วิภา ทราเวล..... คนกันเอง ราคากันเองจ้า.....
Group Blog
 
All blogs
 
แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอถลาง

แหล่งท่องเที่ยวในเขตอำเภอถลาง

ประตูเมืองภูเก็ต หรือ Gate Way ตั้งอยู่บนพื้นที่ราชพัสดุ 25 ไร่ บริเวณท่าฉัตรไชย ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง ใกล้กับสะพานท้าวเทพกษัตรี-ท้าวศรีสุนทร บริเวณทางแยกเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ต Gate Way ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่และเป็นห้องรับแขกแห่งแรกที่จะต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนจังหวัดภูเก็ต นอกจากโครงสร้างตัวอาคารที่สามารถสะท้อนถึงความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นภูเก็ตแล้ว หน้าอาคารมีการจัดภูมิทัศน์ด้วยการสร้างเสาศิลาอีก 29 ต้น ภายในบริเวณดังกล่าวด้วย โดยมีนัยว่า เลข 2 คือ ท้าวเทพกษัตรี-ท้าวศรีสุนทร สองวีรสตรีของชาวภูเก็ต ส่วนเลข 9 มีนัยถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 บนศิลาทั้ง 29 ต้น จะเรียงรายเรื่องราวต่างๆ ของภูเก็ตเอาไว้ตั้งแต่ยุครุ่งเรืองของการทำเหมืองแร่ดีบุก การทำเกษตรกรรม มาจนถึงยุคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยความกรุณาจากกลุ่มอนุรักษ์ประวัติศาสตร์เมืองภูเก็ตนำโดย ผศ.สมหมาย ปิ่นพุทธศิลป์ อาจารย์ประสิทธิ ชินการณ์ ซึ่ง Gate Way เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และศิลปกรรมอีกแห่งหนึ่งของภูเก็ต ให้นักท่องเที่ยวและเยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป

อนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ตั้งอยู่ที่วงเวียนสี่แยกท่าเรืออำเภอถลาง โดยชาวภูเก็ตร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2509 เพื่อเชิดชูเกียรติวีรสตรีผู้กล้าหาญแห่งเมืองถลาง ในวันที่ 24 มี.ค. 2510 ได้นำรูปหล่อขึ้นประดิษฐานบนแท่นฐาน เนื่องจากเป็นวันเดียวกับที่กองทัพพม่าแตกทัพถอยหนีไปจากเมืองถลางเมื่อปี พ.ศ. 2328 ต่อมาเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2510 ได้ประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์

วัดพระทอง อยู่ห่างจากตัวเมือง 21 กิโลเมตร ไปตามถนนเทพกระษัตรี ผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ถึงที่ว่าการอำเภอ ทางด้านขวาจะมีทางแยกเข้าวัดพระทอง ซึ่งเป็นทีประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำที่โผล่เพียงพระเกตุมาลาขึ้นมาจากพื้นดิน โดยมีตำนานเล่าว่าเดิมบริเวณที่ตั้งวัดเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ มีเด็กเลี้ยงควายนำเชือกล่ามควายไปผูกกับหลักที่โผล่มาจากพื้นดิน โดยไม่ทราบว่าหลังที่โผล่มานั้นคือพระเกตุมาลาของพระพุทธรูป หลังจากนั้นเด็กก็ล้มเจ็บและตายลงในที่สุด พ่อของเด็กฝันว่าที่เด็กตายเพราะนำเชือกล่ามควายไปผูกกับพระเกตุมาลาของพระพุทธรูปจึงชักชวนชาวบ้านช่วยกันขุดหาก็พบจริง แต่ไม่สามารถขุดขึ้นมาได้ ต่อมาในสมัยพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่ายกทัพมาตีเมืองถลางเมื่อ พ.ศ. 2328 ทหารพม่าก็พยายามขุดพระผุดเพื่อนำกลับพม่า แต่ไม่สำเร็จกลับโดนฝูงแตนไล่ต่อย ซึ่งต่อมาชาวบ้านจึงก่อพระพุทธรูปเครื่ององค์ครอบไว้ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ”พิพิธภัณฑ์สถานวัดพระทอง” เป็นที่รวบรวมโบราณวัตถุข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ต เช่น “จังซุ่ย” เสื้อกันฝนชาวเหมืองแร่ดีบุก รองเท้าตีนตุกของสตรีเชื้อสายจีนที่ต้องมัดเท้าให้เล็กตามค่านิยมของสังคมสมัยนั้น

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเมืองถลาง ไปจากตัวเมืองภูเก็ตแล้วเลี้ยวขวาที่อนุสาวรีย์ท้ายเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท ภายในมีการแสดงหลักฐานทางโบราณคดี อาทิ โบราณวัตถุศิลปกรรมที่ค้นพบแถบบริเวณด้านชายฝั่งทะเลอันดามัน นอกจากนี้ยังมีการจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ศึกถลาง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูเก็ตและชาวเลในสมัยก่อน สอบภามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 076-311025, 076-311426

วัดพระนางสร้าง อยู่ห่างจากตัวเมือง 20 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางถนนเพทกระษัตรี ถึงสี่แยกอำเภอถลาง ตั้งอยู่ด้านซ้าย เป็นวัดที่เก่าแก่ และเป็นแหล่งประวัติศาสตร์เมืองถลางที่สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะเคยเป็นค่ายสู้รบกับพม่าเมื่อปี พ.ศ. 2328 นอกจากนี้ภายในอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปดีบุกที่เก่าแก่ 3 องค์ เรียกว่า “พระในพุง” หรือ “พระสามกษัตริย์” ซึ่งอยู่ในพระอุทรของพระพุทธรูปหล่อองค์ใหญ่ 3 องค์ อีกชั้นหนึ่ง

วัดม่วงโกมารภัจจ์ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านเหรียง ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง เป็นวัดร้างอยู่ในความดูแลของวัดพระนางสร้าง มีพระพุทธรูปปูนปั้นครึ่งท่อนเศียรชำรุด โดยชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณของพระภิกษุสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมามรณภาพที่วัดแห่งนี้ท่านยังคงสถิตคอยดูแลปกป้องวัดและมีวิญญาณของปู่ทองสถิตอยู่ที่พระพุทธรูปครึ่งองค์ ใกล้พระพุทธรูปเคยมีต้นทึงและต้นทังซึ่งลายแทงวัดม่วงโกมารภัจจ์นั้นได้กล่าวถึงมีความว่า “ระหว่างต้นทึงต้นทังเป็นที่ฝังสมบัติ โดยมีชาวบ้านยังมีความเชื่ออีกว่าวัดม่วงโกมารภัจจ์เคนเป็นวัดมาก่อนสมัยท้าวเทพกระษัตรี(ท่านผู้หญิงจัน) และท้าวศรีสุนทร(คุณมุก) ก่อนส่งครามศึกถลาง พ.ศ. 2328 เจ้าเมืองถลางได้ใช้ลานวัดม่วงโกมารภัจจ์เป็นสถานที่ฝึกซ้อมทหาร ฝึกการเคี่ยวน้ำมัน ลงยันต์ทหาร ฝึกซ้อมรำกริช ฝึกผสมดินปืน มีบ่อน้ำ 2 บ่อ บ่อหนึ่งแช่ว่านยาสมุนไพรให้ทหารอาบน้ำเพื่อการอยู่ยงคงกระพัน นอกจากนี้บริเวณวัดเป็นทีประดิษฐานพระพุทธมณีศรีถลาง(นามพระราชทาน) ซึ่งหล่อด้วยดีบุกผสม ขนาดหน้าตัก 109 นิ้ว ปางคันธราช หรือปางประธานฝน ประทับอยู่นอกวิหารใต้ต้นโพธิ์ สมเด็จฯพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานเทดีบุกหล่อ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม 2539 ณ มงคลฤกษ์ 10.50 น.

บ้านท้าวเทพกระษัตรี ตั้งอยู่ที่บ้านเคียน ต.เทพกระกษัตรี อ.ถลาง จากถนนเทพกระษัตรี หลักกิโลเมตรที่ 19.3 แยกทางเข้าบ้านเหรียงไป 2 กิโลเมตร มีการสืบค้นจนได้หลักฐานแน่ชัดว่าที่นี่คือบ้านเดิมของท้าวเทพกระษัตรี จึงได้จัดทำแผ่นป้ายบอกเล่าไว้ภายในบริเวณใกล้เคียงมีวัดม่วงโกมารภัจจ์ เป็นที่ฝึกซ้อมรบไพร่พลคราวศึกถลาง แนวคูเมือง และที่ตั้งค่ายพม่า

เกาะนาคาน้อย เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะที่ชายหาดสามารถพักผ่อนว่ายน้ำได้ การเดินทางสามารถได้ตลอดปี โดยเช่าเรือจากอ่าวปอ

สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว ครอบคลุมพื้นที่ 13,925 ไร่ หรือ 22.28 ตารางกิโลเมตร เป็นป่าดิบชื้น อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ปาล์มที่หายากชนิดหนึ่งเรียกว่า “ปาล์มเจ้าเมืองถลาง” หรือ “ปาล์มหลังขาว” และยังมีสัตว์ป่าอีกหลายชนิด อาทิ ชะนี ค่าง ลิง เก้ง กวาง หมี หมูป่า กระรอก กระจง นกนานาชนิด เป็นต้น และเป็นสถานที่ที่มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติถึง 3 เส้นทาง เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาสภาพธรรมชาติ และผู้ที่มีใจรักธรรมชาติ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของภูเก็ตอีกด้วย ดังนั้นเขาพระแทวจึงเป็นสถานท่องเที่ยว และศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมได้อย่างแท้จริง โดยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญดังนี้

น้ำตกบางแป ออกไปจากตัวเมืองถึงอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร แล้วเลี้ยวขวาออกไปทางตำบลป่าคลอก 7 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กมีสวนรุกขชาติร่มรื่น และสถานอนุบาลชะนีซึ่งเป็นโครงการเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจชะนีที่ถูกจับมาเลี้ยงให้พร้อมที่จะกลับคืนสู่ป่าต่อไป

น้ำตกโตนไทร อยู่ห่างจากตัวเมือง 22 กิโลเมตร ไปตามถนนเทพกระษัตรี ถึงสี่แยกอำเภอถลางแล้วเลี้ยวขวาออกไป 3 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตกโตนไทรเป็นน้ำตกขนาดเล็กน้ำจะไหลแรงในช่วงฤดูฝน มีต้นไม้ใหญ่น้อยร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.076-311998

หาดสุรินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมือง 24 กิโลเมตร ไปตามถนนเทพกระษัตรีถึงอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทรแล้วเลี้ยวซ้ายไป 12 กิโลเมตร เป็นหาดที่เงียบสงบอยู่ริมเชิงเขาและมีต้นสนทะเลเรียงรายอยู่บริเวณเหนือหาด ทางด้านขวาเคยเป็นที่ตั้งสนามกอล์ฟ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 หาดสุรินทร์เป็นหาดที่มีความลาดชันมาก โดยในช่วงฤดูมรสุมนั้นมีคลื่นลมแรงไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ

แหลมสิงห์ อยู่ถัดจากหาดสุรินทร์ไปเพียง 1 กิโลเมตร ซึ่งจะมีทางแยกทางด้านขวาสู่แหลมสิงห์เป็นหาดเล็กๆ ที่เงียบสงบ ทรายขาวสะอาดมีโขดหินสวยงาม

จุดดำน้ำลึกฝูงบินปะการังเพื่อทะเล นั้นเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ ตั้งอยู่ที่บริเวณหน้าอ่าวบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จุดดำน้ำฝูงบินปะการัง มีความเป็นมาโดยการนำเครื่องบินปลดประจำการจำนวน 10 ลำ ประกอบด้วย อากาศยานลำเลียงแบบดาโกต้า รุ่นซี 47 จำนวน 4 ลำ ที่ทางทัพอากาศไทยได้รับมอบหมายจากสหรัฐอเมริกา หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ. 2490 เป็นเครื่องบินลำเลียงเอนกประสงค์ที่มีจำนวนการสร้างมากที่สุดในโลก สร้างเกียรติประวัติให้แก่กองทัพอากาศไทย โดยได้เข้าร่วมกับสหประชาชาติในภารกิจลำเลียงและลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ สงสงครามเกาหลีและสงครามเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีเฮลิคคอปเตอร์ รุ่นS-58T จำนวน 6 ลำ ซึ่งใช้ในการลำเลียงทางอากาศยุทธวิธีค้นหาและช่วยเหลือชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2520 ปัจจุบันได้นำมาจัดวางอยู่ใต้ท้องทะเลอ่าวบางเทาให้เป็นแหล่งปะการัง บ้านของฝูงปลาและสัตว์น้ำและเป็นแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ที่มีประวัติน่าสนใจให้นักดำน้ำได้ค้นหาที่อยู่ในความดูแลขององค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล การเดินทางสามารถติดต่อบริการนำเที่ยวดำน้ำลึกได้จากบริษัทดำน้ำที่จัดโปรแกรมดำน้ำลึก หรือถ้าหากมีอุปกรณ์ดำน้ำครบ ต้องการเดินทางไปเองก็สามารถเข่าบริการเรือหากยาวไอ้ที่บริเวณอ่าวบางเทา ใช้เวลาในการเดินทางที่จุดดำน้ำฝูงบินปะการังเพื่อทะเล ประมาณ 15 นาที

อุทยานแห่งชาติสิรินาถ(หาดในยาง) ได้รับประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 อยู่ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนเทพกระษัตรี ผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ตรงไปเมื่อถึงหลักกิโลเมตร 21-22 จะมีทางแยก ด้านซ้ายเข้าไป 10 กิโลเมตร หรือจะไปทางแยกเข้าสนามบิน เลี้ยวซ้าย 2 กิโลเมตร ครอบคลุมเนื้อที่ 90 ตารางกิโลเมตร หรือ 46,250 ไร่ เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 13 กิโลเมตร โดยเริ่มจาก

หาดในทอน ไปตามเส้นทางอุทยานแห่งชาติ เลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตร 21-22 เมื่อถึงทางแยกเข้าบ้านสาคูเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดในทอน เป็นเวิ้งอ่าวที่งามแปลกตา ทอดโค้งจากตัวเกาะเป็นที่กำบังคลื่นลมได้อย่างดีและเป็นหาดที่เงียบสงบเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ

หาดในยาง เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นหาดที่มีสวนสนร่มรื่น เหมาะแกการพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังขนาดใหญ่ เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งจะขึ้นมาวางไข่บนหาดราวเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ แต่ปัจจุบันเต่าทะเลมีจำนวนลดลงมากจนแทบจะไม่เห็นเต่าขึ้นมาวางไข่อีกเลย

หาดไม้ขาว ไปตามเส้นทางถนนเทพกระษัตรี ผ่านทางแยกเข้าสนามบินตรงไปทางสะพานสารสินจะมีทางแยกด้านซ้ายมือมีป้ายบอกทางเข้าหาดไม้ขาว เลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาวซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ แต่ปัจจุบันจำนวนลดลงมากเช่นเดียวกับหาดในยาง

หาดทรายแก้ว เป็นหาดทรายขาวทอดยาวขนานกับทิวต้นสน อยู่ถัดจากหาดไม้ขาวไปจนถึงสะพานสารสิน นับเป็นหาดที่อยู่เหนือสุดของเกาะภูเก็ต

ป่าชายเลน ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ บริเวณท่าฉัตรไชย มีเนื้อที่ประมาณ 800 ไร่ ไม้ยืนต้นเด่นๆ ที่พบในพื้นที่ได้แก่ โกงกางใบเล็กโปรงแดง แสมดำ เล็บมือนาง ถั่วขาว และพบสัตว์ในป่าชายเลนอีกนานาชนิด มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติพร้อมป้ายให้ความรู้เรื่องป่าชายเลนตลอดเส้นทาง เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจและให้ความรู้ไปด้วยในขณะเดียวกัน


Create Date : 20 เมษายน 2553
Last Update : 20 เมษายน 2553 13:52:30 น. 0 comments
Counter : 158 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Nedine
Location :
ภูเก็ต Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนกันเอง ราคากันเอง
Friends' blogs
[Add Nedine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.