีกอย่าลืมติดตามกันด้วยล่ะ

และอีกเช่นเคยขอฝากบล็อกของขุ่นเพื่อนด้วยเน้อออ

Japan Trip 2016 by Nana



Create Date : 26 มิถุนายน 2559
Last Update : 26 มิถุนายน 2559 20:48:04 น.
Counter : 374 Pageviews.

2 comment
1  2  3  

สมาชิกหมายเลข 1092413
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



OL who love Visual-Kei / Manga / Anime and also Cooking ^ ^
New Comments
All Blog